เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Eternal Martial Sovereign ตอนที่ 7 – สกัดพิษ

Eternal Martial Sovereign ตอนที่ 7 – สกัดพิษ

Eternal Martial Sovereign ตอนที่ 7 – สกัดพิษ


*หยานชิเฟย เปลี่ยนเป็น หยานซือเฟย

 

ตอนที่ 7 – สกัดพิษ

 

เมื่อสองปีก่อน หยานซือเฟยได้รับบาดเจ็บโดยสัตว์อสูรนรกานต์เมฆาม่วงขอบเขตต้นกำเนิด ขณะที่สำรวจลึกลงไปในหุบเขาเมฆาม่วง พิษของสัตว์อสูรได้เข้าไปกระดูกของนาง หลังจากนั้นก็ผ่านมา 2 ปีแล้ว นางก็ยังไม่สามารถสกัดมันได้อย่างเต็มที่ แม้ปรมาจารย์นักเล่นแร่แปรธาตุคนเดียวของเขตเมฆาม่วงก็ไม่สามารถทำอะไรได้

 

โชคดีที่จิตวิญญาณการต่อสู้ของเซี่ยวหยุนสามารถสกัดพิษจากหยานซือเฟยได้ทุกครั้งที่มันแสดงอาการ ซึ่งทำให้ช่วยชีวิตนางไว้ได้

 

เหตุการณ์ได้ดำเนินต่อเนื่องต่อไปเป็นเวลา 2 ปี

 

เนื่องจากแบบนี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเซี่ยวหยุนกับหญิงสาวคนนี้กลายเป็นใกล้ชิดกันขึ้น

 

พิษนั้นได้ฝังอยู่ที่หลังของนางมันอยู่ที่ด้านหลังของหัวใจจึงทำให้ไม่สะดวกเล็กน้อยที่จะสกัดมัน

 

จิตวิญญาณการต่อสู้ของเซี่ยวหยุนไม่สามารถสกัดพิษได้อย่างเหมาะสม ถ้ามันมีเสื้อผ้าขวางกั้นอยู่ ดังนั้นเซี่ยวหยุนมักจะหลบอยู่หลังม่านบังเพื่อหยานซือเฟย

 

“ข้าสงสัยว่าข้าสามารถที่จะสกัดพิษอย่างสมบูรณ์จากพี่สาวใหญ่ซือเฟยได้หรือไม่ เมื่อจิตวิญญาณการต่อสู้ของข้าแข็งแกร่งขึ้น” เซี่ยวหยุนคิดกับตนเอง

 

เซี่ยวหยุนมักจะค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับเรื่องพิษของหยานซือเฟย เนื่องเหตุผลที่นางโดยพิษก็เกี่ยวข้องกับเขา

 

ณ ตอนนั้น หยานซือเฟยได้เดินทางไปที่ภูเขาเมฆาม่วงเพื่อมองหาเถาวัลย์จิตวิญญาณม่วง อย่างไรก็ตามนางกลับพบไฟต้นกำเนิด ที่มีโสมแก่นแท้ไฟพันปี นางตัดสินใจที่จะดึงมันไปให้เซี่ยวหยุน ด้วยความหวังที่ว่ามันจะรักษาปราณเย็นของเซี่ยวหลิงเอ๋อ แต่ใครจะไปคิดนางจะถูกซุ่มโจมตีโดยสัตว์อสูรนรกานต์เมฆาม่วง ไม่เพียงแต่นางจะได้รับโสมแก่นแท้ไฟพันปี นางกระทั่งไม่ได้รับแม้แต่เถาวัลย์จิตวิญญาณม่วง

 

เซี่ยวหยุนรู้สึกผิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เสมอ

 

“น้องเล้กเซี่ยวหยุน ข้าพร้อมแล้ว” เสียงที่อ่อนแอและน่าหลงใหลก็ดังขึ้น ซึ่งทำให้หัวใจของเซี่ยวหยุนสั่นสะท้าน คิ้วของเขายกขึ้นขณะหายใจลึก ๆ และเดินตรงไปยังเตียงสีม่วง

 

หลังจากเดินผ่านม่าน เซี่ยวหยุนได้เดินมาที่เตียงและได้มองเห็นหญิงสาวที่สวยงามอย่างไม่เชื่อ

 

“ช่วง สวยงาม”

 

เซี่ยวหยุนช่วยไม่ได้ ได้แต่ยกย่องนางขณะเขาเดินผ่าน

 

“เด็กชายตัวน้อยเจ้ากำลังมองหาอะไรอยู่” ใบหน้าของหยานซือเฟยกลายเป็นสีแดงเล็กน้อยขณะที่นางเหลือบมองเขา ราวกับนางรู้สึกว่าเขาจ้องมองเต็มไปด้วยความชื่นชม

 

“พี่สาวใหญ่น่ารักมาก” เซี่ยวหยุนพึมพำ

 

“เด็กน้อยเจ้ารู้อะไร?” หยานซือเฟยกรอกตาไปที่เซี่ยวหยุน

 

“ข้าไม่ใช่เด้กอีกต่อไปแล้วนะ” เซี่ยวหยุนกล่าวด้วยความรู้สึกเคือง “ในเขตเมฆาม่วง คนส่วนใหญ่อายุ 16 ปีก็มีภรรยากันแล้ว”

 

“ดูเหมือนว่าน้องเล็กเซี่ยวหยุนต้องการภรรยา”

 

หยานซือเฟยยิ้ม ความซีดเซียวจากใบหน้าของนางหายไปเล็กน้อยขณะที่นางมองไปยังเด็กหนุ่มที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก “เด็กหญิงคนกันไหนที่น้องเล็กจับตาดู? เจ้าต้องการให้พี่สาวใหญ่เป็นแม่สื่อให้พวกเจ้าหรือไม่?”

 

“จะเป็นอย่างไรถ้าข้าจับตาดูพี่สาวซือเฟย?” เซี่ยวหยุนยิ้มด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่ค่อยเหมือนใครในขณะที่เขามองไปที่หญิงสาว

 

หยานซือเฟยตัวแข็งไปชั่วขณะและหน้านางก็แดง

 

“ใบหน้าของพี่สาวใหญ่กลายเป็นสีแดงแล้ว” เซี่ยวหยุนล้อเลียนขณะที่เขายิ้มกว้าง “เป็นไปได้ไหมที่พี่สาวใหญ่รู้สึกอาย”

 

“เด็กเหลือขอ เจ้ากล้าล้อเลียนข้า? ข้าจะไม่พูดกับเจ้าอีกแล้ว เร็วเข้ารีบช่วยพี่สาวใหญ่สกัดพิษ” หยานซือเฟยกลอกตาก่อนที่จะมองไปทางอื่น เซี่ยวหยุนรีบมองออกไปไม่กล้าที่จะแกล้งนางอีก

 

“ข้าอายุ 16 ปีแล้ว” เซี่ยวหยุนบ่นอุบอิบขณะบุ้ยปาก เขาไม่ค่อยพอใจกับการถูกเรียกว่าเด็กเหลือขอ เขามองไปที่เรือนร่างที่สมบูรณ์แบบของหยานซือเฟย เขาต้องการที่จะพิสูจน์ตัวเองแต่ก็โยนความคิดนั้นทิ้งทันที – การรักษาพิษของพี่สาวหยานซือเฟยสำคัญกว่า

 

หลังจากถอดรองเท้าแล้ว เซี่ยวหยุนไต่ขึ้นบนเตียงและไขว้ขาของเขา(นั่งขัดสมาธิ)ขณะที่เขานั่งอยู่ข้างหลังหญิงสาว

 

หยานซือเฟยก็นั่งไขว้ขาด้วยการเปิดเผยหลังที่สวยงามของนาง

 

หลังของหญิงสาวนั้นขาวเหมือนกับครีมและผิวขอนางดูอ่อนโยนดูเหมือนแม้แค่ลมพัดอาจทำให้บุบสลายได้ มันช่างสวยงามมากจนลืมหายใจขณะมอง

 

ขณะที่เขากำลังนั่งอยู่ใกล้เธอ เซี่ยวหยุนยังสามารถได้กลิ่นหอมที่ชวนมึนเมา

 

เขาส่ายหัวแล้วเป่าความคิดที่ชื่มชมทิ้งไป นี้เป็นเพราะฝ่ามือบริเวณหลังหัวใจของหยานซือเฟยได้มีรอยสีดำกระจายออกมาเหมือนกับใยแมงมุม ผิวรอบ ๆ บริเวณนั้นมีสีดำสนิท

 

นี่เป็นอาการของพิษเมื่อแพร่กระจายไปทั่วร่างกายแล้ว แม้กระทั่งเซี่ยวหยุนก็จะไม่สามารถนำมันกลับมาเหมือนเดิมภายใต้การควบคุมได้

 

ยิ่งไปกว่านั้น พิษได้เริ่มกระจายออกไปจากศูนย์กลางแล้ว ยังมีเส้นใยปราณสีดำเข้มซึ่งทำให้เกิดกลิ่นเหม็นเล็กน้อย

 

แม้ว่าจะเป็นเพียงเล็กน้อย มันทำให้เกิดมลทินในกลิ่นหอมอย่างสมบูรณ์ เหมือนรอยเปื้อนในภูมิทัศน์ที่งดงาม

 

“พี่สาวใหญ่ซือเฟย ข้าจะเริ่มแล้วเดี๋ยวนี้” เซี่ยวหยุนยื่นฝ่ามือออกมาและกิ่งหยกสีเขียวก็ปรากฏออกมา จิตวิญญาณการต่อสู้ได้ทำให้แสงหยกสีเขียวสุกใสที่มีกลิ่นอายแห่งชีวิตอันหนาแน่นตกลงไปยังผิวหนังของหญิงสาว

 

 

ซือเฟยตัวสั่นอย่างช่วยไม่ได้ นางรู้สึกราวกับว่าทุกรูขุมขนของนางได้รับการชำระล้างและรู้สึกสดชื่นอย่างไม่น่าเชื่อ ความลึกลับจากความงุนงงทำให้นางรู้สึกไร้พลังขณะที่เหงื่อเม็ดเท่าลูกปัดได้ไหลลงมาจากหลังของนาง

 

“อืมมม” หยานซือเฟยเม้มริมฝีปากของนาง ใบหน้าของนางดูเอียงอาย แม้แต่หูของนางก็เริ่มกลายเป็นสีแดง

 

ทุกครั้งที่พิษแสดงอาการ หยานซือเฟยจะประสบอาการมึนงงนี้ อย่างไรก็ตามความลึกลับของความงุนงงจากจิตวิญญาณการต่อสู้เซี่ยวหยุน ทำให้นางรู้สึกราวกับว่าร่างกายของนางฟื้นตัวอย่างช้าๆ กลิ่นอายที่จิตวิญญาณการต่อสู้ของเซี่ยวหยุนปล่อยออกมานั้นรู้สึกลึกลับเกินไป

 

เซี่ยวหยุนขยับฝ่ามือไปที่ด้านหลังของหญิงสาวและกดมันลงบนรอยสีเข้มเตรียมที่จะดูดซับพิษ

 

กิ่งหยกสีเขียวสว่างไสวด้วยแสงที่สุกใสเมื่อเริ่มดึงพิษที่มีสีเข้มออกมา

 

อย่างไรก็ตาม จิตวิญญาณการต่อสู้ไม่ได้ไปและดูดซับพิษด้วยความตั้งใจของตัวมันเอง พิษนั้นแข็งแกร่งเกินไปและมันต้องใช้เวลาแม้แต้การใช้จิตวิญญาณการต่อสู้ก็ยังต้องใช้เวลานานในการล้างพิษออกไป

 

มันดูเหมือนว่าจิตวิญญาณการต่อสู้จะไม่ค่อยสนใจงานที่ใช้แรงเยอะแต่ผลตอบแทนน้อย

 

อย่างไรก็ตาม เซี่ยวหยุนค้นพบว่าจิตวิญญาณการต่อสู้นี้มีความสามารถในการดูดซับที่ดีมากยิ่งขึ้น

 

“ดูเหมือนว่าหลังจากยกระดับ จิตวิญญาณการต่อสู้นี้ได้แข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก” เซี่ยวหยุนรู้สึกค่อนข้างหวังเมื่อรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้

 

ผู้ที่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของจิตวิญญาณการต่อสู้มากที่สุดคือหยานซือเฟย

 

ชั่วครู่หลังจากที่ฝ่ามือของเด็กหนุ่มแตะต้องตัวนาง หยานซือเฟยรู้สึกขึ้นว่าจิตใจของนางได้สะอาดมากขึ้นและรู้สึกแข็งแกร่งมากขึ้น เห็นได้ชัดว่าพิษถูกสกัดออกมาได้รวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ

 

“จิตวิญญาณการต่อสู้ของน้องเล็กเซี่ยวหยุนจะแข็งแกร่งขึ้น?” นางสงสัยภายในใจแต่ไม่ได้ถามออกมาดังๆ

 

เนื่องจากตอนนี้นางไม่สามารถหันเหความสนใจของเซี่ยวหยุนได้

 

เพียงพริบตาเดียว หนึ่งชั่วโมงก็ผ่านไป รอยดำบนหลังหญิงสาวได้หายไปไปแล้วและพิษส่วนใหญ่ถูกสกัดออกมา อย่างไรก็ตาม หน้าของเซี่ยวหยุนเริ่มซีด ด้วยร่องรอยสีดำ

 

ถ้ามีคนอื่นอยู่ด้วยในตอนนี้ พวกเขาคงคิดว่าซี่ยวหยุนถูกพิษ

 

เซี่ยวหยุนได้ดูดซับพิษเข้าสู่จิตวิญญาณการต่อสู้ของเขา

 

แม้ว่ารอยสีดำบนหลังของหยานซือเฟยจะไม่มีอยู่อีกต่อไป เซี่ยวหยุนไม่ได้หยุดและยังสกัดสารพิษที่อยู่ในเส้นลมปราณของนาง

 

อีกหนึ่งชั่วโมงผ่านไป และหลังจากที่ใบหน้าของเซี่ยวหยุนขาวซีดอย่างสมบูรณ์ เขาก็ถอนฝ่ามือออกไป

 

“มันจบแล้ว”

 

เซี่ยวหยุนเริ่มควบคุมจิตวิญญาณการต่อสู้เพื่อสกัดพิษบางส่วนที่ไหลเข้าสู่ร่างกายของเขา

 

หลังจากที่เซี่ยหยุนถอนฝ่ามือออกไป หลังของหยานซือเฟยรู้สึกหนาวเล็กน้อยซึ่งทำให้นางรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย

 

หลังจากนั้นชั่วครู่ มือของนางก็เคลื่อนไหวและชุดมัสลินบางก็ตกลงบนร่างกายนาง จากนั้นนางก็หันกลับไปมองไปที่ชายหนุ่ม

 

เมื่อนางมองใบหน้าที่ขาวซีดของเด็กหนุ่ม หยานซือเฟยกัดริมฝีปากของนาง รู้สึกเจ็บปวดในหัวใจของนาง

 

เขาแบกความเจ็บปวดที่นางแบกรับและแม้ว่านางรู้ว่าเขาจะสบายดี หัวใจของนางยังคงเจ็บที่เห็นสิ่งนี้ ใครจะเต็มใจที่จะรับพิษของคนคนหนึ่งเข้าสู่ร่างกายของตัวเอง? ยิ่งไปกว่านั้นเขาทำแบบนี้มา 2 ปี ใครจะเต็มใจหรือสามารถทำสิ่งนั้นได้?

 

หยานซือเฟยยื่นมือออกไปและไม่สามารถช่วยตัวเองได้ ขณะที่นางดึงผมไม่กี่เส้นที่อยู่บนหน้าใบหน้าของเขา

 

ด้วยเส้นผมที่หลุดไป นางจะได้เห็นรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาของเขา

 

ใบหน้าหล่อเหลาของเขายังคงอ่อนโยนเล็กน้อยมีเสน่ห์อย่างไม่น่าเชื่อกับนาง

 

"เด็กชายคนนี้กลายเป็นชายหนุ่มที่ดูดี" หยานซือเฟยพึมพำภายในใจ

 

โดยไม่รู้ตัว นางไม่ได้เว้นระยะห่างขณะมองเขา

 

บุสส!

 

ดวงตาของเซี่ยวหยุนเปิดขึ้นกะทันหัน เผยให้เห็นดวงตาสีเข้มของเขา หัวใจของหยานซือเฟยเต้นกระหน่ำอย่างรวดเร็ว ขณะที่นางรีบดึงมือกลับ รู้สึกเหมือนเป็นขโมย นางมองไปอย่างน่าเสียดายและใบหูของนางก็แดงขึ้น

 

ตอนนี้พิษของหยานซือเฟยถูกยับยั้ง นางกลับสู่สภาพปกติของนาง ความขวยเขินของนางทำให้นางดูมีเสน่ห์และเร้าอารมณ์อย่างไม่น่าเชื่อ ทุกคนที่เห็นนางจะประหลาดใจกับความงามของนางและเซี่ยวหยุนยังรู้สึกตะลึงขณะมองไปที่นาง

 

“เจ้าดีขึ้นมาก” หยานซือเฟยกล่าวและรู้สึกสับสบวุ่นวายอย่างไม่น่าเชื่อ

 

“พี่สาวใหญ่ซือเฟย ท่านกำลังมองหาอะไรอยู่?” เซี่ยวหยุนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แล้วมองไปที่หญิงสาวอย่างสนใจอย่างมาก “อย่าบอกข้าว่าท่านได้ตกหลุมรักข้าแล้ว”

 

“ไม่มีทาง” หยานซือเฟยมองไปทางอื่น ราวกับว่านางรู้สึกผิด นางรีบลุกขึ้นยืนจากเตียงเหมือนกับว่านางกำลังจะจากไป

 

อย่างไรก็ตามขณะนางลุกขึ้นยืน ขาและเท้าของนางก็รู้สึกมึนงงและนางก็ล้มลงไป

 

เซี่ยวหยุนเหยียดแขนออกอย่างรวดเร็วและจับตัวนางไว้ ขณะที่ร่างบางของนางตกลงในแขนของเขา หัวใจของเขาก็เต้นกระหน่ำ

 

“ปล่อย ... ปล่อยข้าไป” หัวใจของหยานซือเฟยยุ่งเหยิงอย่างเหลือเชื่อขณะที่นางกำลังถูกกอดโดยชายหนุ่มคนนี้ ร่างกายของนางสั่นและการหายใจของนางก็ไม่แน่นอน เห็นได้ชัดว่านางรู้สึกกังวลอย่างไม่น่าเชื่อและไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร

 

“ฮี่ฮี่” เซี่ยวหยุนหัวเราะ

 

“โอ้ , เจ้า” หยานซือเฟยกลอกตาของนางอีกครั้ง นางแกล้งทำเป็นโกรธ

“พี่สาวใหญ่ซือเฟย ท่านช่างสวยงาม” แม้ว่าหญิงสาวคนนี้ดูเหมือนว่านางโกรธ เซี่ยวหยุนยกย่องนางอย่างช่วยไม่ได้

 

“เจ้าเด็กเหลือขอตัวน้อย” หลังจากนั้นไม่นานหยานซือเฟยได้ระลึกถึงความตั้งใจของเธอที่จะตอบโต้และผลักเด็กหนุ่มออกไป

 

“พี่สาวใหญ่ซือเฟยมีกลิ่นที่หอมมาก” เซี่ยวหยุนหัวเราะต่อ

 

"เจ้ายังหัวเราะอยู่อีก?"

 

“นี้ไม่ใช่ความผิดของข้าที่พี่สาวใหญ่ซือเฟยสวยมาก” เซี่ยวหยุนกล่าวขณะยักไหล่ “ไม่มีบุรษผู้ใดที่สามารถยับยั้งไม่ให้มองท่านได้”

 

หยานซือเฟยดูเหมือนจะลืมสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ขณะที่นางยิ้มและตอบว่า “เจ้าน่ะเหรือผู้ชาย? ไม่มีทาง เจ้ามันก็แค่เด็กน้อยเท่านั้น” หยานซือเฟยยิ้มด้วยความเย้ายวนใจพยายามที่จะทำให้เซี่ยวหยุนเขินแทน

 

“อายุข้าถึงแล้ว!” เซี่ยวหยุนกล่าวอย่างไม่พอใจในขณะที่เขามองไปที่หญิงสาวที่มีเสน่ห์มากในด้านหน้าของเขา

จบบทที่ Eternal Martial Sovereign ตอนที่ 7 – สกัดพิษ

คัดลอกลิงก์แล้ว