เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CLS ตอนที่ 28 บดขยี้

CLS ตอนที่ 28 บดขยี้

CLS ตอนที่ 28 บดขยี้


#28: บดขยี้

 

“ครั้งนี้พวกเราก็ลดราคาลงเหมือนกัน สุดท้ายแล้ว ลูกค้าก็จะต้องกลับมาซื้อสินค้าของเราในที่สุด ไม่ใช่มีแต่พวกเขาเท่านั้นที่ลดราคาได้!” เจ้าตำหนักเหลียงพูดอย่างเย็นชา ที่ตึกอวี่เทียนทำอย่างนี้ได้ แท้จริงแล้วเป็นเพราะพวกเขาไม่ทันตั้งตัว แต่ในเมื่อสถานการณ์กลายเป็นแบบนี้แล้ว นี่ก็จะเป็นเหตุผลใหญ่ที่เขาจะทำให้อาจารย์ขง “เป็นหนี้บุญคุณ”!

 

พูดเสร็จแล้วเขาก็หันไปมองอาจารย์ขงอย่างเย็นชา เรื่องนี้แท้จริงแล้วเป็นเรื่องที่อาจารย์ขงสร้างขึ้น ถ้าก่อนหน้านี้อาจารย์ขงไม่สร้างเรื่องขึ้น แล้วตึกอวี่เทียนจะไปมีโอกาสทำเรื่องแบบนี้ได้ยังไง? ตอนนี้พวกเขาไม่เพียงแต่จะไม่ได้กำไร หนำซ้ำยังกลายเป็นขาดทุนด้วยซ้ำ

 

อาจารย์ขงที่อยู่ข้างๆ ก็กระอักกระอ่วน เขาจะไปคิดได้ยังไงว่าขยะอย่างอี้เทียนหยุนจะหลอมศาสตราวิญญาณระดับกลางออกมาได้ แต่ต่อให้เขาไม่เชื่อ แต่อี้เทียนหยุนก็สามารถหลอมศาสตราวิญญาณพวกนั้นออกมาได้จริงๆ

 

“เจ้าตำหนักเหลียง ข้าสงสัยว่าพวกนั้นแค่ตั้งใจจะลองเชิงพวกเราเท่านั้น พวกเราลองส่งคนไปสืบที่ตึกอวี่เทียนดูไหม!” อาจารย์ขงเริ่มพูดเหลวไหล เปลี่ยนหัวข้อหาเรื่องอี้เทียนหยุนไม่หยุด

 

เจ้าตำหนักเหลียงสีหน้าจมลง ในเวลาอย่างนี้อาจารย์ขงยังกล้าพูดจาเหลวไหลอยู่อีก เห็นได้ชัดว่าอี้เทียนหยุนกับพวกมาจากตำหนักเทียนเฉวียน แล้วยังจะไปสืบอะไรที่ตึกอวี่เทียนอีก? แล้วต่อให้ส่งคนไปสืบจริง ก็ไม่สามารถลากตัวคนของตำหนักเทียนเฉวียนออกมาได้ พวกเขาเป็นนักธุรกิจไม่ใช่พวกกุ๊ยที่จะหาเรื่องกันได้ง่ายๆ

 

และตอนนี้เอง ได้มียามวิ่งเข้ามาจากด้านนอกอย่างรวดเร็ว เขาหายใจอย่างเหนื่อยหอบ เห็นได้ชัดว่ารีบวิ่งขึ้นมาขนาดไหน และเมื่อมาถึงเขาก็พลันร้องขึ้นมา “แย่แล้ว แย่แล้ว..... ตึกอวี่เทียนเริ่มประมูลศาสตราวิญญาณระดับสูง ราคา..... ราคาของพวกเขาต่ำกว่าพวกเราถึง 50,000 เหรียญทอง!”

 

“อะไรนะ!?”

 

พวกเขาพากันตกใจในทันที ไม่เพียงแต่จะเอาศาสตราวิญญาณระดับสูงออกมาขายได้ ทั้งยังลดราคาลงอีก ความเป็นไปได้มีไม่กี่อย่าง อย่างแรกคือพวกเขามีสินค้ามากพอ อย่างที่สองคือเล็งเป้ามาที่พวกเขา โดยเฉพาะการลดราคานี้ ถ้าพวกเขาไม่ลดราคาตาม ชื่อเสียงของพวกเขาจะอยู่ในขั้นวิกฤตในทันที

 

เพราะว่าชื่อเสียงของตึกอวี่เทียนเพิ่มขึ้น นั่นจะทำให้ชื่อเสียงตึกเทียนฟงของเขาลดลง และตั้งแต่ที่ตึกอวี่เทียนเริ่มทำการกดหัวตึกเทียนฟงของพวกเขา ถ้าพวกเขามีศักยภาพมากพอที่จะทำมันได้อย่างมั่นคง นั่นจะทำให้พวกนั้นได้เชิดหน้าแทนพวกเขา

 

แม้ว่าจะเป็นไปได้ว่าพวกเขาจะมีของขายเพียงแค่ในตอนนี้ และจากนี้ไปจะไม่มีมาขายแล้ว แต่มนุษย์นั้นเป็นพวกรักหน้าตา การเสียหน้าในครั้งนี้ก็ทำให้พวกเขาอับอายอยู่ดี

 

นี่ก็เหมือนกับการประลองยุทธ์ เมื่อประลองก็ต้องมีแพ้มีชนะ เมื่อแพ้แล้วก็ต้องมีวันที่ชนะ แต่เมื่อแพ้ก็คือแพ้ มันจะทำให้เกิดความอับอาย เป็นรอยด่างพร้อยในชีวิต ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป โอกาสที่จะสู้กลับก็จะไม่มี

 

“ตอนนี้พวกเขาได้ทำการตัดราคาของศาสตราวิญญาณระดับสูง เจ้าตำหนักอวี่เทียนคนนี้บ้าไปแล้วหรือไง!” เจ้าตำหนักเหลียงสีหน้ากลายเป็นน่าเกลียด สถานการณ์ในตอนนี้ร้ายแรงกว่าก่อนหน้าอย่างมาก ถ้ามีศาสตราวิญญาณระดับสูงแค่ 1 หรือ 2 ชิ้นก็ยังดี เพราะว่าพวกเขาก็มีสำรองไว้เหมือนกัน แต่ถ้าเป็น 6 หรือ 7 ชิ้น หรือกระทั่งเยอะกว่านี้ นั่นก็จะกลายเป็นเรื่องน่าสะพรึงแล้ว.....

 

“ศาสตราวิญญาณระดับสูงนี้ ใครเป็นหลอม?” เจ้าตำหนักเหลียงพลันได้คิด จากนั้นก็รีบถามขึ้น

 

“รายงานครับ จากที่ได้ไปสืบมา เป็นอี้เทียนหยุนคนนั้นที่เป็นศิษย์สายนอกของตำหนักเทียนเฉวียน” ยามรายงาน

 

“เป็นมันจริงๆ!” สีหน้าของเจ้าตำหนักเหลียงดำคล้ำโดยสมบูรณ์ และเป็นอีกครั้งที่ถ้วยชาที่อยู่ใกล้ๆ ถูกเขวี้ยงลงพื้นอย่างแรงด้วยความโกรธ

 

สีหน้าอาจารย์ขงที่อยู่ใกล้ๆ ก็กลายเป็นน่าเกลียด เรื่องในครั้งนี้เหนือกว่าที่คาดไปมาก มันกลายเป็นเรื่องจริงจังสุดๆ ไปแล้ว

 

“มันสามารถหลอมศาสตราวิญญาณระดับสูงได้ มันอายุพึ่งเท่าไหร่เอง?” อาจารย์ขงมีสีหน้าน่าเกลียด แทบจะหมดสติไป นี่เขาไปตอแยปีศาจแบบไหนเข้ากัน

 

การที่เขาจะเป็นอาจารย์หลอมศาสตราชั้น 4 ได้ ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่ และต่อให้เขากลายเป็นอาจารย์หลอมศาสตราชั้น 4 อัตราความสำเร็จในการหลอมศาสตราวิญญาณระดับสูงก็ต่ำจนน่ากลัว  กระทั่งศาสตราวิญญาณระดับกลางที่เขาต้องทุ่มกำลังสุดๆ ในการหลอมมันขึ้นมา อัตราความสำเร็จของเขาก็ยังน้อยกว่า 30%!

 

ถ้าให้เขาไปเทียบกับอี้เทียนหยุนล่ะก็ เขาก็เป็นราวกับก้อนอาจมก้อนหนึ่งเท่านั้น!

 

ยังไงก็ตาม เจ้าตำหนักเหลียงก็ไม่ได้หันไปต่อว่าอะไรอาจารย์ขง ตอนนี้เขากำลังรอรายงานที่ตามมาอยู่

 

และรายงานนี้ก็ไม่ต้องรอนาน อย่างรวดเร็ว สายสืบที่ส่งตัวไปก็กลับมา เขาพูดด้วยสีหน้าแตกตื่นว่า “เขา พวกเขาหลอมออกมาได้ 3 ชิ้นแล้ว ไม่ 4 ชิ้นแล้ว พวกเขาหลอมศาสตราวิญญาณระดับสูงออกมาได้ 4 ชิ้นแล้ว แล้วยังจะหลอมต่อไปอีก ได้ยินว่าพวกเขาจะหลอมศาสตราวิญญาณระดับสูงออกมามากกว่า 10 ชิ้น.....”

 

ตึกเทียนฟงของพวกเขามีศาสตราวิญญาณระดับสูงเก็บไว้แค่ 2-3 ชิ้นเท่านั้น ซึ่งตอนนี้ได้จัดแสดงขึ้นที่เมืองหลวง สำหรับผู้ที่หลอมศาสตราวิญญาณระดับสูงออกมาได้ ล้วนแต่เป็นตัวตนที่อยู่ในกลุ่มอิทธิพลระดับ 2 หรือไม่ก็ระดับ 3!

 

และเมื่อมองมาที่สถานการณ์ในตอนนี้ ชื่อเสียงของตึกอวี่เทียนได้เหนือล้ำไปกว่าตึกเทียนฟงของพวกเขาแล้ว และเมื่อใดก็ตามที่ตึกอวี่เทียนหลอมอาวุธออกมา ก็จะมีคนไปต่อแถวอย่างบ้าคลั่ง บดขยี้ตึกเทียนฟงของพวกเขาไป

 

ในฐานะตึกการค้า คุณภาพของสินค้าเป็นส่วนสำคัญที่สุด เมื่อคุณภาพของสินค้าของเจ้าด้อยกว่าคนอื่น นั่นก็หมายความว่าพลังของเจ้าด้อยกว่า ไม่ว่าจะเป็นตระกูล หรือผู้ฝึกตน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวเลย นี่จึงไม่แปลกที่จื่ออวี่เหว่ยจะตื่นเต้น เธอสามารถเห็นอนาคตที่รุ่งโรจน์ของตึกอวี่เทียนต่อจากนี้ได้เลย

 

“ขงเสิ้งเฟิง เจ้าเยี่ยมมาก ถึงกับทำให้ตึกเทียนฟงของพวกเราไปตอแยกับตัวตนอันดับหนึ่งแบบนั้น!” เจ้าตำหนักเหลียงเรียกชื่อจริงของอาจารย์ขง ตอนนี้เขาเดือดสุดๆ โดยเฉพาะเมื่อเขานึกไปถึงคำพูดที่อี้เทียนหยุนพูดไว้ก่อนจะจากไป

 

คนบางคนเหมาะที่จะเป็นสหาย ขณะที่บางคนไม่เหมาะที่จะเป็น นี่เป็นความจริงที่ยากจะเข้าใจ!

 

“เจ้าตำหนักเหลียง ข้า.....” ขงเสิ้งเฟิงอยากจะพูดอะไร แต่เจ้าตำหนักเหลียงกับโบกมือ บอกปัดคำแก้ตัวของเขา

 

“ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว แขกผู้ทรงเกียรติอย่างเจ้า พวกเราไม่ต้องการ โปรดออกไปซะ!” เจ้าตำหนักเหลียงตัดสินใจในทันที เขารู้ว่าอี้เทียนหยุนเล็งเป้ามายังขงเสิ้งเฟิง ถ้าไม่เพราะแบบนั้น ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ตึกอวี่เทียนมีความสามารถพอที่จะเผชิญหน้ากับตึกเทียนฟงของพวกเขา

 

สีหน้าของขงเสิ้งเฟิงน่าเกลียดอย่างมาก เมื่อเผชิญหน้ากับความกราดเกรี้ยวของเจ้าตำหนักเหลียง ในสายตาก็ได้เผยให้เห็นถึงจิตสังหาร แต่จิตสังหารนี้ไม่ได้มุ่งเป้าไปยังเจ้าตำหนักเหลียง แต่เป็นอี้เทียนหยุน!

 

“งั้นข้าขอลา!”

 

ขงเสิ้งเฟิงหมุนตัวเดินจากไป เขากัดฟันกรอด สีหน้าดำคล้ำ เปล่งจิตสังหารเข้มข้นออกมา “ดีมาก ไม่คิดว่าเจ้าจะใช้วิธีการชั่วร้ายอย่างนี้ เมื่อเป็นอย่างนี้ อย่าได้โทษข้าที่อำมหิตก็แล้วกัน!”

 

หลังจากที่ขงเสิ้งเฟิงจากไปแล้ว เจ้าตำหนักเหลียงก็ไม่ได้ส่งคนไปเพื่อขอโทษ เพราะว่าสถานการณ์ได้มาถึงตรงนี้แล้ว ถ้าตึกเทียนฟงของพวกเขาไม่รักษาหน้าที่เหลือไว้ พวกเขาก็ไม่อาจอยู่ในเมืองเทียนฟงนี้ได้อีกต่อไป

 

“ดูท่าคงได้แต่ขอให้นิกายต้วนเสิ่นช่วยเท่านั้น ศิษย์สายนอกตำหนักเทียนเฉวียน อี้เทียนหยุน..... คิดจะสั่งสอนข้า เหลียงเทียนเฉิง เจ้ายังอ่อนนัก!” เหลียงเทียนเฉิงมีสีหน้าเย็นชา ในใจเดือดจนไม่รู้จะเดือดยังไงแล้ว ส่วนเรื่องที่ใครจะเป็นคนผิดนั้น ด้วยระดับที่สูงอย่างพวกเขา ต่อให้ผิดก็ไม่มีทางยอมรับว่าตนผิด มีแต่จะหาวิธีแก้และตอบโต้กลับอย่างโหดเหี้ยมเท่านั้น

 

 

จบบทที่ CLS ตอนที่ 28 บดขยี้

คัดลอกลิงก์แล้ว