- หน้าแรก
- ไออุ่นในคืนหนาวกับสาวน้อยปริศนา
- บทที่ 30 หวีผมให้น้องสาว
บทที่ 30 หวีผมให้น้องสาว
บทที่ 30 หวีผมให้น้องสาว
บทที่ 30 หวีผมให้น้องสาว
เย็นวันนั้น ไป๋อวี่ชิงยืนกรานหัวชนฝาว่าจะไม่ยอมออกไปทานมื้อเย็นข้างนอกอีก โดยให้เหตุผลว่าจะกลับบ้านไปต้มบะหมี่ให้พี่ชายทานเอง
แน่นอนว่าไป๋อวี่รู้ทันเจตนาดีของน้องสาวที่ไม่อยากให้เขาสิ้นเปลืองเงินทอง จึงยอมตามใจเธอแต่โดยดี
หลังจากจัดการมื้อค่ำจนอิ่มท้อง ไป๋อวี่ก็ปลีกตัวเข้าไปในห้องหนังสือเพื่อเล่นเกม
ผ่านวันอันแสนวุ่นวายมาทั้งวัน ในที่สุดเขาก็ได้ผ่อนคลายร่างกายที่เหนื่อยล้า และดื่มด่ำกับชีวิตวันหยุดสุดสัปดาห์อันแสนสุขเสียที
ในขณะเดียวกัน ไป๋อวี่ชิงก็ทำตามคำสั่งของพี่ชายอย่างเคร่งครัด เธอนำเสื้อผ้าทั้งหมดที่เพิ่งซื้อมาวันนี้ ยกเว้นเสื้อขนเป็ด ใส่ลงในเครื่องซักผ้าเพื่อทำความสะอาดและนำไปตากให้เรียบร้อย
เมื่อจัดการธุระทุกอย่างเสร็จสิ้น ไป๋อวี่ชิงก็วิ่งตามเข้ามาในห้องหนังสือ เธอล้มตัวลงนอนเอนกายเหยียดยาวบนโซฟาอย่างเกียจคร้าน พลางกดเล่นโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ที่เพิ่งถอยมาสดๆ ร้อนๆ วันนี้
จวบจนดึกดื่น ทั้งสองคนจึงแยกย้ายกันกลับห้องนอนของตัวเอง
...
บ่ายวันอาทิตย์ ไป๋อวี่พาน้องสาวออกไปข้างนอกอีกครั้ง
พวกเขาแวะซื้อของสดและวัตถุดิบสำหรับทำอาหารตลอดทั้งสัปดาห์ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตหน้าหมู่บ้าน นอกจากนี้ยังซื้อกระเป๋านักเรียนใบใหม่และเครื่องเขียนให้ไป๋อวี่ชิงอีกด้วย
เนื่องจากโรงเรียนจะเปิดเทอมในวันพรุ่งนี้ ช่วงเวลาแสนสุขของไป๋อวี่ชิงกำลังจะหมดลงแล้ว
แม้ว่าผลการเรียนของไป๋อวี่ชิงจะอยู่ในเกณฑ์ดีมาก แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อคิดว่าพรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียน สีหน้าของเธอก็ดูห่อเหี่ยวลงถนัดตา
เมื่อเห็นท่าทางของเธอ ไป๋อวี่ก็อดขำไม่ได้ จริงอย่างที่เขาว่ากัน ไม่มีเด็กคนไหนอยากไปโรงเรียนจริงๆ หรอก
เพื่อการนี้ เขาถึงกับลงทุนลางานช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ไว้ครึ่งวัน เพื่อจะไปส่งไป๋อวี่ชิงที่โรงเรียนด้วยตัวเอง และถือโอกาสสอบถามความเป็นอยู่ของเธอจากคุณครู รวมถึงจัดการเรื่องค่าเทอมหากไม่มีอะไรผิดพลาด
ค่ำวันนั้น ผิดคาดที่ไป๋อวี่ชิงไม่ได้มาเกาะแกะวอแวเขาเหมือนเคย เธอเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องเพื่อจัดข้าวของ เตรียมพร้อมสำหรับการไปเรียนในวันรุ่งขึ้น
ต่อมาเสียงกุกกักก็เงียบหายไป และเธอก็ไม่ได้เดินออกมาข้างนอก แต่แสงไฟในห้องยังคงเปิดสว่างอยู่ คาดว่าคงกำลังเขียนไดอารี่บันทึกเรื่องราวที่ผ่านมาอยู่กระมัง?
.......
เช้าตรู่วันจันทร์ ไป๋อวี่ตื่นแต่เช้า ตั้งใจเป็นพิเศษว่าจะหวีผมและถักเปียให้ไป๋อวี่ชิงด้วยมือของเขาเอง
ทั้งสองยืนเคียงคู่กันที่หน้ากระจกในห้องน้ำ ไป๋อวี่ใช้หวีไม้ค่อยๆ สางผมให้น้องสาวอย่างใจเย็น
ก่อนหน้านี้ เพราะเอาแต่อุดอู้อยู่แต่ในบ้าน ผมเผ้าของไป๋อวี่ชิงจึงมักจะยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง แม้แต่วันที่ออกไปข้างนอกเมื่อวานซืน เธอก็เป็นคนหวีและมัดผมเองแบบลวกๆ
แม้จะพอดูได้ แต่ก็ไม่ได้เรียบร้อยสวยงามนัก คาดว่าเมื่อก่อนเธอคงมีคุณแม่คอยจัดการเรื่องพวกนี้ให้ และตอนนี้หน้าที่นั้นก็ตกมาเป็นของไป๋อวี่โดยปริยาย
ในระหว่างที่เขากำลังหวีผมให้นั้น ไป๋อวี่ชิงเอาแต่ก้มหน้านิ่ง ใบหน้าเล็กจ้อยดูขรึมลง นิ้วมือป้อมๆ เขี่ยกันไปมา ไม่รู้ว่าในใจดวงน้อยกำลังคิดอะไรอยู่
"เป็นอะไรไปอวี่ชิง? ไม่ชอบให้พี่หวีผมให้เหรอ?" ไป๋อวี่เอ่ยถามด้วยความสงสัย เมื่อสัมผัสได้ว่าน้องสาวดูอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก
เขารออยู่พักใหญ่กว่าไป๋อวี่ชิงจะยอมตอบกลับมา
ผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงเล็กๆ ก็เอ่ยขึ้นแผ่วเบา: "ชอบสิคะพี่! หนูแค่... คิดถึงแม่นิดหน่อยน่ะค่ะ เมื่อก่อนแม่ชอบหวีผมให้หนูแบบนี้"
ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง!
แม่ของไป๋อวี่ชิงคงจะรักและดีต่อลูกสาวมากสินะ?
ก็ถูกแล้ว ในโลกนี้จะมีแม่คนไหนไม่รักลูกบ้าง?
เขาอดจินตนาการถึงภาพของคุณแม่ที่ป่วยหนักจนลุกแทบไม่ไหว แต่ยังคงฝืนสังขารลุกขึ้นมานั่งถักเปียให้ลูกสาวตัวน้อยไม่ได้
เมื่อคิดได้ดังนั้น จมูกของเขาก็รู้สึกแสบพร่าขึ้นมาเล็กน้อย ความเศร้าแล่นพล่านเข้ามาในอก
ไป๋อวี่ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาปล่อยให้ความเงียบที่เจือความโศกเศร้าปกคลุมชั่วขณะ มือยังคงบรรจงหวีผมให้ไป๋อวี่ชิงอย่างทะนุถนอม
เขาหวังเพียงว่าความใส่ใจอันละเมียดละไมนี้ จะช่วยบรรเทาความความคิดถึงแม่ในใจของน้องสาวลงได้บ้าง
ไม่นานนัก ไป๋อวี่ก็สางผมจนเรียบลื่น ขั้นตอนต่อไปคือการถักเปีย
ก่อนหน้านี้ ไป๋อวี่เคยเห็นแต่วิธีถักเปียในทีวี พอต้องมาเผชิญกับเรือนผมยาวสลวยของจริงตรงหน้า เขาก็เริ่มทำตัวไม่ถูก มือไม้พันกันไปหมด
ให้ตายเถอะ หวีผมน่ะเรื่องกล้วยๆ แต่ไอ้ถักเปียนี่สิงานหินชัดๆ!
แต่เพื่อไม่ให้เสีหน้าต่อหน้าน้องสาว เขาจำต้องกัดฟันสู้ต่อ
พยายามนึกย้อนถึงฉากถักเปียที่เคยเห็นผ่านตา พยายามเลียนแบบท่วงท่าเหล่านั้น หวังจะก๊อปปี้เกรดเอออกมาให้จงได้
ทว่า... เมื่อไป๋อวี่ถักเสร็จ ไป๋อวี่ชิงเงยหน้าขึ้นมองกระจก เห็นเปียรูปทรงบิดเบี้ยวประหลาดบนหัวตัวเอง ทั้งเขาและเธอก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน
"พี่คะ! ถักเปียอะไรของพี่เนี่ย หน้าตาตลกชะมัด! ฮ่าๆๆ!"
ในที่สุด ไป๋อวี่ก็ต้องยอมยกธงขาว เขาลาเก้าอี้มานั่งจุมปุ๊กอยู่ข้างๆ มองดูน้องสาวจัดการถักเปียด้วยตัวเองอย่างเก้ๆ กังๆ
แม้ไป๋อวี่ชิงจะดูทุลักทุเลไปบ้าง แต่นั่นเป็นเพราะการถักเปียให้ตัวเองมันยากลำบาก ไม่ใช่เพราะทำไม่เป็นแบบไป๋อวี่
เมื่อเห็นว่าบรรยากาศเศร้าหมองก่อนหน้านี้สลายหายไปแล้ว ไป๋อวี่จึงเอ่ยเตือนน้องสาวที่กำลังง่วนอยู่กับผมตัวเอง
"อวี่ชิง ตอนนี้เราอยู่ ม.2 เทอมสองแล้วนะ อีกแป๊บเดียวก็จะขึ้น ม.3 แล้ว หนูต้องทุ่มเทให้กับการเรียนรู้ไหม พี่หวังจริงๆ ว่าหนูจะสอบเข้า ม.ปลาย สาธิตอันดับหนึ่งแห่งมหาวิทยาลัยถิงโจวให้ได้"
คำพูดนี้ทำเอาไป๋อวี่แปลกใจตัวเองเหมือนกัน เขาเพิ่งจะเรียนจบมาได้ไม่กี่ปีแท้ๆ
แต่ตอนนี้กลับมาทำตัวเป็นผู้ปกครองห่วงใยเรื่องเรียนของน้องสาวเสียแล้ว มองมุมไหนก็น่าขันพิลึก
"รู้แล้วน่า..." ไป๋อวี่ชิงไม่คิดว่าพี่ชายจะจริงจังเรื่องผลการเรียนขนาดนี้ เธอทำหน้ามุ่ยทันที น้ำเสียงดูห่อเหี่ยวลงถนัดตา
ดูท่าเด็กทุกคนจะกลัวการถูกจี้เรื่องเรียนเหมือนกันหมดสินะ
เมื่อเห็นเธอดูจ๋อยไป ไป๋อวี่จึงหยอกเย้ากลับไปบ้าง "ตอนนั้นพี่สอบเข้าโรงเรียนสาธิตอันดับหนึ่งได้จากโรงเรียนสาธิตอันดับสองนะ ถ้าหนูอยากเป็นรุ่นน้องของพี่ ก็ต้องพยายามเข้าล่ะ!"
เด็กสาวชะงักไปเล็กน้อยกับคำพูดของพี่ชาย ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงขี้เล่นผิดวิสัย
"หนูเป็นน้องสาวของพี่อยู่แล้ว ใครจะไปสนเรื่องเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนกันล่ะ!"
เมื่อเห็นไป๋อวี่ชิงยอกย้อนได้อย่างฉะฉาน ไป๋อวี่ก็อดหมั่นเขี้ยวไม่ได้ เขาดีดหน้าผากเธอไปหนึ่งทีดังเปาะ
เธอร้องโอดโอยแกล้งทำเจ็บปวด ยกมือป้อมๆ ขึ้นกุมหน้าผาก มองค้อนพี่ชายผ่านกระจกด้วยสายตาน้อยใจ ส่วนไป๋อวี่ก็ตอบโต้ด้วยการบีบจมูกรั้นๆ ของเธออย่างเอ็นดู
ไม่นาน ไป๋อวี่ชิงก็จัดการทรงผมจนเรียบร้อย เธอสวมเสื้อขนเป็ดตัวใหม่และกางเกงที่ซื้อมาเมื่อวาน แต่งองค์ทรงเครื่องจนสวยเช้งพร้อมออกจากบ้าน
ส่วนไป๋อวี่รับหน้าที่สะพายกระเป๋านักเรียน เดินตามหลังเธอต้อยๆ เหมือนคนรับใช้ไม่มีผิด