- หน้าแรก
- แอบบอกความลับ แล้วขยับมาฮา
- บทที่ 15 ในใจข้าไม่มีท่านหรอก ขอบคุณที่ถาม
บทที่ 15 ในใจข้าไม่มีท่านหรอก ขอบคุณที่ถาม
บทที่ 15 ในใจข้าไม่มีท่านหรอก ขอบคุณที่ถาม
บทที่ 15 ในใจข้าไม่มีท่านหรอก ขอบคุณที่ถาม
ในอดีต นางเคยสังเกตเห็นความผิดปกติของห้วงเวลาอยู่บ้าง บางครั้งนางจำได้แม่นว่าตนกำลังนั่งฟังสาวใช้และแม่นมพูดคุยกันอยู่ในจวนสกุลหนิง แต่เพียงชั่วพริบตา นางกลับพบว่าตนเองยืนอยู่ภายนอกจวน ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่จ้องมองมาด้วยความประหลาดใจ นางไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำได้เพียงวิ่งหนีกลับมาด้วยความตื่นตระหนก
ระบบ: 【อย่างเช่นการตบหน้าธิดาแห่งโชคชะตา ประจานนางในที่สาธารณะ สั่งให้นางเห่าเหมือนสุนัข และวีรกรรมอื่นๆ อีกมากมาย】
【เวรเอ๊ย นี่ข้าเลวร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ? ข้าก็แค่เด็กสาวธรรมดาที่ชอบเรื่องชาวบ้าน... ไม่สิ ชอบเผือกเฉยๆ แย่แล้ว ภาพลักษณ์ข้าป่นปี้หมดแล้ว】
【โฮสต์อย่าเพิ่งรู้สึกผิดไป สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงสิ่งที่คนภายนอกมองเห็น แท้จริงแล้วทุกการกระทำของท่านล้วนมีเหตุผล ข้าจะเล่าให้ฟังเมื่อสบโอกาส】
เอาล่ะ หนิงหยวนเจ๋อพอจะจับต้นชนปลายได้แล้ว เขามองดูคนที่ทำหน้าตาเลิ่กลั่กด้วยความรู้สึกผิด แล้วแสร้งถามออกไปอย่างไม่ใส่ใจ
"จืออี้คิดอะไรออกหรือ?"
"อ๊ะ! เปล่าเจ้าค่ะ ไม่มีอะไร ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น" หนิงจืออี้ส่ายหน้าพัลวัน ก่อนจะรีบปีนขึ้นรถม้าอย่างรวดเร็ว
"หึ เจ้าเด็กแสบใจดำ" หนิงหยวนเจ๋อเดินตามไปที่รถม้าพร้อมสั่งบ่าวรับใช้
"พวกเจ้านำเกี้ยวของคุณหนูแล่นกลับจวนไปก่อน"
ตลอดการเดินทาง หนิงจืออี้แทบไม่กล้าหายใจแรง กลัวว่าพี่ใหญ่จะจับพิรุธได้
ภายในรถม้า เด็กสาวนั่งตัวตรง ใบหน้าเคร่งขรึมจริงจัง ทว่าในความเป็นจริง เสียงในใจของนางกลับดังเจื้อยแจ้วไม่หยุด
【พี่สี่คงไม่โดนซ้อมจนน่วมหรอกนะ? ข้าจะปกป้องใบหน้าอันหล่อเหลาของพี่สี่ด้วยชีวิต!】
【ถ้าไม่มีหน้าหล่อๆ ของพี่ชายให้ดูตอนกินข้าว รสชาติอาหารคงไม่อร่อยเหมือนเดิมแน่ๆ ฮือออ】
หนิงหยวนเจ๋อจนปัญญาจริงๆ คติประจำใจในการใช้ชีวิตของเด็กคนนี้มีแค่ 3 อย่าง คือ เรื่องชาวบ้าน ของกิน และชายงาม
เสียงเจื้อยแจ้วในใจนางดังไม่ขาดสาย ขัดจังหวะความคิดเขาอยู่หลายครั้ง จนเขาต้องเอ่ยออกมาอย่างอ่อนใจ
"บุตรชายของท่านเจ้ากรมศาลต้าหลี่มีเรื่องบาดหมางกับพี่สี่ของเจ้า เขาคงจะหาเรื่องกลั่นแกล้งบ้าง ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวเจ้าไปหลบอยู่หลังพี่ใหญ่"
"เจ้าค่ะ พี่ใหญ่" หนิงจืออี้ตอบรับอย่างว่าง่ายและเป็นธรรมชาติ หากไม่นับรวมเสียงในใจที่พรั่งพรูออกมาอย่างดุเดือด
【อ้อ จำได้แล้ว พี่สี่กับบุตรชายเจ้ากรมศาลต้าหลี่ทะเลาะกันเพราะไป๋เหยาเหยา ทั้งสองลงไม้ลงมือกันหนักมาก จนสุดท้ายก็ตัดเพื่อนกัน】
ระบบเสริมรายละเอียดเข้ามาอีกเพียบ ทำเอานางตกใจจนแทบสิ้นสติ
【สกิลของไป๋เหยาเหยาจะล้ำลึกเกินไปไหมเนี่ย ถึงขนาดตกพี่ชายทั้งสี่ของข้าได้หมดทุกคน?!?!?!】
【พี่ชายทั้งสี่แตกคอกันเองเพราะไป๋เหยาเหยาคนเดียวเนี่ยนะ??? ไม่เชื่อเด็ดขาด พี่สี่หัวทึบนั่นอาจจะทำเรื่องพรรค์นั้นได้ แต่พี่ใหญ่กับพี่รองไม่มีทางแน่นอน!】
【ซี๊ดดด ข้าก็นึกว่าแม่ดอกไม้พิษไป๋เหยาเหยาแค่ออกมาร้องห่มร้องไห้แสดงละคร ที่แท้พี่ชายข้าชอบนางจริงๆ หรือนี่ นี่สินะอานุภาพนางเอกลูกรักสวรรค์】
【ถ้าพี่ชายข้าไม่หลงรักนาง ก็คงไม่ต้องทำเรื่องโง่เขลาเพื่อนางในภายหลัง และสกุลหนิงก็คงไม่ต้องสังเวยชีวิตคนกว่าสองร้อยชีวิตใช่ไหม?】
ระบบ: 【โฮสต์เข้าใจถูกต้องแล้ว】
หนิงจืออี้: 【เข้าใจแล้ว จากนี้ไปข้ามีภารกิจประจำวันเพิ่มขึ้นอีกอย่าง เมื่อก่อนมีแค่เผือก นอน ส่องชายงาม ตอนนี้ต้องเพิ่มรายการ 'รับมือไป๋เหยาเหยา ธิดาแห่งโชคชะตา' เข้าไปด้วย】
【ช่างเถอะ ไหนๆ ก็ไม่ถูกกันอยู่แล้ว ข้าก็จะสวมบทบาทเดิมของข้านี่แหละ】
หนิงหยวนเจ๋อจดจำชื่อ 'ไป๋เหยาเหยา' ไว้ในใจ หากจำไม่ผิด น้องสี่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนผู้นี้ ตามความคิดของหนิงจืออี้ ในอนาคตพี่น้องทั้งสี่ของเขาจะตกหลุมรักสตรีคนเดียวกัน จนนำไปสู่การแตกหัก!
เรื่องนี้ฟังดูเหลือเชื่อราวกับนิยายเพ้อฝัน แต่เขาจำต้องเชื่อ เพราะจนถึงตอนนี้ เสียงในใจของหนิงจืออี้ล้วนเป็นความจริง ไม่ผิดเพี้ยนเลยสักนิด
เขาอยากจะได้ยินข่าวสารที่เป็นประโยชน์อื่นอีก แต่กลับไม่มีอะไรต่อจากนั้น...
เขาถอนหายใจ
ตอนนี้ยืนยันได้แล้วว่าความคิดของหนิงจืออี้เชื่อถือได้ และการได้ยินเสียงใจนางก็เท่ากับว่าพวกเขามีญาณหยั่งรู้อนาคตอยู่ในมือ
ทันทีที่รถม้าหยุดลง หนิงจืออี้ก็กระโดดลงไปราวกับลิงทะโมน
ทหารยามหน้าประตูล้วนจำนางได้ และเคยได้ยินกิตติศัพท์ความร้ายกาจของคุณหนูผู้นี้มาบ้าง จึงไม่มีใครกล้าขวาง
นางเพิ่งวิ่งเข้าไปในลานกว้าง ก็เห็นกลุ่มคนมุงล้อมเป็นวงกลม มีเสียงตึงตังดังออกมาจากด้านใน
จินตนาการของนางปรุงแต่งทันทีว่าหนิงหยวนจือกำลังถูกรุมสกรัม นางถลกแขนเสื้อ คว้าถ้วยชาจากโต๊ะหินขึ้นมาชูสูง พร้อมตะโกนลั่น:
"น้ำชาร้อนๆ ไม่เข้าใครออกใคร หลีกไปให้หมด!"
คนที่ตาไวเห็นหนิงจืออี้วิ่งถือถาดพุ่งเข้ามา ต่างก็รีบแหวกทางให้อย่างรู้รักษาตัวรอด
เพียงพริบตา วงล้อมขนาดใหญ่ก็เหลือเพียงคนสองคนที่กำลังนัวเนียกันอยู่ตรงกลาง
หนิงหยวนจือกำลังกดตัวตู้เส้าเฟิงไว้ แล้วระดมหมัดใส่ไม่ยั้ง!
มุมปากของหนิงหยวนจือแตก มีรอยแดงที่คอ ส่วนตู้เส้าเฟิงเพียงแค่ผมยุ่งเหยิงและเสื้อผ้าเลอะเทอะเล็กน้อย ไม่มีบาดแผลอื่นใดบนร่างกาย
"ตู้เส้าเฟิง ทิ้งชีวิตสุนัขของเจ้าไว้ซะ!" หนิงจืออี้ไม่ลังเลอีกต่อไป ถาดในมือลอยละลิ่วพุ่งตรงเข้าใส่ตู้เส้าเฟิงทันที
เมื่อได้ยินเสียงโวยวาย สองคนที่กำลังต่อสู้กันก็หยุดชะงักและกระโดดหลบไปด้านข้าง ทว่าตู้เส้าเฟิงที่ถูกกดอยู่เสียจังหวะช้าไปหน่อย จึงถูกน้ำชาสาดเข้าเต็มหน้า ใบชาเกาะเต็มศีรษะดูน่าขัน
"ฮ่าๆๆๆ ไอ้หมาตู้ สมน้ำหน้า"
หนิงหยวนจือกุมท้องหัวเราะร่า จนกระทั่งสะเทือนแผลที่มุมปาก ต้องซู้ดปากด้วยความเจ็บ
"หนิงจืออี้!!!" ตู้เส้าเฟิงแทบคลั่งตายชัก ยัยเด็กสกุลหนิงคนนี้เป็นดาวหายนะของเขาชัดๆ
หนิงจืออี้แคะหู "ตะโกนทำไม ข้าไม่ได้หูหนวก หูข้ายังดีอยู่ย่ะ"
"เจ้าสาดน้ำใส่ข้าทำไม นี่ชุดใหม่ของข้านะ ชดใช้มาเลย!"
"ยังมีหน้ามาทวงอีกเหรอ? ท่านใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบจับกุมพี่สี่ของข้า แถมยังพาคนมารุมทำร้าย รังแกคนไม่มีทางสู้ หมาหมู่ชัดๆ"
เมื่อได้ยินข้อกล่าวหาฉกรรจ์ ตู้เส้าเฟิงก็ปาดใบชาออกจากหน้าพลางโต้กลับอย่างเกรี้ยวกราด
"ใครใช้อำนาจแก้แค้นส่วนตัว? ในใจเจ้า ข้าเป็นคนต่ำช้าสามานย์ขนาดนั้นเชียวหรือ?!"
หนิงจืออี้เชิดหน้าเล็กๆ ขึ้นแล้วตอบเสียงดังฟังชัด "ในใจข้าไม่มีท่านหรอก ขอบคุณที่ถาม"
ตู้เส้าเฟิง: ?
เขาถึงกับชะงักไปชั่วขณะ ตั้งแต่แตกหักกับหนิงหยวนจือ เขาก็แทบไม่ได้เจอหนิงจืออี้เลย จึงตามไม่ทัน
"นางหมายความว่านางไม่ได้มีใจให้เจ้า ฮ่าๆๆๆ เอิ๊ก" หนิงหยวนจือช่วยขยายความด้วยความสะใจ หัวเราะจนสะอึก
ตู้เส้าเฟิง: "ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น!"
หนิงจืออี้: "ข้าไม่สนว่าท่านหมายความว่าไง ข้าจะหมายความแบบนี้"
ตู้เส้าเฟิงแทบจะระเบิดอารมณ์ สองพี่น้องสกุลหนิงนี่เกิดมาเพื่อทรมานเขาชัดๆ!
เดิมทีเขาเป็นลูกชายคนเล็ก สามารถใช้ชีวิตลอยชายไปวันๆ ได้สบาย แต่เพราะไปมีเรื่องกับหนิงหยวนจือ ท่านพ่อเลยจับเขาโยนเข้ามาทำงานในศาลเพื่อดัดนิสัย ตอนที่ได้รับ "จดหมายร้องเรียน" ของหนิงจืออี้ที่ขอทานนำมาส่ง เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร
คนอื่นไม่รู้ แต่เขารู้ดีที่สุด ว่าคนสกุลหนิงตามใจหนิงจืออี้ขนาดไหน อย่าว่าแต่ท่านอ๋องบีบบังคับเลย ต่อให้ฮ่องเต้บีบบังคับ พวกเขาก็ไม่มีทางทำร้ายหนิงจืออี้
ไอ้ที่บอกว่าตบตี เฆี่ยนด่า หรือจะปล่อยให้อดตาย... ตู้เส้าเฟิงไม่เชื่อสักคำ แต่พอเที่ยงวันกลับจวน ได้ยินบ่าวรายงานว่าน้องสาวไปจวนสกุลหนิงแล้วกลับมาตาแดงก่ำ ขังตัวเองอยู่ในห้องไม่ยอมออกมา
นางต้องโดนรังแกที่จวนสกุลหนิงแน่ๆ!
เขาเดาว่าน่าจะเป็นฝีมือหนิงจืออี้ แต่จะให้ไปรังแกเด็กผู้หญิงก็ใช่ที่ เลยต้องมาลงที่พี่ชายเพื่อชดใช้หนี้แค้นแทนน้องสาว เขาจึงพาคนไปจับหนิงหยวนจือมา
คนของศาลต้าหลี่ก็รู้ดีว่าการจับกุมครั้งนี้ไม่ได้จริงจัง ไม่มีใครกล้าล่วงเกินหนิงหยวนจือ แม้แต่ตอนที่ลูกชายหัวหน้าถูกซ้อม ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้าม
ตู้เส้าเฟิงกัดฟันกรอด อยากจะกัดคอสองพี่น้องคู่นี้ให้ตายกันไปข้าง ช่างยั่วโมโหคนเก่งเหลือเกิน
"อ๋อ มีคนส่งจดหมายร้องเรียนมาบอกว่ามีคนถูกปล่อยให้อดตาย กลางวันแสกๆ แบบนี้ จะเป็นผีดิบเดินได้หรือไง?"
หนิงจืออี้ยิ้มกว้าง "คนฉลาดเขาไม่เชื่อข่าวลือลอยๆ หรอกนะ พี่ชายตู้... ดูเหมือนท่านจะไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่นะเนี่ย"
เจ้าเด็กทึ่มคนนี้ไม่ฉลาดจริงๆ นั่นแหละ เพราะทนเห็นไป๋เหยาเหยาปั่นหัวหนิงหยวนจือไม่ได้ เลยไปมีเรื่องกับไป๋เหยาเหยา ช่วงนั้นเป็นช่วงที่หนิงหยวนจือกำลังหลงอีกฝ่ายหัวปักหัวปำ ทั้งคู่เลยทะเลาะกันใหญ่โตจนตัดขาดความเป็นเพื่อน
หลายปีหลังจากนั้น เจอกันทีไรเป็นต้องกัดกัน สามวันดีสี่วันไข้ กลายเป็นคู่กัดที่เลื่องลือไปทั่ว
ทว่า... ยามที่สกุลหนิงตกระกำลำบาก ก็มีเพียงเขาที่ออกหน้าปกป้อง
ยามที่สกุลหนิงตกต่ำถึงขีดสุด ก็เป็นเขาที่คอยแอบช่วยเหลือ
น่าเสียดายที่จุดจบของเขาเองก็ไม่สวยงามนัก ร่างไร้วิญญาณถูกทิ้งไว้กลางป่าเขารกร้าง
ตู้เส้าเฟิงสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามบอกตัวเองว่าตรงหน้าคือเด็กผู้หญิง ไม่ใช่หนิงหยวนจือ จะต่อยไม่ได้ ห้ามต่อยเด็ดขาด
"ฮึ่ม! ลูกผู้ชายไม่ทะเลาะกับสตรี รีบกลับไปซะ ที่ทำการศาลไม่ใช่ที่ให้คุณหนูอย่างเจ้ามาเดินเล่น" เมื่อเห็นหนิงหยวนเจ๋อเดินเข้ามา ตู้เส้าเฟิงก็ประสานมือคารวะ
เขายังคงเลื่อมใสในตัวบุตรชายคนโตของแม่ทัพหนิงผู้นี้มาก
หนิงหยวนเจ๋อรับไหว้ เขารู้ว่านี่เป็นเพียงเรื่องปาหี่ จึงเตรียมจะพาน้องทั้งสองกลับจวน
ระบบ: 【โฮสต์ อย่าเพิ่งกลับ! ข้าจับสัญญาณเรื่องเผือกเรื่องใหญ่ได้ เกี่ยวกับท่านเจ้ากรมศาลต้าหลี่!】