- หน้าแรก
- แอบบอกความลับ แล้วขยับมาฮา
- บทที่ 23 ไม่ซื้อ!
บทที่ 23 ไม่ซื้อ!
บทที่ 23 ไม่ซื้อ!
บทที่ 23 ไม่ซื้อ!
เมื่อได้ยินประโยคหลังของระบบ หนิงจืออี้ก็สำลักไอออกมาอย่างรุนแรง คนพวกนี้มันบ้าไปแล้วจริงๆ
ลู่เม่านี่ช่างชั่วช้าเลวทราม เพื่อกำจัดนายรองตู้ ถึงกับยอมทำทุกวิถีทาง แม้แต่วิธีสกปรกอย่างการวางยาปลุกกำหนัด แล้วปล่อยให้นายรองตู้ต้องตายคาอกหญิงงามก็ยังทำได้ลงคอ
ดวงตาของตู้เส้าเฟิงแดงก่ำด้วยความโกรธเมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่เม่า ไอ้คนชั่ว!
เมื่อเทียบกับความเกรี้ยวกราดของตู้เส้าเฟิงแล้ว หนิงหยวนจื้อกลับดูสงบนิ่งกว่ามาก เขาคว้าแขนเสื้อของคนข้างๆ ไว้ ส่งสัญญาณให้ใจเย็นลง จากนั้นก็ลอบสังเกตสีหน้าของหวังอันรุ่ยและไป๋เหยาเหยา จนแน่ใจว่าทั้งสองไม่ได้ยินเสียงความคิดของน้องสาว ถึงได้ลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
โชคดีที่ไม่ได้มีแค่พวกเขาที่ได้ยินเสียงในใจของหนิงจืออี้
'ฮึ่ม... พวกมันวางแผนจะลงมือคืนนี้'
'นายรองตู้ดูเป็นคนเคร่งขรึม ไม่นึกว่าจะชอบไปเที่ยวหอนางโลมกับเขาด้วย'
ระบบ: 'ลู่เม่าสืบรู้มาว่าคืนนี้นายรองตู้จะไปฟังดนตรีที่หอคณิกา เขาจึงส่งคนไปวางกับดักไว้ล่วงหน้าแล้ว นายรองตู้ตกอยู่ในอันตราย!'
เท้าของตู้เส้าเฟิงขยับจะก้าวออกไปโดยอัตโนมัติ แต่หนิงจืออี้คว้าตัวเขาไว้เสียก่อน สีหน้าของเด็กสาวดูจริงจังอย่างยิ่ง
'อย่าเพิ่งขยับ ประเดี๋ยวฉันมีเรื่องสำคัญจะบอก'
'ยังมีเวลา ขอฉันจัดการไอ้สวะสองตัวนี้ก่อน แล้วค่อยคิดหาวิธีช่วยนายรองตู้'
ถึงแม้ใจจริงอยากจะเป็นแค่คนดูอยู่ห่างๆ อย่างมีความสุข แต่นายรองตู้เป็นคนดีมีคุณธรรม และตู้เส้าเฟิงก็ดีกับพวกเขามาก นางจะมัวแต่นั่งดูดายกินลมชมวิวไม่ได้ ยามคับขันก็ต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
หนิงจืออี้เลิกสนใจไป๋เหยาเหยา แล้วหันไปหาหวังอันรุ่ยแทน
"ปิ่นหยกที่คุณชายหวังพูดถึงอยู่ที่ไหนหรือเจ้าคะ?"
"อยู่นี่ขอรับ คุณหนูหนิง เชิญชม ปิ่นหยกชิ้นนี้ทำจากหยกอุ่นชั้นดี ฝีมือแกะสลักและลวดลายเป็นเลิศ ยามต้องแสงแดดจะเปล่งประกายรัศมีสีขาวนวลออกมาด้วยนะขอรับ" เถ้าแก่ร้านร่างท้วมที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบกุลีกุจอเข้ามาแนะนำสินค้า
ไม่ว่าจะเป็นหนิงหยวนจื้อหรือหนิงจืออี้ ในสายตาของเถ้าแก่ ขอแค่ขายให้คนสกุลหนิงได้ ใครซื้อก็ไม่เกี่ยงทั้งนั้น
เครื่องประดับที่วางขายในหอเจินเป่าล้วนมีป้ายชื่อร้านกำกับ แต่ปิ่นหยกปลอมชิ้นนี้ไม่มีป้ายของหอเจินเป่า เถ้าแก่จึงไม่กังวลว่าจะเสียชื่อเสียงร้านเลยแม้แต่น้อย
ปิ่นหยกของจริงมาจากหอเจินเป่า ส่วนของปลอมชิ้นนี้มาจากไหนก็สุดรู้
เมื่อนึกถึงกำไรที่จะได้จากการขายของปลอมชิ้นนี้ ใบหน้าอวบอูมของเถ้าแก่ก็ยิ่งฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม
หนิงจืออี้ทำตัวเหมือนเด็กขี้สงสัย ซักถามเรื่องปิ่นหยกไม่หยุดปาก พอได้ยินคำอธิบายจากเถ้าแก่และหวังอันรุ่ย นางก็แสร้งส่งเสียงอุทานด้วยความตื่นเต้นเป็นระยะ
"คุณหนูหนิง ปิ่นหยกชิ้นนี้สวยไหมขอรับ?"
"สวยเจ้าค่ะ!"
"แล้วท่านสนใจปิ่นหยกชิ้นนี้ไหมขอรับ?"
"สนใจเจ้าค่ะ"
"ท่านอยากครอบครองปิ่นหยกชิ้นนี้ไหมขอรับ?"
"อยากเจ้าค่ะ!"
"งั้นยังรออะไรอยู่ล่ะขอรับ? ปิ่นหยกชิ้นนี้ราคาไม่แพงเลย เพียงแค่สองหมื่นตำลึง ท่านก็จะได้ปิ่นหยกที่หาตัวจับยากกลับบ้านไป สองหมื่นตำลึงไม่ขาดทุน ไม่ถูกหลอก ซื้อไปมีแต่คุ้มกับคุ้ม!"
ดวงตาของเถ้าแก่เป็นประกาย จ้องมองหนิงจืออี้ด้วยความคาดหวัง
"ไม่ซื้อเจ้าค่ะ!"
หนิงจืออี้ปฏิเสธเสียงดังฟังชัด
เถ้าแก่ถึงกับอึ้ง "เอ๊ะ คุณหนูหนิง เมื่อครู่ท่านยังบอกว่าชอบมากไม่ใช่หรือขอรับ? ทำไมถึงไม่ซื้อล่ะ?"
หนิงจืออี้หยิบถุงเงินของตัวเองออกมา "เถ้าแก่ ท่านก็ดูฉลาดเฉลียว ทำไมถึงถามคำถามโง่ๆ แบบนี้ล่ะเจ้าคะ? หรือว่าสมองท่านไม่ได้คิดเรื่องดีๆ อยู่?"
"เหตุผลที่ข้าไม่ซื้อ ก็เพราะข้าไม่มีเงินน่ะสิเจ้าคะ"
นางพูดด้วยน้ำเสียงชอบธรรมและมั่นใจเต็มเปี่ยม เล่นเอาทั้งเถ้าแก่และหวังอันรุ่ยพูดไม่ออกไปตามๆ กัน
ไม่มีเงินแล้วจะถามซักไซ้ให้มากความทำไม!
แถมยังทำท่าทางสนใจขนาดนั้น นึกว่าจะปิดการขายได้แล้วเชียว เสียเวลาเปล่าจริงๆ!
เถ้าแก่ยกยอสรรพคุณปิ่นหยกจนแทบจะกลายเป็นของวิเศษบนสวรรค์ บอกว่าคู่ควรกับนางฟ้าเท่านั้น จนไป๋เหยาเหยาที่ยืนหน้าบึ้งอยู่ข้างๆ เริ่มหวั่นไหวอยากได้ขึ้นมาจริงๆ
ในความคิดของนาง ของดีย่อมต้องราคาแพง ไม่อย่างนั้นจะสะท้อนความล้ำค่าของปิ่นหยกได้อย่างไร?
ยิ่งเป็นของที่คนอื่นเอื้อมไม่ถึง นางยิ่งอยากได้ เพราะมันช่วยเชิดชูความเหนือกว่าของนาง ดวงตาคู่สวยมองไปที่หนิงหยวนจื้ออย่างคาดหวัง
เบี้ยหวัดรายเดือนของจวนสกุลไป๋มีไม่มากนัก นางไม่มีเงินพอจะซื้อปิ่นหยกราคาแพงขนาดนี้หรอก นี่เป็นเหตุผลที่นางชอบไปคลุกคลีกับเหล่าคุณชาย เพราะผู้ชายพวกนี้มักจะยอมทุ่มเงินซื้อเครื่องประดับราคาแพงให้นาง ซึ่งทำให้นางได้รับสายตาอิจฉาริษยาจากคุณหนูตระกูลอื่น
มันช่วยเติมเต็มความปรารถนาลึกๆ ในใจของนาง
แต่ถึงอยากได้แค่ไหนก็เปล่าประโยชน์ เพราะนางรู้อยู่เต็มอกว่าปิ่นหยกชิ้นนี้เป็นของปลอม ที่นางแสร้งทำเป็นอยากได้ก็แค่เล่นละครตบตาหนิงหยวนจื้อตามแผนของหวังอันรุ่ยเท่านั้น ใครใช้ให้เขามีน้องสาวน่ารำคาญแบบนี้กันล่ะ!
สายตาเว้าวอนนั้นร้อนแรงเกินไป หนิงหยวนจื้อย่อมรู้สึกได้ แต่เขากลับรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีปัญหา จึงกลอกตามองบนอย่างไม่รักษากิริยา อยากได้ปิ่นหยกก็ซื้อเองสิ เขาไม่ใช่คนโง่นะ มองเขาทำไม?
หนิงจืออี้คอยจับตาดูไป๋เหยาเหยาอยู่ตลอด พอเห็นนางมองหนิงหยวนจื้อ ก็รีบก้าวเข้ามาขวางสายตาทันที
"คุณหนูไป๋ มองพี่สี่ของข้าทำไมหรือเจ้าคะ? บนหน้าพี่ข้ามีดอกไม้งอกออกมาหรือ? ก่อนหน้านี้พี่ชายข้าส่งของไปให้ตั้งหลายอย่าง แต่ท่านก็บอกว่าชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน แล้วปฏิเสธไม่ยอมรับไม่ใช่หรือ"
"คุณหนูไป๋สมกับเป็นกุลสตรีชื่อดังแห่งเมืองหลวงจริงๆ กิริยาวางตัวน่าเลื่อมใสยิ่งนัก"
พอได้รับคำชม ไป๋เหยาเหยาก็ยืดตัวตรงขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ ใครๆ ในเมืองหลวงต่างก็ชื่นชมนางว่าเป็นผู้มีการศึกษารู้จักกาลเทศะ เป็นแบบอย่างของกุลสตรีชั้นสูง
"เพียงแต่... สาวใช้ของคุณหนูไป๋นี่ซื่อสัตย์จริงๆ นะเจ้าคะ กอดของพวกนั้นไว้แน่นไม่ยอมปล่อย รับไว้ทั้งหมดเลย"
"จะว่าไปคุณหนูไป๋นี่ก็ช่างเป็นคนรักษาคำพูด ตอนนั้นท่านบอกว่าที่รับไว้ก็แค่เพื่อเก็บรักษาให้ชั่วคราว จะไม่นำออกมาใช้เด็ดขาด รอให้พี่ชายข้าไปรับคืนทีหลัง ข้าลองคิดดูแล้ว การรบกวนให้คนในจวนท่านคอยเก็บรักษาของไว้ตลอดก็ดูจะไม่ใช่เรื่องที่ควร รบกวนคุณหนูไป๋ให้คนนำของพวกนั้นมาคืนที่จวนสกุลหนิงด้วยนะเจ้าคะ"
"เอ๊ะ?"
ไป๋เหยาเหยาตะลึงงัน นางหันไปมองหนิงหยวนจื้ออีกครั้ง หวังว่าเขาจะพูดช่วยแก้นางบ้าง
นางแสดงออกชัดเจนขนาดนี้ว่าชอบปิ่นหยก ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาต้องรีบซื้อมาให้นางทันทีไม่ใช่หรือ? ทำไมคราวนี้นอกจากจะไม่ให้ปิ่นหยกแล้ว ยังปล่อยให้หนิงจืออี้รังแกนางอีก!
น่าเสียดายที่หนิงจืออี้ยืนขวางอยู่ข้างหน้า ไม่ยอมเปิดโอกาสให้นางทำสำเร็จง่ายๆ
"คุณหนูไป๋ มองพี่ชายข้าอีกแล้วหรือเจ้าคะ?"
เด็กสาวทำท่าตกใจ ก่อนจะแสร้งทำเป็นนึกอะไรขึ้นได้ ยกมือปิดปากร้องเสียงหลงอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
"หรือว่า... ท่านเอาของพวกนั้นไปใช้แล้ว? ของที่ใช้แล้วพวกเราไม่เอาคืนหรอกนะเจ้าคะ"
"ถ้าช่วยไม่ได้จริงๆ งั้นพวกเราก็ไม่เอาคืนแล้ว ถือเสียว่าเป็นของขวัญให้คุณหนูไป๋ก็แล้วกัน"
หนิงจืออี้ทำสีหน้าขยะแขยง ราวกับว่าของที่ผ่านมือไป๋เหยาเหยามาแล้วแปดเปื้อนไปด้วยสิ่งสกปรก
ไป๋เหยาเหยาโกรธจนตัวสั่น นางกัดกระพุ้งแก้มแน่นเพื่อข่มอารมณ์ ฝืนยิ้มแล้วหันไปหาหนิงหยวนจื้อ "พี่หนิง พูดอะไรหน่อยสิเจ้าคะ พูดอะไรบ้าง"
ฉากที่ผู้ชายออกโรงปกป้องนางอย่างที่คาดหวังกลับไม่เกิดขึ้น หนิงหยวนจื้อทำสีหน้าเฉยชาแล้วพูดเสียงเรียบ "สิ่งที่น้องสาวข้าพูด ก็คือความหมายของข้า"
แขกคนอื่นๆ บนชั้นสามของหอเจินเป่าได้ยินเสียงเอะอะก็หันมามอง ไม่เพียงแค่มอง แต่ยังชี้ชวนกันนินทา ไป๋เหยาเหยารู้สึกเหมือนสายตาเหล่านั้นเป็นดั่งหนามแหลมทิ่มแทงนาง จนรู้สึกหนาวไปทั้งตัว!
นางหน้าแดงก่ำ ตะโกนเสียงดังแก้ตัว "แน่นอนว่าข้ายังไม่ได้ใช้! ข้าแค่เก็บรักษาไว้ให้ จะเอามาใช้ได้อย่างไร?"
สาวใช้ด้านหลังไป๋เหยาเหยาก้มหน้าจนคางชิดอก เจ้านายของนางอยากได้ของขวัญจากบรรดาคุณชาย แต่ก็ไม่อยากเสียชื่อเสียง จึงแสร้งทำเป็นปฏิเสธตามมารยาทเสมอ
แต่ลับหลังกลับสั่งให้นางรับของไว้ แล้วพอเล่นตัวปฏิเสธกับพวกคุณชายไปมาสักพัก ก็จะอ้างว่ารับไว้เพื่อเก็บรักษาให้
ปากบอกว่าเก็บรักษา แต่ของพวกนั้นก็เข้าไปอยู่ในคลังส่วนตัวของนางหมด แถมยังเอามาดัดแปลงนิดๆ หน่อยๆ แล้วเอาออกมาใช้ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดูดีเวลาออกงานสังคม
เมื่อนึกถึงเครื่องประดับที่ถูกดัดแปลงเหล่านั้น ใบหน้าของไป๋เหยาเหยาก็ซีดเผือดสลับแดงก่ำ ดูน่าเกลียดน่ากลัว ดวงตาคลอหน่วยชำเลืองมองหวังอันรุ่ยอย่างขอความช่วยเหลือ
หนิงจืออี้ที่เก็บตกทุกรายละเอียด หัวใจเบ่งบานด้วยความสะใจ คราวนี้มาดูกันซิว่านางจะหลอกหวังอันรุ่ยยังไงต่อ!