เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 - ทฤษฎีเครื่องยนต์

บทที่ 9 - ทฤษฎีเครื่องยนต์

บทที่ 9 - ทฤษฎีเครื่องยนต์


บทที่ 9 - ทฤษฎีเครื่องยนต์

วันนี้เป็นวันกรอกใบสมัครเลือกคณะและมหาวิทยาลัย

ในยุคพันธุกรรม เรื่องราวมากมายได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน

โรงเรียนอนุบาล ประถม มัธยมต้น มัธยมปลาย ล้วนมีปิดเทอมฤดูหนาวและฤดูร้อน มีเพียงนักเรียนจบมัธยมปลายที่เพิ่งผ่านการสอบคัดเลือกพันธุกรรมเท่านั้นที่ไม่มี

ภายในสามเดือนหลังฉีดน้ำยาปลดล็อคพันธุกรรม คือช่วงเวลาการพัฒนาต่อเนื่องของผู้ได้รับการฉีด

ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์หรือพันธุกรรมของแต่ละคน ความเข้มข้นของการฝึก แผนการฝึกที่แตกต่างกัน ภายในสามเดือนจะมีการเปิดจุดฐานพันธุกรรมเพิ่มขึ้นจำนวนหนึ่งอย่างต่อเนื่อง

อัจฉริยะบางคนบวกกับความได้เปรียบด้านทรัพยากร อาจถึงขั้นเปิดจุดฐานพันธุกรรมเป็นระบบระเบียบได้ภายในสามเดือน เลื่อนขั้นกลายเป็น 'ผู้ปลดปล่อยพันธุกรรม' ได้เลย

สามเดือนนี้ สำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับนักเรียนที่เพิ่งผ่านการสอบคัดเลือกพันธุกรรมมาหมาดๆ

ต่อให้ไม่มีทรัพยากรให้ใช้มากนัก อาศัยเพียงฤทธิ์ยาที่ยังคงอยู่ของน้ำยาปลดล็อคพันธุกรรม ก็สามารถยกระดับได้ในระดับหนึ่ง

มหาวิทยาลัยวิวัฒนาการพันธุกรรมต่างๆ ย่อมไม่ยอมปล่อยให้เวลาสามเดือนอันมีค่านี้เสียเปล่า

รัฐบาลเองก็ไม่อนุญาต

หลังการสอบคัดเลือกพันธุกรรมสิ้นสุดลง ตามข้อกำหนดของคณะกรรมการพันธุกรรมแห่งประเทศจีนและกระทรวงศึกษาธิการ

นักเรียนต้องกรอกใบสมัครให้เสร็จสิ้นภายใน 12 ชั่วโมง

มหาวิทยาลัยวิวัฒนาการพันธุกรรมต่างๆ ต้องดำเนินการรับนักเรียนและรายงานผลสุดท้ายภายใน 36 ชั่วโมง

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละจังหวัดต้องดำเนินการออกหนังสือแจ้งการรับเข้าศึกษาภายในหนึ่งวัน

ตั้งแต่วันที่สี่เป็นต้นไป นักเรียนก็สามารถเริ่มออกเดินทางไปรายงานตัวที่มหาวิทยาลัยวิวัฒนาการพันธุกรรมที่ตนสอบติดได้เลย

โดยทั่วไปต้องรายงานตัวนักศึกษาใหม่ให้เสร็จภายในสามวัน พื้นที่ห่างไกลช้าสุดไม่เกินห้าวัน

เรียกได้ว่าเวลาตึงตัวมาก

ดังนั้นสวี่ถุ่ยแม้จะยังเพลียๆ อยู่บ้าง แต่หลังกินข้าวเช้าเสร็จ ก็เดินทางไปโรงเรียนอีกครั้ง

ทำให้สวี่ถุ่ยไม่มีโอกาสเข้าสู่สภาวะการมองเห็นภายในแบบนามธรรมผ่านการทำสมาธิ เพื่อตรวจสอบว่าจุดสีเทานั้นสว่างขึ้นจากการบ้าระห่ำของเขาหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า ความรู้สึกที่มีต่อสิ่งรอบข้างก็แปลกไปตลอด

ความรู้สึกโดยตรงเหมือนกับว่าทุกสิ่งรอบตัวดูสดใสมีชีวิตชีวามากขึ้น สมจริงและชัดเจนขึ้น

แม้แต่ยุงที่รอดชีวิตผ่านการล้างบางทางพันธุกรรมมาหลายระลอก ก็ยังดูมีชีวิตชีวาสุดๆ

สวี่ถุ่ยรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ผลจากการที่สายตาดีขึ้นหลังฉีดน้ำยาปลดล็อคพันธุกรรม

จนกระทั่งถึงโรงเรียน ถึงหน้าประตูห้องทำงานของครูประจำชั้น สวี่ถุ่ยถึงเพิ่งค้นพบที่มาของความรู้สึกผิดปกตินี้

สวี่ถุ่ยมาไม่เช้า แต่เพื่อนที่มาหาครูประจำชั้นเพื่อกรอกใบสมัครมีไม่กี่คน

เวลาการกรอกใบสมัครวันนี้จะสิ้นสุดตอนสองทุ่ม เพื่อนๆ หลายคนยังคงระดมสมองกันทั้งครอบครัวว่าจะสมัครมหาวิทยาลัยวิวัฒนาการพันธุกรรมที่ไหนดี

คนที่ทางเลือกไม่เยอะอย่างสวี่ถุ่ย มีไม่กี่คนหรอก

เหมือนที่ศาสตราจารย์อันเสี่ยวเสวี่ยถาม

บนหัวสวี่ถุ่ยมีลูกมะนาว

แต่สมองไม่มีหลุม (ไม่ได้โง่)!

ประตูห้องทำงานที่ไม่ใหญ่นักของแม่บ้านประจำห้องปิดอยู่

ขณะยกมือจะเคาะประตู สวี่ถุ่ยก็ชะงักกึก มือค้างอยู่กลางอากาศ

ประตูยังปิดอยู่ แต่เหตุการณ์ภายในประตู จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นในใจของสวี่ถุ่ย

เฉิงมั่วกำลังตวัดปากกากรอกใบสมัครด้วยลายมือหวัดๆ ต่อหน้าแม่บ้านประจำห้องอวี๋เจ๋อผิง กรอกได้อย่างลื่นไหลสุดๆ

ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย

กรอกเสร็จ ก็ยื่นให้แม่บ้านอวี๋เจ๋อผิงตรวจทาน

แต่ที่น่าขนลุกคือ สวี่ถุ่ยดัน 'เห็น' มหาวิทยาลัยที่เฉิงมั่วสมัครไปก่อนแล้ว

มหาวิทยาลัยวิวัฒนาการพันธุกรรมหัวเซี่ย

มหาวิทยาลัยวิวัฒนาการพันธุกรรมหัวเซี่ย

มหาวิทยาลัยวิวัฒนาการพันธุกรรมหัวเซี่ย

สามอันดับ เหมือนกันหมด

สวี่ถุ่ยตะลึง

สวี่ถุ่ยไม่ได้ตะลึงที่เฉิงมั่วกรอกมหาวิทยาลัยเดียวกันทั้งสามอันดับ

แต่ตะลึงที่ตัวเองยังอยู่หน้าประตู มีทั้งประตูและกำแพงกั้น แถมยังมีคนกั้นอยู่อีกคน ทำไมถึง 'มอง' เห็นใบสมัครที่เฉิงมั่วกรอกได้ล่ะ?

ภายในห้องทำงาน คิ้วที่ขมวดมุ่นของครูอวี๋เจ๋อผิง คราบควนบุหรี่สีเหลืองบนฟัน ควันสีเขียวจางๆ ที่ลอยออกมาจากบุหรี่ที่คีบอยู่ในนิ้ว ล้วนปรากฏขึ้นในใจของสวี่ถุ่ยอย่างละเอียดละออ

นั่นมันบุหรี่จงหัว (ของแพง)!

แต่ว่า ขอบเขตที่ 'มอง' เห็นนี้ จำกัดอยู่แค่เก้าอี้ด้านหลังครูประจำชั้น พ้นเขตเก้าอี้ตัวนั้นไป จู่ๆ ก็ 'มอง' อะไรไม่เห็นอีกเลย

"นี่คือความสามารถใหม่จากการที่ฉันเปิดสิบสี่จุดฐานพันธุกรรมสายลึกลับเหรอ?"

"หรือว่าเป็นความสามารถใหม่ที่ได้มาจากการบ้าระห่ำเมื่อคืน?"

ในยุคพันธุกรรม ความสามารถลึกลับอะไรก็ยอมรับได้ทั้งนั้น

ประเด็นคือมันมาได้ยังไง?

เสียงคนสองคนคุยกันดังมาจากในห้อง

"เธอแน่ใจนะว่าจะสมัครมหาวิทยาลัยวิวัฒนาการพันธุกรรมหัวเซี่ยทั้งสามอันดับ? ถ้าเกิดหลุดหมด ไม่ติดสักที่ จะเสียหายหนักนะ" อวี๋เจ๋อผิงแปลงร่างเป็นแม่บ้านอีกครั้ง

"ครูครับ พวกเราทั้งบ้านปรึกษากันทั้งคืน คิดว่ามีแต่มหาวิทยาลัยวิวัฒนาการพันธุกรรมหัวเซี่ยที่เดินอยู่แถวหน้าสุดของการวิจัยพันธุกรรมเท่านั้น ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดที่จะเปลี่ยนจุดฐานพันธุกรรมเทพเจ้ากระเพาะครากที่ผมเปิดได้ ให้กลายเป็นของมีค่า

แก้ปัญหาของผมในตอนนี้ได้" เฉิงมั่วทำหน้าจริงจังซึ่งหาได้ยาก

ในเมื่อเป็นผลจากการพิจารณาอย่างรอบคอบของทั้งครอบครัว แม่บ้านอวี๋เจ๋อผิงก็ไม่พูดมากอีก เพียงแค่เสริมไปข้อหนึ่ง

"งั้นก็ติ๊กช่องยอมรับการจัดสรรที่เรียนอัตโนมัติไปด้วย ถ้าหลุดหมด ก็ยังมีทางออก"

"ขอบคุณครับครู"

เฉิงมั่วเปิดประตูออกมา ก็เจอสวี่ถุ่ย ยิ้มทักทาย สวี่ถุ่ยก็เริ่มตกใจก่อน

"เจ้าดำ เมื่อวานนายกลับไปนี่กินไปเท่าไหร่เนี่ย?"

"แค่ไม่เจอกันคืนเดียว ทำไมฉันรู้สึกว่านายอ้วนขึ้นเยอะเลย?"

เฉิงมั่วหัวเราะ

"ตั้งแต่กลับบ้านเมื่อวานถึงตอนนี้ ฉันกินไปทั้งหมดเก้ามื้อ แม่บอกว่า ฉันกินเสบียงครึ่งเดือนของที่บ้านเกลี้ยงแล้ว..."

ในเสียงหัวเราะ แฝงไว้ด้วยความขมขื่นที่ยากจะอธิบาย

"ฉันก็ไม่อยากนะ แต่ฉันหิวจริงๆ..."

สวี่ถุ่ยชั่วขณะหนึ่งไม่รู้จะปลอบเฉิงมั่วยังไง

"รอฉันออกมานะ!" สวี่ถุ่ยตบไหล่เฉิงมั่ว

ลังเลเล็กน้อย เฉิงมั่วพยักหน้า

ทันทีที่สวี่ถุ่ยเข้าห้องทำงานของแม่บ้าน เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อน

"เธอคงไม่หิวด้วยหรอกนะ?" ครูประจำชั้นมองไปนอกประตู สีหน้าดูเศร้าสร้อย

ทุกปีจะมีเด็กแบบเฉิงมั่วอยู่ไม่น้อย

น้ำยาปลดล็อคพันธุกรรมอาจนำความสามารถและศักยภาพการพัฒนาที่ไม่ธรรมดามาให้เด็กๆ

แต่หลุมพรางของผลข้างเคียง ก็ทำให้เด็กหลายคนอยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาไปตลอดชีวิต!

"สามเมตร!"

สวี่ถุ่ยไม่สนใจครูประจำชั้น แต่ได้ข้อสรุปอย่างหนึ่ง

เมื่อกี้เขายืนอยู่หน้าประตู ระยะขอบเขตที่เขาสามารถสัมผัสเห็นเหตุการณ์ภายในผ่านกำแพงได้ คือประมาณสามเมตร

นี่คล้ายคลึงกับเนตรทะลุปรุโปร่งที่สวี่ถุ่ยใฝ่ฝันหา

แต่ก็ไม่ใช่เนตรทะลุปรุโปร่ง

เพราะการ 'มอง' เห็นแบบนี้ ต่อให้สวี่ถุ่ยหลับตา ก็ยังคงมองเห็นอยู่

ไม่เกี่ยวกับสายตา

สวี่ถุ่ยลองทดสอบดูแล้วก่อนเข้าประตู

ท่ามกลางสายตาของครูประจำชั้นที่กังวลว่าสวี่ถุ่ยมีปัญหาทางจิตหรือไม่ สวี่ถุ่ยนั่งลงตรงหน้าครู หยิบใบสมัครมา

ตวัดปากกากรอกเสร็จอย่างรวดเร็ว

เซ็นชื่อ ปั๊มลายนิ้วมือ ส่งมอบ

"มหาวิทยาลัยวิวัฒนาการพันธุกรรมหัวเซี่ย... สามอันดับที่นี่หมดอีกแล้ว"

"เธอกับเฉิงมั่วนัดกันมาเหรอ?"

"ครูครับ ผมเช็คมาแล้ว สายลึกลับมีน้อย แต่สายจิตปัญญาในหมวดสายลึกลับนั้นนอกจากจะน้อยแล้ว ความสามารถยังค่อนข้างไร้ประโยชน์ ดูเหมือนจะเหมาะกับงานวิจัย

มหาวิทยาลัยวิวัฒนาการพันธุกรรมส่วนใหญ่ในประเทศ สายจิตปัญญาถ้าไม่ร่อแร่ใกล้ตาย ก็อยู่ในสภาวะชะงักงัน อย่าว่าแต่ศาสตราจารย์เลย แม้แต่รองศาสตราจารย์ยังไม่มี

เหมือนกับมหาวิทยาลัยวิวัฒนาการพันธุกรรมจังหวัดจินเฉิงของเรา

แต่มหาวิทยาลัยวิวัฒนาการพันธุกรรมหัวเซี่ยกลับเดินอยู่แถวหน้าสุดของการวิจัยสายลึกลับ ไม่ใช่แค่ในประเทศจีน แต่ในเขตเอเชีย หรือทั้งพันธมิตรดวงดาวสีน้ำเงิน ก็ถือเป็นแถวหน้าสุด

สายจิตปัญญาของผม ถ้าอยากจะมีการพัฒนา มหาวิทยาลัยวิวัฒนาการพันธุกรรมหัวเซี่ยคือทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่มีที่อื่น"

พูดถึงตรงนี้ สวี่ถุ่ยก็นึกถึงคำพูดของอันเสี่ยวเสวี่ย ขอแค่สมองไม่มีหลุม...

เก็บใบสมัคร แม่บ้านอวี๋เจ๋อผิงถอนหายใจเบาๆ "พวกเธอล้วนเป็นเด็กดีที่มีความคิดเป็นของตัวเอง ถ้าเธอกับเฉิงมั่วสอบติดมหาวิทยาลัยวิวัฒนาการพันธุกรรมเดียวกันจริงๆ ก็เป็นเรื่องดี

จะได้ดูแลกันและกันได้

งั้นก็ติ๊กช่องยอมรับการจัดสรรที่เรียนอัตโนมัติด้วยนะ?"

สวี่ถุ่ยพยักหน้าเบาๆ

"อืม งั้นก็แค่นี้แหละ ครูขออวยพรล่วงหน้าให้พวกเธอมีอนาคตที่สดใส..."

อากาศพลันหยุดนิ่ง

สวี่ถุ่ยกับแม่บ้านไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกแม้แต่คำเดียว

ขืนพูดอีก กลัวน้ำตาจะไหล

เสียงเคาะประตูจากด้านนอกช่วยคลี่คลายความตึงเครียดนี้

สวี่ถุ่ยลุกขึ้น โค้งคำนับแม่บ้านอวี๋เจ๋อผิงอย่างสุดซึ้ง แล้วเดินจากไป

หน้าประตู สวี่ถุ่ยรีบใช้แขนเสื้อเช็ดตา กลัวเจ้าเฉิงมั่วจะหัวเราะเยาะ

ภายในประตู แม่บ้านอวี๋เจ๋อผิงใช้นิ้วที่เหลืองด้วยคราบบุหรี่ปาดผ่านหางตา

โรงเรียนว่างเปล่ามาก เฉิงมั่วหามุมกำแพงนั่งรอสวี่ถุ่ยอยู่

"นายสมัครที่ไหน?"

"เหมือนนาย"

"มหาวิทยาลัยวิวัฒนาการพันธุกรรมหัวเซี่ย?"

"ได้ยินมาว่าสายจิตปัญญาในหมวดสายลึกลับนั้นกากมาก มหาวิทยาลัยวิวัฒนาการพันธุกรรมหัวเซี่ยที่เป็นแถวหน้าของสายลึกลับ อาจจะให้โอกาสพัฒนาแก่ฉันได้บ้าง" สวี่ถุ่ยเสริม

"ฉันก็หวังว่าจะแก้ปัญหาของฉันได้เหมือนกัน"

จู่ๆ ท้องของเฉิงมั่วก็ร้องโครกครากขึ้นมาอย่างเข้ากับบรรยากาศ ทำให้เฉิงมั่วทำหน้าขมขื่น ในแววตาถึงกับมีความหวาดกลัวปรากฏขึ้นมาเล็กน้อย

"หิวอีกแล้ว?"

เฉิงมั่วหัวเราะขืน "ขาน้อย นายรู้ไหม ฉันไม่ถือสาหรอกที่จะเป็นเทพเจ้ากระเพาะคราก"

"แต่ฉันไม่อยากอ้วนจนหนักสามร้อยจิน (150 กก.) ห้าร้อยจิน (250 กก.) แล้วอ้วนเป็นภูเขา..."

"ฉันอยากหาแฟน มีความรักสักครั้ง"

"นายเคยบอกพวกเราแล้วไม่ใช่เหรอว่าเคยมีความรักแล้ว?"

"นั่นมันแอบรัก ฉันเขียนจดหมายรักให้เธอสามฉบับ เธอไม่สนใจฉัน..."

"ไม่เป็นไร ได้ยินว่ามหาวิทยาลัยคือสวรรค์ของการมีความรัก"

"แต่นายเคยเห็นผู้หญิงที่ไหนชอบคนอ้วนหนักห้าร้อยจินที่ต้องกินข้าววันละเก้ามื้อไหมล่ะ?" เฉิงมั่วที่พิงไหล่สวี่ถุ่ยอยู่จู่ๆ ก็ร้องไห้ออกมา

"ขาน้อย เมื่อวานฉันยังไม่รู้สึกถึงความน่ากลัวของการเปิดจุดฐานพันธุกรรมที่กระเพาะอาหาร..."

"แต่พอกลับถึงบ้านฉันถึงพบว่า ฉันที่เปิดจุดฐานพันธุกรรมที่กระเพาะอาหาร จะใช้คำว่าถังข้าวมาบรรยายยังไม่ได้เลย..."

"มันคือสัตว์ประหลาดจอมสวาปามชัดๆ!

กินจนตัวฉันเองยังกลัว..."

"นายรู้ไหม ตอนแรกแม่ฉันยังทำของอร่อยให้กินอยู่เลย

หลังๆ แม่ทำจนเหนื่อย

พวกเขามองดูฉันกินอย่างบ้าคลั่งด้วยสายตาที่... เริ่มมีความหวาดกลัวปนอยู่..."

"คืนเดียว ฉันอ้วนขึ้นมาห้าจิน (2.5 กก.)"

"พ่อบอกว่า ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ตัดกระเพาะ ตัดกระเพาะทิ้งเก้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์..."

"ขาน้อย ฉันกลัว..."

หนุ่มหล่อสูงร้อยแปดสิบ ซบหน้าร้องไห้กับไหล่ของสวี่ถุ่ยอยู่อย่างนั้น

สวี่ถุ่ยโอบหัวเฉิงมั่วไว้ ไม่รู้จะเอ่ยปากยังไง

สกิลปลอบใจ สวี่ถุ่ยยังห่างไกลจากการอัปจนเต็ม

"เจ้าดำ อย่ากลัว มหาวิทยาลัยวิวัฒนาการพันธุกรรมหัวเซี่ยอาจจะแก้ปัญหาของนายกับฉันได้ก็ได้"

"ผู้เฒ่าเสียม้า ไยมิใช่เรื่องดี (ในโชคร้ายอาจมีโชคดี)"

"ไม่แน่ว่าเทพเจ้ากระเพาะครากของนายในวันข้างหน้าอาจจะเทพจนฉุดไม่อยู่ก็ได้นะ?"

"นายอย่าหลอกฉันเลย..."

"หลอกนายที่ไหนกัน? นายดูสิ จากหลักสรีรวิทยามนุษย์สมัยใหม่ กระเพาะอาหารก็เหมือนเครื่องยนต์

ตอนนี้นายเปิดจุดฐานพันธุกรรมที่กระเพาะอาหาร ก็เหมือนกับติดตั้งเครื่องยนต์แรงม้าสูงพิเศษเข้าไป

กินน้ำมันเยอะหน่อย แต่แรงม้าสูง

แค่ยังหาช่องทางระเบิดแรงม้านั้นออกมาไม่ได้ ถ้าหาเจอเมื่อไหร่ นายก็บินฉิวเลย"

เฉิงมั่วเงยหน้ามองสวี่ถุ่ย

อึ้งไปเลย

ทฤษฎีของสวี่ถุ่ย ฟังดูเข้าท่าแฮะ

"หลักสรีรวิทยามนุษย์สมัยใหม่ฉันก็อ่านนะ ทำไมฉันไม่เคยเห็นทฤษฎีแบบนี้?"

"ฉันว่างๆ ก็ไปหาอ่านวิทยานิพนธ์ขั้นสูงน่ะ"

เรื่องโกหกหน้าตาย สวี่ถุ่ยถนัดนักแล

ความจริงแล้วคำอธิบายนี้ สวี่ถุ่ยได้มาจากการสัมผัสด้วยตัวเองผ่านการมองเห็นภายในแบบนามธรรมเมื่อคืน

"ฟังดูมีเหตุผลจริงๆ แฮะ..."

เดิมทีสวี่ถุ่ยกับเฉิงมั่วตั้งใจจะรอถังทิง ดูว่าถังทิงสมัครมหาวิทยาลัยวิวัฒนาการพันธุกรรมที่ไหน

รออยู่กว่าชั่วโมง ก็ยังไม่มา สวี่ถุ่ยกับเฉิงมั่วเลยแยกย้าย

อย่างแรกคือทิศทางจุดฐานพันธุกรรมของถังทิงในตอนนี้เลือกยากหน่อย

อย่างที่สองก็คือ เฉิงมั่วหิวแล้ว

หิวจนแทบจะทนไม่ไหว

ทั้งๆ ที่กินขนมไปแล้วสิบห่อ

หลังจากเลี้ยงอาหารฟาสต์ฟู้ดชุดหรูเฉิงมั่วไปหนึ่งมื้อ สวี่ถุ่ยก็เตรียมขึ้นรถเมล์แม่เหล็กไฟฟ้ากลับบ้าน

สวี่ถุ่ยอยากรีบกลับบ้านไปทำสมาธิเข้าสู่สภาวะการมองเห็นภายในแบบนามธรรม เพื่อดูว่าจุดสีเทานั้นสว่างขึ้นมาหรือยัง

เพียงแต่ ตอนที่สวี่ถุ่ยรอรถเมล์แม่เหล็กไฟฟ้าอยู่ที่ป้าย จู่ๆ ก็พบว่า...

อาจจะมีคนสะกดรอยตามเขาอยู่

แถมคนที่สะกดรอยตามเขา ไม่ได้มีแค่คนเดียว!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 9 - ทฤษฎีเครื่องยนต์

คัดลอกลิงก์แล้ว