เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 การเผชิญหน้า

บทที่ 21 การเผชิญหน้า

บทที่ 21 การเผชิญหน้า


บทที่ 21 การเผชิญหน้า

ฉีหยวนหันขวับกลับไปมองด้วยความประหลาดใจ แล้วก็พบว่าเป็นลูกค้าคนสุดท้ายที่เขาเห็นเมื่อคืนก่อน

ฉีหยวนจำอีกฝ่ายได้แม่นยำ เพราะมัดกล้ามที่เด่นสะดุดตาของเขานั่นแหละ

"คุณนั่นเอง?"

เลิ่งฮุยพยักหน้าตอบ "ผมยืนอยู่ข้างหลังพวกคุณมาตลอด ได้ยินที่คุณวิเคราะห์มาทั้งหมดแล้ว คุณเก่งมาก การวิเคราะห์มีเหตุผลน่าเชื่อถือทีเดียว"

พอโดนชมซึ่งหน้าแบบนี้ ฉีหยวนก็เกาหัวแกรกๆ หัวเราะแก้เก้อด้วยความเขินอายเล็กน้อย

จังหวะนั้นเองเหลิ่งฮุยก็เอ่ยถามต่อ "ในเมื่อคุณบอกว่าคู่แข่งหน้าไม่อายคนนั้นจะยุยงชาวเน็ตให้มาที่นี่ในคืนนี้ คุณพอจะมีวิธีหาตัวเขาเจอไหม?"

พอได้ยินคำถาม ทุกคนต่างหันขวับมามองฉีหยวนเป็นตาเดียว

"เอ่อ ผมก็พอมีวิธีอยู่บ้างครับ แต่โอกาสสำเร็จอาจจะไม่สูงมาก ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับว่าอีกฝ่ายรอบคอบแค่ไหนด้วย"

เลิ่งฮุยรีบประสานมือแสดงความคารวะทันที

"ขอฟังรายละเอียดหน่อย เถ้าน้อยทำให้ผมได้กลับมาลิ้มรสความอร่อยของอาหารได้อีกครั้ง แม้เขาจะคิดว่าตัวเองไม่ได้ช่วยอะไร แต่สำหรับผม เขาคือผู้มีพระคุณ ถ้าคุณช่วยเขาให้พ้นจากวิกฤตครั้งนี้ได้ ผมยินดีติดหนี้บุญคุณคุณครั้งหนึ่ง"

ได้ยินดังนั้น สีหน้าของฉีหยวนก็ฉายแววประหลาดใจ เขามองสำรวจเลิ่งฮุยใหม่อีกครั้งอย่างอดไม่ได้

เมื่อเห็นว่าสีหน้าของอีกฝ่ายดูปกติ แต่แววตากลับจริงจังและแน่วแน่เป็นพิเศษ ฉีหยวนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประทับใจ

เด็กมัธยมปลายอยู่ในวัยที่ใสซื่อและโรแมนติกที่สุด การได้มาเจอจอมยุทธ์ผู้ผดุงคุณธรรมที่หาตัวจับยากแบบในนิยาย จะไม่ให้ตื่นเต้นได้ยังไงไหว?

เขาจึงรีบโบกไม้โบกมือพร้อมหัวเราะร่า "พี่ชาย พูดเกินไปแล้วครับ พวกเรามาช่วยเถ้าน้อยเพราะความเต็มใจ ไม่ต้องมาติดหนี้บุญคุณอะไรกันหรอกครับ"

"อีกอย่าง เถ้าน้อยแกเป็นคนรักความสะอาดจะตาย จากที่ผมสังเกตเมื่อคืน แกเช็ดเคาน์เตอร์ไม่ต่ำกว่าสิบเจ็ดสิบแปดรอบ คนแบบนั้นจะเอาน้ำเน่ามาทำเต้าหู้เหม็นได้ยังไง เป็นไปไม่ได้หรอกครับ"

คำพูดของฉีหยวนทำให้สีหน้าเคร่งขรึมของเลิ่งฮุยดูอ่อนลงเล็กน้อย

ตอนนั้นเอง ฉีหยวนก็ส่งสัญญาณให้ทุกคนขยับเข้ามาใกล้ๆ

"ทุกคนครับ วิธีของผมง่ายมาก ลองคิดดูสิ คนที่ทำเรื่องสกปรกพรรค์นี้ได้ นิสัยใจคอต้องแย่ขนาดไหน ถึงตอนนั้นหมอนั่นคงจะแฝงตัวอยู่ในฝูงชน แล้วแอบหัวเราะเยาะอยู่ในใจแน่ๆ"

เลิ่งฮุย คนงานเมิ่ง และเฒ่าเฉินสบตากัน แล้วพยักหน้าเห็นด้วยพร้อมเพรียง

"ดังนั้น ขั้นตอนแรกของเราคือสังเกตว่าใครหัวเราะได้น่ารังเกียจที่สุด จำไว้นะครับ ต้องเป็นเสียงหัวเราะแบบหื่นกาม แล้วก็ชอบแอบมองคนข้างๆ ด้วยสายตาลุกลี้ลุกลน"

"เขาเรียกว่าอะไรนะ... อ้อ ใช่ 'มีพิรุธ' ไง คนที่หัวเราะได้หื่นกามน่ารังเกียจสุดๆ แถมยังมีพิรุธชัดเจน ฟันธงได้เลยว่าเป็นหมอนั่นแน่นอน"

"พอเจอตัวแล้ว เราค่อยลองหยั่งเชิงดูครับ"

"อย่างเช่น แกล้งกระซิบข้างหูเขาว่า: 'ความลับแตกแล้วนะ'"

"หรือพูดว่า: 'เถ้าแก่ น่าจะจ่ายค่าจ้างหน้าม้าได้แล้วมั้ง?'"

"หรืออะไรก็ได้ที่ทำให้เขาร้อนตัว แล้วด้นสดเอาหน้างานเลยครับ"

พอฟังแผนการของฉีหยวนจบ ทุกคนก็พากันขำขัน บรรยากาศตึงเครียดในตอนแรกเริ่มผ่อนคลายลง

แต่แล้วจู่ๆ ฉีหยวนก็กุมขมับด้วยความกลัดกลุ้มอีกครั้ง

"ติดอยู่อย่างเดียวครับ ถึงตอนนั้นเถ้าน้อยต้องโดนคนที่ไม่รู้เรื่องรุมล้อมอยู่แน่ๆ พวกเราคงไปยืนประกบเถ้าน้อยตลอดเวลาไม่ได้ ผมกลัวว่าจะมีพวกเลือดร้อนบางคนไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้วลงมือเลย ถ้าเถ้าน้อยบาดเจ็บหรือแผงลอยโดนพัง คงดูไม่จืดแน่"

พอได้ยินดังนั้น หลี่อันกำลังจะอ้าปากบอกว่าไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยของลู่ชวน

แต่เลิ่งฮุยชิงผิวปากดังวี้ดขึ้นมาเสียก่อน

พริบตาเดียว ชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ที่กล้ามเนื้อแน่นจนเสื้อแทบปริก็เดินออกมาจากมุมตึก

เลิ่งฮุยยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา พร้อมโบกมือใหญ่ๆ ของเขา

"เรื่องความปลอดภัยของเถ้าน้อย ผมกับพี่น้องจัดการเอง มาดูกันซิว่าใครจะกล้าแตะต้องเขา"

ฉีหยวนและคนอื่นๆ สบตากัน แล้วต่างพากันกลืนน้ำลายเอือกใหญ่

เวลากลับมาสู่ปัจจุบัน

เลิ่งฮุยลอบมองสีหน้าไม่ยอมจำนนของชายหนุ่มเบื้องหลังแล้วพยักหน้าในใจ

ไม่ลำพองยามชนะ ไม่ท้อถอยยามพ่ายแพ้ เผชิญหน้ากับคำครหาจากคนนับพัน ยังคงสงบนิ่งและเยือกเย็น

แม้ลู่ชวนจะยังไปไม่ถึงขั้นนั้น แต่เขาก็ยังกล้าแสดงความโกรธและความไม่ยอมจำนนเมื่อเผชิญกับข้อกล่าวหาจากคนนับร้อย แทนที่จะหดหัวเงียบกริบ

ความกล้าหาญของเขาเหนือกว่าผู้ใหญ่หลายคนเสียอีก

ในทางกลับกัน เมื่อมองดูผู้ใหญ่ตรงหน้าเหลิ่งฮุยสังเกตทุกคำพูดและการกระทำของพวกเขา แล้วรู้สึกสะอิดสะเอียน

แต่ละคนคิดว่าตัวเองยืนอยู่บนจุดสูงสุดของศีลธรรมและความถูกต้อง รังแกชายหนุ่มร่างผอมบางอย่างอำเภอใจ คนแข็งแรงรังแกคนอ่อนแอ คนมากรังแกคนน้อย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอและความไร้ยางอายในกมลสันดาน

หลงเชื่อข่าวลือ แห่ตามกันไป ขาดวิจารณญาณ ถูกคนชั่วยุยงด้วยคำพูดไม่กี่คำก็คล้อยตามโดยไม่รู้ตัว แสดงถึงสติปัญญาที่ตื้นเขินและโง่เขลา

สำหรับคนพวกนี้เหลิ่งฮุยอยากจะถ่มน้ำลายใส่ให้รู้แล้วรู้รอด แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้

ช่างเถอะ มีข้าอยู่ตรงนี้ พวกแกอย่าหวังจะได้ก้าวเข้ามาทำร้ายผู้มีพระคุณของข้าแม้แต่ก้าวเดียว

คิดได้ดังนั้น แววตาของเลิ่งฮุยก็ยิ่งแน่วแน่ขึ้น

สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่เปลี่ยนไปของเลิ่งฮุย เหล่าพี่น้องลูกน้องเหมือนได้รับแรงกระตุ้น ต่างพากันยืดอกขึ้นอย่างฮึกเหิม

ด้วยเหตุนี้ ฝูงชนนับร้อยที่เดิมทีฮึกเหิม พอโดนสายตาของเลิ่งฮุยและพรรคพวกจ้องเขม็งเข้าใส่ ก็พากันฝ่อลงทันที

เมื่อกระแสของทั้งสองฝ่ายผลัดกันรุกผลัดกันรับ สถานการณ์ในที่เกิดเหตุก็เริ่มสับสนอลหม่านขึ้นมาอีกครั้ง

ทำเอาพ่อค้าหัวทองเริ่มร้อนรน

"อะไรวะเนี่ย! คนเป็นร้อยดันมากลัวคนแค่สิบเอ็ดคน! ถุย!"

"เออ ฉันก็ว่าพวกนั้นปอดแหกเกินไป ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป แผนเราจะไม่ล่มเหรอวะ?! บ้าเอ๊ย"

"นั่นดิ เป็นงี้ไปได้ไง ฉันอุตส่าห์..."

พ่อค้าหัวทองเผลอรับลูกคู่ไปโดยไม่รู้ตัว แต่พูดไปได้ครึ่งประโยค จู่ๆ ก็รู้ตัวว่าหลุดปาก รีบเอามือตะครุบปากตัวเองทันที แววตาฉายแววตื่นตระหนก สงสัย และโกรธเกรี้ยวปะปนกันมั่วไปหมด

ฉีหยวนกอดดอกแค่นหัวเราะ

เจอตัวแล้ว~

พ่อค้าหัวทองโกรธจัดแต่แสร้งทำเป็นใจเย็น

"ฉันไม่รู้ว่าพวกแกพูดเรื่องอะไร ฉันจะกลับแล้ว"

ทันทีที่หันหลังกลับ จู่ๆ เขาก็โดนเจ้าอ้วนที่อยู่ข้างหลังผลักจนเกือบหัวทิ่มพื้น

"ฉันบอกเหรอว่าให้แกไปได้?"

หลี่อันตีหน้ายักษ์ เอ่ยเสียงเหี้ยม

เพราะไอ้พ่อค้าหัวทองนี่แหละที่ทำให้แผนประจบสอพลอของเขาล่มไม่เป็นท่า แถมยังไปสะกิดต่อมโมโหเข้าให้

เขายังไม่รู้เลยว่าท่านจอมมารจะลงโทษเขายังไงหลังจากนี้

พอนึกถึงเรื่องนี้ ความแค้นในใจของหลี่อันก็ยิ่งทวีคูณ

"แก... แกจะทำร้ายร่างกายเหรอ?"

พ่อค้าหัวทองดูท่าทางร้ายกาจ แต่เนื้อแท้แล้วขี้ขลาดตาขาว

เขาไม่รู้ว่าตัวเองโดนจับได้ยังไง แต่พอเห็นสองคนนี้ ไม่สิ มีอีกหกคนเดินล้อมเข้ามาจากทุกทิศทาง พร้อมส่งยิ้มเหี้ยมเกรียมมาให้ เขาก็รู้แล้วว่าความแตกยับเยิน

แต่เขาก็ยังอยากจะดิ้นรนอีกสักหน่อย เผื่อว่าอีกฝ่ายจะไม่มีหลักฐาน เผื่อว่า...

"ทำร้ายร่างกาย? ไม่ๆๆ พวกเราเป็นปัญญาชน จะไปทำร้ายร่างกายคนอื่นได้ยังไง?"

คนงานเมิ่งส่ายหน้าแก้ความเข้าใจผิด

ไม่ทำร้ายร่างกาย?

เหอะ ถ้าไม่ทำร้ายร่างกาย งั้นฉันก็ไม่กลัวว้อย!

พ่อค้าหัวทองคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้ดีตีนแดงขนาดนี้ ก็ลิงโลดใจขึ้นมาทันที

ทว่า ประโยคต่อมาของฉีหยวนกลับทำให้เขาหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ

"ทำร้ายร่างกายมันติดคุกนะคุณ พวกเราไม่ได้โง่ แต่ไอ้คนที่กุข่าวลือเสียหาย ใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น แล้วยุยงปลุกปั่นให้คนนับร้อยมาชุมนุมก่อความวุ่นวายเนี่ย โทษหนักเอาเรื่องอยู่นา~"

พ่อค้าหัวทองหน้าถอดสี รีบปฏิเสธเสียงแข็ง

"แก... แกพูดบ้าอะไร!"

เห็นปฏิกิริยาของพ่อค้าหัวทอง ฉีหยวนก็รู้ทันทีว่ามาถูกทาง เขาขยิบตาให้คนอื่น

หลี่ฉีหงและเจิงอวี้เฉิงเข้าใจความหมายทันที รีบก้าวเข้าไปคว้าแขนพ่อค้าหัวทองคนละข้างแล้วบิดล็อกไว้แน่น

เล่นเอาพ่อค้าหัวทองขวัญกระเจิง ร้องเสียงหลง "แก... พวกแกจะทำอะไร? ไหนบอกจะไม่ทำร้ายร่างกายไง?"

ฉีหยวนก้าวเข้าไป ล้วงโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋ากางเกงของพ่อค้าหัวทอง ชูขึ้นฟ้าแล้วแสยะยิ้ม "แกจ้างหน้าม้ามาปั่นกระแสใส่ร้ายคนอื่นในคลิปของหลี่อัน แล้วยังยุยงให้ชาวเน็ตมาถล่มร้านชาวบ้าน หลักฐานทั้งหมดน่าจะอยู่ในมือถือเครื่องนี้ใช่ไหมล่ะ?"

"เดี๋ยวพอคุณตำรวจมา แล้วกู้แชทที่แกคุยกับพวกหน้าม้าออกมาได้ แกจบเห่แน่~"

รู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองทำอะไรไว้ พ่อค้าหัวทองแข้งขาอ่อนปวกเปียกทันทีที่ได้ยิน หน้าซีดเผือดลงไปถนัดตา

ครั้งก่อนที่โดนจับเข้าโรงพัก เขาแค่โดนตักเตือน

แต่คราวนี้ถ้าโดนจับอีก มีหวังได้ไปนอนกินข้าวแดงในคุกของจริงแน่!!!

จบบทที่ บทที่ 21 การเผชิญหน้า

คัดลอกลิงก์แล้ว