- หน้าแรก
- ท่านซีอีโอคนสวย โปรดขึ้นรถค่ะ
- บทที่ 26 เพื่อนเหรอ? แฟนมากกว่ามั้ง...
บทที่ 26 เพื่อนเหรอ? แฟนมากกว่ามั้ง...
บทที่ 26 เพื่อนเหรอ? แฟนมากกว่ามั้ง...
บทที่ 26 เพื่อนเหรอ? แฟนมากกว่ามั้ง...
หนึ่งเข็มปลิดชีพ เอ้ย หนึ่งเข็มคืนชีพ
ใบหน้าซีดเผือดอมม่วงของชายชรากลับมามีเลือดฝาดอย่างน่าอัศจรรย์ด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ทันใดนั้น
หน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ราวกับปลาขาดน้ำ เขาเฮือกหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น!
ทั่วทั้งบริเวณเงียบกริบ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงอื้ออึง
"ฟื้นแล้ว? ฟื้นแล้วจริงๆ เหรอ?"
"แค่เข็มเดียว... นี่มันนิยายวิทยาศาสตร์ยิ่งกว่าหนังอีก!"
"สวรรค์! พ่อหนุ่มนี่เป็นหมอแผนจีนเหรอ? ปกติหมอแผนจีนยิ่งแก่ยิ่งเก่งไม่ใช่เหรอ?"
...
"พ่อ! พ่อฟื้นแล้ว?!" หญิงร่างท้วมและญาติๆ ทั้งตกใจทั้งดีใจ รีบเข้าไปรุมล้อมทันที
เย่เฉินดึงเข็มออกแล้วลุกขึ้นยืน พูดเสียงเรียบ "พ่อของคุณเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ไม่เกี่ยวกับอาหารในร้าน ทางที่ดีควรรีบพาไปตรวจอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลให้เร็วที่สุดครับ"
เขาจะรักษาให้หายขาดด้วยเข็มเดียวเลยก็ได้ แต่เขาเลือกที่จะไม่ทำ
เพราะนิสัยของครอบครัวชายชราแย่มาก ถ้าเขารักษาง่ายเกินไป พวกนี้อาจจะไม่ยอมรับผิด
ถ้าเป็นแบบนั้น... นอกจากจะช่วยทางร้านไม่ได้แล้ว ยังอาจจะหาเหาใส่หัวตัวเองอีก
ช่วยเพราะบังเอิญเจอ แต่อย่าไปฝืนลิขิตฟ้า... ให้ตาแก่นี่รับกรรมไปบ้างก็สมควรแล้ว
และก็ตามคาด!
"แก... แกพูดบ้าอะไร!"
หญิงร่างท้วมเหมือนโดนเหยียบหาง ชี้หน้าด่าเย่เฉิน "พ่อฉันแข็งแรงมาตลอด! กล้ามเนื้อหัวใจตายบ้าบออะไร? แช่งกันเหรอ? ฉันว่าแกแค่พยายามจะปัดความรับผิดชอบมากกว่า!"
สิ้นเสียงนาง
ชายชราก็กระตุกขากางเกงนางเบาๆ
"อา... อาฟาง..."
"พ่อหนุ่มนี่พูดถูก พ่อเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายจริงๆ!"
"พ่อ?" อาฟางก้มลงมอง "พ่อเป็นตอนไหน? ทำไมไม่บอกพวกหนูเร็วๆ ล่ะ!"
ชายชราสูดหายใจ แล้วแค่นเสียงเย็นชา
"ฉันไม่บอกเหรอ?"
"เมื่อไม่กี่วันก่อนฉันบอกพวกแกทุกคนว่าแน่นหน้าอก รู้สึกไม่สบาย!"
"พวกแกทุกคนอ้างว่ายุ่ง ไม่มีเวลา!"
"สุดท้ายฉันต้องไปโรงพยาบาล... ตรวจคนเดียวไม่ใช่หรือไง?!"
ได้ยินดังนั้น หน้าของอาฟางและลูกหลานคนอื่นๆ ก็สลับสีเขียวสีขาว หลบสายตากันวุ่น พูดไม่ออกบอกไม่ถูก
คนมุงรอบๆ ถอนหายใจด้วยความผิดหวัง
แม่งเอ๊ย!
นึกว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิดระหว่างตำรวจกับร้านอาหาร ที่แท้ก็ปัญหาในครอบครัวพวกนี้นี่เอง!
ลูกหลานไม่ดูแล ยังจะกล้าโยนความผิดให้คนอื่นอีก?
ชายชรามมองเย่เฉินด้วยความซาบซึ้งใจ "พ่อหนุ่ม ขอบใจที่ช่วยชีวิตนะ!"
เย่เฉินส่ายหน้า ชี้ไปทางเสี่ยวหยาและเจ้าของร้าน
"คุณตาครับ ไม่ต้องขอบคุณผมหรอก"
"แต่ลูกสาวคุณตบหน้าคุณผู้หญิงคนนี้โดยไม่มีเหตุผล แถมยังเกือบจะพังร้านเขา"
หน้าชายชราเคร่งขรึม "อาฟาง ขอโทษเขาซะ!"
อาฟางกัดริมฝีปากอย่างไม่เต็มใจ แต่ด้วยสายตากดดันจากรอบข้างและคำสั่งพ่อ นางจำต้องก้มหน้าพูดเสียงเบา "ฉัน... ขอโทษ!"
เสี่ยวหยาเอามือกุมแก้ม ส่ายหน้าเบาๆ
เจ้าของร้านถอนหายใจโล่งอก รีบไกล่เกลี่ย "ทุกคนปลอดภัยก็ดีแล้วครับ ดีแล้ว..."
ตอนนั้นเอง เสียงไซเรนรถพยาบาลดังใกล้เข้ามา
เจ้าหน้าที่พยาบาลเข้ามาพร้อมเปลหาม ภายใต้การประสานงานและแสดงบัตรประจำตัวของหลี่เหยา ชายชราถูกพาตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
หญิงร่างท้วมและครอบครัวเดินตามออกไปอย่างคอตก
เห็นว่าเรื่องจบแล้ว ไทยมุงก็ค่อยๆ สลายตัวไป
เมื่อคนแยกย้ายกันไปหมด
หลี่เหยาถอนหายใจยาว หันมาตบไหล่เย่เฉินแรงๆ "น้องเขย วันนี้ติดหนี้นายก้อนโตเลยนะเนี่ย!"
เย่เฉินหัวเราะเบาๆ โบกมือ แล้วชำเลืองมองเสี่ยวหยา "พี่หลี่ ขอบคุณผมคนเดียวจะมีประโยชน์อะไร? ไม่แนะนำให้รู้จักหน่อยเหรอครับ?"
ใบหน้าคมเข้มของหลี่เหยาปรากฏแววประหม่าที่หาได้ยาก เขากระแอมไอ สายตาลอกแลก
"เอ่อ นี่หมิ่นเสี่ยวหยา ลูกสาวลุงหมิ่นเจ้าของร้าน เธอเป็น... เพื่อนพี่เอง"
"อ้อ? เพื่อนสินะครับ..."
เย่เฉินลากเสียงยาว "เห็นพี่หลี่ร้อนรนเมื่อกี้ นึกว่าเป็น... แฟนซะอีก"
สิ้นประโยค
หูของหลี่เหยาแดงก่ำ อ้าปากจะอธิบายแต่พูดไม่ออกสักคำ
หมิ่นเสี่ยวหยาที่ยืนข้างๆ ก้มหน้าเขินอาย แก้มแดงระเรื่อทันที
ดูปฏิกิริยาก็รู้ เย่เฉินเข้าใจแจ่มแจ้ง
ความสัมพันธ์ของคู่นี้... ต้องมากกว่า "เพื่อน" แน่นอน
เขาหัวเราะเบาๆ เลิกแซว
เส้นบางๆ บางเส้น ให้คนในเกมก้าวข้ามกันเองดีกว่า
แต่ว่า... พี่หลี่วันนี้ ช่างแตกต่างกับตอนบุกจับน้องสาวตัวเองเมื่อคืนราวฟ้ากับเหว!
ลุงหมิ่นเดินเข้ามาจับมือเย่เฉินด้วยใบหน้าซาบซึ้ง
"พ่อหนุ่ม ขอบคุณมากจริงๆ นะสำหรับวันนี้!"
"ถ้าไม่ใช่เธอ ร้านเล็กๆ ของลุงคงแย่แน่!"
"มื้อนี้ลุงเลี้ยงเอง สั่งได้เต็มที่เลย ไม่ต้องเกรงใจ!"
ได้ยินดังนั้น หลี่เหยาจึงถือโอกาส "ลุงหมิ่น ไม่ต้องวุ่นวายหรอกครับ ความจริงผมกับน้องเขยตั้งใจมาดื่มกันที่นี่อยู่แล้ว!"
"งั้นต้องเข้ามาข้างในเลย!" ลุงหมิ่นผายมือเชิญอย่างกระตือรือร้น "เดี๋ยวลุงเปิดไหเหล้าหมักสูตรเด็ดที่เพิ่งมาใหม่ให้ลอง!"
เย่เฉินยิ้ม กำลังจะเดินตามหลี่เหยาไป แต่เท้าชะงักกึก เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเคาน์เตอร์
เขาเห็น
กระดาษ A4 แปะอยู่ข้างเคาน์เตอร์ เขียนตัวหนังสือหนาเตอะสะดุดตา—
【เซ้งร้านด่วน ทำเลทอง】
พร้อมเบอร์โทรศัพท์ติดต่อด้านล่าง
เย่เฉินเลิกคิ้ว ถามว่า "ลุงหมิ่น จะเซ้งร้านเหรอครับ?"
ลุงหมิ่นถอนหายใจ สีหน้ากลัดกลุ้ม
"เฮ้อ บอกตามตรงนะพ่อหนุ่ม ปีนี้ค้าขายลำบากจริงๆ!"
"ลุงเซ้งร้านนี้มาสามแสนกว่า กะว่าจะเอามาเลี้ยงครอบครัว แต่ผลคือ..."
"ค่าเช่ายังหาไม่ได้เลย ขาดทุนย่อยยับจนไปต่อไม่ไหวแล้ว"
ได้ยินดังนั้น เย่เฉินกวาดตามองภายในร้านอย่างละเอียด
ทำเลร้านจริงๆ แล้วถือว่าดีมาก ถนนสายเก่าคนพลุกพล่าน แถมยังใกล้กับอพาร์ตเมนต์ที่เขาและอี้เยว่เช่าอยู่ เหมาะเจาะพอดี
ปัญหาเดียวคือ... พอก้าวเข้ามา อากาศรู้สึกอึดอัด ค้าขายไม่ดีไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แปดในสิบส่วนมาจากฮวงจุ้ยร้านนี่แหละ!
มองปราดเดียว เย่เฉินก็รู้คำตอบ
ทั้งเคาน์เตอร์บาร์และครัวหลังร้านมีปัญหา
เคาน์เตอร์บาร์หันชนประตูหลักโดยตรง เกิดการปะทะ (ชง)
ตำแหน่งครัวไปทับตำแหน่งทรัพย์ (ขุมทรัพย์) จัดร้านแบบนี้ ทำเงินได้ก็ปาฏิหาริย์แล้ว
เขาถามเลียบเคียง "ลุงหมิ่น ตั้งราคาเซ้งไว้เท่าไหร่ครับ?"
"สองหมื่นก็พอแล้ว"
ลุงหมิ่นยิ้มขื่น "ค่าเช่าลุงเสียเปล่าไปครึ่งปีแล้ว แต่ค่าตกแต่งเราออกเอง เลยอยากได้คืนบ้างนิดหน่อย"
เย่เฉินครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจเด็ดขาด
"เอาอย่างนี้ครับลุงหมิ่น ผมให้สามแสน ร้านเป็นของผม"
"แต่ผมมีข้อแม้ข้อเดียว ลุงกับเสี่ยวหยาต้องอยู่ช่วยผมสองเดือน สอนงานให้ผมคุ้นเคยก่อน"
"ช่วงนี้ผมจะจ่ายเงินเดือนให้ หลังจากสองเดือน ถ้าลุงอยากอยู่ต่อก็ยินดีต้อนรับ ถ้าอยากไปผมก็ไม่ห้าม ตกลงไหมครับ?"
ตอนนี้เขาต้องทุ่มเทรับมือเจิ้งหู่เป็นหลัก จะมาคุมร้านเองคงไม่ได้
จะโยนให้อี้เยว่ที่ไม่มีประสบการณ์ทำคนเดียวก็คงวุ่นวาย
ลุงหมิ่นกับหมิ่นเสี่ยวหยาเป็นพนักงานพร้อมใช้ที่รู้งานดีอยู่แล้ว ขอแค่เขาปรับฮวงจุ้ยใหม่อี้เยว่ก็น่าจะเรียนรู้งานได้เร็วขึ้นด้วยความช่วยเหลือจากพวกเขา
แบบนี้ได้ทั้งช่วยหน้าหลี่เหยา และแก้ปัญหาให้ตัวเองด้วย
ยังไม่ทันที่ลุงหมิ่นจะตอบ หลี่เหยาก็โพล่งออกมาด้วยความประหลาดใจ "น้องเขย นาย... จะเปิดร้านอาหารเหรอ?"
เย่เฉินพยักหน้า
"ผมต้องมีธุรกิจเป็นของตัวเองบ้าง จะขับรถให้คนอื่นไปตลอดได้ยังไงล่ะครับ?"
หลี่เหยาเข้าใจทันที
ถ้าหลี่ฉินจะแต่งงานกับเย่เฉินจริงๆ ในอนาคต เขาต้องผ่านด่านพ่อแม่ให้ได้
พ่อแม่เขาหัวโบราณ เป็นข้าราชการ ถ้าเย่เฉินเป็นแค่คนขับรถ คงดูไม่ดีแน่... เขาจึงหันไปถามลุงหมิ่นกับหมิ่นเสี่ยวหยา "ลุงกับเสี่ยวหยาคิดว่าไงครับ?"