- หน้าแรก
- จ้าวแห่งทะเล ราชากู้สมบัติ
- บทที่ 98 ฉันมีหนึ่งประโยค… ไม่รู้ว่าควรพูดดีไหม
บทที่ 98 ฉันมีหนึ่งประโยค… ไม่รู้ว่าควรพูดดีไหม
บทที่ 98 ฉันมีหนึ่งประโยค… ไม่รู้ว่าควรพูดดีไหม
บทที่ 98 ฉันมีหนึ่งประโยค… ไม่รู้ว่าควรพูดดีไหม
เมื่อฟาเบียงรู้ว่าเซียวเผิงจะไปอากด์ เขาก็รู้สึกงงไปหมด
เกิดอะไรขึ้น? นายไม่ได้ไปพบคนลึกลับที่ประกันตัวพวกนายออกมาเหรอ? ทำไมจู่ๆ ถึงจะไปอากด์? มีผู้หญิงไปด้วยเหรอ?
แต่ไม่ว่าเขาจะถามเซียวเผิงยังไง เซียวเผิงก็ไม่ยอมบอกเหตุผล
แน่นอนว่า เซียวเผิงบอกความจริงกับฟาเบียงไม่ได้
จะให้บอกพวกเขาได้ยังไงว่า ผู้กำกับหนังผู้ใหญ่สนใจเขาและชวนเขาไปแสดงหนังผู้ใหญ่? เขาคิดว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องตลกไปตลอดชีวิตของเขาแน่นอน!
นี่ไม่ใช่การเหยียดอาชีพนะ ผู้ชายคนไหนที่มีโอกาสได้มีความสัมพันธ์กับดาราดังคงไม่ปฏิเสธ? ตราบใดที่ไม่ต้องแต่งงานกับเธอ ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะเลือก ‘ไม่ปฏิเสธ’
แต่เรื่องแบบนี้ควรจะ ‘เข้าหมู่บ้านอย่างเงียบๆ ยิงปืนก็ไม่ต้องให้มีเสียง’ เก็บเป็นความลับส่วนตัวดีกว่า
อากด์ตั้งอยู่ในเมืองมงต์เปลลิเยร์ จังหวัดเอโรต์ จังหวัดเอโรต์กับจังหวัดพรอว็องซาลที่มาร์กเซยตั้งอยู่เป็นจังหวัดที่อยู่ติดกัน
(จังหวัด ในฝรั่งเศสจะเรียกว่า Département แต่ผู้แปลขอใช้คำที่คุ้นเคยว่าจังหวัดนะครับ)
ฟังดูน่ากลัว ไปอากด์ต้องข้ามจังหวัดเหรอ? มันไม่ได้ไกลเกินไปเหรอ?
แต่การวางแผนบริหารของฝรั่งเศสไม่ควรนำมาเปรียบเทียบกับจีน พื้นที่ทั้งหมดของฝรั่งเศสยังไม่ใหญ่เท่ากับมณฑลเสฉวนของจีน แต่กลับแบ่งออกเป็น 22 แคว้น ซึ่งเทียบเท่ากับ ‘มณฑล’ ของจีน ฝรั่งเศสยังมี ‘จังหวัด(Département)’ แต่ทั้งประเทศมี 96 จังหวัด! ซึ่งเทียบเท่ากับ ‘อำเภอ’ ของจีน
ดังนั้นแม้ว่าจะต้องข้ามจังหวัด แต่จริงๆ แล้วอากด์ก็อยู่ห่างจากมาร์กเซยไม่ถึง 150 กิโลเมตร
โดยปกติแล้ววิธีเดินทางที่เหมาะสมที่สุดคือการนั่งรถไฟ แต่เซียวเผิงพบว่าตัวเองทำผิดพลาดร้ายแรง: เขาประเมินความดังของคอนนี-คาร์เตอร์ในฝรั่งเศสต่ำไป!
เธอสวมแว่นกันแดดขนาดใหญ่ แต่ก็ยังมีผู้ชายที่พาลูกเมียมาเที่ยวที่มาร์กเซยจำเธอได้ เขาถึงกับทิ้งลูกเมียไปขอถ่ายรูปกับคอนนี-คาร์เตอร์ ภรรยาของเขาก็หน้าเขียวไปเลย!
แน่นอน! ภรรยาของเขาก็จำคอนนี-คาร์เตอร์ได้!
เมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้น คนที่รายล้อมเธอก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งอลิซาเบธก็ถูกจำได้: เพราะเธอแสดงและกำกับหนังหลายเรื่อง...
คอนนีกับอลิซาเบธดูสงบมาก พวกเธอคุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้แล้ว บางครั้งยังจัดงานพบปะแฟนๆ เพื่อ ‘ตอบแทน’ แฟนๆ ด้วย แต่เซียวเผิงกลับรู้สึกอับอายมาก ในฐานะคนจีน เขายอมรับเรื่องนี้ไม่ได้เลยจริงๆ นี่เป็นปัญหาความแตกต่างทางวัฒนธรรม เพื่อให้การเดินทางราบรื่น พวกเขาจึงออกจากสถานีรถไฟ จากนั้นตัดสินใจขับรถไปอากด์แทน
รถของเซียวเผิงมีแค่สองที่นั่ง ไม่สามารถนั่งได้สามคน ส่วนรถ MINI ของอลิซาเบธสามารถนั่งได้สามคน แต่เซียวเผิงไม่ต้องการนั่งรถคันเดียวกับพวกเธอ ดังนั้นรถสองคันจึงขับไปยังอากด์
จริงๆ แล้วอลิซาเบธตั้งใจจะนั่งรถกับเซียวเผิง แต่เซียวเผิงปฏิเสธความหวังดีของเธอ: อายุเธอมากพอที่จะเป็นแม่ของเขา ถ้าเธอมาลวนลามเขาจะทำยังไง?
นี่ไม่ใช่การคาดเดาของเซียวเผิง อลิซาเบธเคยลวนลามเขาอยู่บ่อยครั้ง! ดูเหมือนว่าคำชมของคอนนีต่อเซียวเผิงทำให้เธออยากรู้อยากเห็นมาก! เธอเอาแต่ชวนเซียวเผิงให้แสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้...
ระยะทางกว่าร้อยกิโลเมตรใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมง เซียวเผิงก็มาถึง ‘อากด์’ ที่ลึกลับแล้ว
อากด์เป็นเมืองเล็กๆ ในหุบเขา ล้อมรอบด้วยภูเขาสามด้าน ด้านหนึ่งติดทะเล อาคารทั้งหมดเป็นสไตล์ยุโรป หลังคาสีส้ม ผนังสีเหลือง ดูแล้วเหมือนดินแดนในฝัน
แต่รถยนต์ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในเมือง ต้องจอดรถไว้ที่ลานจอดรถนอกเมือง ลานจอดรถที่นี่ใหญ่มาก มีรถจอดอยู่หลายร้อยคัน สามารถเห็นนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกกำลังมาหรือกำลังจะจากไป
ด้านหน้ารานจอดรถมีป้ายบอกทางขนาดใหญ่ มีภาพเงาชายหญิงเปลือยกายกำลังเต้นรำอยู่ แล้วเขียนคำว่า ‘Nudist’ ตัวใหญ่
เซียวเผิงจอดรถแล้วลูบหน้า เมื่อคิดถึงการที่เขาจะต้องเปลือยกายวิ่งไปมา เขาก็รู้สึกจนใจเล็กน้อย เขาต้องให้กำลังใจตัวเอง!
“ให้ตายสิ ก็แค่เปลือยกายเท่านั้น! คนเราเกิดมาตัวเปลือยเปล่า แล้วก็ตายไปตัวเปล่า! ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกลัว!” เซียวเผิงปลอบใจตัวเอง ทันใดนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมอง แล้วเห็นชายผิวขาววัยกลางคนกำลังมองเขาอยู่
“รถสวยนะ!” ชายคนนั้นยกมือขึ้นทักทาย
เซียวเผิงหัวเราะอย่างขมขื่น “คุณอย่าหัวเราะเยาะผมเลย วันนี้ผมเพิ่งทำเรื่องที่โง่ที่สุดในชีวิตไป! ตอนนี้ผมเพิ่งรู้ว่าการขับรถเปิดประทุนด้วยความเร็วสูงไม่ใช่เรื่องฉลาดเลย”
ชายวัยกลางคนหัวเราะ “นี่ต้องเป็นรถเปิดประทุนคันแรกของคุณแน่ ตอนที่ผมมีรถเปิดประทุนคันแรก ผมก็ทำผิดพลาดแบบเดียวกับคุณ ผมชื่อเอมอร์ คุณเป็นคนญี่ปุ่นเหรอ?”
เซียวเผิงลงจากรถแล้วจับมือกับเขา “คุณเรียกผมว่าเซียวก็ได้ ผมเป็นคนจีน”
มีคนญี่ปุ่นจำนวนมากอาศัยอยู่ในฝรั่งเศส ดังนั้นเซียวเผิงจึงมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนญี่ปุ่น
“หา?” เอมอร์ชะงักไป “ผมเคยเห็นคนเอเชียที่นี่ แต่ส่วนใหญ่เป็นคนญี่ปุ่น คนจีนมาที่นี่น้อยมาก คุณเป็นนักท่องเที่ยวเหรอ?”
เซียวเผิงเกือบจะพูดว่า ‘เพราะคนญี่ปุ่นไร้ยางอาย’ แต่ก็ยั้งไว้ เพราะตัวเองก็มาที่นี่เหมือนกัน
เขาส่ายหน้า “ไม่ครับ ผมอาศัยอยู่ที่มาร์กเซยมานานกว่าสองปีแล้ว แต่ผมเพิ่งมาอากด์เป็นครั้งแรก”
เอมอร์หัวเราะ “ดูออกเลยว่าคุณเพิ่งมาเป็นครั้งแรก ตอนที่ผมมาครั้งแรกก็รู้สึกเขินอายแบบคุณนี่แหละ แต่ตอนนี้ผมมาที่นี่อย่างน้อยปีละหลายครั้ง ที่นี่เป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ”
เซียวเผิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “ที่นี่ไม่ห้ามผู้ชายโสดเข้ามาเหรอ?”
เอมอร์ถามกลับ “ใครบอกว่าผมมาคนเดียวล่ะ?”
ทันใดนั้นก็มีเสียงผู้หญิงดังขึ้น “ที่รัก นี่เพื่อนใหม่ของคุณเหรอ?”
เซียวเผิงมองไปตามเสียง ผู้หญิงผิวขาวคนหนึ่งพาผู้หญิงสองคนเดินเข้ามา เอมอร์แนะนำ “นี่เจนี่ ภรรยาของผม สองคนนี้คือแคลร์กับลิซ่า ลูกสาวของผม”
“แฝดเหรอ?” เซียวเผิงชะงัก ผู้หญิงสองคนนี้อายุสิบหกสิบเจ็ดปี หน้าตาเหมือนกันเกือบทุกอย่าง
เอมอร์หัวเราะ “ผมเป็นผู้ชายที่โชคดีมากใช่ไหม? พระเจ้าประทานของขวัญที่สวยงามขนาดนี้มาให้ผม”
เซียวเผิงอยากจะบอกเขาว่า ลูกสาวฝาแฝดของนายเกิดจากการกระทำของนายเอง ไม่เกี่ยวกับพระเจ้า แต่เขาไม่กล้าพูด เขาเกรงว่าเขาจะถูกซ้อม
ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ห้ามล้อเลียนความเชื่อของคนอื่นเด็ดขาด
“เดี๋ยวนะ! ลูกสาวของคุณมากับคุณด้วยเหรอ?” เซียวเผิงเพิ่งจะรู้ตัวถึงปัญหา พ่อแม่พาลูกสาวที่เกือบจะเป็นผู้ใหญ่แล้วมาเปลือยกายด้วยกันเหรอ?
“มันเป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอไง?” เอมอร์ถามกลับ
เซียวเผิงอยากจะบ่นว่า นี่มันปกติที่ไหนกัน?
ในฐานะคนจีน เขาไม่สามารถยอมรับเรื่องนี้ได้เลย แต่ที่นี่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่มาพร้อมกับครอบครัว
“เซียว นี่เพื่อนของคุณเหรอ?” ในขณะนั้นอลิซาเบธกับคอนนีก็เดินเข้ามา
เอมอร์กะพริบตา “เซียว รสนิยมของคุณดีจริงๆ คนรักกับแม่ยายของคุณสวยมาก!”
เซียวเผิง “...”
ฉันมีหนึ่งประโยค… ไม่รู้ว่าควรพูดดีไหม