- หน้าแรก
- โปเกมอน เส้นทางสู่ยอดเทรนเนอร์กับระบบสมองกล
- ตอนที่ 22 เก็บรวบรวมข้อมูล
ตอนที่ 22 เก็บรวบรวมข้อมูล
ตอนที่ 22 เก็บรวบรวมข้อมูล
วันเวลาผ่านไปรวดเร็วราวกับม้าขาววิ่งผ่านช่องหน้าต่าง ชั่วพริบตาเดียว แสงรุ่งอรุณจางๆ ก็สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง สัญญาณแห่งวันใหม่ได้มาถึงแล้ว
ฉินหยางค่อยๆ ตื่นขึ้น แต่เขาไม่ได้ออกไปออกกำลังกายยามเช้ากับแซนด์สแลชทันทีเหมือนเช่นเคย
ในเวลานี้ จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความกังวลเกี่ยวกับไข่โปเกมอนที่เขาใช้ "พลังนิรวานา" บำรุงไปเมื่อคืน
เขาจึงรีบเดินไปยังจุดที่วางไข่โปเกมอนไว้ แววตาแฝงความประหม่าและคาดหวัง
เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียด เขาก็พบว่าไข่โปเกมอนปกติดีทุกอย่าง พลังชีวิตอันเปี่ยมล้นดูเหมือนจะเต้นตุบๆ อย่างร่าเริงอยู่ภายในเปลือกไข่ และพรสวรรค์ของมันก็กำลังค่อยๆ เพิ่มขึ้น
ฉินหยางรู้สึกโล่งอกทันที เขาถอนหายใจยาวแล้วคิดในใจว่า "เมื่อคืนฉันใจร้อนไปหน่อยจริงๆ โชคดีที่ทุกอย่างราบรื่น ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีเลยล่ะ"
หลังจากฉินหยางและแซนด์สแลชออกกำลังกายยามเช้าเสร็จ เขาก็ตบหัวแซนด์สแลชเบาๆ แล้วพูดอย่างอบอุ่นว่า "แซนด์สแลช วันนี้แกฝึกอยู่ที่บ้านนะ แล้วก็ช่วยดูแลไข่โปเกมอนให้ฉันด้วย ตกลงไหม?"
แซนด์สแลชกะพริบตาอันชาญฉลาด ดูเหมือนจะเข้าใจความหมายของฉินหยาง มันพยักหน้าอย่างว่าง่าย
ฉินหยางมองดูท่าทางของมันด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะหันหลังเตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังร้านเพาะพันธุ์ในตัวเมือง
อันที่จริง การไปร้านเพาะพันธุ์ครั้งนี้ ฉินหยางไม่ได้ตั้งใจจะไปซื้อโปเกมอนตัวใหม่
เขามีแผนในใจอยู่แล้ว ตอนนี้เขามีโปเกมอนที่กำลังจะฟักออกมาถึงสามตัว แม้คาเตอร์ปีและบีเดิลจะใช้ทรัพยากรในการเติบโตค่อนข้างน้อย
แต่เมื่อรวมกับแซนด์สแลชและซูแบทที่ยังไม่ฟัก ทรัพยากรของเขาก็ค่อนข้างตึงมือ
เขาคิดเงียบๆ ว่า ขอแค่ประคองตัวไปจนกว่าแซนด์สแลชจะเลื่อนขั้นเป็นระดับ "หัวกะทิ" ได้สำเร็จ และพวกคาเตอร์ปีกับบีเดิลวิวัฒนาการเป็น "บัตเตอร์ฟรี" และ "สเปียร์" จนมีพลังต่อสู้ในระดับหนึ่ง
เมื่อถึงตอนนั้น เขาจะสามารถออกผจญภัยเพื่อทำภารกิจของ "กิลด์นักล่า" และหาทรัพยากรมาเลี้ยงดูโปเกมอนเพิ่มได้
ขืนรับโปเกมอนเพิ่มแบบไม่ลืมหูลืมตาในตอนนี้ ต่อให้มีพรสวรรค์เป็นเลิศแค่ไหน เขาก็คงไม่มีปัญญาหาทรัพยากรมาฝึกฝนพวกมันให้ดีได้
แน่นอนว่า ถ้าบังเอิญเจอโปเกมอนหายากเข้าจริงๆ ฉินหยางก็คงไม่ปล่อยให้หลุดมือ เพราะของหายากไม่ได้มีมาบ่อยๆ
การมาเยือนร้านเพาะพันธุ์ในครั้งนี้ของฉินหยาง แท้จริงแล้วมีจุดประสงค์ที่สำคัญกว่านั้น
เขาตั้งใจจะใช้พลังนิรวานาตรวจสอบสภาพร่างกายของโปเกมอนในร้านอย่างละเอียด เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีค่าให้มากขึ้น
ก่อนหน้านี้ เขาเคยสังเกตแค่สถานการณ์ภายในร่างกายของแซนด์สแลชเพียงตัวเดียว ข้อสันนิษฐานบางอย่างจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมองเพียงด้านเดียว
เขารู้ว่าการจะหาข้อสรุปที่แม่นยำยิ่งขึ้น จำเป็นต้องตรวจสอบโปเกมอนต่างชนิดกันให้มากขึ้น
ในใจเขาเต็มไปด้วยความอยากรู้ อยากรู้ว่าจำนวน "ชีพจร" พลังงานในโปเกมอนทุกตัวเท่ากันหรือไม่ และมีความแตกต่างอื่นๆ อีกไหม
อย่างไรก็ตาม สถานที่ที่จะหาโปเกมอนให้สัมผัสและตรวจสอบได้อย่างอิสระก็มีแต่ในร้านเพาะพันธุ์เท่านั้น
เพราะถึงแม้โปเกมอนที่ขายในร้านจะไม่ใช่ทุกตัวที่เชื่อง แต่พวกมันผ่านการเพาะเลี้ยงและฝึกให้คุ้นเคยกับมนุษย์มาในระดับหนึ่งแล้ว
ในสถานการณ์ปกติ พวกมันจะไม่โจมตีมนุษย์พร่ำเพรื่อ ทางร้านจึงอนุญาตให้ลูกค้าที่สนใจจะซื้อสามารถสัมผัสและสังเกตโปเกมอนได้
นี่นับเป็นโอกาสทองในการตรวจสอบของฉินหยางอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่อย่างนั้นเขาคงหาโปเกมอนหลากหลายชนิดมาตรวจสอบได้ยากจริงๆ
แน่นอนว่าฉินหยางไม่ใช่คนบุ่มบ่าม เขาไม่ได้ไล่จับโปเกมอนทุกตัวในร้านเพาะพันธุ์
เขารู้ว่าขืนทำแบบนั้นต้องเป็นที่สงสัยแน่ๆ
ดังนั้น เขาจึงเลือกโปเกมอนต่างชนิดกันอย่างระมัดระวังเพียงร้านละสองถึงสามตัวเพื่อตรวจสอบ
และพยายามทำตัวให้กลมกลืนไม่ต่างจากลูกค้าทั่วไป เพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจ
ด้วยวิธีนี้ ฉินหยางจึงตระเวนไปตามร้านเพาะพันธุ์ต่างๆ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย โดยเว้นร้านของแก๊งร็อคเก็ตและร้านทางการของพันธมิตรทั้งสามแห่งเอาไว้
เขาแทบจะไปเยือนร้านเพาะพันธุ์ทุกแห่งในเมืองโทคิวะจนครบ
ในระหว่างกระบวนการนี้ ข้อมูลโปเกมอนทั้งหมดที่เขาตรวจสอบได้ถูกระบบ AI เก็บรวบรวม คำนวณ และวิเคราะห์เชิงลึก
แม้ฉินหยางจะพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่เขาก็รู้ดีว่าข้อมูลชุดนี้อาจยังมีจุดบกพร่อง
เพราะโปเกมอนในร้านเพาะพันธุ์ส่วนใหญ่มีความแข็งแกร่งต่ำและมักจะอยู่ในร่างแรก เขาไม่สามารถฟันธงได้ว่าสถานการณ์ภายในร่างกายของพวกมันจะเปลี่ยนไปหรือไม่หลังจากการวิวัฒนาการ
อย่างไรก็ตาม ฉินหยางก็ยังหา "แซนด์ชรูว์" ในร้านเพาะพันธุ์เจอตัวหนึ่ง และทำการตรวจสอบคำนวณอย่างละเอียด เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างมันกับแซนด์สแลชของเขาอย่างถี่ถ้วน
ฉินหยางยังไม่รีบร้อนดูข้อมูลในตอนนี้ เขาคิดว่าค่อยกลับไปศึกษาช้าๆ ที่บ้านก็น่าจะดีกว่า
จากนั้น เขาจึงหันหลังเดินไปยังร้านค้าเพื่อเตรียมซื้อของใช้จำเป็นบางอย่าง
ในร้านค้า เขาเลือกซื้อผลไม้และสมุนไพรบางชนิดอย่างพิถีพิถัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการฝึกฝนและฟื้นฟูของโปเกมอน
จากนั้นสายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับ "อุปกรณ์บังคับออกกำลังกาย" หลังไตร่ตรองอยู่นาน เขาตัดสินใจควักเงินห้าหมื่นซื้อมันมา
โชคดีที่อุปกรณ์ชิ้นนี้มีรุ่นสำหรับแซนด์สแลชโดยเฉพาะ ไม่ต้องสั่งทำพิเศษ ซึ่งช่วยประหยัดเวลาไปได้มาก
ฉินหยางคิดอย่างมีความสุขว่า หลังจากใส่เจ้าเครื่องนี้ให้แซนด์สแลช ผลการออกกำลังกายของมันต้องดีขึ้นเป็นทวีกูณแน่ๆ
รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว เขาแอบชมตัวเองในใจว่า "ฉันนี่เป็นเจ้านายที่ดีและมีความรับผิดชอบจริงๆ ขนาดออกมาทำธุระยังไม่ลืมซื้อของฝากให้แซนด์สแลช ไม่รู้เจ้าตัวเล็กนั่นเห็นแล้วจะดีใจจนเนื้อเต้นรึเปล่านะ"
ในขณะเดียวกัน แซนด์สแลชที่กำลังแอบดูทีวีอยู่ที่บ้าน จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีลมหนาวพัดผ่าน ร่างกายสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
ไม่รู้ทำไม ลางสังหรณ์อัปมงคลอย่างรุนแรงพุ่งพล่านขึ้นในใจ รายการทีวีที่กำลังดูอย่างออกรสจู่ๆ ก็จืดชืดลงทันตา
มันเต็มไปด้วยความกังวล กลัวว่าเจ้านายจะกลับมาแล้ว จึงรีบวิ่งไปที่ต้นไม้ใหญ่หน้าบ้าน ยืดคอชะเง้อมองไปในระยะไกล
หลังจากยืนยันว่าไม่เห็นเงาของเจ้านาย มันถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
แต่แซนด์สแลชก็รู้ดีว่าขืนอู้งานแบบนี้ต่อไปไม่ใช่ทางแก้ที่ดีแน่ ถ้าเจ้านายจับได้คงเป็นเรื่องใหญ่
หลังจากคิดหนัก สุดท้ายมันก็จำใจปิดทีวีอย่างอาลัยอาวรณ์ แล้ววิ่งไปที่ลานบ้านอย่างว่าง่ายเพื่อเริ่มฝึกฝนอย่างจริงจัง
หลังจากฉินหยางจัดการธุระในร้านค้าเสร็จเรียบร้อย เขาคำนวณคร่าวๆ ว่าวันนี้จ่ายไปอีกหนึ่งแสน บวกกับเมื่อวานอีกห้าหมื่น เดิมทีเขามีเงินอยู่สี่แสนสองหมื่น ตอนนี้เหลืออยู่แค่สองแสนเจ็ดหมื่นเท่านั้น
เขาส่ายหน้าอย่างจนใจ ถอนหายใจกับตัวเอง "เงินนี่มันใช้ไม่พอจริงๆ! การเลี้ยงโปเกมอนนี่มันแพงเกินไปแล้ว
ขนาดฉันทำ 'ลูกบาศก์พลังงาน' และ 'ยารักษา' เองได้ ยังหมดเยอะขนาดนี้ แล้วเทรนเนอร์ทั่วไปล่ะจะขนาดไหน?
มิน่าล่ะ เทรนเนอร์สามัญชนถึงเลี้ยงโปเกมอนแค่สามหรือสี่ตัวกันเป็นส่วนใหญ่ ทั้งที่ไม่ได้จำกัดจำนวนการจับแท้ๆ จะหาให้ครบทีมหกตัวยังยากเลย ความยากลำบากในการเลี้ยงโปเกมอนเห็นได้ชัดจากตรงนี้แหละ"