เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1: อาณาจักรเยสติเก

ตอนที่ 1: อาณาจักรเยสติเก

ตอนที่ 1: อาณาจักรเยสติเก


ตอนที่ 1: อาณาจักรเยสติเก

(นิยายเรื่องนี้แปลตามต้นฉบับทุกประการหากมีจุดไหนผิดพลาดแจ้งผมได้เลยนะครับ จะทำการตรวจสอบเทียบกับต้นฉบับว่าผมผิดพลาดหรือจากต้นฉบับ)

ปีที่ 4 ก่อนปฏิทินร่วม

อาณาจักรเยสติเก

เมืองหลวงเยสติเก

แม้จะเป็นศูนย์กลางของทั้งประเทศ แต่หากเดินออกไปจากถนนสายหลัก จะพบว่าพื้นดินเต็มไปด้วยฝุ่นผง สีเทาหม่น และแตกร้าว มีร่องรอยสึกกร่อนประปรายบนก้อนอิฐหินที่ปูอยู่เบื้องล่าง

อาคารโดยรอบส่วนใหญ่เป็นบ้านเรือนสไตล์ยุโรปชั้นเดียวหรือสองชั้น ให้ความรู้สึกเก่าแก่

แต่ยิ่งเข้าใกล้ใจกลางเมืองหลวงเท่าไร ถนนและบ้านเรือนก็ยิ่งสะอาดและเป็นระเบียบมากขึ้น

อากาศบริสุทธิ์

แต่สภาพแวดล้อมและบรรยากาศรอบข้างต่างบอกถังเจิ้งชัดเจนว่า...นี่คือโลกต่างมิติ!

ติง ติง ติง

ดัง ดัง 

เสียงโลหะกระทบกันอย่างต่อเนื่องดังออกมาจากถนน เป็นเสียงที่เกิดจากอาวุธของเหล่านักผจญภัยกระแทกกับเกราะของตนเอง

เสียงจอแจจากร้านค้าทั้งสองข้างทาง และป้ายร้านนานาชนิดที่สะท้อนแสงแดดเล็กน้อย เพิ่มความคึกคักให้กับบรรยากาศ

รถม้าหรูหราหลายคันเคลื่อนไปตามถนนอย่างยากลำบาก แต่ไม่เคยหยุดนิ่ง ผู้คนส่วนมากต่างหลีกทางให้รถม้าเหล่านี้โดยสมัครใจ

หลายคนสวมชุดเกราะ บางคนใส่เสื้อคลุมของนักเวท และบางคนก็แต่งกายแปลกประหลาดจนโดดเด่นในฝูงชน

สรุปแล้ว บรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกสับสนปะปนกัน

ทั่วทั้งเมืองหลวงของอาณาจักรเยสติเกในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเต็มไปด้วยผู้คนจากทุกสารทิศที่หลั่งไหลกันเข้ามา

ในบรรยากาศที่ครึกครื้นเช่นนี้ อารมณ์ของคนส่วนใหญ่ย่อมสูงขึ้นตาม

แต่ไม่ใช่ของเขา

ถังเจิ้ง ในชุดเสื้อแขนยาวราคาถูกและกางเกงขายาวเปื้อนฝุ่น เดินปะปนไปในฝูงชนอย่างแนบเนียน

อารมณ์ของเขาในตอนนี้ช่างหม่นหมองไม่ต่างจากสีเสื้อผ้า

นอกจากความสับสน ยังมีความหวาดกลัวบางอย่างที่พันธนาการอยู่ในใจลึก ๆ

ความครึกครื้นนั้น เป็นของ “พวกเขา”

ถังเจิ้งเพิ่งทะลุมิติมาที่โลกนี้เมื่อวาน แต่ก็สามารถเข้าใจสถานการณ์ได้คร่าว ๆ แล้ว

นี่คือโลกของ โอเวอร์ลอร์ด หรือพูดให้ชัดกว่านั้นคือ โลกต่างมิติที่ "สุสานยิ่งใหญ่แห่งนาซาริก" จะปรากฏขึ้นในอนาคต

ด้วยเหตุนี้เอง ถังเจิ้งจึงตกอยู่ในความตื่นตระหนกอย่างมาก

คนอื่นทะลุมิติมาในโลกแห่งความจริงของ โอเวอร์ลอร์ด ทั้งยังเป็นผู้เล่นที่ทุ่มเวลาปั้นตัวละครในเกม 【อิกดราซิล】 ทั้งฟาร์มเวิลด์ไอเท็มและคลาสพิเศษมากมาย

จากนั้นก็โผล่มาในโลกนี้พร้อมพลังไร้เทียมทาน หรือเข้าร่วมกับนาซาริกเลยก็มี

แต่เขา…ทะลุมิติมาโดยตรง ไม่ได้มีพลัง ไม่ได้เป็นผู้เล่น

ถ้าเขาเป็นแบบพวกนั้น ถังเจิ้งก็คงไม่ตื่นตระหนกถึงเพียงนี้

สิ่งเดียวที่พอจะทำให้ใจเขาสงบลงได้บ้าง ก็คือ “ช่วงเวลาในปัจจุบัน”

เพราะยังเหลือเวลากว่า สี่ปี ก่อนที่ “สุสานยิ่งใหญ่แห่งนาซาริก” จะปรากฏตัว

แล้วเขารู้ได้อย่างไร?

เพราะงานประลองหลวง หรือที่เรียกกันว่า “การประลองจักรพรรดิ!”

ในอนาคต ยอดนักรบแห่งอาณาจักร “กาเจฟ” จะคว้าชัยในศึกนี้ และได้รับตำแหน่ง “หัวหน้านักรบ”

และวันนี้ ก็คือวันประลองรอบสุดท้าย ระหว่าง “กาเจฟ” ว่าที่หัวหน้านักรบ และ “ไบรอัน จอมตัดเล็บ”

เรียกได้ว่า การแข่งขันนี้ดึงดูดสายตาจากทั้งนักผจญภัยและชาวเมืองทั่วทั้งอาณาจักร จนทำให้ถนนหนทางคึกคักไม่ผิดปกติ

แม้ก่อนหน้านี้เขาจะเป็นเพียงคนธรรมดา แต่การอ่านนิยายมากเกินไปก็มีข้อดีอยู่บ้าง อย่างน้อยเขาก็ตั้งสติได้เร็ว

หลังจากได้ยินคำว่า กาเจฟ, ไบรอัน และการประลองจักรพรรดิ เขาก็สามารถยืนยันได้ว่า ตัวเองทะลุมิติมาในโลกของโอเวอร์ลอร์ดจริง ๆ และอยู่ในช่วงเวลาก่อนที่นาซาริกจะมา

"ปีที่ 4 ก่อนปฏิทินใหม่" แน่นอนว่าไม่ใช่ระบบปฏิทินของโลกนี้ แต่เป็นการนับของถังเจิ้งที่อิงจากที่เหล่า “ผู้สร้าง” หรือ UP master ใช้ในอดีต

เพราะสุดท้ายแล้ว ถ้าตามเนื้อเรื่องของโอเวอร์ลอร์ด สุสานนาซาริกจะปกครองโลกอย่างแน่นอน การนับตาม “ปฏิทินใหม่” จึงไม่ใช่เรื่องแปลก

แล้วทำไมเขาถึงเข้าใจภาษาของโลกนี้ได้?

ก็เพราะในโลกต่างมิตินี้ มีกฎโลก “แปลภาษา” โดยธรรมชาติ ต่อให้เป็นต่างเผ่าหรือต่างประเทศ ต่างก็สามารถสื่อสารกันได้

หากจะยกคำพูดจาก ไอนซ์ อูล โกว์น มาบ่นก็ต้องว่า “ทั้งโลกเหมือนกินบุกแปลภาษาไปหมดแล้ว”

แน่นอนว่า ฟังออกเป็นเรื่องหนึ่ง แต่เขาก็ยังไม่สามารถอ่านอักษรได้

ผ้าหยาบของเสื้อที่เสียดสีกับผิวทำให้เขารู้สึกคันบ้าง แต่เมื่อเทียบกับสถานการณ์ในตอนนี้ มันก็เป็นเรื่องเล็ก

เขาไม่รู้ว่าทะลุมิติมาได้ยังไง แค่นอนอยู่บนเตียงในห้องเช่า แล้วก็…มาโผล่ที่นี่

ช่างเป็นวิธีการทะลุมิติที่ซ้ำซากจริงจริง

ถังเจิ้งบ่นในใจ และรู้สึกขำตัวเองเล็กน้อย

อย่างไรก็เถอะ…เขาเป็นเด็กกำพร้า ตัวคนเดียว ต่อให้หายไปก็ไม่มีใครสนใจ

โชคดีที่งานประลองสุดยอดของสามัญชน ดึงดูดทั้งนักผจญภัยและชาวเมืองหลั่งไหลเข้ามา

เสื้อยืดและกางเกงขาสั้นของเขาในตอนที่เพิ่งทะลุมิติมานั้น จึงไม่ได้ดูแปลกตาอะไรเมื่อเทียบกับเสื้อผ้าของนักผจญภัยที่บางคนก็ดูประหลาดหรือโป๊พอ ๆ กัน

ดูเหมือนว่าด้วยความหลากหลายของเผ่าพันธุ์ ความเชื่อ และประเทศ การแต่งกายในโลกนี้จึงไม่เคร่งครัดนัก

หลังจากเข้าใจสถานการณ์และตั้งสติได้แล้ว

ถังเจิ้งรีบหาร้านขายของ แล้วขายของชิ้นเดียวที่ติดตัวมา นอกจากเสื้อผ้า ก็คือจี้ทองลงยาคลอยซอนเน่ที่คล้องคออยู่

เขาได้เงินมา สามเหรียญทอง

จี้นี้เขาเคยทุ่มเงินสองเดือนเพื่อจะมอบให้แฟนเก่า แต่ยังไม่ทันให้ก็เลิกกันเสียก่อน เลยใส่ติดตัวมาตลอด

อัตราแลกเปลี่ยน: 169 เหรียญทองแดง = 13 เหรียญเงิน = 1 เหรียญทอง

【ป.ล.: สกุลเงินในโลกโอเวอร์ลอร์ดไม่น่าจะเป็นฐานสิบ เพราะตอนหนึ่งเซบาสเคยซื้อคาถาด้วย 1 เหรียญทอง + 10 เหรียญเงิน ถ้าเป็นฐานสิบก็ควรเป็น 2 เหรียญทองไปแล้ว】

【มีทฤษฎีจากเหล่า ผู้สร้าง ว่าอาจเป็นฐาน 13 หรือฐาน 20 แต่ผู้แปลคิดว่าฐาน 13 น่าจะเหมาะสมกว่า】

นอกจากนี้ ยังมีเหรียญระดับสูงกว่านี้ เช่น เหรียญแพลตินัม เหรียญอัญมณี เหรียญมิสทริล ฯลฯ

ราคาจี้ทอง 3 เหรียญทอง ถือว่าสูงกว่าค่าน้ำหนักทองคำที่ราว 10 กรัมอย่างมาก

เจ้าของร้านยอมซื้อในราคานี้ แสดงว่าไม่ใช่เพราะตัวทองอย่างเดียว แต่เพราะฝีมือการทำลงยาแบบคลอยซอนเน่ด้วย

ในโลกต่างมิติที่ทักษะช่างยังล้าหลัง และพึ่งเวทมนตร์เป็นหลัก หากนำไปขายต่อให้คุณหญิงผู้ดี คงทำกำไรได้หลายสิบถึงร้อยเท่า

แต่ถังเจิ้งก็เข้าใจดีว่า สถานการณ์ของเขาไม่อำนวยให้ต่อรองอะไรนัก

จากนั้นเขาใช้เงิน 5 เหรียญทองแดงซื้อชุดเสื้อผ้าราคาถูก และ 1 เหรียญเงินซื้อดาบสั้น

ตอนนี้เขามีเงินเหลือ: 2 เหรียญทอง, 11 เหรียญเงิน, 3 เหรียญทองแดง

อีก 5 เหรียญทองแดงเขาใช้ซื้อขนมปังไรย์มาก้อนหนึ่ง

“ยังเหลืออีกตั้งสี่ปี ใจเย็นไว้...ให้ตายสิวะ!”

ถังเจิ้งกระทืบเท้าซ้ายแรง ๆ มุมปากกระตุก บ่นในใจอย่างหงุดหงิด

ก่อนหน้านี้เขาชอบดูอนิเมะและอ่านนิยาย ดังนั้นแน่นอนว่าเขาเคยดูโอเวอร์ลอร์ดจนจบครบทุกเล่ม

เขารู้ดีว่า…

สี่ปีก่อนการมาของนาซาริก กับพรุ่งนี้ที่นาซาริกมาถึง ไม่มีความต่างกันเลย!

อาณาจักรเยสติเกตรงหน้า รวมถึงทุกคนที่นี่ และตัวเขาเอง...ต่างก็มีชะตาถูกทำลายอยู่แล้ว

ในอนาคต มีเพียงสองทางให้เลือก

ตาย ในหายนะจากสงครามระหว่างอาณาจักรเวทมนตร์กับเยสติเก (ถ้าเรียกว่าศึกข้างเดียวว่าเป็นสงครามได้น่ะนะ)

หรือไม่ก็ รอดชีวิตโดยปาฏิหาริย์ แล้วกลายเป็นประชาชนของอาณาจักรเวทมนตร์

แต่…

ถังเจิ้งเงยหน้ามองนครหลวงอันยิ่งใหญ่โบราณที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเบื้องหน้า แล้วหัวใจก็ยิ่งหวาดผวา

ตัวตนของเขาในฐานะผู้ทะลุมิติ จะปกปิดจากนาซาริกได้จริงหรือ!?

จบตอน

จบบทที่ ตอนที่ 1: อาณาจักรเยสติเก

คัดลอกลิงก์แล้ว