- หน้าแรก
- เทพธิดาโลลิกับภัยพิบัติที่สี่
- บทที่ 12: แม่พญาหนอนหนาม
บทที่ 12: แม่พญาหนอนหนาม
บทที่ 12: แม่พญาหนอนหนาม
บทที่ 12: แม่พญาหนอนหนาม
สกิลใหม่ "พายุคลั่ง" ถูกเย่เทียนเลือกมาจากคลังทักษะ มันมีพลังโจมตีวงกว้างที่รุนแรง ซึ่งชดเชยจุดอ่อนด้านการต่อสู้แบบหลายเป้าหมายของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
แถมพื้นที่ที่เต็มไปด้วยแมลงแบบนี้น่ากลัวใช่ย่อย ถ้าเกิดพวกแมลงเป็นร้อยเป็นพันตัวตื่นขึ้นมาจากใต้ดิน เขาคงไม่รอดแน่
ในเกมนี้ ถ้าตาย เลเวลจะลดลง 1 ระดับ และต้องรอเกิดใหม่นานถึง 12 ชั่วโมง ซึ่งระหว่างนั้นผู้เล่นจะล็อกอินเข้าเกมไม่ได้
12 ชั่วโมงในโลกจริงเท่ากับหนึ่งวันเต็มในเกม ถ้าเขาตาย ความคืบหน้าจะตามหลังคนอื่นทันที
ช่องแชทไลฟ์สตรีมที่เฝ้าดูการขุดมาตลอดเต็มไปด้วยคอมเมนต์ที่ปลิวว่อน
"เชี่ยเอ้ย ขอถอนคำพูดเมื่อกี้ นี่มันดินแดนศักดิ์สิทธิ์ชัดๆ!"
"ดวงของโก่วตั้นนี่มันบ้าบอจริงๆ"
"สตรีมเมอร์ ขุดต่อสิ! ฉันยังดูไม่หนำใจเลย"
ตอนนี้ดวงอาทิตย์ลอยเด่นอยู่กลางฟ้า เมื่อมองดูแสงแดดแผดเผาเหนือหัว เย่เทียนพิงกองดิน หอบหายใจเล็กน้อย
หลังจากเสริมค่าสถานะ เขารู้สึกได้ชัดเจนว่าพละกำลังเพิ่มขึ้น แต่ค่า "กายภาพ" ยังเท่าเดิม หลังจากทำงานมาทั้งเช้า เขาจึงหมดแรงข้าวต้มแล้ว
เขาปาดเหงื่อออกจากหน้าผาก
"ขุดมาทั้งเช้าแล้ว ทุกคน ขอผมพักแป๊บนะ เดี๋ยวค่อย..."
ครืด ครืด ครืด
แรงสั่นสะเทือนดังมาจากใต้ดินลึก
"เกิดอะไรขึ้น?" แรงสั่นสะเทือนกะทันหันขัดจังหวะเย่เทียน เขามองไปรอบๆ ด้วยความงุนงง
"สตรีมเมอร์ ดูซากแมลงพวกนั้นสิ!" คอมเมนต์หนึ่งเด้งขึ้นมาเตะตาเย่เทียน
เขาหันขวับไปมอง เห็นเลือดสีดำแดงซึมออกจากซากแมลงบนพื้นลงสู่ผืนดิน ทรายใต้เท้าดูเหมือนกำลังเปลี่ยนแปลง
"เชี่ยเอ้ย!"
เมื่อเห็นฉากประหลาดเช่นนี้ เขากระโดดโหยงทันที
"อย่าบอกนะว่าฆ่าลูกน้องเยอะเกินไป จนบอสโผล่มาน่ะ?"
เย่เทียนไม่กล้าอยู่นานกว่านี้ รีบโกยแน่บทันที
โครม!
หางตาเขาเหลือบเห็นพื้นดินด้านหลังเริ่มยุบตัวเป็นวงกว้าง เงาดำทะมึนดูเหมือนจะโผล่ขึ้นมาท่ามกลางฝุ่นคลุ้ง
ในเวลาเดียวกัน เสียงกรีดร้องแสบแก้วหูก็ดังขึ้น
นั่นมัน... ขณะที่ทรายและฝุ่นปลิวว่อน เขาซึ่งมีสายเลือด "ซานฮุย" ไม่ได้รับผลกระทบจากลม จึงมองเห็นเหตุการณ์ภายในได้ชัดเจน
เขาเห็นวัตถุสีดำขนาดใหญ่ลักษณะคล้ายแท่งสองอันยื่นออกมาจากพื้นดิน กวาดไปมาเหมือนหนวดกุ้ง
【คุณได้รบกวน "แม่พญาหนอนหนาม"!】
【คำเตือน! สิ่งมีชีวิตนี้มีระดับเกิน 15 ผู้เล่นโปรดระมัดระวัง!】
【แม่พญาหนอนหนามผู้เกรี้ยวกราด — ระดับบอส】
【ระดับความยาก: ไร้เทียมทาน】
【ข้อมูลเพิ่มเติมต้องใช้สกิลตรวจสอบหรือค้นหาบันทึก】
แม่พญาหนอนหนาม? ระดับสูงกว่า 15?
เย่เทียนจ้องมองแท่งสีดำขนาดเท่าเสาไฟฟ้าอย่างตกตะลึง ถ้าส่วนนั้นเป็นของแม่พญาหนอนหนาม ส่วนนั้นก็น่าจะเป็น... หนวด!
แล้วตัวแม่พญาหนอนหนามทั้งตัวจะใหญ่ขนาดไหน? สามสิบเมตร? ห้าสิบเมตร?
"เวรเอ้ย บอสใหญ่โผล่มาจริงๆ ด้วย ปากของโก่วตั้นนี่ศักดิ์สิทธิ์หรือซวยกันแน่นะ?"
"น่ากลัวชะมัด! นั่นแมลงเหรอ? ขนลุกไปหมดแล้ว"
เมื่อรู้ตัวว่าอาจก่อเรื่องเข้าให้แล้ว เย่เทียนเลือกที่จะหนีทันที ไม่มีเวลาแม้แต่จะมองคอมเมนต์ที่ไหลทะลักในไลฟ์
ส่วนจะให้ไปบวกกับบอสเหรอ?
ตลกน่า ถึงเขาจะเลเวล 4 แล้ว แต่ความแข็งแกร่งยังอ่อนด๋อย ไม่เห็นคำประเมินในหน้าต่างสถานะเหรอว่ายังเป็น "มือใหม่" อยู่เลย?
เมื่อเห็นร่างที่กำลังหนี แม่พญาหนอนหนามส่งเสียงกรีดร้องด้วยความโกรธ ร่างมหึมาของมันคลานขึ้นมาจากพื้นดินและไล่กวด ความเร็วของมันไม่ช้าเลย
ผืนดินสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง จากรูที่แม่พญาหนอนหนามคลานออกมา แมลงนับไม่ถ้วนก็กรูกันตามออกมา
พวกมันดูแตกต่างกัน แต่มีลักษณะร่วมกันอย่างหนึ่งคือ ลำตัวปกคลุมไปด้วยหนามแหลมยาว...
ณ ที่แห่งหนึ่งในทะเลทราย ชิงชิงจื่อและอีกสองคนกำลังเดินด้วยกัน ทันใดนั้นพื้นดินทั้งหมดก็เริ่มสั่นสะเทือน
"เสียงบ้าอะไรน่ะ?"
ชิงชิงจื่อบ่นอุบ พลางยัดว่านหางจระเข้ที่ตัดมาใส่กระเป๋าเสื้อ กระเป๋าใบเล็กนิดเดียวแป๊บเดียวก็เต็ม
ช่วยไม่ได้ เกมนี้มันฮาร์ดคอร์เกินไป ไม่มีแม้แต่ช่องเก็บของในระบบ ซึ่งผู้เล่นบ่นกันหูชา
ทะเลทรายทั้งผืนแห้งแล้งมาก นอกจากว่านหางจระเข้แล้วก็มีแค่พุ่มไม้ ในเมื่อว่านหางจระเข้พอจะมีประโยชน์ ทั้งสามคนจึงเก็บรวบรวมมาตลอดทาง
"ดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างอยู่ตรงนั้นนะ" อี้เฉินเอ่ยขึ้น เมื่อได้ยินดังนั้น ชิงชิงจื่อเงยหน้ามองและเห็นจุดสีดำกำลังวิ่งตรงมาหาพวกเขาจากระยะไกล
เจตนาของผู้มาใหม่ยังไม่ชัดเจน ทั้งสามคนชักอาวุธออกมาและเตรียมพร้อมสังเกตการณ์
เมื่อระยะห่างลดลง จุดสีดำก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับกลุ่มทรายและฝุ่นขนาดมหึมาที่บดบังทุกสิ่ง
"นั่นมัน... หมาป่าเหรอ?" เหมียนเหมียนหรูพูดอย่างลังเล มองดูร่างสีขาวที่วิ่งสี่ขา
"ดูเหมือนจะเป็นผู้เล่นเผ่าภูตนะ ฉันเห็นชื่อบนหัวเขา" อี้เฉินตอบ
ค่าความว่องไวเริ่มต้นของเผ่าอสุราสูงกว่าคนปกติ 1 แต้ม ซึ่งทำให้เขามีความเร็วและการรับรู้มากกว่าคนทั่วไปถึงสองเท่า รวมถึงสายตาด้วย
"เขาเห็นพวกเราเลยวิ่งมาหาเหรอ? แต่ทำไมวิ่งท่าทางแบบนั้น? เป็นการตั้งค่าของเผ่าภูตเหรอ?"
แต่ไม่นาน พวกเขาก็เข้าใจเหตุผล
"หนีไปปปป อ๊ากกก!" เสียงตะโกนของเย่เทียนเพี้ยนไปเพราะลมแรง
???
ก่อนที่ชิงชิงจื่อจะทันตั้งตัว เธอเห็นเงาดำมหึมาที่น่าสยดสยองโผล่ออกมาจากฝุ่นควัน
เชี่ยเอ้ย!
ทั้งสามคนตกตะลึง
มันคือแมลงยักษ์สูงเท่าตึกห้าชั้น เปลือกแข็งสีดำสนิทสะท้อนแสงแดดวาววับ และหนามแหลมยาวหนาเตอะปกคลุมทั่วตัว
"กริ๊ด!" ชิงชิงจื่อกลัวจนตัวแข็งทื่อและกรีดร้องออกมา
"ท่าไม่ดีแล้ว หนีเร็ว!" อี้เฉินเป็นคนแรกที่ได้สติ เขาลากชิงชิงจื่อแล้ววิ่งแน่บ เหมียนเหมียนหรูที่ตกใจก็รีบวิ่งตามไปติดๆ
"เฮ้ย พวกนายรอฉานด้วยยย!" เสียงผู้ชายที่เพี้ยนๆ ดังไล่หลังมา
"รออะไรล่ะ! นายลากตัวบ้าอะไรมาด้วยเนี่ย!"
ชิงชิงจื่อกัดฟันกรอด อยากจะถีบไอ้ผู้เล่นข้างหลังให้กระเด็น
"ทำไมถึงมีแมลงตัวใหญ่ขนาดนี้! ฉันกลัวแมลงที่สุดเลยนะ"
เย่เทียนที่วิ่งตามหลังมาเม้มปากยิ้มแห้งๆ เขาเองก็ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ ใครจะไปรู้ว่ามีตัวใหญ่อยู่ใต้ดิน? เขาแค่จะฟาร์มเวลเฉยๆ
ด้วยผลของสกิล "ย่างก้าววายุ" เย่เทียนแซงหน้าชิงชิงจื่อและคนอื่นๆ ไปทางด้านข้างได้อย่างรวดเร็ว
แม้ตอนนี้เขาจะหนีไปคนเดียวได้ แต่ยังไงซะก็เป็นความผิดของเขา เมื่อมองดูทั้งสามคนที่วิ่งกระหืดกระหอบอยู่ข้างหลัง เย่เทียนจึงชะลอความเร็วลงเล็กน้อยและพูดว่า:
"พวกนายเกาะกวุ่มกับฉันไว้ ฉันจะพาบวิน"
เมื่อเห็นว่าความเร็วของเย่เทียนผิดปกติ ทั้งสามคนรู้ทันทีว่าเขาเปิดสกิล โดยไม่ลังเล พวกเขารีบเบียดเข้าไปหาเขา
ตอนยังไม่เบียดก็ไม่เท่าไหร่ แต่พอเบียดเข้าไป พวกเขารู้สึกเหมือนถูกผลักไปข้างหน้าด้วยลมแรง
เชี่ยเอ้ย!
แรงผลักดันมหาศาลที่ขัดหลักวิทยาศาสตร์เกือบทำให้ชิงชิงจื่อหน้าทิ่ม
"นายแน่ใจนะว่านี่คือบวิน ไม่ใช่ควาน?"
ชิงชิงจื่อทนไม่ไหวแล้ว ในตอนนี้ทั้งสามคนต้องวิ่งสี่ขาเหมือนเย่เทียน โดยก้นโด่งขึ้นเล็กน้อย
แม้จะพุ่งไปได้ไกลในการถีบตัวแต่ละครั้ง แต่ท่าทางมันดูไม่งามเอาซะเลย แถมยังอาจได้กินทรายเต็มปากอีกต่างหาก
เย่เทียนก้มหน้าหัวเราะแห้งๆ เดิมทีเขาอยากลองใช้พลังลมมหาศาลทำให้ตัวเองบินได้ แต่ความสามารถปัจจุบันยังทำไม่ได้
พอเปิดใช้ "ย่างก้าววายุ" ความเร็วเพิ่มขึ้นก็จริง แต่มันรู้สึกทะแม่งๆ ชอบกล เขาคิดว่าเป็นเพราะสายเลือดของเขา แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นกันทุกคน
พูดง่ายๆ ก็คือ การเปิดใช้ "ย่างก้าววายุ" เหมาะสำหรับการคลานวิ่งนั่นแหละ
เนื่องจากต้อง "พ่วง" คนมาด้วยตั้งสามคน มานาจึงลดฮวบฮาบ โชคดีที่เมืองหลัวอยู่ไม่ไกล แค่อดทนอีกนิดก็น่าจะถึงแล้ว
เอ่อ... ฝูงแมลงกลุ่มเล็กๆ แค่นี้ ไม่น่าคณามือนักบุญหญิงหรอกมั้ง?