- หน้าแรก
- วิชาเทพลิขิตสวรรค์ อาคมหยั่งรู้ชะตา
- บทที่ 40 ความจนปัญญาของหลินเจียวเจียว
บทที่ 40 ความจนปัญญาของหลินเจียวเจียว
บทที่ 40 ความจนปัญญาของหลินเจียวเจียว
บทที่ 40 ความจนปัญญาของหลินเจียวเจียว
เมื่อพูดถึงตรงนี้ สีหน้าของจ้าวจวิ้นเจี๋ยก็พลันเคร่งขรึมลง
เขากลืนน้ำลายแล้วพูดอย่างยากลำบากว่า “ผมรู้สึกเหมือนตัวเองโดนของ ทุกคืนจะฝันถึงผู้หญิงคนหนึ่งตลอดเวลา เธอสวยมาก...และจะมาคลอเคลียกับผมทุกคืนจนถึงเช้า”
“ต่อมาผู้หญิงคนนั้นก็มาบอกในฝันว่าให้ผมเลิกกับเฉินเข่อ แล้วเธอจะมาอยู่กับผมทุกวัน ตอนนั้นผมเหมือนถูกผีบังตา ควบคุมตัวเองไม่ได้เลย...สุดท้ายผมก็ทำตามที่เธอบอก เลิกกับเฉินเข่อ”
“แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ปรากฏตัวออกมาอยู่กับผมจริงๆ”
“เธอสวยมาก...สวยชนิดที่ผมไม่อาจต้านทานได้ ผม... ผมต้านทานไม่ได้จริงๆ! ผมกล้าพูดเลยว่าผู้ชายคนไหนที่ได้เห็นเธอ จะต้องหวั่นไหวกันทุกคน”
พูดถึงตรงนี้ เขาก็มองไปที่เฉินเข่อ พูดด้วยสีหน้าทุกข์ใจ “เฉินเข่อ ผม... ผมขอโทษนะ ผม...”
ผมรีบขัดจังหวะเขา “พอแล้ว เล่าต่อเถอะ เฉินเข่อจะไม่โทษคุณหรอก”
ผมส่งสายตาให้เฉินเข่อ ในแววตาของเธอมีความผิดหวังอยู่เล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่เป็นความประหลาดใจและความหวังที่อยากให้จ้าวจวิ้นเจี๋ยดีขึ้น
จ้าวจวิ้นเจี๋ยกระพริบตา แล้วเล่าต่อ “แต่พอเวลาผ่านไป ผมก็เริ่มรู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล เพราะผู้หญิงคนนั้นไม่ปกติ ไม่ปกติอย่างมาก”
“มีครั้งหนึ่ง ผมตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วพบว่าเธอไม่ได้อยู่บนเตียง ผมเลยลุกไปเข้าห้องน้ำ”
“พอมาถึงหน้าประตูห้องน้ำ ผมก็เห็นเธอกำลังหวีผมอยู่ แต่... เธอมีสามหัว”
“ตอนนั้นผมตกใจแทบสิ้นสติ หลังจากนั้นก็รีบแอบหนีกลับบ้านเกิด พอไปถึงก็สอบถามจนได้พบกับเมิ่งกู ผู้มีชื่อเสียงที่สุดในท้องถิ่น ผมจึงขอร้องให้เธอช่วย พอเมิ่งกูทราบเรื่อง เธอก็บอกว่าผมไปเจอกับของไม่ดีเข้าแล้วจริงๆ”
“และของไม่ดีนั่นก็คือพัดที่เจ้านายผมให้มา เธอจึงมอบถุงผ้าใบหนึ่งกับยันต์แปดแผ่นให้ผม แล้วสั่งให้ผมกลับไปเอาถุงใบนั้นใส่พัดไว้ จากนั้นให้ไปซื้อบ้านชั้นสี่ที่อาคาร C ของย่านที่พักการไฟฟ้า แล้วนำพัดไปวางไว้ในห้อง พร้อมกับนำยันต์ไปติดไว้ตามจุดต่างๆ ในบ้าน”
“เธอบอกให้ผมอยู่ในบ้านนั้นสามวัน พอครบสามวันก็ให้ออกมา แล้วปล่อยข่าวให้คนแถวนั้นรู้ว่าบ้านหลังนั้นมีผีสิง”
“เดี๋ยวก่อน!” เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ ผมก็ขัดจังหวะขึ้น
“คุณหมายความว่าทั้งหมดนี้มีคนคอยบอกบทคุณอย่างนั้นหรือ? ทั้งเรื่องที่ต้องไปซื้อบ้านในย่านที่พักการไฟฟ้า ทั้งตำแหน่งที่แน่นอน...ทั้งหมดนั่นน่ะ?”
เขาพยักหน้า “ใช่ ทั้งหมดเมิ่งกูเป็นคนบอกผม เมิ่งกูเป็นคนที่มีความสามารถมากในท้องถิ่นของเรา อายุไม่มากนัก น่าจะประมาณยี่สิบกว่าปี แต่แม่นมาก ไม่ว่าจะดูเรื่องอะไรก็แม่นไปหมด”
“เพียงแต่เวลาเธอจะช่วยเหลือใคร เธอต้องนอนหลับไปก่อน อาจจะหลับไปราวชั่วโมงหนึ่ง พอตื่นขึ้นมา ปัญหาของผมก็ถูกเธอแก้ไขได้เกือบทั้งหมดแล้ว”
ผมรู้ว่าบนโลกใบนี้มีคนที่มีความสามารถพิเศษอยู่บ้าง อย่างเช่นหมอดูที่สามารถทำนายได้ว่าของที่หายไปอยู่ที่ไหน และบอกตำแหน่งที่แน่นอนได้
บางคนที่เป็นร่างทรงก็สามารถมองเห็นได้เช่นกัน แต่คนที่สามารถแม่นยำได้ถึงขนาดนี้ หาได้ยากมาก
เธอแม่นยำถึงขั้นรู้ว่าควรจะเอาของสิ่งนั้นไปวางไว้ที่ไหน ระดับความสามารถแบบนี้ไม่ใช่คนธรรมดาจะทำได้
บ้านหลังนั้นในย่านที่พักการไฟฟ้าเพิ่งจะมีคนตายไป ข้างในมีไอหยินหนาแน่น เหมาะแก่การใช้สะกดของอาถรรพ์
อีกอย่าง แถวนั้นยังมีเจดีย์เก้าชั้นอยู่ ว่ากันว่าสร้างขึ้นเพื่อสะกดข่มภูตผีปีศาจ ผมเคยไปดูมาแล้ว สถานที่นั้นสามารถสะกดไอชั่วร้ายได้จริง
การไปที่นั่น ต้องเกี่ยวข้องกับเจดีย์เก้าชั้นอย่างแน่นอน
เมิ่งกู แค่ฝันไปก็แก้ปัญหาให้คนได้แล้ว น่าสนใจจริงๆ ถ้ามีโอกาสผมจะต้องไปเยี่ยมเยียนสักครั้ง
“แล้วหลังจากนั้นล่ะ?” ผมถามเขาต่อ
“หลังจากนั้น ผมก็ทำตามทั้งหมด!”
“หลังจากนั้น ผมก็ไม่เคยเจอผู้หญิงคนนั้นอีกเลย เพียงแต่ร่างกายของผมก็อ่อนแอลงเรื่อยๆ รู้สึกเหม่อลอยอยู่ตลอดเวลา”
“ต่อมาผมก็ไปหาเมิ่งกูอีกครั้ง แต่เธอบอกว่าบุญวาสนาที่เธอจะช่วยผมได้มีเพียงเท่านี้ เรื่องที่เหลือเธอสุดปัญญาจะช่วยแล้ว”
“พอผมกลับมา เรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นก็เลือนรางมาก ผมจำได้แค่ว่าอารมณ์ของผมแปรปรวนอย่างรุนแรง”
ผมพยักหน้า ดูเหมือนว่าเมิ่งกูคนนี้จะเป็นผู้มีความสามารถจริงๆ ทุกวันนี้มีพวกนักต้มตุ๋นอยู่มากเกินไป จนแยกไม่ออกแล้วว่าใครจริงใครปลอม
“แล้วเมิ่งกูได้บอกไหมว่าของสิ่งนั้นคืออะไร?” ผมพยายามซักไซ้เพื่อหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อไป เพราะสิ่งที่จ้าวจวิ้นเจี๋ยเล่ามาทั้งหมดแทบไม่มีอะไรจับต้องได้เลย นอกจากเรื่องพัดเล่มนั้น
“เธอบอกว่าเป็นอสูร แต่ก็ไม่ได้บอกชัดเจนว่าเป็นอะไร”
ผมพยักหน้าอย่างครุ่นคิด แล้วถามเขาต่อ “แล้วเจ้านายของคุณล่ะ? หลังจากนั้นคุณไปหาเขาอีกไหม?”
เขาพยักหน้า “ไปครับ แต่เจ้านายไม่ยอมพบผม เพราะหลังจากที่ผมไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้น ผมก็ไม่ได้ไปทำงานอีกเลย”
พูดถึงตรงนี้ เขาก็ก้มหน้าลง ดูท่าทางละอายใจอย่างยิ่ง
“เถ้าแก่จาง คุณช่วยผมได้ไหมครับ? ผมอยากจะหายดี ผมอยากจะเป็นคนปกติ” จู่ๆ เขาก็เงยหน้าขึ้นมามองผม ในดวงตาทั้งสองของเขามีน้ำตาคลอหน่วย
“ผมจะพยายามอย่างเต็มที่!” ผมบอกกับเขา
จากนั้น ผมก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ เลยถามเขาว่า “กุญแจบ้านที่คุณซื้ออยู่ที่ไหน? ให้ผมได้ไหม? ผมอาจจะต้องเข้าไปอีกครั้ง”
ผมไม่อยากไปพังประตูเป็นครั้งที่สอง!
“อยู่ในตู้ดับเพลิงข้างประตูครับ”
“ได้ ขอบคุณ”
เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่จู่ๆ ร่างก็โซซัดโซเซแล้วล้มพับลงไป
ผมรีบเข้าไปประคองเขาไว้ได้ทัน เขาจึงไม่ล้มลงไปกองกับพื้น
หลังจากที่ผมวางเขาลงบนเตียง คุณพยาบาลและคนอื่นๆ ก็เปิดประตูเดินเข้ามา
ตอนนี้สายตาที่คุณพยาบาลมองผมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ถ้าจะบอกว่าเมื่อครู่เธอเป็นห่วงว่าผมจะทำร้ายผู้ป่วย ตอนนี้เธอก็เริ่มสงสัยในตัวผมแล้ว
สงสัยว่าผมเป็นใครกันแน่ ผมเป็นคนปกติหรือเปล่า!
แค่เผากระดาษกับธูป ก็ทำให้คนเสียสติกลับมาพูดจารู้เรื่องได้ชั่วคราว ความสามารถแบบนี้ใครเห็นก็ต้องตกตะลึง
“เขา... หายแล้วเหรอคะ? กลับมาเป็นปกติแล้วเหรอคะ?” คุณพยาบาลสาวมองผมด้วยสีหน้าสงสัยแล้วถาม
ผมส่ายหน้า “ยังไม่หายครับ เขาเสียขวัญไป ถึงได้กลายเป็นแบบนี้ เมื่อครู่ผมเพียงแค่เรียกหุนสองส่วนกลับมาให้เขาชั่วคราว แต่ตอนนี้หุนทั้งสองส่วนนั่นได้จากไปแล้ว พอเขาตื่นขึ้นมาก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม”
คุณพยาบาลสาวฟังแล้วถึงกับอึ้งไปเลย เธออาจจะเริ่มสงสัยในชีวิตของตัวเองที่เรียนมาตามหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับแล้วก็ได้
“เสียขวัญ? เรียกหุน?” คุณพยาบาลสาวทวนคำสองคำนี้ สมองของเธอคงจะถูกผมทำจนรวนไปแล้ว
“ถ้าอย่างนั้น ผู้ป่วยในโรงพยาบาลของเราทุกคนก็เป็นบ้าเพราะเสียขวัญไปเหรอคะ?”
“เอ่อ...” ผมอธิบายปัญหานี้ไม่ได้ในชั่วขณะ
แต่ยังไม่ทันที่ผมจะอธิบาย เฉินเข่อก็ถามผมขึ้นมา “เถ้าแก่จาง เรื่องเสียขวัญฉันรู้ค่ะ เมื่อก่อนในหมู่บ้านของเราก็มีคนเสียขวัญแล้วป่วยเหมือนกัน ไม่ว่าจะฉีดยากินยายังไงก็ไม่หาย แต่พอตามขวัญกลับมาได้ก็หายดี”
“กรณีของจ้าวจวิ้นเจี๋ย จะตามขวัญกลับมาไม่ได้เหรอคะ?”
ผมส่ายหน้า “ไม่ง่ายขนาดนั้นครับ หุนของเขาส่วนใหญ่น่าจะถูกอสูรตนนั้นช่วงชิงไปแล้ว อีกทั้งยังจากไปนานพอสมควร จึงได้ทำให้เขากลายเป็นเช่นนี้”
ผมเองก็รู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกัน ตามหลักแล้วเมื่อหุนพั่วของเขาหายไป ก็น่าจะเป็นโอกาสอันดีให้ภูตผีตนอื่นเข้ามาสิงสู่ แต่ทำไมถึงไม่มีวิญญาณตนใดเข้ามายึดร่างเขาเลยล่ะ?
หรือว่าเป็นเพราะเขาเคยหลับนอนกับตัวตนนั้นมาก่อน พวกวิญญาณเร่ร่อนอื่นๆ เลยไม่กล้าเข้าร่าง?