- หน้าแรก
- ท่องสมุทรสุดขอบฟ้า พร้อมเนตรทองคำมองทะลุทะเล
- บทที่ 26 วันฝนพรำ
บทที่ 26 วันฝนพรำ
บทที่ 26 วันฝนพรำ
วันรุ่งขึ้น อวี้เชาตื่นมาพบกับท้องฟ้ามืดครึ้ม ยังล้างหน้าไม่ทันเสร็จ ฝนก็เทลงมาอย่างหนัก
อากาศแบบนี้ ตกปลาไม่ได้แน่นอน เขาเลยถือโอกาสพักผ่อน นั่งอ่านหนังสือที่โต๊ะอย่างสบายใจ เที่ยงแล้วฝนก็ยังไม่หยุด อวี้เชาขี้เกียจออกไปข้างนอก เลยกินขนมรองท้องแล้วปีนขึ้นเตียงนอนต่อ
เขาถูกปลุกอีกครั้งด้วยเสียงโวยวายของ 'สามพี่น้องแห่งสวนท้อ'
สามหนุ่มคงไม่ได้ออกไปไหนเพราะฝนตกเหมือนกัน เมื่อเช้าตอนอวี้เชาลุกมาล้างหน้า พวกนั้นยังหลับเป็นตาย ตอนนี้คงกำลังเปิดศึกในเกมคอมพิวเตอร์กันอยู่
ช่วงนี้สามคนนั้นติดเกมใหม่ ถึงขนาดต้องติดเน็ตเพื่อเล่นเกมนี้โดยเฉพาะ เป็นเกมออนไลน์สุดฮิตชื่อ World of Warcraft
อวี้เชาไม่มีคอมและไม่จำเป็นต้องใช้เน็ต สามพี่น้องเลยไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย เขาเพิ่งมารู้ก็ตอนที่ช่างมาติดตั้งเน็ตนั่นแหละ
ในเมื่อไม่ต้องช่วยจ่าย อวี้เชาก็ปล่อยให้พวกเขาทำตามใจชอบ
การต่อสู้ในเกมคงดุเดือดน่าดู เขาถึงได้สะดุ้งตื่นเพราะเสียงตะโกน "ลุย!" อันเกรี้ยวกราดของยินเฮ่าหราน
ดูโทรศัพท์ บ่ายสามโมงกว่าแล้ว เมื่อเที่ยงอวี้เชากินแค่ขนม ตอนนี้ท้องเลยร้องประท้วงอย่างรุนแรง
ลุกขึ้นดูนอกหน้าต่าง ฝนยังตกอยู่แต่ซาลงแล้ว อวี้เชาสวมแจ็คเก็ต คว้าร่ม แล้วออกไปหาอะไรกิน
โรงอาหารปิดแล้ว ตอนนี้คงไม่มีของดีเหลือให้กิน
กางร่มเดินไปรอรถมหาลัย ระยะทางไกลเกินกว่าจะเดินไหว อวี้เชากลัวจะเป็นลมเพราะหิวตายกลางทางซะก่อน
เพื่อความรวดเร็ว อวี้เชาเลือกกินก๋วยเตี๋ยวหลอด เวลานี้คนน้อย ไม่ต้องต่อคิว แป๊บเดียวก็ได้กิน
ก๋วยเตี๋ยวหลอดจานเดียวไม่พอยาไส้ แค่ทำให้ท้องหายว่างไปนิดหน่อย
เขาไปต่อที่ร้านหม่าล่าทั่ง ตักของมาในราคายี่สิบหยวน ได้มาหนึ่งกะละมัง ใช่แล้ว ไม่ใช่ชาม แต่เป็นกะละมัง
เถ้าแก่ร้านยังแซว "พ่อหนุ่ม ชามใหญ่สุดของร้านยังใส่ไม่พอ ลุงเลยต้องหากะละมังมาใส่ให้"
อวี้เชาไม่อยากต่อปากต่อคำกับเถ้าแก่ จะให้บอกว่าไง? ใช่ครับเถ้าแก่ ผมมันตัวกินจุ?
แต่ตั้งแต่ได้ 'สูตรโกง' มา เขาเจริญอาหารขึ้นผิดหูผิดตา แรงก็เยอะขึ้นมากด้วย
เมื่อวานอวี้เชาแบกปลาเกือบสองร้อยชั่ง ถึงจะหนัก แต่เขาก็ยกไหวจริงๆ
เมื่อก่อนยุ่งๆ เลยไม่ทันสังเกตรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้
แรงเยอะขึ้นย่อมเป็นเรื่องดีสำหรับอวี้เชา กินจุหน่อยก็ช่างมันเถอะ ต่อให้กินเยอะแค่ไหน เขาก็หาเงินเลี้ยงตัวเองได้
กินอิ่มแล้ว อวี้เชาซื้อผลไม้ติดมือ เดินไปร้านอุปกรณ์ตกปลาจินเฉิง
"ลุงจิน ยุ่งอยู่ไหมครับ?"
จินเฉิงที่กำลังก้มหน้าอ่านหนังสือพิมพ์ โผล่หน้าออกมาเมื่อได้ยินเสียงเรียก
"อาเชา มาแล้วเหรอ! มาๆ นั่งก่อน"
"นี่ครับลุงจิน กินส้มกัน หวานเจี๊ยบเลย"
"หวานแค่ไหนก็กินน้อยๆ เดี๋ยวร้อนใน"
"รับทราบครับ"
คนหนึ่งปากบอกร้อนในแต่กินไม่หยุด อีกคนบอกรับทราบแต่ยัดเข้าปากยิ่งกว่า
คุยกันแป๊บเดียว ส้มถุงนั้นก็หายวับไปในพริบตาด้วยฝีมือของทั้งคู่
"เอ็งนี่กินเกลี้ยงเลยนะ! กินชาสมุนไพรแก้ร้อนในหน่อย ไม่งั้นพรุ่งนี้ร้อนในถามหาแน่"
จินเฉิงหยิบผงชาสมุนไพรจากเคาน์เตอร์มาชงให้ตัวเอง แล้วหยิบแก้วกระดาษชงให้อวี้เชาอีกแก้ว
"วันนี้แค่แวะมาคุยกับคนแก่เล่นๆ เหรอ?"
"แน่นอนครับ! เมื่อเช้าฝนตกหนักไปตกปลาไม่ได้ นอนยาวถึงบ่าย พอตื่นมากินข้าวอิ่มเกิน เลยมาเดินย่อย แล้วแวะมาหาลุง ไม่ต้อนรับเหรอครับ?"
อวี้เชาจิบชาสมุนไพรเข้าไปคำหนึ่ง ขมจนหน้าเบี้ยว ผิดกับจินเฉิงที่จิบชาอย่างสบายอารมณ์
"เออๆ พรุ่งนี้โอนเรือ คิดไว้รึยังว่าจะเอาไปจอดที่ไหน?"
"ยังครับ แต่มีลุงจินอยู่ ผมไม่กลัวไม่มีที่จอดหรอก"
จินเฉิงชอบนิสัยอวี้เชา ตรงไปตรงมา เชื่อใจ และเปิดเผย รู้จักกันไม่นาน แต่เหมือนคบกันมานาน คุยกันถูกคอ
"ชอบใช้คนแก่จังนะ โชคดีที่ลุงพอมีเส้นสายอยู่บ้าง"
"ลุงจินถามแบบนี้ แสดงว่ามีที่จอดในใจแล้วใช่ไหมครับ"
"มีสิ แต่อยู่คนละฝั่งเกาะ ใกล้ๆ ชายฝั่งโน่น"
"ได้หมดครับ! สะดวกตอนออกทะเลด้วยซ้ำ แค่ขี่รถไฟฟ้าชั่วโมงกว่าๆ ก็ถือว่ารับได้"
"อืม ผู้จัดการท่าเรือเป็นเพื่อนเก่าลุงเอง เดือนละพัน จ่ายรายไตรมาส ไว้เปลี่ยนเรือใหญ่ค่อยคุยราคาใหม่ ตอนนี้เรือเล็กก็ราคานี้แหละ พรุ่งนี้โอนเสร็จเดี๋ยวลุงพาไปจอด"
"ตามใจลุงจินเลยครับ"
"แล้วปกติเอ็งขายปลาให้ใคร?"
"ร้านเถ้าแก่หวังเหรินชงครับ ลุงจินรู้จักไหม?"
"อ๋อ หวังเหรินชง! อาชงเป็นคนซื่อสัตย์ เอ็งนี่โชคดีนะที่เจอแกเร็วขนาดนี้"
ฟังจากน้ำเสียง ดูเหมือนจินเฉิงจะรู้จักหวังเหรินชงดี อวี้เชาเลยถาม "ลุงจิน สนิทกันเหรอครับ?"
"ยิ่งกว่าสนิท โตมาหมู่บ้านเดียวกัน เอ็งคิดว่าไงล่ะ?"
"งั้นลุงจินรู้จักลุงหลี่อู่เต๋อไหมครับ?"
"รู้จักเสี่ยวอู่ด้วยเหรอ? อ๋อ ใช่ เอ็งบอกว่ามาจากเมืองข้างๆ บ้านเมียเสี่ยวอู่อยู่ที่นั่น แกไปทำมาหากินที่นั่นมาตั้งหลายปี
ตอนแรกกะว่าจะแนะนำให้เอ็งไปขายปลาให้อาชงตอนเริ่มออกทะเล ไม่นึกว่าพวกเอ็งจะรู้จักกันแล้ว โลกกลมจริงๆ!
เดี๋ยวลุงโทรหาอาชงก่อน แกมีกระชังปลาอยู่ใกล้ๆ ท่าเรือ เอ็งจะได้ไม่ต้องขนปลาไปมา จอดเรือปุ๊บให้แกมารับปลาไปได้เลย"
อวี้เชาแทบไม่ได้พูดแทรก จินเฉิงรัวคำถามเองตอบเองเสร็จสรรพ พูดจบก็ควักมือถือโทรหาหวังเหรินชงทันที
"อาชง..."
จินเฉิงกับหวังเหรินชงคุยภาษาถิ่นกันไฟแลบ อวี้เชาฟังไม่รู้เรื่องทั้งหมด แต่ก็พอจับใจความได้
"เรียบร้อย อาชงจะคุยกับผู้จัดการกระชังปลาให้ เอ็งโทรหาแกได้เลย แกบอกว่าเอ็งมีเบอร์แกแล้ว"
"มีครับ ลุงจิน พรุ่งนี้โอนเสร็จต้องไหว้แม่ย่านางเลยไหม หรือรอตอนออกทะเลอาทิตย์หน้า?"
"ไหว้ตอนจะออกทะเลทีเดียวเลย พรุ่งนี้โอนเสร็จ ลุงจะพาเอ็งออกไปลองเรือสักรอบ เรือแกไม่มีปัญหาหรอก ลุงถามช่างที่อู่ให้แล้ว วันนั้นไปดูเรือเย็นไปหน่อย ลุงเลยไม่กล้าให้เอ็งลอง
ตั้งแต่ลากเรือกลับมา ก็จอดนิ่งอยู่ที่ท่าเรือ ลุงฝากเพื่อนดูไว้ให้แล้ว"
"ขอบคุณครับลุงจิน"
"เอ็งเรียกลุงว่าลุงจิน ลุงก็ต้องดูแลเอ็งหน่อย แต่ค่านายหน้าห้ามขาดนะเว้ย ลุงจินก็ต้องกินต้องใช้"
"ลุงจินช่วยผมขนาดนี้ จ่ายเงินมันเรื่องสมควรครับ"
"เออๆ คนหนุ่มไปเที่ยวเล่นเถอะ อย่ามาขลุกอยู่กับคนแก่ เดี๋ยวจะแก่ตาม ไปๆ"
อวี้เชาโดนไล่ออกมาอย่างงงๆ เมื่อกี้ยังคุยดีๆ อยู่เลย ไหงไล่กันดื้อๆ ซะงั้น?
ฝนเริ่มซาลงเรื่อยๆ อวี้เชาขี่รถไฟฟ้าไปหาหวังเหรินชง ถึงจินเฉิงจะโทรคุยแล้ว แต่เขารู้สึกว่าไม่ควรเสียมารยาท ยังไงก็ต้องไปทักทายด้วยตัวเอง
ไม่ได้ซื้อผลไม้ติดมือไป แค่ซื้อบุหรี่สองซองใส่กระเป๋า เขากับหวังเหรินชงต่างพึ่งพาอาศัยกัน ไม่จำเป็นต้องนอบน้อมจนเกินงาม
"พี่สุ่ย"
"อ้าว อาเชา"
พอถึงหน้าร้าน อวี้เชาเห็นพี่สุ่ยกำลังเก็บกวาดอยู่ข้างนอก ทักทายเสร็จก็ยื่นบุหรี่ให้
"ลุงหวังอยู่ไหมครับ?"
"อยู่ข้างใน นั่งจิบชาอยู่"
"งั้นผมเข้าไปหาลุงหวังก่อนนะครับ"
"เชิญๆ"
ทักทายกันง่ายๆ แล้วอวี้เชาก็เดินเข้าไป หวังเหรินชงยังคงเหมือนครั้งแรกที่อวี้เชาเจอ คีบบุหรี่ ถือถ้วยชา ตาจ้องโทรศัพท์
"ลุงหวัง ดื่มชาดีอะไรอยู่ครับ?"
"อ้าว อาเชา มาแล้วเหรอ? เอาสักถ้วยไหม? ชาขี้เป็ดหอมๆ"
"งั้นผมลาภปากเลย! ขอกินชาลุงหวังล้างปากหน่อย ที่ร้านลุงจินมีแต่ชาสมุนไพร ขมคอไปหมดแล้ว"
"ฮ่าๆๆๆ จิบหน่อยแก้เลี่ยน จินเฉิงมันชอบของพรรค์นั้นแหละ"