เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CLS ตอนที่ 10 ของเดิมพัน

CLS ตอนที่ 10 ของเดิมพัน

CLS ตอนที่ 10 ของเดิมพัน


#10: ของเดิมพัน

 

ภายใต้สายตาเป็นกังวลของผู้คน อี้เทียนหยุนได้เผยรอยยิ้มบางและพูดออกมา “รอบสุดท้ายทุกคนให้ข้าจัดการเอง ให้ข้าสั่งสอนพวกเขา ว่าตำหนักเทียนเฉวียนของพวกเราร้ายกาจแค่ไหน!”

 

น้ำเสียงของเขาทั้งทุ้มต่ำและลึกซึ้ง เขาไม่ต้องการปล่อยนิกายเทียนหลิงไป!

 

“นายน้อย ท่านจะเอาแบบนี้จริงๆ?”

 

“ใช่แล้ว ก่อนหน้านี้เขายังเป็นเหมือนขยะ แต่ไม่คิดเลยว่าจะแข็งแกร่งขนาดนี้ ท่านเจ้าตำหนัก ท่านช่างซ่อนความจริงจากพวกเราได้ดีจริงๆ!”

 

...........................

 

พลังที่อี้เทียนหยุนแสดงออกมาทำให้ศิษย์หญิงนับไม่ถ้วนแสดงความนับถืออย่างสูงให้กับเขา แม้ไม่กล้าพูดว่าศิษย์หญิงพวกนั้นจะไม่ขับไล่อี้เทียนหยุน แต่อย่างน้อยสายตาที่มองมายังอี้เทียนหยุนของพวกเธอก็เปลี่ยนไปมาก

 

เจ้าตำหนักคนก่อนไร้ความรับผิดชอบ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ตำหนักเทียนเฉวียนเสียหาย ยิ่งกว่านั้น เมื่อเขาเป็นคนของตำหนักเทียนเฉวียน เขาก็ควรจะทำอะไรเพื่อตำหนักเทียนเฉวียนบ้าง

 

แน่นอนว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับการแสดงออกของเขา เพราะว่าเขานำชัยชนะมาให้กับตำหนักเทียนเฉวียน ถ้าปราศจากผลลัพธ์นี้ ต่อให้ไม่ใช่ขยะ เขาก็ยังคงถูกดูถูก สุดท้ายแล้ว ถ้าไม่มีพลัง ก็ไม่สามารถเปลี่ยนมุมมองของผู้คนได้

 

ชิเสวี่ยอวิ๋นเห็นสถานการณ์รอบๆ ก็อดไม่ได้ต้องส่ายหัว คิดว่าอี้เทียนหยุนคงจงใจปกปิด กระทั่งเธอที่เป็นคนในครอบครัวที่ดูแลอี้เทียนหยุนก็ยังไม่รู้ว่าสถานการณ์จริงๆ นั้นเป็นยังไง? ต่อให้ไม่ใช่ขยะ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะมีพลังสูงขนาดนี้

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เธอก็ไม่สามารถเข้าใจได้ เสี่ยวเหลียนก็เช่นกัน

 

“เจ้าจะเอาอย่างนี้จริงๆ?” ชิเสวี่ยอวิ๋นพูดออย่างกังวล “อย่าได้อวดเก่งอีก รีบลงมาได้แล้ว”

 

อี้เทียนหยุนอยากจะพูดอะไร แต่จ้าวฮัวหลงที่อยู่ข้างล่างเวทีได้พูดขึ้นมาอย่างเย็นชา “เขาตอบรับที่จะประลองรอบสุดท้ายแล้ว ต้องแข่งต่อ!”

 

ผู้คนมองตามเสียงไป เห็นเพียงจ้าวฮัวหลงที่ตาทั้งสองข้างแดงก่ำ ท่าทางเต็มไปด้วยจิตสังหารที่แพร่กระจายออกจากร่าง กระทั่งลูกศิษย์ของนิกายเทียนหลิงก็ยังมองมายังอี้เทียนหยุนอย่างโกรธแค้น สังหารพี่น้องของพวกเขาไปต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่จะทำให้พวกเขารู้สึกอับอายเท่านั้น แต่ยังทำให้พวกเขาสูญเสียศิษย์มากพรสวรรค์ไปถึง 2 คน!

 

ในเวลานี้ ความโกรธแค้นในใจของจ้าวฮัวหลงได้พุ่งขึ้นถึงขีดสุด ด้วยพรสวรรค์ของโม่เฉิง ในอนาคตเขาจะต้องสามารถเข้าเป็นศิษย์สายในได้อย่างแน่นอน แต่ว่าตอนนี้ได้ตายไปแล้ว! หลังจากกลับไป เขาไม่รู้ว่าจะต้องอธิบายยังไง

 

ตอนนี้เขาต้องการเพียงสังหารอี้เทียนหยุนเท่านั้น เพื่อแก้แค้นให้กับโม่เฉิง และก็เพื่อกู้หน้าให้กับนิกายเทียนหลิง

 

“ผู้อาวุโสจ้าว เทียนหยุนได้ประลองไป 2 รอบแล้ว ถ้ายังให้ประลองอีก นี่ไม่เท่ากับว่าขัดกับธรรมเนียมหรอกเหรอ!” ชิเสวี่ยอวิ๋นเผชิญหน้ากับเขาอย่างไม่แยแส พลังสะกดข่มถูกส่งออกมาจากร่างของเธอ กวาดเอาจิตสังหารที่จ้าวฮัวหลงเปล่งออกมาทิ้งไปในคราวเดียว

 

“เขาเป็นคนพูดเองว่าจะประลองต่อ พวกเราก็แค่ยอมรับคำขอของเขา!” จ้าวฮัวหลงแน่นอนว่าไม่เต็มใจที่จะให้อี้เทียนหยุนจากไป ถ้าเขาจากไป โอกาสที่จะแก้แค้นก็จะไม่มีเหลืออีก

 

“ตอนนี้ข้าพูดแทนเขา การประลองถัดไปให้เปลี่ยนคน ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสจ้าวคิดว่ายังไง?” ชิเสวี่ยอวิ๋นแน่นอนว่ารู้ความคิดที่ต้องการแก้แค้นของจ้าวฮัวหลงดี

 

ผู้คนอดไม่ได้ให้ดูหมิ่นจ้าวฮัวหลง อี้เทียนหยุนพูดโดยไม่คิด ไม่นับเป็นจริงเป็นจังได้

 

“เจ้าตำหนักชิ นี่เป็นเขาเลือกเอง!” จ้าวฮัวหลงชูนิ้วขึ้นมา 2 นิ้ว แล้วพูดอย่างจริงจังว่า “ถ้าเขาประลองต่อในรอบสุดท้ายนี้ ถ้าเขาชนะ ข้าจะมอบเม็ดยาทะลวงวิญญาณเพิ่มให้เป็นของรางวัล!”

 

เพียงเมื่อคำนี้เอ่ยออกมา ก็พลันทำให้ทุกคนพากันโห่ร้องออกมา เม็ดยาทะลวงวิญญาณ มันเป็นเม็ดยาที่ใช้เพื่อทะลวงเข้าสู่ระดับปรับแต่งวิญญาณสมดั่งชื่อของมัน ตราบเท่าที่คนๆ นั้นอยู่ในจุดสูงสุดของระดับปรับแต่งกายา เมื่อใช้ยานี้ก็สามารถช่วยให้ผ่านเข้าสู่ระดับปรับแต่งวิญญาณได้อย่างมั่นคง

 

จ้าวฮัวหลงเพิ่มของเดิมพันเข้าไป แน่นอนว่าเม็ดยาทะลวงวิญญาณนี้ไม่ใช่ของราคาต่ำ ถ้าแพ้ ไม่เพียงแต่จะไม่สามารถชดเชยให้กับศิษย์สองคนที่ตายไปแล้ว ยังสูญเสียเม็ดยาทะลวงวิญญาณนี้ด้วย

 

ใจจริงเขาไม่อยากหยิบออกมา แต่เพื่อให้อี้เทียนหยุนประลองต่อ เขาได้แต่ใช้มันออกมา นี่คือเม็ดยาที่เตรียมไว้ให้โม่เฉิง

 

แต่ใครจะรู้ว่าชิเสวี่ยอวิ๋นกลับพูดเหน็บแนมขึ้นมา “เม็ดยาทะลวงวิญญาณนี้ล้ำค่ามาก ข้าว่าท่านผู้อาวุโสเก็บไว้กินเองเถอะ!”

 

เม็ดยาทะลวงวิญญาณนี้ ตำหนักเทียนเฉวียนของเธอก็สามารถหาได้ แม้ว่าของสิ่งนี้จะถือว่าล้ำค่า แต่สำหรับเธอแล้ว อี้เทียนหยุนกลับสำคัญกว่า ดูจากท่าทางของฝั่งตรงข้าม เขาจะต้องมีแผนร้ายแน่ๆ อี้เทียนหยุนจะต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน!

 

ในใจจ้าวฮัวหลงจมลง เม็ดยาทะลวงวิญญาณนี้ สำหรับศิษย์ระดับปรับแต่งกายาถือว่าล้ำค่าอย่างมาก แต่กับระดับปรับแต่งวิญญาณขึ้นไป ไม่นับว่ามีประโยชน์อะไร

 

“แล้วท่านต้องการอะไร!” จ้าวฮัวหลงพูดออกมาอย่างกัดฟัน

 

“ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ! ข้าบอกว่าอย่าเอาของไร้ค่าชิ้นนี้มาเทียบกับคนของข้า!”

 

ชิเสวี่ยอวิ๋นพ่นลมออกจมูก แทบจะไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ในคำพูดของเธอ เห็นได้ชัดว่าอี้เทียนหยุนสำคัญกว่า!

 

สีหน้าของจ้าวฮัวหลงกลายเป็นน่าเกลียด หรือว่าจะไม่สามารถแก้แค้นได้จริงๆ?

 

“เม็ดยาทะลวงวิญญาณนี้ ข้ายอมรับ!” อี้เทียนหยุนส่งรอยยิ้มสงบ เขาวางแผนว่าจะยอมรับแต่แรกแล้ว แต่ไม่คิดว่าพวกจะมีการเพิ่มของเดิมพันด้วย แล้วแบบนี้เขาจะไม่รับได้ยังไง

 

ตอนแรกที่เขาเลือกจะสู้ เขาไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะทะเลาะกันจนกระทั่งมีของเดิมพันเพิ่มขึ้นมา เมื่อเป็นอย่างนี้แน่นอนว่ามันต้องดีกว่าอยู่แล้ว ทำให้เขารอคอยที่จะประลองยิ่งขึ้น!

 

เหมือนเช่นก่อนหน้า เขาเลือกที่จะประลอง นี่ไม่มีใครกล้าดูถูกเขา พลังที่เขาแสดงออกมาก่อนหน้า ได้ทำให้ผู้คนสั่นสะท้าน

 

ในสายตาของจ้าวฮัวหลงเผยประกายแห่งความสุขออกมา รีบพูดว่า “เมื่อเป็นอย่างนี้ เราก็มาเริ่มการประลองรอบต่อไปเร็วขึ้นหน่อย!” เขาไม่อยากจะพลาดโอกาสนี้ไป ในหัวใจของเขาทั้งเบิกบานและเย็นชา ตราบเท่าที่อี้เทียนหยุนยอมรับ พวกเขาก็ยังมีโอกาส!

 

ในหัวใจของชิเสวี่ยอวิ๋นให้รู้สึกกังวล ขณะที่เธออยากจะพูดอะไรอยู่นั้น เธอก็เห็นสายตาที่อี้เทียนหยุนมองมา มันมีความรู้สึกมั่นใจที่แข็งแกร่งอยู่ในตาของเขา ทำให้ปากที่จะเปิดขึ้นของเธอต้องปิดลง ไม่พูดปฏิเสธออกไปอีก

 

“รอบสุดท้าย จ้าวเฟิงขึ้นไป!”

 

จ้าวฮัวหลงส่งลูกศิษย์ที่มีพลังระดับปรับแต่งกายาขั้นที่ 7 ขึ้นไป พลังของเขาอยู่ระดับเดียวกับฟางหยุน แล้วอย่างนี้เขาจะเอาชนะได้อย่างงั้นเหรอ?

 

ยังไงก็ตาม ในเมื่อจ้าวฮัวหลงส่งเขาขึ้นมา แน่นอนว่าเขาต้องมั่นใจ จ้าวฮัวหลงที่มานั่งในตำแหน่งนี้ได้ เขาจะต้องไม่ใช่คนโง่อย่างแน่นอน

 

หลังจากที่ส่งจ้าวเฟิงขึ้นไป เขาก็พูดเสียงต่ำว่า “ไม่ว่าจะใช้วิธีอะไรก็ตาม สังหารมันให้ได้! ตราบเท่าที่เจ้าชนะ ปัญหาของเจ้าข้าจะช่วยแก้ให้เอง!”

 

“ไม่มีปัญหา!” จ้าวเฟิงมองไปที่อี้เทียนหยุนด้วยสายตาที่เบิกบานและเย็นชา สายตาที่เบิกบานและเย็นชานี้ ราวกับงูพิษที่จับจ้องเหยื่อ

 

หลังจากนั้น จ้าวฮัวหลงที่มีสีหน้าเบิกบานและเย็นชา ในหัวใจยังคงรู้สึกโกรธสุดๆ “อยากจะได้เม็ดยาทะลวงวิญญาณของข้า? ไม่เพียงแต่สิทธิ์จะตกเป็นของเรา เม็ดยาทะลวงวิญญาณก็เป็นของเรา คนที่สังหารคนของเรา ข้าจะทำให้มันได้ชดใช้!”

 

ความรู้สึกโกรธแค้นในใจเขาได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้า นี่ไม่เพียงแต่จะเป็นการตบหน้าเขาเท่านั้น แม้แต่ศิษย์ที่โดดเด่นสองคนที่เขานำมาก็ได้ตายไป ถ้าไม่ได้เอาคืนซะบ้าง เขาคงไม่อาจกล้ำกลืนไว้ได้ไหว

 

ในใจของอี้เทียนหยุนกลับคิดอีกอย่าง เมื่อจัดการเจ้าคนสุดท้ายนี้ได้ เขาก็จะได้รับรางวัลแล้ว!

 

จบบทที่ CLS ตอนที่ 10 ของเดิมพัน

คัดลอกลิงก์แล้ว