- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปเป็นเจ้าแม่ ใครไม่ฟังแม่เชือดทิ้ง
- ตอนที่ 19: ฉินฟางที่เอาแต่บ่นกับเฟิงอวี่ที่พูดมาก ทำไมพวกเธอถึงหนวกหูขนาดนี้?
ตอนที่ 19: ฉินฟางที่เอาแต่บ่นกับเฟิงอวี่ที่พูดมาก ทำไมพวกเธอถึงหนวกหูขนาดนี้?
ตอนที่ 19: ฉินฟางที่เอาแต่บ่นกับเฟิงอวี่ที่พูดมาก ทำไมพวกเธอถึงหนวกหูขนาดนี้?
ตอนที่ 19: ฉินฟางที่เอาแต่บ่นกับเฟิงอวี่ที่พูดมาก ทำไมพวกเธอถึงหนวกหูขนาดนี้?
ทันทีที่เลิกงาน สองสามีภรรยาก็รีบบึ่งไปที่สถานีตำรวจ เจ้าหน้าที่หญิงที่ต้อนรับพวกเขาคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี วันนี้เธอเล่าความจริงให้พวกเขาฟังทั้งหมด รวมถึงเรื่องที่ยัยหนูตัวน้อยยอมไปเป็นเหยื่อล่อด้วยตัวเอง และตอนนี้ได้รับการช่วยเหลือออกมาแล้ว
หลังจากได้ยินช่วงแรก ฉินฟางตกใจกลัวจนแทบหายใจไม่ออกและเกือบจะเป็นลม พอได้ยินว่าเด็กน้อยปลอดภัยแล้วเธอถึงค่อยได้สติกลับมา เซี่ยงตัวฟูเองก็อาการหนักไม่แพ้กัน สีหน้าของเขาดูแย่ยิ่งกว่าฉินฟางเสียอีก
โชคดีที่พวกเขารู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกสาว ทั้งสองประคองกันเดินออกมา แต่ยังไม่ทันพ้นสถานีตำรวจก็ถูกใครบางคนรั้งไว้เสียก่อน คนที่เรียกพวกเขาคือคู่สามีภรรยาที่ดูอายุอานามไล่เลี่ยกัน
"มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?" เซี่ยงตัวฟูที่มีเรื่องให้คิดเต็มหัวพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกว่าปกติ
"สวัสดีครับ พวกเรามาขอบคุณที่พวกคุณเลี้ยงลูกสาวได้ดีขนาดนี้ เพราะลูกสาวของคุณ ลูกชายของพวกเราถึงได้รับความช่วยเหลือครับ" คู่สามีภรรยาดูเหนื่อยล้ามาก แต่เสื้อผ้ายังดูเรียบร้อยดี
เซี่ยงตัวฟูคิดว่าทั้งคู่น่าจะเป็นคนมีฐานะ เขาจึงยิ้มอย่างเคอะเขิน "งั้น... งั้นเหรอครับ? เอาไว้คุยกันตอนที่พวกเด็กๆ กลับมาแล้วเถอะครับ" เขารีบพาภรรยาเดินเลี่ยงออกมา เพราะทั้งคู่ต้องการเวลาทำใจกับข่าวที่เพิ่งได้รับจากตำรวจ
เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าลูกคนที่หกคนนี้ได้ใครมาถึงได้ใจเด็ดขนาดนี้? เมื่อก่อนเธอก็แค่ซน แต่ไม่เคยบ้าบิ่นขนาดนี้มาก่อน กล้าทำไปได้ทุกอย่าง พวกพนักงานค้ามนุษย์มันรับมือกันง่ายๆ ที่ไหนล่ะ? พวกนั้นมันเป็นพวกโฉดชั่ว ถ้าพวกมันเกิดไหวตัวทันขึ้นมา เขาไม่กล้าจินตนาการเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับลูก
"เฒ่าเซี่ยง คุณว่า... ท่านเทพเขาเจ้า..." ฉินฟางกระซิบอย่างมีเงื่อนงำ สีหน้าเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย
เซี่ยงตัวฟูชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเอามือปิดปากภรรยา "ชู่ว... พูดเรื่องแบบนี้ในที่สาธารณะได้ยังไง?"
ฉินฟางพยักหน้าแล้วหุบปากทันที เซี่ยงน่วนนอนอยู่บนเตียงคนไข้อย่างเซ็งสุดขีด ขณะที่เฟิงอวี่ที่อยู่เตียงข้างๆ ก็พูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด
ไอ้เจ้าเด็กคิ้วหนาตาโต ท่าทางขี้อายอย่างเธอน่ะเฟิงอวี่ แท้จริงแล้วเป็นคนพูดมากขนาดนี้เลยเหรอ!!!
เขาพูดเยอะเกินไป ต่อให้คุณทำเป็นเมิน เขาก็ยังร่ายยาวต่อได้อย่างเอร็ดอร่อย พอเปิดก๊อกแล้วก็ไม่มีวันปิดได้เลย
"พี่น่วน หิวน้ำไหม? เดี๋ยวผมรินน้ำให้" เฟิงอวี่พูดมานานจนเริ่มคอแห้ง เขารินน้ำดื่มเองก่อน แล้วรินใส่อีกแก้วเอามาให้เธออย่างกุลีกุจอ
เซี่ยงน่วนรับมาจิบสองสามคำ "หยุดพูดสักพักได้ไหม? เสียงเธอเหมือนเป็ดเลย"
เฟิงอวี่ทำปากยื่น "พี่น่วน รำคาญผมเหรอครับ?"
"ใช่ เธอพูดมากเกินไปหน่อย" เซี่ยงน่วนนั่งไขว่ห้าง วางแก้วลงจนเกือบทำน้ำหกใส่ตัว
เฟิงอวี่: "(ಥ_ಥ)" ใจสลาย~ ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยพยายามเอาใจใครขนาดนี้มาก่อนเลยนะ! แถมยังถูกเกลียดอีก มีชีวิตมาห้าปีไม่เคยรู้สึกรันทดขนาดนี้เลย
"ก็ได้ครับ ผมไม่พูดแล้ว" เขาหันหลังให้เซี่ยงน่วน ทำท่าทางน้อยใจ แถมยังมีเสียงสะอื้นฮักๆ อีก
เซี่ยงน่วนที่ชินแล้วคิดในใจว่า ไม่ต้องลนลาน!
【3 ~ 2 ~ 1 —】
"พี่น่วน ผมหิวแล้ว พี่หิวหรือยัง?"
เซี่ยงน่วน: "..." สิ้นหวัง!
อยากกลับบ้าน! ใครก็ได้เอาเจ้าเด็กพูดมากนี่ไปที เธอรับไม่ไหวแล้วจริงๆ!
แต่เธอก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน จะว่าไปนี่ก็เวลามื้อเย็นแล้ว หลูเฟิงไปไหน? อาหารอยู่ที่ไหนล่ะ?
พูดถึงผี ผีก็มา หลูเฟิงปรากฏตัวที่ประตูห้องในวินาทีต่อมา "หิวหรือยัง? ได้เวลากินข้าวแล้ว"
เซี่ยงน่วนหูผึ่งทันที "วันนี้กินอะไรคะ? มีเนื้อไหม?"
หลูเฟิงถอนหายใจอย่างจนใจ "ฉันไม่มีคูปองเนื้อติดตัวเลย เธอคงไม่ได้กินเนื้อหรอก ไว้กลับไปแล้วฉันจะเลี้ยงเนื้อเธอเอง"
ภารกิจนี้เร่งด่วนมาก เขาเลยไม่ได้พกคูปองติดมาด้วย อาหารวันนี้เป็นอาหารคนไข้ของโรงพยาบาล ส่วนเขาก็แค่ขอแบ่งกินด้วย เฉียนตัวกลับไปแล้ว ป่านนี้คงส่งข่าวถึงที่บ้านเรียบร้อย
"พี่น่วนไม่ต้องห่วงนะ กลับไปแล้วถ้าผมว่างผมจะเลี้ยงเนื้อพี่เอง ญาติผมเยอะมาก ถ้าผมเวียนไปกินบ้านนั้นบ้านนี้ทุกวัน ผมก็ได้กินเนื้อทุกวันแล้ว"
หลูเฟิง: "..."
ญาติเธอเยอะจนน่าตกใจจริงๆ
พอเจ้าตัวเล็กสองคนไข้ลดก็กลับบ้านได้เลย ทริปนี้ทำเอาเด็กสองคนลำบากไม่น้อย ทั้งถูกปล่อยให้หิว ทั้งสูดดมยาสลบและยาที่ทำให้พูดไม่ได้ เดินทางรอนแรมหลายวัน แถมสุดท้ายยังถูกโยนลงน้ำอีก
ช่างน่าสงสารจริงๆ โดยเฉพาะยัยหนูตัวเล็ก เธอตัวนิดเดียวแต่ต้องแบกเด็กที่ตัวโตกว่าเดินป่าครึ่งค่อนวัน เขาจงใจเมินความจริงที่ว่า ยัยหนูที่เขาสงสารน่ะ จริงๆ แล้วอาจจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าเขาเสียอีก
หลังจากนอนโรงพยาบาลสองวัน ในที่สุดเซี่ยงน่วนก็ได้ออกจากโรงพยาบาล
พ่อเซี่ยง แม่เซี่ยง และพ่อแม่ของเฟิงอวี่เดินทางมาถึงตั้งแต่วันก่อนแล้ว หลังจากยืนยันว่าเด็กๆ สบายดี พ่อแม่ของเฟิงอวี่ก็ลากลับไปก่อน เพราะตำแหน่งหน้าที่การงานสูงส่งเลยลางานนานไม่ได้
ส่วนพ่อเซี่ยงกับแม่เซี่ยง มีแค่เซี่ยงตัวฟูที่กลับไปก่อน ส่วนฉินฟางอยู่ดูแลต่อ
เธอเอาแต่บ่นแล้วก็บ่น พูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าสถานการณ์มันอันตรายแค่ไหน
ตอนนี้แค่ฉินฟางอ้าปาก เซี่ยงน่วนก็ตัวสั่นแล้ว เธอหลอนจริงๆ ทำไมแม่ถึงพูดเก่งขนาดนี้?
นาทีนี้เธอคิดถึงพ่อสุดๆ พ่อไม่เห็นพูดมากแบบนี้เลย
ไม่เหมือนคุณแม่สุดที่รัก ที่สามารถยกตัวอย่างสารพัดเรื่องมาเล่าว่าพนักงานค้ามนุษย์น่ากลัวแค่ไหน บ่นได้ทั้งเช้าไม่มีหยุด ระดับความพูดมากนี่สูสีกับเฟิงอวี่เลยทีเดียว
พอได้ออกจากโรงพยาบาล เซี่ยงน่วนก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก พอกลับถึงบ้านฉินฟางต้องไปทำงาน คงไม่มีเวลามานั่งบ่นเธอได้นานขนาดนี้
ทุกคนนั่งรถบรรทุกคันใหญ่กลับอำเภอเหมย เซี่ยงน่วนถอนหายใจยาวเหยียด ตอนนี้แค่รอให้เงินรางวัลมาถึงมือเท่านั้น
ทันทีที่ก้าวเข้าประตูบ้าน หัวไชเท้าจิ๋วสองคนก็พุ่งมาเกาะขา ร้องไห้โฮเสียงดัง
เซี่ยงเลิ่งเองก็ปาดน้ำตา "ฮือออออ~"
เซี่ยงน่วน: "..."
"เอาละ หยุดร้องได้แล้ว! ร้องจนหนูปวดหัวไปหมด" เสียงประสานสามสายมันช่างบาดหู เธอรับไม่ไหวจริงๆ
ทำไมรอบตัวเธอมีแต่คนหนวกหูนะ? "พวกพี่ไปทำหน้าที่ของตัวเองเถอะ" เธอดึงสองคนนั้นออกจากขา จับวางไว้ข้างๆ แล้วมุดลงใต้เตียงไปดูว่ามีอะไรเหลือบ้าง
พอมองดูแล้วก็โอ้โห ทุกอย่างยังอยู่เหมือนเดิมเป๊ะก่อนเธอจะหายไป
เธอหยิบกล้วยมากินสองใบ "ทำไมไม่กินกันล่ะ กล้วยเริ่มไม่สดแล้วนะ"
"แม่จ๋า หนูหิวแล้ว ทำอะไรให้กินหน่อยได้ไหมคะ เอาแบบข้าวสวยๆ น่ะ!"
ฉินฟางขานรับ เธอไปหาข้าวสารขาวที่เตรียมไว้สำหรับวันปีใหม่ เตรียมจะหุงข้าวขาวให้เซี่ยงน่วนกินบำรุงร่างกาย
เซี่ยงเลิ่งหยุดร้องไห้ในที่สุด ดวงตาแดงก่ำเหมือนกระต่ายมองมาที่เซี่ยงน่วน "เธอเนี่ยนะเป็นเด็กดื้อ ไม่รู้จักฟังคนอื่นเลย"
"ก็ใช่ไงคะ เมื่อไหร่หนูเคยฟังบ้างล่ะ?" นิสัยเจ้าของร่างเดิมกับตัวเธอก็คล้ายๆ กัน เป็นเด็กแสบเหมือนกันทั้งคู่
เซี่ยงเลิ่ง: "..."
"เอาละ หนูก็กลับมาอย่างปลอดภัยครบสามสิบสองแล้วไม่ใช่เหรอจ๊ะ?"
เธสตบไหล่พี่สาวเบาๆ พลางตั้งตารอว่าจะมีใครเอาของขวัญขอบคุณมาให้บ้างไหม
ตอนเย็น พอพี่ๆ ทั้งสี่คนกลับมา ก็มีมหกรรมร้องไห้กันอีกรอบ ดูอลังการงานสร้างเสียจนคนนึกว่าเธอไปเผชิญเคราะห์กรรมแสนสาหัสมา
ฉินซานก็มาเยี่ยมหลังเลิกงาน "หัวหน้าครอบครัวกลับมาแล้วเหรอ? คืนนี้กินข้าวฉลองกันหน่อยนะ ลุงเพิ่งซื้อเนื้อมาวันนี้พอดี"
"ไม่เอาหรอกพี่ ของมันหายาก พี่เก็บไว้บำรุงหงจื่อเถอะ" ฉินฟางรีบปฏิเสธ พลางดันหลังพี่ชายให้กลับบ้าน "เดี๋ยวเย็นนี้มากินข้าวด้วยกันนะ"
"ลุงหาสิ่งดีๆ มากินก็ไม่ได้ยากไปกว่าพวกเธอหรอก" ฉินซานวางเนื้อลงบนเตาโดยตรง "ฝีมือทำกับข้าวของเธอแค่งั้นๆ แหละ ให้เจ้าห้าทำเถอะ ยัยหนูคนนี้ทำกับข้าวอร่อย" เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าลูกคนที่ห้าได้ใครมา ฝีมือทำกับข้าวถึงได้เลิศรสขนาดนี้ คนบ้านเขาไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้เลย
เขาเดาว่าน่าจะได้มาจากทางฝั่งน้องเขย ได้ยินว่าบรรพบุรุษเขาเคยเป็นพ่อครัวหลวง แต่จะจริงหรือไม่เขาก็ไม่รู้
เหมือนที่บ้านเขาบอกว่าบรรพบุรุษเป็นหมอหลวง แต่ตอนนี้กลับไม่มีใครเรียนหมอเลยสักคนเดียว