เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 471 การประลองแลกเปลี่ยน

บทที่ 471 การประลองแลกเปลี่ยน

บทที่ 471 การประลองแลกเปลี่ยน


บทที่ 471 การประลองแลกเปลี่ยน

ห้องประชุม วังหลิงเซียว

ตรงข้ามกับอู๋เชียนเยว่ มีชายหนุ่มผู้สง่างามนั่งอยู่คนหนึ่ง

ชายหนุ่มผู้นี้คือศิษย์พี่ใหญ่แห่งหอคุณธรรม ศิษย์อันดับหนึ่ง จั๋วอวี่หาง

ยอดฝีมือระดับต้นแห่งระดับตัดวิถี ไม่ด้อยไปกว่าอู๋เชียนเยว่อย่างแน่นอน

“ยินดีต้อนรับพี่จั๋วที่มาเยือนวังหลิงเซียว หากมีสิ่งใดที่ขาดตกบกพร่องไป ก็ขออภัยด้วย” อู๋เชียนเยว่กล่าวอย่างสุภาพ

แม้แต่ละอิทธิพลจะมีความบาดหมางกัน แต่หากยังไม่ได้ฉีกหน้ากันจริง ๆ ก็ยังต้องรักษาหน้าตาไว้

ไม่อย่างนั้นจะดูไม่มีมารยาท

“ท่านหญิงเชียนเยว่พูดเกินไปแล้ว หอคุณธรรมของข้าเลื่องลือกิตติศัพท์ของหลิงเซียวมานาน วันนี้เพียงทำตามความต้องการของเหล่าศิษย์น้อง พาพวกเขามาแลกเปลี่ยนฝีมือกับศิษย์ผู้มีพรสวรรค์ของหลิงเซียว และช่วยขัดเกลาอารมณ์ของศิษย์น้องทั้งหลายเสียหน่อย ให้พวกเด็กไม่เอาไหนเหล่านั้นได้รู้ว่า นอกฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน” จั๋วอวี่หางตอบพร้อมรอยยิ้ม

ฝ่ายหนึ่งเรียกพี่จั๋ว อีกฝ่ายเรียกท่านหญิงเชียนเยว่ ทั้งสองต่างเป็นผู้นำของคนรุ่นใหม่ในฝ่ายของตน ต่างก็อยากเป็นศิษย์พี่หรือศิษย์พี่หญิง มากกว่าจะยอมเป็นศิษย์น้อง

“พี่จั๋วถ่อมตัวเกินไป ใครเล่าจะไม่รู้ว่าหอคุณธรรมรุ่งเรืองขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทำให้ผู้คนตะลึง หลิงเซียวของข้ายังต้องเรียนรู้จากหอคุณธรรมอีกมาก”

“ฮ่า ๆ ก็แค่คำร่ำลือของคนนอก หอคุณธรรมของเรายังห่างไกลจากเจ็ดอิทธิพลสูงสุด ครั้งนี้เรามาเพื่อการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้เท่านั้น”

“ไม่ทราบว่าพี่จั๋วอยากแลกเปลี่ยนกันในรูปแบบใดหรือ”

“เช่นนี้เถอะ พวกเราสองคนไม่ต้องเข้าร่วม ให้ต่างฝ่ายส่งศิษย์น้องออกมาห้าคนมาประลองกัน เพื่อการเรียนรู้กันและกัน เป็นอย่างไร”

“เมื่อพี่จั๋วว่าเช่นนั้น ข้าในฐานะเจ้าบ้านจะขัดได้อย่างไรเล่า”

“ท่านหญิงเชียนเย่อย่าเข้าใจผิด พวกเราไม่ได้จะต้องเอาชนะเพียงอย่างเดียว เพียงแค่หวังว่าเหล่าศิษย์ผู้มีพรสวรรค์ของหลิงเซียวจะช่วยอบรมสั่งสอนศิษย์น้องที่ไม่เอาไหนของข้าหน่อยก็เท่านั้น”

“เหมือนกันเลย ข้าก็คิดเช่นนั้น ศิษย์น้องของข้าก็ต้องการบทเรียนจากศิษย์ผู้มีพรสวรรค์ของหอคุณธรรมเช่นกัน จะได้ไม่หลงตัวเอง ไม่ยอมใครไปเสียหมด”

การสนทนาระหว่างอู๋เชียนเยว่กับจั๋วอวี่หางดูเหมือนจะผ่อนคลาย เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผลแพ้ชนะไม่สำคัญ แต่ความจริงแล้วในใจของทั้งคู่ต่างต้องการชัยชนะ

เพราะมันเกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรีของอิทธิพลแต่ละฝ่าย

หอคุณธรรมต้องการแสดงให้คนในดินแดนว่านเซี่ยงเห็นว่า พวกเขานั้นเหนือกว่าหลิงเซียวในทุกด้าน ยกเว้นเพียงพลังรบสูงสุด

เพื่อปูทางในการแทนที่หลิงเซียวในอนาคต

หากวันใดหอคุณธรรมปรากฏยอดฝีมือที่ทัดเทียมเสินหลิงซินในระดับจุดสูงสุดของแดนเหยียบเซียนได้ วันนั้นก็คือวันที่พวกเขาจะแทนที่หลิงเซียว

ฝ่ายหลิงเซียว ในฐานะหนึ่งในเจ็ดอิทธิพลสูงสุดของดินแดนว่านเซี่ยง ยิ่งไม่อาจพ่ายแพ้ต่ออิทธิพลที่เพิ่งเกิดใหม่ ไม่เช่นนั้นจะเสียหน้า

ศิษย์พี่หญิงของหลิงเซียวและศิษย์พี่ใหญ่ของหอคุณธรรมตกลงวิธีการแลกเปลี่ยนกันแล้ว

นอกจากพวกเขาทั้งสอง แต่ละฝ่ายจะส่งศิษย์ออกมาห้าคนเพื่อทำการประลอง

“พี่จั๋ว พวกท่านเพิ่งมาถึงหลิงเซียว พักผ่อนสักสองสามวันก่อนดีไหม ข้าจะให้คนพาพวกท่านชมสถานที่ต่าง ๆ แล้วค่อยจัดการเรื่องแลกเปลี่ยน จะดีหรือไม่” อู๋เชียนเยว่ถาม

“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร เริ่มให้เร็วที่สุดจะดีกว่า ข้าจะได้พาเหล่าศิษย์น้องกลับไปทุ่มเทในการฝึกฝน ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะปล่อยเนื้อปล่อยตัวมากเกินไป แล้วจะเก็บกลับมายาก” จั๋วอวี่หางโบกมือ

“ก็ดีเช่นกัน” อู๋เชียนเยว่าไม่ได้คะยั้นต่อ

จุดประสงค์ที่พวกเขามาหลิงเซียวก็เพื่อแลกเปลี่ยนฝีมือ ไม่ใช่เรื่องอื่น จะพูดมากไปก็ไร้ประโยชน์

...

บริเวณเชิงเขาเทียนจื้อ

หลินเฟิงเดินนำหน้าไปยังกลุ่มคน ถามศิษย์ของวังหลิงเซียวจงว่า “ศิษย์น้องผู้นี้ ขอถามหน่อยว่าศิษย์ธรรมดาของหลิงเซียวพักอยู่ที่ใด”

เขาเคยได้ยินจากอู๋เชียนเยว่ว่า ผู้คนจากแผ่นดินเก้าแคว้นถูกแบ่งเป็นสองกลุ่ม

กลุ่มหนึ่งเข้าร่วมกองทัพแห่งจักรวรรดิโหลวหลานเพื่อฝึกฝน อีกกลุ่มเข้าร่วมวังหลิงเซียว โดยเริ่มจากการเป็นศิษย์ธรรมดา

……………………………………………………………………………………

สำหรับเรื่องที่ว่าศิษย์น้องหญิงและอาจารย์ถูกผู้อาวุโสมารับเป็นศิษย์แล้วจะยังอยู่ที่เดิมหรือไม่นั้น ตอนนี้ก็ไม่สามารถสนใจได้มากนักแล้ว

ต้องค่อย ๆ ดำเนินไปทีละขั้น

“ศิษย์พี่ท่านอยู่ยอดเขาไหนหรือ ก่อนหน้านี้ข้าไม่เคยเห็นท่านเลย” ศิษย์ของวังหลิงเซียวเห็นหลินเฟิงมีอากัปกิริยาสง่างาม จึงถามด้วยความสุภาพ

“เอ่อ... ข้าเพิ่งเข้าร่วมใหม่ ถูกผู้อาวุโสท่านหนึ่งรับเป็นศิษย์”

“อย่างนี้นี่เอง ไม่ทราบว่าเป็นผู้อาวุโสท่านใด”

ยังพูดไม่ทันจบ

“โม๋ง โม๊ง โม๋ง”

เสียงระฆังดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน

ศิษย์ของวังหลิงเซียวจงรีบกล่าวกับศิษย์ยอดฝีมือของหอคุณธรรมว่า “ทุกท่าน นี่คือสัญญาณเรียกตัวศิษย์ของวังหลิงเซียว เมื่อได้ยินเสียงระฆังสามครั้ง ศิษย์ทุกคนต้องรีบไปรวมตัวที่โถงใหญ่ทันที ห้ามล่าช้า ไม่เช่นนั้นจะถูกลงโทษอย่างหนัก”

“ถ้าอย่างนั้นก็กลับไปพร้อมกันเลยเถอะ” ศิษย์ยอดฝีมือของหอคุณธรรมคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

“ศิษย์พี่ เชิญเราไปกันเถอะ”

ศิษย์ของวังหลิงเซียวเรียกหลินเฟิง

ในฐานะที่เป็นศิษย์ผู้รับหน้าที่ต้อนรับอิทธิพลภายนอกมาตลอด เขาได้ฝึกฝนสายตาให้เฉียบแหลม มองคนได้อย่างแม่นยำ

พอเห็นหลินเฟิงก็รู้ทันทีว่าไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ฐานะต้องสูงแน่ ๆ ผูกมิตรไว้ไม่เสียหาย

“ตกลง” หลินเฟิงตอบรับทันที

ในเมื่อศิษย์ของหลิงเซียวต้องไป นั่นหมายความว่าศิษย์น้องหญิงและอาจารย์ก็คงจะไปเช่นกัน แบบนี้จะหาเจอได้ง่ายขึ้น

ศิษย์ทั้งหมดของหลิงเซียวเริ่มมุ่งหน้าไปยังโถงหลัก ไม่นานก็รวมตัวกันบนลานกว้างหน้าหอหลัก

อู๋เชียนเยว่อยืนอยู่บนเวที งานแลกเปลี่ยนของคนรุ่นใหม่จะไม่มีผู้แข็งแกร่งรุ่นเก่าเข้ามาเกี่ยวข้อง

ในฐานะศิษย์พี่หญิงของหลิงเซียว แน่นอนว่าต้องเป็นผู้ควบคุมสถานการณ์

นางกวาดสายตามองศิษย์ของหลิงเซียว ก่อนจะเอ่ยว่า “วันนี้เรียกทุกคนมาก็เพื่อเรื่องการแลกเปลี่ยนประลองกับหอคุณธรรม ข้าและศิษย์พี่จั๋วอวี่หางได้ตกลงกันแล้ว ว่าพวกเราสองคนจะไม่เข้าร่วม ให้แต่ละฝ่ายส่งศิษย์ออกมาห้าคนเพื่อทำการประลอง โดยเน้นการแลกเปลี่ยน ฝึกฝนให้ถึงเพียงพอ ห้ามทำให้ถึงตาย”

คำพูดเพิ่งจบลง บรรยากาศในสนามก็เริ่มมีเสียงซุบซิบเบา ๆ

“ที่แท้ก็เป็นการประลองแลกเปลี่ยนกับหอคุณธรรม ไม่รู้ว่าศิษย์พี่หญิงจะเลือกใครห้าคนออกมา”

“ต้องถามด้วยหรือ แน่นอนว่าต้องเป็นศิษย์พี่หยางกับศิษย์พี่หญิงหลานพวกเขานั่นแหละ”

หลินเฟิงแอบอยู่ในกลุ่มฝูงชน กำลังมองหาศิษย์น้องหญิงและอาจารย์

เพื่อไม่ให้ถูกอู๋เชียนเยว่พบเข้า เขาจึงยืนอยู่ด้านหลังมาก และไม่กล้าใช้แดนกระบี่ ทำได้เพียงใช้สายตาค้นหา

แต่ศิษย์ของหลิงเซียวมีจำนวนมาก หากจะพึ่งแต่สายตา จะหาจนถึงเมื่อไรกัน

เขายังต้องจับตาดูอู๋เชียนเยว่อยู่ตลอดด้วย

“หยางเซียว เจ้าขึ้นมารับมือคนแรกเถอะ” อู๋เชียนเยว่กล่าวกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่อยู่หน้าสุด

“ครับ ศิษย์พี่หญิง” ชายหนุ่มที่ถูกเรียกชื่อกระโดดขึ้นเวทีเบา ๆ

เสียงพูดคุยด้านล่างก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง

“ทำไมศิษย์พี่หญิงถึงให้ศิษย์พี่หยางขึ้นเวทีเป็นคนแรกล่ะ เขาเป็นเจ้าของยอดเขาเสวียนจื้อ ความสามารถรองจากศิษย์พี่หญิงเพียงคนเดียว น่าจะเป็นคนสุดท้ายไม่ใช่หรือ”

“เจ้ารู้บ้างไหมเนี่ย ศิษย์พี่หญิงกำลังแสดงพลังให้อีกฝ่ายเห็น ต้องการชัยชนะอย่างเด็ดขาดในนัดแรก เพื่อลดแรงกดดันให้กับศิษย์คนอื่น หากแพ้ตั้งแต่แรก แล้วคนหลังจะสู้ยังไง”

“นั่นสินะ ศิษย์พี่หญิงคิดรอบคอบนัก ข้าเทียบไม่ติดจริง ๆ”

“ศิษย์พี่หยางต้องชนะ”

“ศิษย์พี่หยางต้องชนะ”

“ศิษย์พี่หยางต้องชนะ”

ในสนามเต็มไปด้วยเสียงเชียร์หยางเซียวไม่ขาดสาย

สนามเจ้าบ้านย่อมมีข้อได้เปรียบที่ฝ่ายมาเยือนไม่มี

จบบทที่ บทที่ 471 การประลองแลกเปลี่ยน

คัดลอกลิงก์แล้ว