- หน้าแรก
- เกิดเป็นตัวร้ายปลายแถว งานถนัดคือการยั่วยวนนางเอก
- บทที่ 15: ไซซีขายซาลาเปา
บทที่ 15: ไซซีขายซาลาเปา
บทที่ 15: ไซซีขายซาลาเปา
ก้าวออกจากประตูใหญ่ย่านเริงรมย์หลวง ท้องถนนก็เริ่มคึกคักแล้ว
"ถังหูยู่จ้า! ถังหูยู่หอมหวาน!"
"ขนมดอกกุ้ยฮัวนุ่มละมุน รุ่นพิเศษรับเทศกาลไหว้พระจันทร์จ้า! แวะชิมก่อนได้!"
"หนวดมังกรกรอบอร่อย! เชิญแวะชมทางนี้!"
"ซาลาเปาร้อนๆ จ้า!"
"..."
แม้จะยังเช้าตรู่ แต่พ่อค้าแม่ขายต่างออกมาทำมาหากินกันแล้ว ทำให้ท้องถนนดูพลุกพล่านมีชีวิตชีวา
ฟู่เทียนหลิงเดินทอดน่องเข้าไปในร้านขายซาลาเปาแห่งหนึ่ง
ร้านนี้ชื่อ 'ร้านซาลาเปาตระกูลจั่ว' ชื่อเรียบง่ายตรงตัว
ภายในร้านมีหญิงวัยกลางคนหน้าตาดีและหญิงสาววัยแรกแย้มอยู่คู่หนึ่ง
แม้หญิงสาวจะแต่งกายเรียบง่ายและรูปร่างบอบบาง แต่ก็จัดว่าเป็นสาวงามตามตำรา หน้าไข่มาตรฐานและดวงตาดอกท้อหวานเชื่อม
ลูกค้าชายในร้านหลายคนแอบชำเลืองมองสาวงามเป็นระยะๆ
แน่นอนว่าบางคนก็มองคนแม่ด้วย ถึงจะอายุมากแล้ว แต่ก็ยังมีเสน่ห์เย้ายวน
การเกิดมาสวยในตลาดแบบนี้ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป เป็นเป้าสายตาได้ง่าย
ไม่ใช่แค่ผู้ชาย แต่ผู้หญิงขี้อิจฉาก็อาจจ้องเล่นงานได้เช่นกัน
ความงามที่ไร้พลังปกป้อง บางครั้งก็คือบาปติดตัว
ฟู่เทียนหลิงมาที่นี่เพราะรู้ว่า "ไซซีขายซาลาเปา" จั่วโหรวซือคนนี้ ก็เป็นหนึ่งในนางเอก
เพราะนางสวยเกินไป มักจะถูกพวกอันธพาลรังแก จนสุดท้ายเย่เฉินมาช่วยไว้ นางจึงแอบมอบใจให้เขา
พล็อต "วีรบุรุษช่วยสาวงาม" สุดเชย... นักเขียนพวกนี้ไม่พัฒนาเอาซะเลย
ฟู่เทียนหลิงกะจะตัดหน้าคว้าตัวนางมาซะก่อน ตอนนี้นางเป็นนางเอกที่จีบติดง่ายที่สุดแล้ว
พอฟู่เทียนหลิงเดินเข้ามา ทุกสายตาก็จับจ้องมาที่เขาพร้อมเพรียงกัน เพราะดูจากเสื้อผ้าหน้าผม เห็นชัดว่าเป็นคุณชายตระกูลสูงศักดิ์
แม้พวกเขาจะยากจน แต่ก็พอดูคนออกบ้าง
นานทีปีหนถึงจะมีคุณชายผู้ดีมาร้านเล็กๆ ซอมซ่อแบบนี้
"เอาซาลาเปาเนื้อมาสองสามลูก กับน้ำเต้าหู้หวานถ้วยหนึ่ง"
ฟู่เทียนหลิงหาที่นั่งอย่างสบายๆ สายตาไม่ได้จับจ้องจั่วโหรวซือเป็นพิเศษ
"ได้เจ้าค่ะ รอสักครู่นะเจ้าคะ คุณชาย"
นี่เป็นครั้งแรกที่จั่วโหรวซือได้เห็นคุณชายรูปงามขนาดนี้ นางรู้สึกว่าผิวพรรณเขาขาวเนียนกว่านางเสียอีก ทำเอาประหม่าไปเหมือนกัน
ฟู่เทียนหลิงเหลือบมองเมิ่งเฮ่อแล้วถาม "เมื่อคืนเป็นไงบ้าง?"
ใบหน้ากร้านโลกของเมิ่งเฮ่อแดงระเรื่อ ไม่ยอมพูดจา
เห็นสีหน้าแบบนี้ ฟู่เทียนหลิงก็เข้าใจทันที
เขาหัวเราะเบาๆ "ทีนี้รู้หรือยังว่าการเป็น 'คู่หูร่วมทาง' หมายความว่ายังไง?"
เมิ่งเฮ่อพยักหน้า ยังคงไม่พูดอะไร
"ตัวโตอย่างกับยักษ์ ดันขี้อายซะได้"
ฟู่เทียนหลิงรู้สึกว่าเมิ่งเฮ่อน่าสนใจดี ชายร่างยักษ์ผู้ดิบเถื่อนกลับเขินอายได้ด้วย
ไม่นาน จั่วโหรวซือก็ยกซาลาเปาเนื้อร้อนๆ หกลูกและน้ำเต้าหู้หวานข้นคลั่กมาเสิร์ฟ
"เชิญทานให้อร่อยเจ้าค่ะ คุณชาย"
เวลาพูดนางยังหน้าแดง สมเป็นสาวน้อยแสนหวานที่ทำให้คนนึกถึงรักแรกจริงๆ
"เฮ้ย! ได้ยินข่าวไหม? เมื่อคืนคุณชายสี่จวนอัครมหาเสนาบดีแต่งกลอนสะเทือนเลื่อนลั่นปฐพี!"
"ได้ยินสิ ได้ยิน! เขาคุยกันให้แซ่ดตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว!"
"กลอนอะไรวะ? อ่านให้ฟังหน่อยดิ๊?"
"โธ่ ตาเฒ่าหลิว แกอ่านหนังสือไม่ออกหรอก ต่อให้อ่านให้ฟัง แกก็ไม่เข้าใจ!"
"ข้าจำได้ ข้าท่องจำมาแล้ว: 'จันทร์กระจ่างมีมาเมื่อไรหนอ? ชูถ้วยสุราไต่ถามฟ้าคราม...'"
"อื้ม ฟังดูดีแฮะ ถึงจะไม่รู้ว่าดียังไง แต่ฟังดูมีออร่า!"
"พวกแกจะไปรู้อะไร! นี่คือสุดยอดกลอนวันไหว้พระจันทร์ในรอบพันปีเชียวนะเว้ย"
"เวอร์ไปป่าว? คุณชายสี่คนนั้นจะแต่งกลอนดังขนาดนั้นได้จริงดิ?"
"อะแฮ่ม! คุณชายสี่แต่งเองหรือไม่ ก็รู้ๆ กันอยู่ เราอย่าไปวิจารณ์เรื่องนั้น แต่กลอนน่ะของจริงระดับตำนานแน่นอน!"
"..."
ฟู่เทียนหลิงเพิ่งกัดซาลาเปาร้อนๆ เข้าปาก ก็ได้ยินคนนินทาเรื่องตัวเอง มุมปากกระตุกยิกๆ
ต้นไม้ใหญ่ย่อมต้องลม!
ซาลาเปาอร่อยมาก กัดคำเดียวชุ่มฉ่ำ ไส้เนื้อแน่นเอี๊ยด
ฟู่เทียนหลิงนึกว่าจะต้องใช้เวลาสักสองสามวันกว่าข่าวจะแพร่ แต่ไม่นึกว่าพอตื่นมา ทั่วทั้งเมืองหลวงก็พูดถึงกันแล้ว
ขนาดชาวบ้านตาดำๆ ยังรู้เรื่อง แสดงว่าในวงสังคมชั้นสูงคงฮือฮากันยกใหญ่
ไม่ใช่ว่าเขาเก่ง แต่เพราะมหากวีซูซื่อเทพเกินไปต่างหาก
ฟู่เทียนหลิงกินซาลาเปาต่อ อร่อยกว่าที่เคยกินก่อนทะลุมิติมาอีก
กัดซาลาเปาคำ จิบน้ำเต้าหู้คำ ฟู่เทียนหลิงกินอย่างเอร็ดอร่อย
แต่ยังกินไม่ทันหมด ข่าวลือเกี่ยวกับเขาก็เริ่มอีกแล้ว
"จะบอกให้นะ ไม่ใช่แค่เรื่องกลอนเมื่อคืน! ผู้ชนะเมื่อคืนได้ร่วมเรียงเคียงหมอนกับแม่นางหว่านเอ๋อร์ด้วย!"
"จริงดิ? แล้วใครชนะเมื่อคืน?"
"ถามโง่ๆ ก็ต้องเป็นคุณชายสี่สิวะ!"
"ไอ้หน้าปุหลวี่ อย่ามั่วสิวะ ร่วมเรียงเคียงหมอนอะไร? เขาคุยกันทั้งคืนต่างหาก"
"ชายหญิงอยู่กันสองต่อสองในห้อง—แกเชื่อเหรอวะ? แกโง่รึเปล่า?"
"นั่นสิ! ได้ยินว่าผู้หญิงที่โดนคุณชายสี่เล็ง ไม่มีใครรอดสักราย แกเคยได้ยินตำนาน 'หนึ่งมังกรล่อนกฟีนิกซ์เก้าตัว' ไหมล่ะ?"
"ไม่ใช่ห้าตัวเหรอ? ทำไมกลายเป็นเก้าตัวแล้ววะ??"
"ได้ยินว่าเพราะโดนคุณชายสี่ตามตื๊อ แม่นางหว่านเอ๋อร์เคยถึงขั้นจะฆ่าตัวตายมาก่อน ป่านนี้นางคงมีจุดจบที่น่าเศร้าแล้วมั้ง?"
"มีเหตุผล! เป็นไปได้สูง! น่าเสียดายราชินีนางโลมจริงๆ! ข้ายังไม่เคยเห็นหน้านางเลย!"
"เสียดายอะไร? ชาตินี้แกก็ไม่มีปัญญานอนกับนางอยู่แล้ว"
"..."
ถ้าเป็นก่อนทะลุมิติ ฟู่เทียนหลิงคงติดเทรนด์อันดับหนึ่งใน Weibo หรือ Douyin ไปแล้ว ได้ยินแต่เรื่องซุบซิบตัวเอง
ยุคนี้ไม่มีมือถือหรือคอมพิวเตอร์ให้ความบันเทิง ชาวบ้านเลยชอบเรื่องซุบซิบกันนัก โดยเฉพาะเรื่องของคุณชายสูงศักดิ์อย่างฟู่เทียนหลิง
สำหรับชาวบ้านตาดำๆ ฟู่เทียนหลิงเป็นบุคคลในตำนานที่เอื้อมไม่ถึง
แม้จะเป็นตำนานในทางเสื่อมเสียก็เถอะ!
แต่ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อความสนุกปากของชาวบ้าน
ฟังตำนานรัก(ฉาว)ของตัวเอง ฟู่เทียนหลิงยิ้มแห้งๆ แล้วก้มหน้ากินซาลาเปาต่อ
จั่วโหรวซือก็แอบมองฟู่เทียนหลิงเป็นพักๆ ไม่ใช่เพราะมีใจ แต่แค่อดชื่นชมไม่ได้ นางไม่เคยเห็นคุณชายที่หล่อเหลาขนาดนี้มาก่อน
ยังไงซะ ไม่ว่าชายหรือหญิง ใครๆ ก็ชอบมองคนหน้าตาดี
เริ่มที่หน้าตา จบที่นิสัย
ครึ่งแรกจริงแท้แน่นอน แต่ครึ่งหลังไม่แน่เสมอไป
ด้วยการแต่งกายแบบคุณชายสูงศักดิ์ของฟู่เทียนหลิง ไม่มีใครกล้ามานั่งร่วมโต๊ะอาหารเช้ากับเขา เขาเลยได้กินอย่างสงบ
ทันใดนั้น ชายหนุ่มสามคนท่าทางนักเลงก็เดินอาดๆ เข้ามาในร้านซาลาเปา ท่าทางอวดเบ่งคับถนน
เห็นพวกมัน มุมปากฟู่เทียนหลิงยกยิ้มชั่วร้ายอันเป็นเอกลักษณ์ โชคเข้าข้างจริงๆ!
หัวโจกมีแผลเป็นบนหน้า ดูน่ากลัวไม่เบา
พอเห็นสามคนนี้ สีหน้าของจั่วโหรวซือและแม่เปลี่ยนไปทันที ดูท่าจะรู้จักกันดี
"ซาลาเปาสิบลูก!"
ไอ้หน้าบากเตะลูกค้าคนหนึ่งร่วงลงไปกองกับพื้น แล้วยึดโต๊ะนั่งหน้าตาเฉย
คนที่โดนเตะไม่กล้าหือ เพราะไอ้หน้าบากเป็นขาใหญ่แถวนี้ เคยกระทืบคนตายมาแล้ว
ไม่นาน จั่วโหรวซือก็ยกซาลาเปาร้อนๆ สิบลูกมาเสิร์ฟอย่างระแวดระวัง
ทันทีที่วางซาลาเปาลง ไอ้หน้าบากก็คว้าข้อมือจั่วโหรวซือหมับ...