- หน้าแรก
- ร้านนี้ขายความเทพ เชิญเสพความแกร่ง
- บทที่ 9 ความพยายามของคนเป็นพ่อนั้นคุ้มค่า
บทที่ 9 ความพยายามของคนเป็นพ่อนั้นคุ้มค่า
บทที่ 9 ความพยายามของคนเป็นพ่อนั้นคุ้มค่า
บทที่ 9 ความพยายามของคนเป็นพ่อนั้นคุ้มค่า
ฉีหยวนเห็นข้อความฝากหิ้วในกลุ่มแชตแล้วก็หลุดขำออกมาทันที
ฝากซื้อเหรอ?
ฝันไปเถอะ
ขืนให้เจ้าพวก 'ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน' ได้กลิ่นตั้งแต่ยังไม่ทันเห็นของ มีหวังแผนแตกกระเจิงกันพอดี
ต้องลากคอมาดูพ่อค้าทอดเต้าหู้เหม็นให้เห็นกับตาเท่านั้น ฉีหยวนถึงจะมั่นใจว่าจะรั้งตัวพวกมันให้อยู่ชิมของดีหายากนี้ได้
"โถๆๆ พ่อคนนี้ช่างปวดใจเหลือเกิน~"
เขาอดกลั้นขำไม่ได้เมื่อจินตนาการถึงภาพเจ้าลูกชายตัวดีทั้งสองที่ต้องโก่งคออาเจียนพลางยัดเต้าหู้เหม็นเข้าปากด้วยสภาพดูไม่จืด
แค่คิดก็สนุกแล้ว!
หึๆ ~
ยี่สิบนาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ฉีหยวนชูป้ายในมือข้างหนึ่ง พลางโบกไม้โบกมือเรียกหลี่ฉีหงและเจิงอวี้เฉิงที่กำลังรีบจ้ำอ้าวมาแต่ไกล
"ทางนี้ๆ"
สมกับที่เป็นเพื่อนตายสหายศึกของฉีหยวน หลี่ฉีหงและเจิงอวี้เฉิงเห็นคำว่า 'ห้องน้ำสาธารณะ' บนป้ายแล้วก็ยังไม่มีทีท่าสงสัยแม้แต่น้อย
มิหนำซ้ำยังพาลคิดเข้าข้างตัวเองว่า 'เพชรแท้ย่อมส่องประกายแม้ในที่อับแสง'
ขนาดร้านตั้งอยู่ข้างส้วมยังมีคนต่อคิวยาวเหยียดขนาดนี้ รสชาติมันต้องเด็ดดวงขนาดไหนกัน!
พอคิดได้ดังนั้น ทั้งสองก็กลืนน้ำลายเอือกใหญ่ ต่างคนต่างคว้าแขนฉีหยวนคนละข้าง แล้วลากถูลู่ถูกังมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำสาธารณะด้วยความกระตือรือร้น
ทว่าเมื่อเลี้ยวพ้นมุมตึกมา ภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับไม่ใช่ฝูงชนที่ต่อคิวรอ
แต่เป็นรถเข็นคันเล็กๆ ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว รอยยิ้มบนใบหน้าของทั้งคู่แข็งค้างไปพร้อมกัน
ลางสังหรณ์อัปมงคลผุดขึ้นในใจโดยมิได้นัดหมาย
แต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้เอ่ยปาก ฉีหยวนก็ฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ ตะโกนสั่งลู่ชวนมาแต่ไกล
"เถ้าแก่! เอาเต้าหู้เหม็นชุดใหญ่สามที่!"
ลู่ชวนมองลูกค้าทั้งสามด้วยความงุนงง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงยิ้มแห้งๆ แล้วก้มลงเปิดกล่องเก็บกลิ่น
เมื่อเห็นลู่ชวนเริ่มขยับตัว ฉีหยวนผู้เจนจัดในสนามก็รีบสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ แล้วกลั้นหายใจไว้อย่างเหนียวแน่น
"อุ๊บ!!"
"อ้วก!!!"
เสียงโก่งคออาเจียนดังขึ้นแทบจะพร้อมกันจากคนข้างกายทั้งสอง
เมื่อเห็นแผนแกล้งเพื่อนสำเร็จงดงาม ฉีหยวนก็แทบจะหลุดขำออกมา
โชคดีที่ทักษะการกลั้นหายใจของเขาล้ำเลิศ เขาหน้าดำหน้าแดงกลั้นขำโดยที่มือยังคงบีบจมูกแน่นไม่ยอมปล่อย
พอหลี่ฉีหงและเจิงอวี้เฉิงเห็นสภาพของฉีหยวน ก็รู้ทันทีว่าโดนวางยาเข้าให้แล้ว ทั้งคู่เตรียมจะพุ่งเข้าไปคิดบัญชี
แต่ฉีหยวนไวปานวอก รีบวิ่งไปหลบหลังแผงขายของลู่ชวนเสียก่อน
เล่นเอาทั้งสองคนทำตัวไม่ถูก จะบุกเข้าไปกระทืบก็ไม่กล้า จะถอยก็เสียหน้า
ใจหนึ่งก็อยากหนีไปจากนรกภูมินี้ แต่อีกใจก็แค้นไอ้เพื่อนเวรจนปวดฟันตุบๆ
จังหวะนั้นเอง ฉีหยวนก็ตะโกนออกมา
"พ่อไม่เคยหลอกลูกนะเว้ย! ไอ้นี่น่ะกลิ่นมันอาจจะแรงไปหน่อย แต่รสชาติอร่อยเหาะเชื่อพ่อสิ!!!"
หลี่ฉีหงและเจิงอวี้เฉิงได้ยินดังนั้นก็ตวัดสายตาอาฆาตใส่ฉีหยวนพร้อมกับส่ายหน้าดิก
กลิ่นนรกแตกขนาดนี้ ขืนกินเข้าไปมีหวังได้ไปทัวร์ยมโลกแน่ๆ
ฉีหยวนเองก็นึกไม่ถึงว่าเพื่อนจะระแวงขั้นสุดขนาดนี้ เขาทำหน้าเหวอไปเล็กน้อย
แต่พอลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา ก็คงไม่กล้าลองเหมือนกันแหละนะ
ช่างเถอะ อยากเห็นลูกชายทำเรื่องขายหน้า พ่อคนนี้ก็ต้องทำให้ดูเป็นตัวอย่างก่อน
"ถ้าไม่เชื่อ งั้นเดี๋ยวฉันกินโชว์ก่อน แล้วพวกนายค่อยตัดสินใจว่าจะกินไหม"
เมื่อเห็นฉีหยวนลงทุนขนาดนั้น ประกอบกับความคิดที่ว่า 'ไหนๆ ก็มาแล้ว' หลี่ฉีหงและเจิงอวี้เฉิงจึงยอมตกลงอย่างจำใจ
และแล้ว ทั้งสามหนุ่มก็ยืนเรียงหน้ากระดานหน้าแผงเต้าหู้เหม็น มือบีบจมูกแน่น กอดคอกันกลมราวกับสหายร่วมรบที่จะไม่ทิ้งกันในสนามประลอง
ลู่ชวนทอดเต้าหู้ไปพลางมองคนทั้งสามด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ ในใจรู้สึกแปลกพิลึก
โชคดีที่บรรยากาศพิลึกพิลั่นนี้อยู่ได้ไม่นาน
เมื่อเต้าหู้เหม็นชุดแรกทอดเสร็จและถูกวางตรงหน้าฉีหยวน บรรยากาศก็เริ่มผ่อนคลายลง
หลี่ฉีหงและเจิงอวี้เฉิงจ้องมองเต้าหู้ในชามที่หน้าตาดูดีผิดคาด แล้วหันไปมองฉีหยวนที่คีบเต้าหู้เข้าปากด้วยท่วงท่าสง่างาม ก่อนจะหลับตาพริ้มด้วยความเคลิบเคลิ้ม
กำแพงในใจเริ่มสั่นคลอน
"หรือว่าจะอร่อยจริงๆ วะ?"
ทั้งสองหันมาสบตากัน สังเกตเห็นลูกกระเดือกของอีกฝ่ายขยับขึ้นลงพร้อมกัน ในที่สุดความอยากรู้อยากเห็นก็ชนะทุกสิ่ง
"ขอชิมคำนึง!"
"ฉันด้วย!"
ตะเกียบพุ่งว่อนด้วยความชำนาญจากการแย่งของกินกันมาหลายปี คีบเต้าหู้เหม็นชุ่มซอสขึ้นมาได้อย่างแม่นยำ พวกเขากลืนน้ำลายเตรียมจะส่งเข้าปาก
ทว่าวินาทีถัดมา กลิ่นเหม็นรุนแรงที่เพิ่งจะเริ่มชินจมูกก็พุ่งเข้ากระแทกรูจมูกอีกครั้ง
"อุ๊บ!!!"
"อ้วก!!!"
เพราะไม่ได้ตั้งตัว จึงเผลอโก่งคออ้วกออกมาอีกรอบ
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!"
แชะ แชะ แชะ แชะ!!!
เสียงหัวเราะลั่นดังขึ้นพร้อมกับเสียงรัวชัตเตอร์มือถือ
คราวนี้หลี่ฉีหงกับเจิงอวี้เฉิงของขึ้นจริงๆ เตรียมจะด่าไอ้เพื่อนชั่วที่ไร้มนุษยธรรม
แต่ทว่า ฉีหยวนกลับใช้มือทั้งสองข้างดันมือที่ถือเต้าหู้เหม็นของเพื่อนรักยัดใส่ปากของเจ้าตัวไปดื้อๆ
"อื้ม... อื้ม... อื้ม..."
"อู้ว... อู้ว... อู้ว..."
สัญชาตญาณทำให้ทั้งสองเริ่มเคี้ยวทั้งที่ปากยังเต็มไปด้วยอาหาร
พริบตาเดียว รสชาติเข้มข้นกลมกล่อมก็ระเบิดกระจายไปทั่วปากแทบจะในทันที
"เคี้ยวๆๆ..."
"อร่อย! อร่อยโคตร! เคี้ยวๆๆ..."
จังหวะนั้นเอง ลู่ชวนก็ส่งเต้าหู้เหม็นชุดใหม่มาให้
หลี่ฉีหงและเจิงอวี้เฉิงสบตากันแวบหนึ่ง ก่อนจะกระโจนเข้าใส่ราวกับหมาหิวโซแย่งอาหาร รุมทึ้งเต้าหู้เหม็นชุดนั้นอย่างบ้าคลั่ง
มองดูเพื่อนรักแย่งกันกินอย่างเอาเป็นเอาตาย ฉีหยวนก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ความเหนื่อยยากของคนเป็นพ่อไม่สูญเปล่าจริงๆ ~
"ส้วมสาธารณะระเบิดแล้ว พวกคุณจะไม่ทำอะไรหน่อยเหรอ? ห๊า!!!"
พ่อค้าผมเหลืองตะคอกใส่ปลายสายอย่างเกรี้ยวกราด
สวรรค์โปรดเถอะ ตั้งแต่กลิ่นเต้าหู้เหม็นโชยออกมา ไม่ใช่แค่รอบห้องน้ำที่ร้างผู้คน แม้แต่ทางเดินสีเขียวตรงทางออกก็ไม่มีใครกล้าเฉียดกรายเข้ามาใกล้
พ่อค้าผมเหลืองที่ตั้งแผงอยู่ตรงทางออกย่อมพลอยฟ้าพลอยฝนรับเคราะห์ไปด้วยเต็มๆ
เดิมทีทำเลของเขาถือว่าทองฝังเพชร เพราะอยู่ตรงทางเข้าออกที่มีคนพลุกพล่านที่สุด ยอดขายจึงดีกว่าเจ้าอื่นแบบทิ้งห่าง
เขาเคยกระหยิ่มยิ้มย่อง แต่พอกลิ่นนรกนี่ลอยมา อย่าว่าแต่ลูกค้าเลย แม้แต่ตัวเขาเองยังอยากจะวิ่งหนีให้รู้แล้วรู้รอด
แต่ทางเดินนี้ไม่มีที่ว่างให้ย้ายแผงไปไหนได้อีกแล้ว
มิน่าล่ะพ่อค้าผมเหลืองถึงได้หัวฟัดหัวเหวี่ยงขนาดนี้
ทำไมส้วมต้องมาระเบิดเอาตอนนี้ด้วยวะ!
แล้วไอ้กลิ่นบรรลัยกัลป์นี่มัน... อุ๊บ!
เขาโก่งคออ้วกไปหนึ่งที ก่อนจะระบายโทสะใส่คนดูแลตลาดในสายโทรศัพท์ต่อ
"ทางเรารับทราบสถานการณ์ที่คุณแจ้งแล้ว เดี๋ยวจะส่งเจ้าหน้าที่ไปจัดการ"
ตู้ด ตู้ด ตู้ด ตู้ด...
สัญญาณตัดไปดื้อๆ
โดนวางสายใส่แบบนี้ พ่อค้าผมเหลืองถึงกับยืนอึ้ง
พอจะโทรกลับไประบบก็แจ้งว่าคู่สายไม่ว่าง
"โว้ยยย แม่งเอ๊ย!"
พ่อค้าผมเหลืองเดือดดาลจนควันออกหู ไม่รู้จะระบายอารมณ์ที่ไหน เลยเผลอขว้างโทรศัพท์ลงพื้นเต็มแรง
เพล้ง!
โทรศัพท์แตกกระจายไม่มีชิ้นดี
"ฉิบหายแล้วววว!!!!"
พอได้สติ พ่อค้าผมเหลืองก็มองซากโทรศัพท์ของตัวเองแล้วปล่อยโฮออกมา
เพื่อนร่วมแผงที่ยืนบีบจมูกอยู่ข้างๆ มองดูความโกรธที่ไร้ทางออกของเพื่อนแล้วอยากจะปลอบใจ แต่ก็ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูด
สุดท้ายจึงทำได้แค่เปลี่ยนเรื่องเสียงอ่อย
"นายว่า... ไอ้กลิ่นบ้านี่ มันมาจากไอ้เด็กขายเต้าหู้เหม็นนั่นรึเปล่า?"
พ่อค้าผมเหลืองชะงักกึก ก่อนจะก้มลงกอดเศษซากมือถือร้องไห้คร่ำครวญต่อ
จะบ้าเหรอ กลิ่นขนาดนี้ไอ้เด็กเมื่อวานซืนจะไปทำได้ยังไง?
ถ้าส้วมไม่แตก ฉันยอมเลียห้องน้ำโชว์เลยเอ้า!!!
เพื่อนร่วมแผงคิดตามแล้วก็เห็นด้วยว่ามันดูเป็นไปไม่ได้ จึงถามย้ำอีกครั้ง
"แล้วตกลงเราจะยังตั้งแผงตรงนี้อยู่ไหม?"
เห็นเพื่อนถามอะไรไม่เข้าท่า พ่อค้าผมเหลืองก็ทุบพื้นระบายอารมณ์
"ไม่ขงไม่ขายมันแล้ว! ย้ายไปที่อื่นเถอะ ขืนดมต่อไป ตัวฉันคงเน่าตามไปด้วยแน่"
พูดพลางเผลอยกแขนเสื้อขึ้นมาดม หน้าถอดสีทันที ก่อนจะโก่งคอ...
"อ้วก!!"