- หน้าแรก
- ผมล้มเหลวในชีวิต จึงดังเปรี้ยงด้วยทักษะจากอนาคต
- บทที่ 14 - เศรษฐินีเสิ่นอันอัน
บทที่ 14 - เศรษฐินีเสิ่นอันอัน
บทที่ 14 - เศรษฐินีเสิ่นอันอัน
บทที่ 14 - เศรษฐินีเสิ่นอันอัน
"สวัสดีครับ ผมหลินล่าง"
ในช่วงบ่าย หลินล่างให้การต้อนรับเด็กสาวคนหนึ่งที่บริษัท
เด็กสาวมัดผมหางม้าสูง ตัดหน้าม้าซีทรู ผิวพรรณขาวผ่อง เครื่องหน้าดูจิ้มลิ้ม ทว่าแววตากลับเจือไปด้วยความใสซื่อประหนึ่งคนเพิ่งก้าวเข้าสู่สังคมจนดูคล้ายความเซ่อซ่าอยู่บ้าง
ด้วยความเคยชินจากการทำงาน หลินล่างจึงรีบกำหนดแฮชแท็กในใจให้เด็กสาวคนนี้ทันที
【สูง 165+】【สาวงามสิบเต็มสิบตัวจริง】【อายุน้อย】【เชี่ยวชาญภาษาเขียนโปรแกรม++】【ขาวละเอียด】【มีลักยิ้ม】【ขาเรียวตรง】...
"ฉันชื่อเสิ่นอันอัน ได้ยินว่าบริษัทของคุณรับสั่งทำแผนงานเฉพาะตัวให้กับเหล่านักสร้างสรรค์ผลงาน สามารถปั้นฉันให้มีผู้ติดตามหลักล้านได้ไหมคะ?"
ทันทีที่นั่งลง เด็กสาวก็เปิดฉากบอกความต้องการของตนอย่างตรงไปตรงมา
หลินล่างค่อนข้างชอบวิธีการสื่อสารแบบนี้ แต่ทว่า...
เขาจ้องมองเด็กสาวตรงหน้าพลางประเมินจากสัญชาตญาณ หากไม่จับเธอไปทำสายเซ็กซี่ การจะบริหารจัดการให้ดังระเบิดนั้นคงมีความยากลำบากอยู่ไม่น้อย
เสียงของอีกฝ่ายค่อนข้างแปลก มันมีความแหบพร่าแบบคนสูบบุหรี่เล็กน้อย ทั้งที่เนื้อเสียงยังคงความใสและไพเราะอยู่
หน้าตาและเสียงดูจะขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง
หากเดินสายไลฟ์สไตล์ประจำวัน ทักษะการใช้เสียงและบทพูดถือว่าสำคัญมาก เสียงที่มีความขัดแย้งกันเช่นนี้ย่อมทำให้ผู้ชมรู้สึกไม่อินไปกับเนื้อหาได้ง่าย
เว้นเสียแต่ว่าจะไม่พูดเลย!
แต่... คนที่ไม่พูดพื้นฐานแล้วจะสร้างตัวตนให้เป็นแบรนด์ได้ยากยิ่ง
ประกอบกับการที่อีกฝ่ายเปิดฉากมาก็ถามหาผู้ติดตามหลักล้านทันที แสดงให้เห็นถึงนิสัยที่ค่อนข้างเพ้อฝันและมองการณ์ไกลจนเกินตัว
ต้าอวี๋มีเดียในตอนนี้ยังไม่พร้อมสำหรับการเดิมพันที่มีความเสี่ยงสูง หลินล่างต้องการการดำเนินงานที่มั่นคงไปสักสองสามเดือนมากกว่า
"สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าคุณมีความสามารถพิเศษอะไรบ้างไหมครับ?"
เสิ่นอันอันยิ้มน้อยๆ "ขาพิเศษได้ไหมคะ? แบบว่ายาวเป็นพิเศษ"
"นอกจากขาแล้ว..."
"งั้นก็... อายุขัยพิเศษค่ะ! ซินแสบอกว่าฉันจะอายุยืนถึงร้อยยี่สิบปีเลยนะ!"
หลินล่าง: "..."
นี่เขาดูเหมือนคนกำลังล้อเล่นอยู่หรือไง?
"นับ... นับว่าเป็นความสามารถแล้วกันครับ"
หลินล่างเริ่มจะไปไม่เป็นกับเสิ่นอันอันเสียแล้ว ยัยเด็กนี่เปิดฉากมาก็ปล่อยมุกตลกร้ายใส่เขาเลยเชียว
ทว่าความสวยระดับนี้ช่างหาได้ยากยิ่ง ในอำเภอเทียนสุ่ยแม้จะมีสาวงามมากมาย แต่คนที่แตะระดับ 9 คะแนนได้นั้นยังถือว่าน้อยมาก ส่วนเสิ่นอันอันคนนี้ หากวัดตามเกณฑ์ของเขา เธอสามารถพุ่งไปถึงระดับ 9.5 ได้เลยทีเดียว
แต่เพราะความเป็นคนตลกหน้านิ่ง ขอหักออก 0.2 คะแนนแล้วกัน
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลินล่างจึงถามต่อ "คุณเสิ่นครับ คุณใหญ่แค่ไหนครับ?"
"ไซส์ D ไงคะ ดูไม่ออกเหรอ?"
"ผมไม่ได้หมายถึงหน้าอกครับ"
"ฉันก็ไม่ได้บอกว่าเป็นหน้าอกเสียหน่อย... อิอิ..."
หลินล่าง: "..."
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พลางถามต่อ "คุณเสิ่นครับ บริษัทเราจะวางแผนงานตามเงื่อนไขโดยรวมของแต่ละบุคคล สำหรับคุณแล้ว ผมยังไม่มีไอเดียดีๆ ในตอนนี้ ไม่ทราบว่าคุณมีทิศทางที่ตัวเองอยากทำอยู่บ้างไหมครับ? เผื่อจะใช้เป็นแนวทางให้ผมได้บ้าง"
"มีค่ะ มี..." เสิ่นอันอันรีบควักโทรศัพท์ออกมา นิ้วเรียวประดุจต้นหอมนั้นปัดหน้าจออยู่สองสามครั้ง ก่อนจะยื่นหน้าจอไปจ่อตรงหน้าหลินล่าง
อินเทอร์เฟซบนโทรศัพท์แสดงหน้าหลักของเน็ตไอดอลคนหนึ่งที่มีผู้ติดตามหนึ่งแสนคน
ไอดีชื่อว่า: แหยนจือโหย่วหลี่ (สาวงามผู้ทรงภูมิ)
เมื่อเห็นดังนั้น หลินล่างก็กดดูวิดีโอตอนหนึ่ง เนื้อหาเริ่มต้นว่า: ใครคือบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก จากการจัดอันดับล่าสุดของนิตยสารฟอร์บส...
อืม บทเขียนออกมาได้ไม่เลว
บทสายการเงินมักจะต้องพูดเรื่องที่ฟังดูเป็นวิชาการและซับซ้อน เพื่อให้คนทั่วไปรู้สึกว่ามันดูลึกล้ำและเหมือนได้รับความรู้
แต่ความจริงแล้วมันแทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย
แน่นอนว่าเหตุผลที่สตรีมเมอร์สายการเงินคนนี้ดังขึ้นมาได้ ไม่ใช่เพียงเพราะบทที่ดีบวกกับทักษะการพูดที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น
แต่ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ เธอสวยจนเกินไป
เครื่องหน้าสวยไร้ที่ติ รูปร่างมีส่วนเว้าส่วนโค้งที่พอเหมาะพอดี โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในชุดกี่เพ้าประยุกต์สีขาวนวล ยิ่งขับเน้นสรีระออกมาได้อย่างถึงขีดสุด
ดูไม่ยั่วยวน ไม่หยาบคาย สง่างามและเป็นธรรมชาติ
หลินล่างรู้จักผู้หญิงคนนี้ เพราะทั้งคู่เรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการเงินเซี่ยงไฮ้เหมือนกัน
เพียงแต่อีกฝ่ายนั้นเก่งกาจกว่ามาก ในชาติที่แล้วเขารู้มาว่าเธอได้กลายเป็นผู้จัดการกองทุนที่มีชื่อเสียง โอบอุ้มเงินทุนกว่าหมื่นล้านหยวนไว้ในมือ ไม่ยักษ์รู้เลยว่าเธอเคยมาเป็นเน็ตไอดอลด้วย
คนที่จะบริหารกองทุนระดับหมื่นล้านได้ ไม่บ้านมีเส้นสายใหญ่โต ก็ต้องมีความสามารถระดับปีศาจเท่านั้น
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด เธอไม่จำเป็นต้องมาเป็นเน็ตไอดอลเลยสักนิด
หลินล่างเลื่อนดูวิดีโอของเธอ พบว่ามีเพียงไม่กี่คลิปเท่านั้น...
ดูเหมือนเพิ่งจะเริ่มทำมาได้ไม่นาน และคลิปล่าสุดก็โพสต์ไว้ตั้งห้าวันก่อนแล้ว
"เป็นไงคะ? สวยไหม? ดูดีใช่ไหมล่ะ?" เสียงของเสิ่นอันอันแว่วเข้าหู
"สวยครับ"
เหยียนหลี่ (สาวงามผู้ทรงภูมิ) ย่อมต้องสวยอยู่แล้ว การที่เธอสามารถโดดเด่นท่ามกลางเหล่าสาวงามในมหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการเงินเซี่ยงไฮ้ได้ ย่อมเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด
ในมหาวิทยาลัยแห่งนั้น สัดส่วนนักศึกษาที่ครอบครัวมีทรัพย์สินเกินสิบล้านหยวนนั้นสูงกว่า 30% นั่นหมายความว่า หากสุ่มหยิบเพื่อนร่วมชั้นมาสี่คน จะต้องมีอย่างน้อยหนึ่งคนที่ที่บ้านรวยระดับสิบล้าน
นักศึกษาที่นั่นพื้นฐานแล้วมักจะมีแฮชแท็กสุดขั้วติดตัวมาเสมอ
ไม่ว่าจะเป็น รวยเป็นพิเศษ, ฉลาดเป็นพิเศษ หรือขยันเป็นพิเศษ...
ส่วนหลินล่างนั้นคือข้อยกเว้น เพราะเขานั้น... หล่อเป็นพิเศษ
"เอ๋... ซื่อสัตย์จังเลยนะ ไม่คิดจะแสร้งทำเป็นไม่สนใจหน่อยเหรอคะ?" เสิ่นอันอันดูจะแปลกใจเล็กน้อย
หลินล่างส่งโทรศัพท์คืนให้เสิ่นอันอันแล้วกล่าวว่า "คุณเสิ่นครับ คุณต้องการจะพัฒนาตัวเองไปในทิศทางบล็อกเกอร์สายการเงินใช่ไหมครับ?"
"ใช่ค่ะ! และผู้ติดตามของฉันจะต้องมากกว่าเธอคนนี้สิบเท่าด้วย!"
หลินล่างส่ายหน้าพลางตอบว่า "ผมขอพูดตามตรงนะครับ มันยากมาก คุณไม่มีทักษะในการพูดหน้ากล้อง เวลาพูดไมโครเอกซ์เพรสชันของคุณดูไม่เป็นธรรมชาติ และมีความจงใจแฝงอยู่... แน่นอนว่ามันอาจจะไม่ใช่ความจงใจจริงๆ คุณเองก็คงไม่รู้สึกตัว... แต่นี่คือสิ่งที่แก้ไขได้ยากครับ"
"แล้วพอจะมีวิธีอื่นไหมคะ?"
"ต้องเป็นสายการเงินเท่านั้นเหรอครับ?"
"ใช่ค่ะ! เพราะมันดูเท่ดี!"
หลินล่างเคาะนิ้วลงบนโต๊ะ ความจริงเขาอยากจะเกลี้ยกล่อมให้เสิ่นอันอันไปทำสายเซ็กซี่มากกว่า
ด้วยเงื่อนไขที่ดีพร้อมขนาดนี้ หากไม่เอาไปทำสายเซ็กซี่ก็นับว่าน่าเสียดายจริงๆ
สายเซ็กซี่ทำเงินได้มหาศาลจะตาย!
แม้ดูจากเสื้อผ้าที่สวมใส่ เสิ่นอันอันน่าจะฐานะทางบ้านค่อนข้างดี แต่ในเมื่อตัดสินใจจะมาเป็นเน็ตไอดอลแล้ว จะดีได้แค่ไหนกันเชียว?
ไม่แน่อาจจะเป็นพวกคลั่งไคล้ความหรูหราจนต้องไปกู้เงินนอกระบบมาซื้อชุดแพงๆ ใส่ก็ได้
"ตกลงว่ามีวิธีไหมคะ?" เสิ่นอันอันดูเหมือนจะเริ่มหมดความอดทน
"มีครับ!"
"ทำยังไงคะ?" เสิ่นอันอันโน้มตัวเข้ามาหาทันที เธอเท้าคางด้วยสองมือ ครึ่งตัวแทบจะแนบติดไปกับโต๊ะทำงาน และนั่นทำให้โต๊ะของหลินล่างได้รับลาภลอยเข้าเต็มๆ
ใหญ่ระดับไซส์ D จริงๆ ด้วย
"บล็อกเกอร์สายการเงินมีสองทิศทางหลักครับ ทิศทางแรกคือการรายงานข่าวเศรษฐกิจและการเงิน เหมือนอย่างที่คุณเพิ่งเปิดให้ผมดูเมื่อครู่... เส้นทางนี้คุณไปไม่รอดแน่นอน เพราะบุคลิกของคุณค่อนข้างกระโดดโลดเต้น เวลาต้องอ่านบทพูดทึบๆ ยาวๆ คุณจะดูเหมือนกำลังท่องหนังสือ ไม่สามารถสื่อสารออกมาด้วยความไหลลื่นและดูเป็นมืออาชีพได้..."
"แล้วอีกทิศทางหนึ่งล่ะคะ?"
"ไดอารี่การบริหารเงิน"
"หืม? ต้องทำยังไงคะ?"
หลินล่างไม่กลัวเลยหากจะพูดออกไปแล้วจะมีคนลอกเลียนแบบ เพราะเส้นทางนี้มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่สามารถดำเนินงานออกมาให้ประสบความสำเร็จได้
"อันดับแรก เราจะจัดหาพอร์ตจำลองการเทรดหุ้นให้คุณ จากนั้นจะใช้ข้อมูลกำไรขาดทุนในแต่ละวันจากพอร์ตจำลองนั้นมาเป็นวัตถุดิบในการสร้างคอนเทนต์... แน่นอนว่าจะมีการสอดแทรกบทพูดตามตัวตนที่วางไว้ ซึ่งมันค่อนข้างง่ายและไม่มีข้อกำหนดเรื่องการพูดที่เคร่งครัดนัก ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการพูดคุยสัพเพเหระทั่วไป... ประเด็นสำคัญคือคุณต้องปรากฏตัวในคลิปด้วย ซึ่งจะได้ผลลัพธ์ที่ดีมากครับ"
"เอ๋? แบบนี้... มันจะไม่ค่อยดีหรือเปล่าคะ?" เสิ่นอันอันดูมีท่าทีลังเล
"หากคุณไม่ยอมปรากฏตัวหน้ากล้อง ทุกอย่างก็ไม่มีความเป็นไปได้เลยครับ"
"ไม่ใช่ค่ะไม่ใช่ ฉันหมายถึง การใช้พอร์ตจำลองมันจะไม่ค่อยดีมั้งคะ? ฉันมีพอร์ตหุ้นจริงๆ อยู่นะ..."
พูดจบ เสิ่นอันอันก็รีบเปิดแอปหลักทรัพย์เจ้าหนึ่งในโทรศัพท์ขึ้นมาทันที แล้วยื่นข้อมูลบัญชีมาจ่อตรงหน้าหลินล่างพลางถามว่า "แต่ฉันมีเงินแค่สองล้านหยวนเองนะคะ คุณว่ามันพอไหม?"
หลินล่าง: "..."
บ้าเอ๊ย! เป็นเศรษฐินีก็ไม่บอกตั้งแต่แรก!
เฮ้อ... ลาภก้อนโตมาถึงที่แล้ว!
(จบแล้ว)