- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปเป็นเจ้าแม่ ใครไม่ฟังแม่เชือดทิ้ง
- บทที่ 4 วันแห่งผลผลิต
บทที่ 4 วันแห่งผลผลิต
บทที่ 4 วันแห่งผลผลิต
บทที่ 4 วันแห่งผลผลิต
"น้องหก อีกไกลแค่ไหนเนี่ย?" พี่สี่เซี่ยงหว่านเอ่ยถามพลางหอบหายใจ
"ใกล้แล้ว ใกล้แล้ว มองเห็นอยู่โน่นไง" เซี่ยงหน่วนเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น "อดทนอีกนิดเดียวนะ ใกล้ถึงแล้ว"
เมื่อทุกคนมาถึงจุดที่เซี่ยงหน่วนเคยมาเมื่อวาน ต่างก็สูดหายใจเข้าลึกๆ ทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นและแบ่งน้ำกันดื่ม
"เอาล่ะ อย่าเสียเวลาเลย รีบเข้าไปหาผักป่ากันเถอะ" พี่ใหญ่เซี่ยงเกาเอ่ยขึ้น ทุกคนจึงลุกขึ้นและเดินเข้าไปด้านใน
เซี่ยงหน่วนยังคงเป็นคนนำทางเช่นเคย เพราะเธอมีความชำนาญมากที่สุด
"ผักแถวนี้แก่เกินไปแล้ว อย่าเพิ่งเก็บเลย ไปที่ริมแม่น้ำกันดีกว่า ตรงนั้นเยอะกว่า" เธอนำทุกคนไปยังแม่น้ำสายเล็กที่เธอจับปลาได้เมื่อวาน ซึ่งผักป่าแถวนั้นจะอวบน้ำและน่ากินกว่า
ตามปฏิทินสากล ตอนนี้เข้าสู่ปลายเดือนธันวาคมแล้ว ผักป่าที่พอกินได้จึงเหลือไม่มากนัก
ที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดคือผักจี้ไช่ แต่ส่วนใหญ่มักจะแก่เกินแกง ส่วนที่ขึ้นริมน้ำน่าจะยังอ่อนอยู่บ้าง
เมื่อมาถึงริมแม่น้ำ...
ผักป่าขึ้นหนาตา เด็กๆ ต่างกรูกันเข้าไปเริ่มลงมือขุด
ที่เยอะที่สุดคือผักกาดก้านขาวป่า ซึ่งหน้าตาไม่เหมือนผักกาดก้านขาวที่ปลูกกันทั่วไปเลยสักนิด ใบของมันเรียวยาว มีหนามเล็กๆ ขอบใบหยักลึกคล้ายใบหัวไชเท้าต้นเล็กๆ วิธีการกินก็คล้ายกัน
ช่วงฤดูนี้หอมป่าก็มีเยอะเช่นกัน แม้จะล้างทำความสะอาดลำบาก แต่บ้านนี้มีเด็กเยอะ เรื่องแค่นี้จึงไม่ใช่ปัญหา
ทุกคนช่วยกันขุดด้วยความกระตือรือร้น
ที่รสชาติดีที่สุดย่อมหนีไม่พ้นผักจี้ไช่กับดอกแดนดิไลออน แม้ต้นที่อยู่ริมน้ำจะไม่ถึงกับอ่อนนุ่มละมุนลิ้น แต่ก็ไม่แก่จนเคี้ยวไม่ไหว รสชาติถือว่าใช้ได้ทีเดียว
หลังจากก้มหน้าก้มตาขุดกันตลอดช่วงเช้า ตะกร้าที่เตรียมมาก็เต็มทุกใบ พี่ใหญ่เซี่ยงเกาจึงจัดการเทผักทั้งหมดลงในถุงผ้าใบกันน้ำ
ผ้าใบผืนนี้ฉินฟางเป็นคนเก็บได้ ช่วงนั้นเธออารมณ์ดีเป็นพิเศษ แต่น่าเสียดายที่ผ้าใบมีรูพรุนเล็กๆ เต็มไปหมด แทบกันฝนไม่ได้เลย
มันจึงถูกเย็บเป็นถุง เอาไว้ใส่ผักป่าแทน
"กินอะไรกันก่อนเถอะ" พี่สามเซี่ยงเจ่าหยิบแผ่นแป้งกากมันเทศออกมาแจกจ่ายให้ทุกคนคนละชิ้น
เซี่ยงหน่วนรับมากินด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ แผ่นแป้งนี้ทำจากกากมันเทศที่เหลือจากการโม่เอาแป้งออกไปแล้ว เนื้อสัมผัสหยาบกระด้างและจืดชืดไร้รสชาติ
กลืนลงคอยากแถมยังไม่อิ่มท้อง แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย
พอกินเสร็จ ทุกคนก็แยกย้ายกันทำงานต่อ
เซี่ยงหน่วนอาศัยจังหวะที่คนอื่นไม่สนใจ แอบเดินลึกเข้าไปในป่า เพราะของดีมักซ่อนอยู่ข้างในลึกๆ
"น้องหก! อย่าเข้าไปลึกนะ!" เซี่ยงเกาคว้าแขนน้องสาวไว้ "จะเหาะขึ้นฟ้าหรือไง! ยังจะเดินเข้าไปในป่าลึกอีก"
"พี่ใหญ่ ข้างนอกไม่มีของดีหรอก ถ้าอยากกินเนื้อก็ต้องเข้าไปข้างใน" เซี่ยงหน่วนพูดด้วยสีหน้าจริงจัง "ปล่อยหนูนะ"
"พี่จะไปกับเธอเอง" เซี่ยงเกากุมมือน้องสาวแน่นไม่ยอมปล่อย
เซี่ยงหน่วนไม่ขัดข้อง ถ้าเขาอยากตามมาก็ให้มา
ยิ่งเดินลึก ผักป่าก็ยิ่งชุกชุม ทั้งสองเก็บผักยอดอ่อนได้เยอะพอสมควร แต่เป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่สิ่งนี้ สายตาของพวกเขาสอดส่ายไปทั่ว
ไข่นก ไข่ไก่ป่า หรือไข่งู จะไข่อะไรก็ได้ทั้งนั้น เธอไม่เกี่ยง
ทว่าโดยปกตินกจะวางไข่ช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนยาวไปจนถึงพฤศจิกายน รังนกที่พบเจอหลายรังจึงว่างเปล่า
อย่าว่าแต่ไข่ไก่ป่าเลย แม้แต่ขนไก่สักเส้นก็ยังไม่เห็น รังนกมีเยอะแต่ไม่มีไข่สักฟอง
"น้องเล็ก ออกไปกันเถอะ" เซี่ยงเกาเริ่มกลัว เขาหันกลับไปมองป่ากว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด
ป่าแถวนี้รกทึบ มืดสลัว และดูวังเวง
บรรยากาศชวนขนลุกพิลึก
"ไม่เอา หนูยังไม่ได้เนื้อสัตว์เลย" เซี่ยงหน่วนปฏิเสธเสียงแข็งและเดินลึกเข้าไปอีก
ข้างหน้าเป็นดงหญ้าคา ต้นไม้ไม่หนาแน่นนัก น่าจะมีไก่ป่าซ่อนตัวอยู่
"พี่เงียบๆ นะ ถ้าทำไก่ป่าหนูตื่นหนีไป หนูจะโกรธจริงๆ ด้วย"
ทั้งสองย่อตัวต่ำ ค่อยๆ คืบคลานไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง ใช้กิ่งไม้แหวกกอหญ้าเบาๆ เพื่อหารังไก่ป่า
แม้จะขยับตัวเงียบเชียบแค่ไหน แต่ก็ยังทำให้บางสิ่งตื่นตกใจ ไก่ป่าตัวหนึ่งกระพือปีกบินพรูดขึ้นมา
เซี่ยงหน่วนไม่รอช้า คว้าก้อนหินปาออกไปทันที ฝีมือเธอแม่นยำราวจับวาง หินก้อนนั้นกระแทกเป้าหมายเข้าอย่างจัง
"เร็ว! รีบไปหาเร็วเข้า!!! หินก้อนเล็กนิดเดียว ไม่รู้ว่ามันจะสลบหรือเปล่า"
เซี่ยงหน่วนวิ่งนำหน้าไปพร้อมตะโกนสั่ง พอถึงจุดที่ไก่ตก เธอก็รีบแหวกหญ้าหาทันที
ยังไม่ทันเห็นตัวไก่ เธอก็เห็นหางของมันก่อน ตาไวเท่าความคิด มือเล็กคว้าหมับเข้าที่หาง ไก่ป่าที่เพิ่งได้สติร้องลั่นราวกับหมูถูกเชือด เซี่ยงหน่วนกระโจนเข้าทับ ใช้เข่ากดมันไว้จนมันหยุดดิ้น
นิ่งสนิทไปเรียบร้อย
เซี่ยงเกา: "..." น้องสาวเขาช่างดุดันเหลือเกิน!
"น้องหก เดี๋ยวพี่ดูซิว่ามีไข่ไหม" ในเมื่อไก่ป่าเสร็จเราแล้ว ก็ต้องตรวจดูไข่ด้วย
"นี่มันไก่ตัวผู้ จะไปมีไข่ได้ยังไง" เธอยกไก่ขึ้นกะน้ำหนัก ฮี่ๆ ตัวนี้น่าจะหนักราวๆ สามสี่ชั่งได้
"ก็ไม่แน่หรอก พื้นที่กว้างขนาดนี้ คงไม่ได้มีแค่ตัวเดียวหรอกน่า"
ไหนๆ ก็มาแล้ว จะไม่หาให้ทั่วก็น่าเสียดาย
เด็กน้อยสองคนเริ่มแหวกดงหญ้าคา ฤดูนี้ใบหญ้าแห้งเหี่ยวจึงไม่บาดมือ
ทั้งคู่ช่วยกันหาอย่างแข็งขัน และแล้วก็เจอไข่ไก่ป่าจริงๆ มันเป็นรังไก่ที่น่าจะถูกทิ้งร้างไปแล้ว มีไข่อยู่กว่ายี่สิบฟอง
แม้จะดูเยอะ แต่แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่สด เธอหยิบขึ้นมาเขย่าสองสามฟอง มีเสียงน้ำกระฉอกข้างในสองฟอง อีกฟองเงียบสนิท
"ทำยังไงดี?" เซี่ยงเกาทำตัวไม่ถูก นั่งยองๆ อยู่ตรงนั้นก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยมาแล้ว แสดงว่าไข่เสียไปเยอะ
"เขย่าดู ฟองไหนมีเสียงก็แยกไว้ ฟองไหนไม่มีเสียงก็เก็บไว้"
เซี่ยงหน่วนบีบจมูกคัดแยกไข่ มีทั้งดีและเสียปนกันไป ไม่รู้ว่าเป็นแบบนี้ได้ยังไง
ที่คัดออกมาว่าน่าจะพอกินได้มีแค่ห้าหกฟอง แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะดีจริงหรือเปล่า
ไข่เน่ามักจะมีกลิ่นตุๆ ทะลุเปลือกออกมา
หลังจากเก็บไข่ดีหกฟองใส่กระเป๋า เธอก็ไม่ยอมปล่อยไข่ที่เหลือทิ้งไปเฉยๆ เธอจัดการตอกดูทุกฟอง ปรากฏว่ามีฟองหนึ่งที่รอดสายตา พอตอกออกมาก็พบว่ายังไม่เสีย ส่วนที่เหลือเหม็นเน่าจนแทบทนไม่ไหว
รอบนี้ได้ไก่ป่าหนึ่งตัวกับไข่ไก่ป่าอีกเจ็ดฟอง
"พอกันแค่นี้เถอะ เดี๋ยวไปจับปลาแล้วกลับบ้านกัน" เวลาล่วงเลยไปมากแล้ว ขืนชักช้าฟ้าจะมืดเสียก่อน เซี่ยงหน่วนค่อนข้างพอใจกับผลงานในวันนี้
ใบหน้านิ่งเฉยของเธอมีรอยยิ้มผุดขึ้น วันนี้จะได้กินเนื้อแล้ว!
สองพี่น้องแบกของพะรุงพะรัง เซี่ยงเกาอารมณ์ดีเป็นพิเศษ พวกเขาไม่ได้กินเนื้อสัตว์จริงๆ จังๆ มาสองเดือนแล้ว คืนนี้ลาภปากแน่!
ทั้งคู่เดินกลับไปที่ริมแม่น้ำ คนอื่นๆ เก็บผักจนเต็มภาชนะที่เตรียมมา ของที่ได้วันนี้กินไปได้อีกหลายวัน ถ้าเอามาหุงผสมกับข้าวก็จะช่วยให้อิ่มท้องขึ้น
ตอนนี้ทุกคนกำลังช่วยกันจับปลา แต่ก็ได้ไม่มากนัก ปลาในแม่น้ำเริ่มน้อยลงทุกที
เซี่ยงหน่วนรีบเข้าไปสมทบ เซี่ยงเกาโชว์ของที่ล่ามาได้อย่างภูมิใจ เรียกเสียงฮือฮาจากพี่น้องได้เกรียวกราว
ทุกคนยิ่งมีกำลังใจฮึกเหิม ช่วยกันช้อนปลาในแม่น้ำอย่างขะมักเขม้น เมื่อเห็นว่าเริ่มเย็นมากแล้วจึงพากันเก็บข้าวของเตรียมกลับบ้าน ด้วยความร่วมแรงร่วมใจ วันนี้วันเดียวได้ปลาเล็กปลาน้อยรวมกันเกือบสามชั่ง
ปริมาณขนาดนี้เก็บไว้กินได้หลายมื้อ ทุกคนต่างยิ้มแก้มปริ
เซี่ยงหน่วนเป็นคนแบกถุงผ้าใบใบใหญ่ที่สุด พี่น้องคนอื่นต่างทึ่งในพละกำลังของเธอ
"อย่าฝืนเลย ให้พี่ช่วยแบกเถอะ" เซี่ยงเกาทำท่าจะยื่นมือมาช่วย
เซี่ยงหน่วนเบี่ยงตัวหลบ "ไม่ต้องหรอก พี่แบกไม่ไหวหรอก จะถ่วงเวลาเปล่าๆ" เธอพูดความจริง แต่ทำเอาพวกพี่ๆ รู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมา พวกเขากะว่าจะช่วยกันหาม แต่คิดดูแล้วคงจะทำให้ล่าช้ากว่าเดิมจริงๆ
ต่างคนต่างหอบหิ้วข้าวของ รีบเร่งเดินทางกลับบ้าน พอมีของกินอยู่ในมือ เรี่ยวแรงก็เหมือนจะเพิ่มขึ้นเป็นกอง
ขากลับพวกเขาเดินเร็วกว่าตอนขามาเสียอีก มาถึงหอพักรวมในเวลาเลิกงานพอดี ผู้คนเห็นเด็กๆ หอบหิ้วถุงเล็กถุงใหญ่ใส่ผักป่า บางคนก็ส่ายหน้า บางคนก็อิจฉา บ้างก็เวทนาเด็กน้อยผู้ยากไร้กลุ่มนี้
พี่น้องทั้งกลุ่มเหนื่อยจนแทบขาดใจ ไม่มีแรงจะไปสนใจสายตาใคร ได้แต่ทิ้งตัวนั่งแปะลงตรงบันได
--
ผังความสัมพันธ์ครอบครัวตระกูลเซี่ยง
พ่อเซี่ยง: เซี่ยงตัวฝู
แม่เซี่ยง: ฉินฟาง
ลูกๆ:
• คู่แฝดชายคนโต, คนรอง: เซี่ยงเกา, เซี่ยงซิง
• คู่แฝดหญิงคนทึ่สาม, คนที่สี่: เซี่ยงเจ่า, เซี่ยงหว่าน
• ลูกสาวคนที่ห้า: เซี่ยงเหลิ่ง
• ลูกสาวคนที่หก: เซี่ยงหน่วน
• คู่แฝดชายคนที่เจ็ด, คนที่แปด: เซี่ยงเล่อ, เซี่ยงอี้