- หน้าแรก
- แอบบอกความลับ แล้วขยับมาฮา
- บทที่ 21 ให้บุตรแห่งโชคชะตาพวกนี้ได้ลิ้มรสความทุกข์ทรมานที่พวกเราเคยเจอ
บทที่ 21 ให้บุตรแห่งโชคชะตาพวกนี้ได้ลิ้มรสความทุกข์ทรมานที่พวกเราเคยเจอ
บทที่ 21 ให้บุตรแห่งโชคชะตาพวกนี้ได้ลิ้มรสความทุกข์ทรมานที่พวกเราเคยเจอ
บทที่ 21 ให้บุตรแห่งโชคชะตาพวกนี้ได้ลิ้มรสความทุกข์ทรมานที่พวกเราเคยเจอ
ระบบ: [โฮสต์ ตื่นเร็วเข้า! ทำไมโฮสต์ถึงเดินตามบทอีกแล้ว! โฮสต์! โฮสต์!]
หลังจากเรียกอยู่หลายครั้ง หนิงจืออี้ก็ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ระบบจึงจำต้องใช้พลังงานที่เหลืออยู่ช่วยเรียกสติเธอคืนมา
ยังดีที่ก่อนหน้านี้ได้พลังงานสะสมมาบ้างจากการช่วยเหลือตู้เส้าเฟิง องค์หญิงหย่งอัน และท่านอ๋องอัน
[ระบบ เป็นอะไรไป? ฉันเหมือนได้ยินแกเรียกฉันนะ เอ๊ะ เรามาถึงหอเจินเป่าแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมมายืนอออยู่หน้าประตูเนี่ย รีบเข้าไปกันเถอะ]
"หนิงจืออี้ รีบขอโทษคุณชายเดี๋ยวนี้!"
"ไม่ พี่ชาย พี่เป็นใครเนี่ย?!" หนิงจืออี้งุนงง คนคนนี้ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ! เธอไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ แล้วจะให้ไปขอโทษใครที่ไหน?
[นั่นมันท่านประธานจอมเผด็จการซูอวิ๋นอวี้ที่เพิ่งเจอนี่นา ทำไมมองฉันด้วยสายตาแบบนั้น ฉันไม่ได้ติดเงินเขาสักหน่อย]
ระบบ: [โฮสต์ เมื่อกี้โฮสต์เริ่มเดินตามบท ทำท่าทางออดอ้อนซูอวิ๋นอวี้อีกแล้ว ระบบต้องใช้พลังงานดึงสติโฮสต์กลับมาเชียวนะ]
น้ำเสียงของระบบสูงขึ้น ราวกับต้องการคำชมเชยอย่างชัดเจน
[ว้าว สมแล้วจริงๆ ในช่วงเวลาคับขัน ฉันก็ยังต้องพึ่งพาระบบผู้เก่งกาจรอบด้าน] หนิงจืออี้รีบเยินยอยกใหญ่ [เขาคือพระเอกที่มาดูดโชคลาภของตระกูลเราใช่ไหม? เดี๋ยวฉันหาโอกาสกำจัดทิ้งซะ พี่ชายของฉันจะได้ปลอดภัย!]
ระบบ: [โฮสต์ ใจเย็นๆ ฆ่าเขาน่ะทำได้ แต่ต้องรอให้เขาดำเนินเรื่องตามบทพื้นฐานให้จบก่อน จะแทรกแซงเร็วเกินไปไม่ได้ ไม่งั้นโครงเรื่องจะพังพินาศหมด]
[อีกอย่าง การฆ่าให้ตายไปเลยมันง่ายเกินไป ตายสบายแบบนั้นจะไปสาสมอะไร สู้เราค่อยๆ ทำลายแผนการของเขาทีละขั้น ให้เขาเดินไปสู่จุดจบอย่างช้าๆ รับผลกรรมจากการกระทำชั่วช้าของตัวเองไม่ดีกว่าเหรอ?]
[ให้พวกลูกรักพระเจ้าที่ทำตัวเหนือกฎเกณฑ์พวกนี้ ได้ลิ้มรสความเจ็บปวดทรมานแบบที่โฮสต์เคยเจอมาบ้าง]
[ก็ได้ ระบบ ฉันจะเชื่อฟังแก] น้ำเสียงของเด็กสาวเต็มไปด้วยความหงุดหงิด ราวกับเสียดายที่ไม่ได้กำจัดซูอวิ๋นอวี้ทิ้งซะเดี๋ยวนี้
หนิงหยวนจื้อ, ตู้เส้าเฟิง: ไม่มีใครบอกว่าน้องสาวเป็นโรคจิตเภท แต่นี่มันอาการหน้าเนื้อใจเสือ ยิ้มหวานซ่อนมีดชัดๆ!
[ระบบ แปลกจัง เมื่อกี้ตอนแกพูดถึงความเจ็บปวดทรมานที่เราเคยเจอ ใจฉันเจ็บแปล๊บขึ้นมาจริงๆ เหมือนกับว่าเราเคยผ่านเรื่องพวกนั้นมาแล้วจริงๆ แกคิดว่าฉันคิดมากไปไหม?]
ระบบตกอยู่ในความเงียบงันอย่างน่าประหลาด ไม่ส่งเสียงตอบรับใดๆ หนิงหยวนจื้อและตู้เส้าเฟิงเองก็ยกมือกุมหน้าอก ความรู้สึกปวดหนึบในอกทำให้พวกเขาต้องขมวดคิ้ว
โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว ร่างหนึ่งบนชั้นสามที่กำลังจะเดินจากไป ได้หยุดยืนมองเหตุการณ์เบื้องล่างด้วยความสนใจ
ความเงียบดำเนินไปเพียงชั่วอึดใจ ก่อนจะถูกทำลายด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
"หนิงจืออี้ เลิกแกล้งบ้าได้แล้ว! เมื่อกี้ยังทำท่าจะเกาะแกะข้าอยู่เลย ตอนนี้มาเล่นละครตบตาใครอีกล่ะ?!"
"ใครแกล้งบ้า? เมื่อกี้ข้าแค่เล่นกับหมา วันวันนึงมันยาวนาน ถ้าไม่หาอะไรสนุกๆ ทำ ข้าจะฆ่าเวลาได้ยังไง?!" การมานั่งซึมเศร้าไม่ใช่นิสัยของหนิงจืออี้ พอได้ยินใครมาหาเรื่อง เธอก็ปรับอารมณ์และสวนกลับทันควัน
ส่วนเรื่องอาการผิดปกติเมื่อครู่ ช่างมันเถอะ จะไปเปลืองสมองคิดทำไม?
ในฐานะขาเมาท์มืออาชีพ เธอโยนสมองทิ้งไปดาวอังคารนานแล้ว
อะไรที่ไม่สมเหตุสมผล ล้วนเป็นเรื่องปกติในโลกของการนินทา คนจริงจังเขาไม่นินทากันหรอก และหนิงจืออี้คือเจ้าแม่แห่งวงการนินทาตัวจริงเสียงจริง!
"หนิง! จือ! อี้!"
"ข้าไม่ได้หูหนวก ไม่ต้องตะโกนเสียงดังขนาดนั้น คุณชายซูเป็นสุภาพบุรุษ ย่อมต้องทำเรื่องของสุภาพบุรุษ ข้าเดาว่าท่านคงไม่ทำเรื่องอย่างการแอบนัดพบหญิงอื่นลับหลังคู่หมั้นหรอกกระมัง?!"
เธอยังมีธุระสำคัญต้องไปทำ ไม่อยากเสียเวลากับคนคนนี้ จึงเปิดฉากโจมตีตรงจุด หวังจะยั่วโมโหให้เขาหนีไปซะ
"อย่ามาพูดจาเลอะเทอะ ข้าไม่เข้าใจที่เจ้าพูด!" ซูอวิ๋นอวี้สะดุ้งโหยง หรือว่าเรื่องของเขากับไป๋เหยาเหยาจะความแตกแล้ว?
ไม่ เป็นไปไม่ได้ พวกเขาระวังตัวขนาดนั้น หนิงจืออี้ไม่มีทางรู้ได้หรอก!
ชาติตระกูลและรูปโฉมขององค์หญิงหย่งอันเป็นที่ถูกใจท่านแม่ของเขามาก แม้เขาจะแอบคบหากับไป๋เหยาเหยา แต่เขาก็ไม่เคยคิดถอนหมั้น ตำแหน่งภรรยาเอกต้องเป็นขององค์หญิงหย่งอันเท่านั้น ส่วนไป๋เหยาเหยาก็เป็นแค่สีสันในชีวิตอันน่าเบื่อหน่ายของเขา
เขาต้องการทั้งภรรยาสูงศักดิ์ผู้เพียบพร้อม และอนุภรรยาแสนอ่อนหวานที่เข้าใจเขา จะได้เสพสุขสำราญราวกับอยู่บนสวรรค์!
"จะเลอะเทอะหรือไม่ คุณชายซูย่อมรู้อยู่แก่ใจ การที่ท่านมาปรากฏตัวที่นี่ หรือว่านัดพบคุณหนูบ้านไหนไว้ล่ะ? ทำไมไม่เชิญนางออกมาให้พวกเราได้ยลโฉมหน่อยเล่า"
"หยุดใส่ร้ายข้าได้แล้ว ข้าไม่ลดตัวลงไปเถียงกับเจ้าหรอก" ชายหนุ่มสะบัดแขนเสื้อแล้วเดินหนีไปดื้อๆ
[ถุย ไอ้ผู้ชายเฮงซวย จับปลาสองมือ]
[ระบบ ถ้าวันหลังฉันโดนบทบังคับให้ทำอะไรแปลกๆ อีก ช็อตไฟฟ้าฉันเลยนะ]
[ยอมโดนช็อตตายดีกว่าต้องไปทำท่าทางออดอ้อนไอ้หมอนั่น แค่คิดก็ขนลุกแล้ว]
เสียงของระบบตอบกลับมาเบาหวิว [โอเค จะพยายามนะ]
การช็อตไฟฟ้าต้องใช้พลังงาน และโชคร้ายที่สิ่งที่มันขาดแคลนที่สุดในตอนนี้ก็คือพลังงานนี่แหละ!
แต่มันไม่กล้าบอกโฮสต์ กลัวโฮสต์จะหาว่าเป็นระบบกระจอกงอกง่อย แล้วภาพลักษณ์อันยิ่งใหญ่ในใจโฮสต์จะพังทลายลง!
หลังจากทั้งสามเดินเข้ามาในหอเจินเป่า พนักงานต้อนรับก็รีบเข้ามาพาพวกเขาขึ้นไปยังชั้นสาม ที่ซึ่งหวังอันรุ่ยกำลังยืนยิ้มคุยกับหญิงสาวนางหนึ่งอยู่
เครื่องประดับผมของหญิงสาวดูเรียบง่ายแต่เข้ากันได้อย่างลงตัว กอปรกับท่าทางน่าสงสารที่แทบจะกระชากวิญญาณของหวังอันรุ่ยหลุดลอยไป
[ดูท่าทางเหมือนหมูตอนของหวังอันรุ่ยสิ ใจลอยไปหาไป๋เหยาเหยาหมดแล้วมั้งนั่น? คนอะไรจะตาบอดได้ขนาดนี้ ดูไม่ออกเลยหรือไง]
เธอขยับตัวหลบฉากเล็กน้อย ส่งสายตายากจะคาดเดาไปทางหนิงหยวนจื้อ ราวกับกำลังสังเกตว่าตาของเขาบอดสนิทจริงหรือไม่
ในช่วงไม่กี่วินาทีที่ถูกจ้องมอง ลมหายใจของหนิงหยวนจื้อช้าลง เขาไม่เคยรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเชื่องช้าขนาดนี้มาก่อน
อันที่จริง ตอนนี้เขารู้สึกจากก้นบึ้งของหัวใจเลยว่า การตามจีบไป๋เหยาเหยาเมื่อก่อน คือความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต
หวังอันรุ่ยเหลือบเห็นหนิงหยวนจื้อด้วยหางตา แววตาเจ้าเล่ห์พาดผ่านแวบหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะร่าเดินเข้ามาทักทาย
"พี่หนิงมาแล้ว พี่หนิง มาเร็วเข้า คุณหนูไป๋ก็มาดูเครื่องประดับเหมือนกัน ช่างบังเอิญจริงๆ"
เขาพูดจบก็ขยิบตาให้หนิงหยวนจื้อ พอสังเกตเห็นอีกสองคน แววตาเขาก็หม่นลงเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาเป็นปกติ แล้วหันไปยิ้มพยักหน้าให้หนิงจืออี้
เขาไม่มีสีหน้าดีๆ ให้ตู้เส้าเฟิง และเอ่ยอย่างรำคาญใจว่า "คุณชายตู้ก็มาด้วยหรือ คงไม่ได้มาหาเรื่องพี่หนิงของข้าอีกหรอกนะ?"
"พี่หนิงเป็นพี่ชายที่ดีของข้า ถ้าเจ้ากล้ามาหาเรื่องเขาอีกล่ะก็ ข้าไม่ยอมอยู่เฉยแน่"
ตู้เส้าเฟิงยกมุมปากขึ้น เผยรอยยิ้มไร้พิษภัย แต่ปากกลับพ่นวาจาเชือดเฉือนออกมา
"ไม่ยอมอยู่เฉยงั้นรึ? เมื่อก่อนตอนข้ามีเรื่องกับหนิงหยวนจื้อ เจ้าเคยยื่นมือเข้ามาสอดสักครั้งไหม? เห็นแต่วิ่งหนีหางจุกตูดเร็วกว่าหนูเสียอีก"
"ดีแต่ปาก เป็นลูกผู้ชายหน่อย แสดงให้ข้าดูซิว่าที่บอกจะไม่ยอมอยู่เฉยน่ะ จะทำอะไรได้บ้าง"
หวังอันรุ่ยเป็นบัณฑิตรูปร่างผอมบาง สูงน้อยกว่าตู้เส้าเฟิงเป็นช่วงศีรษะ เมื่อมายืนเทียบกับตู้เส้าเฟิงที่สูงใหญ่กำยำ ก็เหมือนเด็กมัธยมปลายกำลังรังแกเด็กมัธยมต้น
เขาหันไปมองหนิงหยวนจื้ออย่างขอความช่วยเหลือ ในอดีตเวลาตู้เส้าเฟิงมาหาเรื่อง หนิงหยวนจื้อจะเป็นคนออกหน้าเสมอ ส่วนเขาแค่คอยพูดจายุยงอยู่ข้างหลัง
เขาคิดว่าวันนี้ก็คงเหมือนเดิม ทว่าหนิงหยวนจื้อกลับยืนนิ่งเงียบ
"ฮึ ข้าไม่ลดตัวไปเกลือกกลั้วกับคนป่าเถื่อนอย่างเจ้าหรอก พี่หนิง ไปกันเถอะ เถ้าแก่บอกว่ามีปิ่นหยกหายากเพิ่งเข้ามาใหม่ มูลค่าสูงมาก"
จากนั้นเขาก็ลดเสียงลงกระซิบ "คุณหนูไป๋ตั้งใจมาเลือกปิ่นปักผมสำหรับใส่วันเกิด หากท่านซื้อปิ่นหยกชิ้นนั้นให้นางได้ รับรองว่าต้องชนะใจสาวงามได้แน่"
หนิงหยวนจื้อยิ้มมุมปากตอบกลับเรียบๆ "อ้อ อย่างนั้นรึ?"
หวังอันรุ่ย: ......