เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23: สั่งสอน

บทที่ 23: สั่งสอน

บทที่ 23: สั่งสอน


บทที่ 23: สั่งสอน

ทำเลที่ตั้งอยู่ในย่านที่พักอาศัยริมทะเลสาบ บรรยากาศงดงามและมีระบบรักษาความปลอดภัยที่เป็นเลิศ

สามห้องนอน สองห้องนั่งเล่น รับประกันความกว้างขวางโอ่อ่า

ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นบ้านที่เพิ่งตกแต่งใหม่พร้อมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบครัน เพียงแค่ซื้อของใช้ในชีวิตประจำวันและหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเข้ามาก็เข้าอยู่ได้ทันที

ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือค่าเช่าที่ค่อนข้างสูง ทำให้ห้องนี้ว่างอยู่นานเพราะไม่มีใครยอมเช่า

แต่ข้อเสียนี้ไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อเย่หมิงเลยสักนิด

สิ่งที่เขาขาดในตอนนี้คือวงเงินสินเชื่อ ไม่ใช่ยอดเงินในบัญชีธนาคาร

ดังนั้น นายหน้าจึงเจรจากับเจ้าของห้องได้อย่างรวดเร็วที่ราคาหนึ่งหมื่นสองพันหยวนต่อเดือน

เย่หมิงไม่เสียเวลามานั่งจัดการเรื่องมัดจำสามเดือนล่วงหน้าหนึ่งเดือนตามธรรมเนียม เขาจ่ายรวดเดียวหนึ่งปีเต็ม เจ้าของห้องใจดีปัดเศษทิ้งให้ เหลือต้องจ่ายเพียงหนึ่งแสนสี่หมื่นหยวน

ราคาเช่านี้ถือว่าสูงมากในตลาดที่อยู่อาศัยของเมืองจวินหนาน

อย่างไรก็ตาม เย่หมิงไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก ตราบใดที่เขารู้สึกว่าคุ้มค่า ก็ถือว่าใช้ได้

บางทีนี่อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงทัศนคติที่ [ระบบมหาเศรษฐี] มอบให้

ยังไงซะ เขาคือว่าที่มหาเศรษฐีในอนาคต จะมามัวคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องพรรค์นี้ได้อย่างไร?

หากไม่ใช่เพราะการซื้อบ้านนั้นยุ่งยากกว่าการเช่า และเย่หมิงก็ไม่ได้วางแผนจะปักหลักอยู่ที่เมืองจวินหนาน...

เขาคงซื้อบ้านไปแล้ว

ตอนนี้จัดการเรื่องเช่าให้จบภายในครึ่งวันแล้วรับกุญแจจากนายหน้า—แบบนี้ไม่ดีกว่าเหรอ?

เย่หมิงเดินสำรวจบ้าน มันเพิ่งตกแต่งใหม่จริงๆ เพียงแค่มีฝุ่นเกาะนิดหน่อย ทำความสะอาดสักรอบก็น่าอยู่แล้ว

สภาพแวดล้อมของโครงการดีเยี่ยม และฝ่ายนิติบุคคลก็มีความรับผิดชอบสูง

ส่วนเรื่องที่ว่ามันอยู่ไกลจากมหาวิทยาลัยไปหน่อย ก็ไม่ใช่ปัญหาเมื่อมีรถสปอร์ต

แค่อาจต้องตื่นเช้าขึ้นบ้าง แต่นั่นก็ช่วยเรื่องการสร้างวินัยให้ตัวเองได้

"ดูสิ เพื่อเลี้ยงดูแก ฉันถึงกับยอมสละเวลานอนตื่นสายเชียวนะ ไม่คิดจะชดเชยให้หน่อยเหรอ?"

เย่หมิงพูดกับเจ้าหนูสีทองที่เบาะข้างคนขับพลางสตาร์ทรถสปอร์ต

ทว่า 'เจ้าก้อนทอง' ไม่มีความสนใจที่จะรับฟังตรรกะข้างๆ คูๆ ของเย่หมิง

มันเป็นแค่หนูตัวน้อยไร้พิษสง เขาจะตื่นสายหรือไม่ตื่นสาย แล้วมันเกี่ยวอะไรกับมันด้วยเล่า?

"เออๆ รู้หรอกน่าว่าแกไม่ยอมรับผิดชอบ"

เย่หมิงก็แค่บ่นไปอย่างนั้น ตอนนี้เขากำลังวางแผนจะไปมหาวิทยาลัยจวินหนานเพื่อเอากุญแจไปให้โม่จู

เขาคงเข้าไปในหอพักของโม่จูไม่ได้แน่ๆ

และโม่จูก็คงไม่ออกมาที่หอพักของเขาเช่นกัน

ดังนั้นในเมื่อตอนนี้เขาเช่าบ้านข้างนอกแล้ว ยังไงก็ต้องบอกโม่จูให้รับรู้

คงจะดีไม่น้อยถ้าเขาสามารถลักพาตัวโม่จูออกมาอยู่ด้วยกันได้

ทว่าตามคำบอกเล่าของโม่จู เธอต้องลาดตระเวนในมหาวิทยาลัยจวินหนานและพื้นที่โดยรอบทุกคืน

หน้าที่ลาดตระเวนนี้จะไม่ตกถึงมือนักศึกษาใหม่จนกว่าพวกเขาจะลงทะเบียนเรียนและสาขาวิชาวรยุทธ์รับนักศึกษารุ่นต่อไปเข้ามา

ถึงตอนนั้น รุ่นพี่ปีสูงของสาขาวิชาวรยุทธ์ถึงจะสบายขึ้น

พวกเขาแค่ต้องคอยตรวจสอบสถานการณ์ของเด็กใหม่เป็นครั้งคราวเท่านั้น

ดังนั้นในช่วงนี้ ความคิดที่จะพาโม่จูออกมาอยู่กินด้วยกันคงเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ

อย่างน้อยคงต้องรอถึงเทอมหน้า

พอคิดถึงตรงนี้ เย่หมิงก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ เป็นไปได้ไหมว่า 'เจ้าแก่เสวี่ย' ก็ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน?

เพราะหลิวเชียนยังย้ายออกมาอยู่นอกเขตมหาวิทยาลัยไม่ได้ เธอเลยไม่อนุญาตให้เจ้าแก่เสวี่ยเช่าห้องข้างนอก

อืม เป็นคำอธิบายที่สมเหตุสมผลมาก...

ในขณะที่เย่หมิงกำลังขับรถมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยจวินหนาน

มหาวิทยาลัยจวินหนาน โรงฝึกวรยุทธ์

สตรีผู้มีบุคลิกสง่างามและดูสูงส่งคนหนึ่งกำลังพิจารณาโม่จูตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะอดไม่ได้ที่จะจุปากด้วยความทึ่ง

เธอคือ 'มู่หรงหว่าน' อาจารย์สอนวรยุทธ์ของโม่จู

"โม่จู ในเวลาเพียงคืนเดียว เธอไม่เพียงแต่ทะลวงระดับได้สำเร็จ แต่ยังปรับระดับพลังปัจจุบันให้เสถียรแล้วด้วย"

"แถมการ 'ผลัดเปลี่ยนโลหิต' ก็สำเร็จไปเกือบหนึ่งในสามแล้ว"

"ครูคิดว่าลำพังแค่การสังหารปีศาจหมาป่าระดับสอง ไม่น่าจะส่งผลมหาศาลขนาดนี้นะ"

มู่หรงหว่านเอ่ยอย่างไม่รีบร้อน

ในฐานะผู้อาวุโสกิตติมศักดิ์ของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ เธอไม่มีทางไม่รู้เรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน

และมู่หรงหว่านย่อมรู้ดีถึงบทบาทสำคัญของโม่จูในการต่อสู้กับปีศาจหมาป่า

อย่างไรก็ตาม การเกิดปัญญาญาณระหว่างการต่อสู้จนนำไปสู่การทะลวงระดับนั้นยังพอเข้าใจได้ว่าเป็นพรสวรรค์ของอัจฉริยะด้านวรยุทธ์

แต่การผลัดเปลี่ยนโลหิตในร่างกายไปเกือบหนึ่งในสามภายในคืนเดียว...

...ไม่ใช่สิ่งที่คำว่าพรสวรรค์จะอธิบายได้อีกต่อไป

ต่อให้พรสวรรค์ล้ำเลิศแค่ไหน หากขาดทรัพยากรที่เหมาะสม ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทำการผลัดเปลี่ยนโลหิตสำเร็จ อย่าว่าแต่การก้าวกระโดดครั้งใหญ่ขนาดนี้เลย

ในฐานะอาจารย์ของโม่จู มู่หรงหว่านคุ้นเคยกับสถานการณ์ของลูกศิษย์คนนี้เป็นอย่างดี

เธอย่อมรู้ว่าทรัพยากรในมือของโม่จูไม่มีทางเพียงพอให้เธอผลัดเปลี่ยนโลหิตได้มากมายขนาดนั้นในคืนเดียว

งั้นคำตอบก็มีเพียงหนึ่งเดียว

เมื่อคืนนี้ โม่จูต้องไปพบเจอ 'วาสนาปาฏิหาริย์' อะไรบางอย่างมาอีกแน่

เมื่อได้ยินคำพูดของอาจารย์ โม่จูทำได้เพียงตอบกลับด้วยความเงียบ

ช่วยไม่ได้จริงๆ เธอเองก็คาดไม่ถึงว่าแค่ 'แก่นแท้แห่งปราณทรัพย์สิน' เพียงเส้นเดียวจะมีประสิทธิภาพมหาศาลขนาดนี้

ถึงขั้นทำให้เธอผลัดเปลี่ยนโลหิตได้ถึงหนึ่งในสามภายในคืนเดียว—ไม่สิ ต้องเรียกว่าครึ่งคืนด้วยซ้ำ

ความเร็วระดับนี้ พูดได้เต็มปากว่าเร็วกว่านักยุทธ์ทั่วไปเป็นร้อยเท่า

โดยปกติแล้ว นักยุทธ์ระดับสองต้องใช้เวลาประมาณสิบเดือนในการผลัดเปลี่ยนโลหิตทั่วร่างกายให้สมบูรณ์

คนที่ช้าหน่อยอาจต้องใช้เวลาถึงหนึ่งหรือสองปี

ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับโม่จูจึงอดไม่ได้ที่จะทำให้มู่หรงหว่านประหลาดใจ

ด้วยความเร็วระดับนี้ หากเกิดขึ้นอีกสักสองครั้ง เธอคงสามารถก้าวเข้าสู่ขั้นตอนการ 'ขัดเกลาอวัยวะภายใน' ได้ในเร็ววัน

นี่ไม่ใช่แค่ระดับอัจฉริยะแล้ว แต่แทบจะเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่หาตัวจับยากในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว

"เอาเถอะโม่จู ทุกคนต่างก็มีความลับเป็นของตัวเอง ถ้าเธอไม่อยากบอก ครูดก็จะไม่คาดคั้น"

"แต่มีสิ่งหนึ่งที่เธอต้องจำไว้"

"การฝึกยุทธ์ไม่มีทางลัด ไม่ว่าเธอจะได้อะไรมา เธอต้องระมัดระวังตัวเสมอ ระวังจะถูกปองร้ายโดยไม่รู้ตัว"

มู่หรงหว่านย่อมไม่อยากได้ของวิเศษที่โม่จูได้มาหรอก

เพียงแต่ไม่มีขนมเปี๊ยะหล่นมาจากฟากฟ้า และผลประโยชน์ก็ไม่ได้โผล่ออกมาจากอากาศธาตุ

มู่หรงหว่านแค่ไม่อยากให้ลูกศิษย์คนโปรดต้องมาจบชีวิตลงเพราะอุบัติเหตุบางอย่างก่อนที่จะได้เติบโตเต็มที่

"ค่ะอาจารย์ หนูจะจำให้ขึ้นใจ"

โม่จูพยักหน้ารับคำ

โม่จูไม่เคยขาดความระมัดระวัง แต่เธอจะไม่ระแวงเย่หมิง

หากเย่หมิงไม่ได้คอยอยู่เคียงข้างเธอมาตลอดในอดีต เธออาจจะไม่มีชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้ก็ได้

"จำไว้ได้ก็ดี"

มู่หรงหว่านพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเสริมว่า "พ่อหนุ่มที่อยู่กับเธอเมื่อคืน คือแฟนหนุ่มของเธอสินะ?"

ตอนที่โม่จูกับเย่หมิงแยกย้ายกันเมื่อคืน พวกเขาไม่ได้ทำตัวลับๆ ล่อๆ

ดังนั้นคนของหน่วยปฏิบัติการพิเศษจึงเห็นชัดเจน และแน่นอนว่าต้องรายงานเรื่องนี้ด้วย

ลูกศิษย์เอกของปรมาจารย์มู่หรงหว่านย่อมต้องถูกจับตามองเป็นธรรมดา

"ใช่ค่ะ"

โม่จูตอบโดยไม่ลังเล

"เป็นวัยรุ่นนี่ดีจริงๆ เลยนะ โม่จู เธอเคยคิดอยากจะให้แฟนหนุ่มของเธอมาฝึกยุทธ์บ้างไหม?"

มู่หรงหว่านยิ้มแล้วเอ่ยแซว

จบบทที่ บทที่ 23: สั่งสอน

คัดลอกลิงก์แล้ว