เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 396 ถูกควบคุม

บทที่ 396 ถูกควบคุม

บทที่ 396 ถูกควบคุม


บทที่ 396 ถูกควบคุม

ร่างแยกของหลินเฟิงพุ่งเข้าใกล้เรือยักษ์อย่างรวดเร็ว

แม้ว่าการป้องกันของเรือจะเเข็งแกร่งมาก แต่ด้วยพลังการต่อสู้ของหลินเฟิง การทำลายมันก็ยังเป็นเรื่องง่าย

ซือเจ๋อก็รู้เรื่องนี้ดี

เขาสั่งทันทีว่า “ยิงปืนพลังระดับหนึ่ง”

ลำแสงหนึ่งพุ่งออกมาจากเรือยักษ์ พุ่งตรงไปยังร่างแยกที่เป็นของหลินเฟิง

หลังจากปืนพลังลูกแรกถูกยิงออกไป ลูกที่สองก็ตามมาติดๆ

หากปืนพลังระดับสาม ระดับห้า หรือระดับสิบไม่ต้องใช้เวลาชาร์จพลัง ซือเจ๋อคงไม่ลังเลแน่นอน

เพราะปืนพลังระดับหนึ่งเป็นการโจมตีที่มีพลังต่ำสุด แต่ก็เป็นการโจมตีที่เร็วที่สุดเช่นกัน

การมาถึงของปืนพลังทำให้ร่างแยกชะงักไปชั่วขณะ แม้ว่าจะสามารถหลบได้ง่ายๆ

แต่หากหลบไปแล้ว ปืนพลังจะพุ่งไปตกในเมืองอี้ ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้กับประชาชน

แน่นอนว่าหลินเฟิงจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น

ร่างแยกจึงหยุดอยู่หน้าปืนพลัง และใช้พลังแห่ง “แปดทิศแห่งสวรรค์” เพื่อเปลี่ยนพลังหยินหยาง

ปืนพลังงถูกกลืนกิน และสะท้อนกลับไปชนเข้ากับปืนพลังที่ยิงตามมาข้างหลัง

“บูม บูม บูม~~~”

ในพริบตาเดียว เหนือท้องฟ้าเมืองอี้ดั่งพลุไฟและประทัด ระเบิดต่อเนื่องจนเกิดเสียงดังกึกก้อง

ควันโขมงปกคลุมทุกสิ่งรอบตัว ทำให้ผู้คนบนพื้นดินมองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น

เมื่อฝุ่นควันจางลง เงาร่างหนึ่งที่ดูเตี้ยและไม่น่าไว้วางใจ ปรากฏขึ้นตรงหน้าร่างหลักของหลินเฟิง

มือขวาของเขายื่นออกมา บีบเข้าที่ลำคอของหลินเฟิง เนื่องจากร่างกายของเขาเตี้ยเกินไป จึงดูตลกพิลึก

ร่างเตี้ยและไม่น่าไว้วางใจผู้นี้ ก็คือบุคคลหมายเลขสองแห่งกลุ่มนักล่าปล้นสะดมแห่งดวงดาว ซือเจ๋อ หรือที่รู้จักกันในนาม "ท่านรอง" ผู้ที่อยู่ในระดับ “เสริมวิญญาณ” ขั้นต้น

การโจมตีของระดับเสริมวิญญาณช่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เขาสามารถจัดการหลินเฟิงได้อย่างง่ายดาย

ความเร็วและพลังของทั้งสองฝ่ายไม่อยู่ในระดับเดียวกันเลย

ระหว่างระดับต้นของ "หลุดพ้นความเป็นมนุษย์" และระดับต้นของ "เสริมวิญญาณ" มีช่องว่างของพลังมหาศาล

ในการเผชิญหน้ากับการโจมตีของเสริมวิญญาณ แม้ว่าหลินเฟิงจะสัมผัสได้ล่วงหน้า แต่ร่างกายของเขาก็ตามไม่ทัน

นี่เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะความแตกต่างมันมากเกินไป

โดยปกติแล้ว ระดับต้นของหลุดพ้นความเป็นมนุษย์ไม่มีทางเป็นภัยคุกคามต่อระดับเสริมวิญญาณได้เลย

การที่หลินเฟิงต้องการสร้างประวัติศาสตร์และปาฏิหาริย์นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำสำเร็จ

“ข้าบอกแล้ว ข้าไม่เหมือนเจ้าคนแก่เฒ่ากู่ที่ไร้ค่า ข้าจะไม่ให้โอกาสเจ้ามากมายขนาดนั้น ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะเป็นใคร ข้าจะทุ่มสุดกำลัง และจะไม่ให้โอกาสแม้แต่นิดเดียว” ซือเจ๋อเผยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ

“จับหัวหน้า ก็เท่ากับชนะศึก”

ตราบใดที่ควบคุมร่างหลักของหลินเฟิงได้ร่างแยกก็ไม่มีค่าอะไรอีกต่อไป

ตอนนี้ เขาสามารถบีบให้หลินเฟิงตายได้ทันที ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องร่างแยกอีกแล้ว

ซือเจ๋อเป็นคนระมัดระวังอยู่เสมอ แม้ว่าศัตรูจะเป็นเพียงระดับ "หลุดพ้นความเป็นมนุษย์" เขาก็จะไม่ให้โอกาสใดๆ ทั้งสิ้น

ไม่เช่นนั้น เขาคงไม่สามารถรอดพ้นจากการถูกไล่ล่าจากกองกำลังมากมาย และมีชีวิตรอดมาจนถึงวันนี้ได้

ตั้งแต่ก่อนจะเข้าสู่ระดับหลุดพ้นความเป็นมนุษย์ เขาก็เป็นอาชญากรหมายหัวแล้ว แต่เขาใช้ความระมัดระวังของตน ค่อยๆ เติบโตจนมาถึงระดับเสริมวิญญาณได้

ทางด้านหลัง หนิงซู่เฟยและอู่เซียนจื่อตกตะลึงจนหน้าซีดเผือด คุณชายหลินถูกศัตรูควบคุมไว้ และอาจถูกฆ่าทิ้งได้ทุกเมื่อ

ทั้งสองคนต้องการจะเข้าไปช่วยเหลือ

แต่ด้วยพลังระดับ "เซียนเล็ก" ของพวกนาง อย่าว่าแต่ช่วยคนเลย แม้แต่ตัวเองก็ยังเอาตัวรอดแทบไม่ได้

จะทำยังไงดี ชั่วขณะนั้น หัวใจของทั้งสองคนสับสนวุ่นวาย ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี

ประชาชนในเมืองอี้ก็อยู่ในสภาพไม่ต่างกัน พวกเขาเงยหน้าขึ้นทอดถอนใจ และสาปแช่งสวรรค์ที่ไม่ยุติธรรม

ที่พรากความหวังสุดท้ายของพวกเขาไป

“ระดับเสริมวิญญาณแข็งแกร่งจริงๆ” แม้ว่าจะถูกบีบคอ หลินเฟิงก็ยังคงสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง

“เพิ่งจะรู้ตอนนี้เหรอ น่าเสียดาย มันสายไปแล้ว” ซือเจ๋อหัวเราะ

ในตอนนี้ เขาอยู่ในจุดที่ไร้พ่ายแล้ว

“งั้นเหรอ ข้าไม่ได้คิดว่ามันสายไปเลย เพราะข้ายังมีชีวิตอยู่ และตราบใดที่ยังมีชีวิต ทุกอย่างก็เป็นไปได้”

………………………………………………………………………………….

"ก่อนอื่น เจ้าเข้าใจให้ชัดเจนก่อนว่า เจ้ายังมีชีวิตอยู่เพราะข้าไม่อยากฆ่าเจ้า ถ้าข้าอยากฆ่า เจ้าก็ตายได้ทุกเมื่อ"

"งั้นเจ้าก็ฆ่าข้าสิ" หลินเฟิงแสดงท่าทีไม่แยแส ราวกับว่าเขาได้ปล่อยวางเรื่องทางโลกไปแล้ว

"เจ้ารู้ว่าข้าไม่ฆ่าเจ้า ส่งเคล็ดวิชาแยกร่างเก้าร่าง ค่ายกลเซียนสวรรค์ และวิธีที่เจ้าฆ่าจอมมารมาให้ข้า ข้าถึงจะพิจารณาปล่อยเจ้าไป" ซือเจ๋อเผยเป้าหมายที่แท้จริงของตน

เหตุผลที่เขาไม่ฆ่าหลินเฟิงในทันที ก็เพราะต้องการได้เคล็ดวิชาแยกร่างเก้าร่าง และวิชาสุดยอดทั้งหมดที่อยู่ในตัวหลินเฟิง

ส่วนหลังจากได้มาแล้วจะทำยังไงน่ะเหรอ แน่นอนว่าก็ต้องฆ่าทิ้งเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง

ซือเจ๋อไม่ใช่คนที่ใจอ่อนหรือปรานีใคร ด้วยพรสวรรค์ของหลินเฟิง หากปล่อยเขาไปและให้เขาเติบโตขึ้น ย่อมเป็นภัยใหญ่หลวงในอนาคต

"ไม่ให้ เจ้าจะฆ่าก็ฆ่า ไม่ต้องพูดอะไรให้เสียเวลา"

"เจ้าจริงๆ ไม่กลัวตาย" ซือเจ๋อจ้องมองหลินเฟิงด้วยความไม่อยากเชื่อ

ที่ผ่านมา คนที่ถูกเขาจับล้วนแล้วแต่ร้องขอชีวิตกันทั้งนั้น แต่หลินเฟิงกลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

มันไม่สมเหตุสมผล ยังมีคนที่ไม่กลัวตายจริงๆ งั้นหรือ

"กลัวสิ แต่ข้ารู้ว่า ต่อให้ข้ามอบมันให้เจ้า เจ้าก็ยังจะฆ่าข้าอยู่ดี คนอย่างเจ้ามันก็แค่พวกไร้ศักดิ์ศรี คำพูดของเจ้าก็เหมือนตด ไม่มีค่าให้เชื่อถือ ในเมื่อยังไงข้าก็ต้องตาย ข้าจะทำให้เจ้าสมหวังไปทำไม แกล้งให้เจ้าโมโหเล่นไม่ดีกว่าเหรอ" หลินเฟิงกล่าวเย้ยหยัน

ซือเจ๋อที่ถูกมองออก ก็ไม่ได้ปฏิเสธ แต่กลับถามกลับแทนว่า

"งั้นเจ้าว่าอย่างไรถึงจะยอมมอบให้ข้า"

"ปล่อยข้าไปก่อนสิ"

"เป็นไปไม่ได้ ข้าปล่อยเจ้าไป แล้วถ้าเจ้าหนีล่ะ"

"เจ้าไม่ใช่ระดับเสริมวิญญาณหรือ ระดับเสริมวิญญาณไม่ใช่ว่ายิ่งใหญ่มากเหรอ กลัวข้าคนที่อยู่แค่ขั้นต้นของระดับหลุดพ้นความเป็นมนุษย์จะหนีไปได้รึ" เสียงของหลินเฟิงเต็มไปด้วยการเสียดสี

ซือเจ๋อไม่สนใจคำพูดพวกนั้น เขาจ้องมองหลินเฟิง ทั้งที่อีกฝ่ายอยู่ในกำมือของตนแท้ๆ แต่ยังสามารถยิ้มได้ราวกับไม่กลัวอะไรเลย

อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้เขามั่นใจขนาดนั้น หรือว่าเขาคิดว่าข้าจะไม่กล้าฆ่าเขากันแน่

เคล็ดวิชาแยกร่างเก้าร่างและค่ายกลเซียนสวรรค์ เป็นวิชาที่สามารถต่อสู้ข้ามระดับได้ ซือเจ๋อย่อมต้องการมันมาก

แต่หากต้องแลกกับการปล่อยหลินเฟิงไป ก็เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาให้ดี

ปล่อยปีศาจที่มีพรสวรรค์ไร้เทียมทานไป จะคุ้มค่าหรือไม่

ต้องยอมรับว่า หลินเฟิงเป็นอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์สูงสุดคนหนึ่งที่เขาเคยพบมา

ถ้าหลินเฟิงเกิดในตระกูลหรือกองกำลังใหญ่ อีกไม่นานคงกลายเป็นบุคคลสำคัญแน่ๆ

แต่น่าเสียดาย ที่เกิดผิดที่ผิดทาง

แม้ว่าโลกเก้าแคว้นจะเป็นค่ายกลที่เซียนสวรรค์เคยสร้างขึ้น แต่เวลาก็ผ่านไปกว่าสามสิบล้านปีแล้ว และมันก็ถูกทอดทิ้งไปแล้ว

มีพรสวรรค์แต่ไร้พื้นฐาน ก็เป็นเรื่องน่าสลดใจ ต่อให้พยายามมากแค่ไหน ก็อาจไปไม่ถึงจุดที่ต้องการ

ยังสู้เกิดมาพร้อมพื้นฐานที่มั่นคง แม้ไม่มีพรสวรรค์ ก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย

ถึงแม้หลินเฟิงจะเป็นเพียงระดับต้นของหลุดพ้นความเป็นมนุษย์ แต่ซือเจ๋อก็ไม่กล้าปล่อยเขาไปง่ายๆ

กว่าจะจับตัวเขาได้ไม่ใช่เรื่องง่าย หากปล่อยไป อาจไม่มีโอกาสจับเขาได้อีก

"ว่าไง คิดได้รึยัง ปล่อยข้าซะดีๆ ไม่งั้นเจ้าก็ไม่ได้สิ่งที่ต้องการ" หลินเฟิงกล่าวขึ้น

"ถ้าข้าปล่อยเจ้าไปตอนนี้ เจ้าจะมอบเคล็ดวิชาแยกร่างเก้าร่างให้ข้าจริงๆ หรือ" ซือเจ๋อยังไม่เชื่อ

"แน่นอน ข้าไม่ใช่พวกไร้สัจจะแบบเจ้า ข้าหลินเฟิงพูดคำไหนเป็นคำนั้น"

ขณะนั้นเอง มีเสียงแทรกเข้ามา

"นายท่าน อย่าหลงเชื่อหลินเฟิงเป็นอันขาด เขาไม่มีทางมอบเคล็ดวิชาให้ท่านแน่ๆ เมื่อไม่กี่ปีก่อน เขาเพิ่งทะลวงถึงระดับเซียนเล็ก แต่ตอนนี้กลับขึ้นถึงระดับต้นของหลุดพ้นความเป็นมนุษย์ได้แล้ว แถมยังสามารถสังหารผู้ที่อยู่ในระดับหลุดพ้นความเป็นมนุษย์ขั้นสูงสุดได้ หากปล่อยเขาไป ย่อมเป็นภัยร้ายแรงในอนาคตแน่ๆ ข้าน้อยขอร้องท่าน อย่าปล่อยเขาไปเด็ดขาด"

ผู้พูดคือ โจวอวี้

เมื่อเห็นว่าซือเจ๋อเริ่มหวั่นไหว ก็รีบพูดแทรกขึ้นมาทันที ถ้าหลินเฟิงได้หนีไปจริงๆ แล้วเขาจะทำอย่างไร

ตอนนี้หลินเฟิงสามารถฆ่าเขาได้ง่ายๆ เหมือนบี้มด เขาจะยอมให้หลินเฟิงมีชีวิตรอดไปไม่ได้เด็ดขาด

จบบทที่ บทที่ 396 ถูกควบคุม

คัดลอกลิงก์แล้ว