- หน้าแรก
- วิชาเทพลิขิตสวรรค์ อาคมหยั่งรู้ชะตา
- บทที่ 1 เพื่อเงินหนึ่งล้าน ฉันยอมสู้ตาย
บทที่ 1 เพื่อเงินหนึ่งล้าน ฉันยอมสู้ตาย
บทที่ 1 เพื่อเงินหนึ่งล้าน ฉันยอมสู้ตาย
บทที่ 1 เพื่อเงินหนึ่งล้าน ฉันยอมสู้ตาย
“คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม” หลินเจียวเจียวเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงขณะที่ผมกำลังตกตะลึง น้ำเสียงของเธออ่อนโยน ราวกับเป็นคนละคนกับภาพลักษณ์เย็นชาเมื่อครู่นี้โดยสิ้นเชิง
ผมมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอสวยมากจริงๆ สวยยิ่งกว่าศพหญิงสาวที่ผมเห็นเมื่อคืนนี้เสียอีก
เพียงแต่... เธอไม่ใช่คนแล้ว
“คุณวางใจได้ ฉันไม่เหมือนกับพวกนั้น” เธอดูเหมือนจะอ่านความคิดของผมออก จึงรีบอธิบายเจตนาของตัวเองทันที
“ฉันก็แค่อยากจะอยู่เคียงข้างคุณเท่านั้นเอง!”
พูดจบ เธอก็ค่อยๆ เดินเข้ามาหาผม บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยการเยียวยาอย่างที่สุด
ผมรีบยกมือขึ้นห้ามไม่ให้เธอเดินเข้ามาใกล้กว่านี้ “คุณอย่าเข้ามานะ!”
เมื่อเห็นท่าทีของผม เธอก็หยุดฝีเท้าแล้วถามว่า “ทำไมเหรอ คุณกลัวฉันหรือ”
ผมมองเธอแล้วกลืนน้ำลายอึกใหญ่ กลัวน่ะเหรอ ผมไม่กลัวแน่นอน! ก็เพราะเธอไม่ได้น่าเกลียดน่ะสิ ภาพจำของคนส่วนใหญ่ที่มีต่อผีมักจะเป็นรูปลักษณ์ที่น่าสยดสยอง แต่ผีสาวตนนี้กลับสวยถึงขนาดนี้ ใครจะไปกลัวเธอกันล่ะ
เพียงแต่ ในเมื่อยังไม่รู้ความจริงทั้งหมด การมีผีสาวตนหนึ่งอยู่ข้างกาย ผมจะวางใจได้อย่างไร
ผมจึงพูดกับเธอว่า “ไม่กลัวหรอก ผมแค่อยากรู้ว่าทำไมคุณถึงตามผมมา แล้วก็เรื่องเมื่อคืน…”
ผมยังพูดไม่ทันจบ หลินเจียวเจียวก็ชิงพูดขึ้นมาว่า “เมื่อคืนนี้ เป็นค่ำคืนที่วิเศษที่สุดในรอบเกือบยี่สิบปีของฉันเลย!”
“บอกตามตรง ฉันป่วยเป็นโรคชนิดหนึ่งที่รักษาไม่หาย”
“คุณพ่อของฉันมีลูกสาวแค่คนเดียว เขาจึงทนเห็นฉันตายไปแบบนั้นไม่ได้! เลยไปเชิญท่านนักพรตจ้าวมา ท่านนักพรตจ้าวบอกว่าสามารถยืมอายุขัยให้ฉันได้”
“ดังนั้นจึงมีการประกาศข่าวในกลุ่มของเมืองซิงโจว แล้วคุณก็มา”
“เดิมทีเงินหนึ่งล้านนั่นเป็นเงินซื้อชีวิตของคุณ ท่านนักพรตจ้าวบอกฉันว่า ขอแค่ได้นอนกับคุณ ฉันก็จะสามารถดูดซับอายุขัยของคุณได้ ใครจะไปรู้ว่านอกจากฉันจะดูดซับอายุขัยของคุณไม่ได้แล้ว ยัง... ยังถูกคุณดึงดูดอีกด้วย”
“ฉันก็เลยตามคุณมาถึงที่นี่ แล้วก็มาเจอกับเรื่องเมื่อครู่นี้”
ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง!
ผมเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดในทันที ผมว่าแล้วเชียวว่าเรื่องดีๆ แบบนี้จะหล่นมาจากฟ้าได้อย่างไร ที่แท้ก็เป็นเงินซื้อชีวิตนี่เอง
เงินของคนรวยย่อมไม่ง่ายที่จะได้มา และความรู้สึกที่เธอพูดถึงนั้นก็คงไม่ใช่สิ่งที่มาจากตัวผม แต่อาจจะเกี่ยวข้องกับเทพที่อยู่ในร่างกายของผม
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ผมก็สูดหายใจเข้าลึกๆ ขณะที่รู้สึกโล่งใจที่ตัวเองโชคดีรอดมาได้ ก็อดทอดถอนใจไม่ได้ว่าชีวิตของคนจนช่างไร้ค่าเสียจริง
“จางอวี่ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ฟื้นคืนชีพ ฉันแค่อยากจะติดตามคุณ อยู่เคียงข้างคุณ ไม่ว่าคุณจะเห็นฉันเป็นภรรยา เป็นสาวใช้ หรือเป็นแค่เครื่องมือแก้เบื่อก็ตาม ขอแค่ได้อยู่ข้างกายคุณ จะให้ฉันทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น”
หลินเจียวเจียวก้าวเข้ามาอีกสองก้าว ใบหน้าเต็มไปด้วยแววอ้อนวอน
เรื่องนี้ทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ เทพในร่างกายของผมทรงพลังขนาดนั้นเลยหรือ ถึงขั้นพิชิตใจเธอได้โดยตรง แม้กระทั่งการอยู่ข้างกายผมในฐานะสาวใช้ เธอก็ยังสมัครใจ
เพียงแต่ การให้เธออยู่ข้างกายผมนี่มันจะเหมาะสมจริงๆ หรือ
ต้องรู้ไว้นะว่าพ่อของเธอคือหลินเจิ้งหัว แถมข้างกายยังมีนักพรตจ้าวอีกคน ถ้าพวกเขารู้ว่าหลินเจียวเจียวอยู่กับผม มีหรือจะไม่มาหาเรื่องผมถึงที่
ร้านรูปปั้นเทพแห่งนี้เป็นน้ำพักน้ำแรงของปู่ ถ้าหากต้องมาเดือดร้อนเพราะเธออีก ผมคงรับผิดชอบไม่ไหวจริงๆ
ผมเพิ่งจะคิดถึงตรงนี้ หลินเจียวเจียวก็พูดขึ้นมาราวกับอ่านใจผมออก “คุณวางใจได้ ฉันบอกกับพ่อของฉันชัดเจนแล้ว เขาจะไม่มาหาเรื่องคุณหรอก”
“เอ่อ...” ผมอ้ำอึ้ง
จริงๆ แล้วการมีเธออยู่ข้างกายก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวเหมือนกัน อย่างสถานการณ์เมื่อครู่นี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ผมคงถูกยึดร่างไปแล้ว และร้านของพวกเราก็คงจะกลายเป็นร้านค้าปีศาจไปแล้วแน่นอน
มีเธออยู่ ก็สามารถช่วยแก้ปัญหาให้ผมได้ส่วนหนึ่ง
เพราะผมเพิ่งจะมารับช่วงต่อ ยังไม่มีประสบการณ์อะไรเท่าไหร่ ถ้าหากเจอเข้ากับตัวอะไรมาหาเรื่องถึงที่ การมีเธออยู่ก็เหมือนมีหลักประกัน นี่มันเป็นทางเลือกที่ดีจริงๆ
“แต่ว่า พ่อของคุณมีคุณเป็นลูกสาวแค่คนเดียวไม่ใช่เหรอ ถ้าเขาคิดถึงคุณจะทำยังไงล่ะ”
หลินเจียวเจียวกล่าวว่า “วางใจเถอะ ฉันจะไปหาเขาในฝันบ่อยๆ ขอแค่คุณยอมให้ฉันอยู่ข้างกายคุณก็พอ”
มาถึงขั้นนี้แล้ว ผมก็ไม่มีอะไรจะพูดอีก จึงพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ก็ได้! แต่ผมมีข้อแม้นะ กลางวันห้ามออกมา กลางคืนถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากผมก็ห้ามออกมาเหมือนกัน แล้วก็ ถ้าไม่ได้รับอนุญาต ห้ามแอบออกมาแก้เบื่อให้ผม...”
ผมกลัวจริงๆ ว่าเธอจะออกมาแก้เบื่อให้ผมวันเว้นวัน เพราะเมื่อคืนเธอก็แก้เบื่อให้ผมไปตั้งหลายครั้ง ถึงแม้ว่า... เธอจะสวยมากก็เถอะ
“ได้เลย! ขอบคุณนะ จางอวี่” พูดจบเธอก็ยิ้มให้ผม
“จริงสิ ฉันรู้สึกว่าคืนนี้คุณดูเศร้าๆ นะ ต้องการให้ฉันแก้เบื่อให้ไหม”
ผมรีบพูด “ไม่เอา! คุณรีบไปก่อนเถอะ”
หลินเจียวเจียวมองผมอย่างอาลัยอาวรณ์ พูดคำว่า 'ได้' แล้วก็กลายเป็นกลุ่มควันหายวับไป
ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ เกือบจะถูกเธอแก้เบื่อให้โดยไม่เต็มใจอีกแล้ว
จริงๆ แล้วที่บ้านของผมก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีผี พวกเราก็มีรูปปั้นจำนวนไม่น้อยที่มีผีสิงสถิตอยู่ รูปปั้นพวกนั้นเรียกว่ารูปปั้นผี ถึงจะเรียกว่ารูปปั้นผี แต่จริงๆ แล้วมันก็เป็นแค่ก้อนหินธรรมดาที่เก็บมาจากตามไซต์ก่อสร้าง
ปู่บอกว่าต้องทำการเซ่นไหว้บูชาก่อน ก้อนหินเหล่านั้นถึงจะเปลี่ยนเป็นรูปลักษณ์ที่สอดคล้องกัน
แน่นอนว่า ผีที่สามารถเข้ามาอยู่ในบ้านของพวกเราได้ ล้วนเป็นผีดีที่ควรค่าแก่การช่วยเหลือ
เช้าวันรุ่งขึ้น ผมเปิดประตูหอเชิญเทพแต่เช้าตรู่ และทำความสะอาดหอเชิญเทพไปหนึ่งรอบ
เพราะตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หน้าที่ดูแลหอเชิญเทพแห่งนี้ก็ตกเป็นของผมแล้ว
ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับปู่ แต่ผมรู้ว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่ผมควรรู้ ต่อให้ผมดึงดันที่จะรู้ไป ผมก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ผมก็นั่งลงบนเก้าอี้ของปู่ จุดธูปสามดอก แล้วหยิบเทียนไขเล่มหนึ่งขึ้นมากิน
สูดดมกลิ่นธูปให้มาก กินเทียนให้มาก บางทีผมอาจจะปลุกเทพในร่างกายให้ตื่นขึ้นมาได้ในเร็ววัน
ถึงตอนนั้น ผมก็จะสามารถรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับปู่
ขณะที่ผมกำลังคิดเช่นนั้น ทันใดนั้นก็มีผู้หญิงคนหนึ่งมาหยุดอยู่ที่หน้าร้าน
ผู้หญิงคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองเข้ามาในร้าน เธอดูไม่สาวแล้ว อายุราวสี่สิบกว่าปี รูปร่างอวบเล็กน้อย สวมแว่นกันแดด ใส่ชุดกระโปรงลายดอกไม้ ดูเป็นคนมีราศี
หรือว่าจะมีลูกค้าเข้าร้านแล้ว
ต้องรู้ไว้ก่อนว่าอาชีพของพวกเราเป็นอาชีพที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก บางครั้งหลายเดือนก็ยังไม่มีลูกค้่าสักราย
วันนี้เป็นวันแรกที่ผมเปิดร้านด้วยตัวเอง ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีลูกค้ามาหา
ผู้หญิงคนนั้นยืนมองอยู่ที่หน้าร้านประมาณสองนาที หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจเดินเข้ามา
พอเข้ามาในร้าน เธอก็ไม่ได้มองผม แต่กลับมองดูของบนชั้นวาง
ผมวางธูปกับเทียนในมือลง แล้วมองไปที่เธออีกครั้ง
ครั้งแรกที่มองคือรูปลักษณ์ภายนอก ครั้งนี้ที่มองคือรัศมีที่แผ่ออกมา
บนตัวเธอมีไอปิศาจจางๆ ดูเหมือนว่าน่าจะไปเจอเข้ากับของไม่ดีบางอย่าง หรือไม่ก็ไปข้องเกี่ยวกับคนทื่เจอของสกปรกมา
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเรื่องของหลินเจียวเจียว หรือการจากไปของปู่ ผมรู้สึกว่าตัวเองเหมือนตาทิพย์เปิดออก เมื่อก่อนในหัวของผมเหมือนมีม่านหมอกบดบังอยู่ แต่ตอนนี้ม่านหมอกนั้นหายไปแล้ว ผมมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจน
“คุณผู้หญิง ไม่ทราบว่าต้องการจะเชิญเทพองค์ไหนหรือครับ”
ผู้หญิงคนนั้นมองผมแวบหนึ่ง ก่อนจะถอดแว่นกันแดดออก
นั่นคือใบหน้าที่ซูบซีดและวิตกกังวล แต่ก็ยังคงความสวยสง่า ดูแล้วก็รู้ว่าเป็นคุณนายบ้านใหญ่ที่ทั้งอ่อนโยนและใจกว้าง
“ฉันอยากจะเชิญเทพที่สามารถคุ้มครองบ้านและขับไล่ผีได้!”
คุ้มครองบ้าน? ขับไล่ผี?
ผมมองสำรวจผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วถามว่า “พอจะบอกได้ไหมครับว่าเกิดอะไรขึ้น”
พวกเราขายรูปปั้นเทพ ไม่ใช่ว่าลูกค้าต้องการอะไรก็จะให้สิ่งนั้นไป ความเหมาะสมต่างหากคือสิ่งที่สำคัญที่สุด!
ดังนั้น โดยปกติแล้ว พวกเราจะต้องถามลูกค้าก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น
มีเพียงการทำความเข้าใจสถานการณ์ของเธอเท่านั้น พวกเราถึงจะสามารถ “จัดหาให้ตามความเหมาะสม” ได้
ผู้หญิงคนนั้นกล่าวด้วยสีหน้าหมองคล้ำ “ฉัน... สามีของฉันเล่นไพ่โต้วตี้จู่กับผี แล้วเขาก็เสียลูกสาวให้พวกมันไป”