เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 381 การดูดซับความทรงจำ

บทที่ 381 การดูดซับความทรงจำ

บทที่ 381 การดูดซับความทรงจำ


บทที่ 381 การดูดซับความทรงจำ

ผู้คนบนแผ่นดินเก้าแคว้นต่างจมอยู่ในมหาสมุทรแห่งความสุข ความรู้สึกของการรอดชีวิตจากหายนะทำให้อะดรีนาลีนพุ่งสูงขึ้น

ทุกคนต่างเฉลิมฉลองอย่างบ้าคลั่งที่ตนเองยังมีชีวิตอยู่ ทว่า พวกเขาไม่รู้เลยว่า อันตรายระลอกใหม่กำลังจะมาถึง

เรือลำมหึมาลอยลำอยู่ในอากาศนอกแผ่นดินเก้าแคว้น

ทันใดนั้น เงาสองสายก็พุ่งออกจากเรืออย่างเงียบงันและร่อนลงบนแผ่นดินเก้าแคว้นอย่างช้าๆ

พวกเขาคือสองบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มนักล่าปล้นสะดมแห่งดวงดาว

ชายโหดเหี้ยมคือหัวหน้า มีนามว่า "หนานขุย" ชายลามกคือลูกน้องคนรอง มีนามว่า "ซือเจ๋อ"

ทั้งสองล้วนเป็นอาชญากรที่ถูกหมายหัวจากเหล่าเซียน

หนานขุยคลั่งไคล้การฆ่าคนเพื่อปล้นชิงทรัพย์ ส่วนซือเจ๋อหลงใหลการทรมานหญิงงามจนตาย

พวกเขาเป็นพวกที่นิสัยสารเลว เมื่อตกอยู่ในภาวะไร้ทางเลือก จึงตั้งกลุ่มนักล่าปล้นสะดมแห่งดวงดาวที่มีแต่ผู้ถูกหมายจับ แล้วล่องลอยอยู่ในห้วงอวกาศมานับพันปี

ทุกครั้งที่พวกเขาพบดาวเคราะห์ที่มีชีวิต ปลายทางของที่นั่นย่อมโหดร้ายไร้มนุษยธรรม

การมาถึงของหนานขุยและซือเจ๋อ ไม่ได้สร้างความสนใจให้แก่ผู้ใด

พวกเขามุ่งหน้าไปยังเมืองแห่งหนึ่ง มองดูมนุษย์พื้นเมืองที่ยังคงโห่ร้องดีใจ แล้วลักพาตัวคนผู้หนึ่งไปเงียบๆ จากนั้นใช้วิชาสำรวจวิญญาณ ดึงความทรงจำทั้งหมดของเหยื่อออกมา

วิชาสำรวจวิญญาณเป็นศาสตร์ต้องห้ามที่โหดเหี้ยมถึงขีดสุด

สามารถดึงความทรงจำของเป้าหมายออกมาได้ แต่ผลกระทบรุนแรงยิ่งนัก เป้าหมายอาจกลายเป็นคนเสียสติ หรือไม่ก็เสียชีวิตในทันที

ในฐานะนักล่าปล้นสะดมแห่งดวงดาวที่โหดเหี้ยมไร้ปรานี พวกเขาเป็นพวกเห็นแก่ตัวสุดโต่ง ไม่มีทางใส่ใจความเป็นตายของผู้อื่น

แน่นอน วิชาสำรวจวิญญาณก็มีข้อจำกัด นั่นคือไม่สามารถใช้กับผู้ที่มีพลังจิตวิญญาณแข็งแกร่งกว่าตนเองได้ มิฉะนั้นจะได้รับผลสะท้อนกลับ

หนานขุยได้รับความทรงจำเกี่ยวกับแผ่นดินเก้าแคว้นทั้งหมด เขายืนอึ้งอยู่กับที่เป็นเวลานาน

สำหรับนักล่าปล้นสะดมแห่งดวงดาวที่ล่องลอยอยู่ในอวกาศมาเนิ่นนานเช่นเขา สิ่งที่ได้รับรู้ช่างน่าตกตะลึงเกินไป

ดินแดนนี้ถึงกับผนึก "มหาราชันย์จอมมาร" เอาไว้ อีกทั้งยังมีเศษเสี้ยวแห่งจิตของ "เซียนสวรรค์" คอยปกปักษ์รักษา

มหาราชันย์จอมมาร เซียนสวรรค์ นั่นเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่และห่างไกลเพียงใดกัน

ซือเจ๋อที่ยืนอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะถามว่า “พี่ใหญ่ เป็นยังไงบ้าง”

“ที่นี่เรียกว่าแผ่นดินเก้าแคว้น เป็นแผ่นดินที่เกิดขึ้นหลังจากสงครามเซียนและมาร” หนานขุยได้สติและตอบกลับ

“ข้าไม่ได้ถามเรื่องนั้น ข้าถามว่าที่นี่มีใครแข็งแกร่งกว่าพวกเราหรือไม่”

“ก่อนหน้านี้มี แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว”

“หมายความว่าไง” ซือเจ๋อถามอย่างไม่เข้าใจ

“เมื่อไม่นานมานี้ ที่นี่เกิดมหาสงครามขึ้น เสียงที่เราได้ยินก่อนหน้านี้ คงเป็นผลมาจากสงครามนั้น เจ้ารู้ไหมว่าฝ่ายที่ต่อสู้กันเป็นใคร”

“ใคร”

“มหาราชันย์จอมมารที่ถูกผนึกมา 300 ยุค กับเศษเสี้ยวแห่งจิตที่เหลืออยู่ของเซียนสวรรค์”

ซือเจ๋อได้ยินดังนั้นก็เบิกตากว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง เขาเผลออุทานออกมา “เทะ...มหาราชันย์จอมมาร เซี...เซียน”

นับตั้งแต่สงครามเซียนและมารในยุคโบราณเป็นต้นมา โลกเซียนได้ปิดกั้นตัวเอง โลกมารปิดตาย เทพเซียนและมหาราชันย์จอมมารล้วนกลายเป็นเพียงตำนาน

ไม่นึกไม่ฝันเลยว่า ที่นี่กลับผนึกมหาราชันย์จอมมารตนหนึ่งไว้

“ใช่ แผ่นดินเก้าแคว้น แท้จริงคือค่ายกลที่ถูกสร้างขึ้นโดยเซียนนามว่า ‘หลี่อวี้เหลียง’ จุดประสงค์เพื่อผนึกมหาราชันย์จอมมาร บัดนี้ค่ายกลอ่อนแอลง มหาราชันย์จอมมารทำลายผนึกออกมาได้ กระตุ้นให้เศษเสี้ยวแห่งจิตของเซียนตื่นขึ้น ทั้งสองฝ่ายเปิดศึกกัน สุดท้ายเศษเสี้ยวแห่งจิตของเซียนสังหารมหาราชันย์จอมมารลงได้ แต่เศษเสี้ยวแห่งจิตนั้นก็สูญสลายไปด้วย”

“พูดง่ายๆ ก็คือ เศษเสี้ยวแห่งจิตของเซียนและมหาราชันย์จอมมารหายไปหมดแล้ว บนแผ่นดินเก้าแคว้น ไม่มีใครแข็งแกร่งกว่าพวกเรา”

“ถูกต้อง ตอนนี้คนที่แข็งแกร่งที่สุดในแผ่นดินเก้าแคว้น มีเพียงระดับ ‘เซียนกลาง’ เท่านั้น”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า~~~ เซียนกลาง เช่นนี้พวกเราก็ทำอะไรก็ได้ตามใจชอบแล้วสินะ” ซือเจ๋อระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

……………………………………………………………………………………

เขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้นเกี่ยวกับเซียนหรือมหาราชันย์จอมมาร ขอแค่แผ่นดินเก้าแคว้นไม่มีตัวตนเหล่านั้นก็พอ

“ทำได้ก็ทำได้ แต่มีปัญหาอยู่ข้อหนึ่ง แผ่นดินเก้าแคว้นยังไงก็คือสถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นค่ายกลโดยเซียนสวรรค์ หากบังเอิญถูกเซียนสวรรค์เพ่งเล็งเข้า ไม่ว่าเราจะหนีไปที่ไหนก็ไม่มีทางรอด” หนานขุยกล่าวด้วยความกังวล

ในฐานะหัวหน้ากลุ่มนักล่าปล้นสะดมแห่งดวงดาว เขาต้องวางแผนให้รอบด้าน ไม่อาจมองแค่ผลประโยชน์ตรงหน้าเพียงอย่างเดียว

การทำให้เซียนสวรรค์เป็นศัตรูเพียงเพื่อแผ่นดินแห่งเดียว มันไม่คุ้มเลยไม่ว่ามองจากมุมไหน

แถมวิธีการของเซียนสวรรค์ก็เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่อาจคาดเดาได้

หากล่วงเกินเซียนสวรรค์ ต่อให้ตายก็อาจไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น

“พี่ใหญ่ ท่านก็พูดเองว่า มหาราชันย์จอมมารถูกผนึกมา 300 ยุค เท่ากับเวลากว่า 30 ล้านปี เซียนสวรรค์อาจลืมดินแดนเล็กๆ นี้ไปนานแล้ว อีกอย่าง พวกเราเป็นนักล่าปล้นสะดมแห่งดวงดาว ล่องลอยอยู่ในเส้นทางแห่งความเป็นความตายมาตลอด ถ้ากลัวไปหมดทุกอย่าง แล้วจะออกผจญภัยในอวกาศไปทำไม กว่าจะเจอแผ่นดินที่มีชีวิต ข้าไม่อยากทิ้งมันไปง่ายๆ”

“เจ้าพูดก็มีเหตุผล” หนานขุยพยักหน้า

จริงๆ แล้วเขาก็ไม่ใช่คนกลัวปัญหา ไม่อย่างนั้นคงไม่กลายเป็นอาชญากรที่ถูกหมายหัว

เพียงแค่ชื่อของเซียนสวรรค์มันชวนให้ขนลุกเกินไป

“พี่ใหญ่ รอสักครู่ ข้าจะไปจับคนพื้นเมืองมาอีกคนแล้วดูดซับความทรงจำ จะได้รู้ว่าเซียนสวรรค์กับมหาราชันย์จอมมารเป็นอย่างไร” ซือเจ๋อกล่าว

“ไปเถอะ”

ไม่นานซือเจ๋อก็กลับมา ไหล่ของเขาแบกหญิงสาวที่มีผิวขาวรูปร่างงดงาม นางกำลังดิ้นรนอย่างหนัก

“ปล่อยข้า พวกเจ้าเป็นใคร คิดจะทำอะไร” หญิงสาวตะโกนถาม

ไม่มีใครสนใจนาง

“พี่ใหญ่ ข้าทนไม่ไหวแล้ว ขอระบายอารมณ์ก่อน” ซือเจ๋อยิ้มเจ้าเล่ห์

“ข้าไม่รู้จะพูดอะไรกับเจ้าแล้ว รีบๆ จัดการซะ” หนานขุยกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ

“ได้เลย”

“พวกเจ้าคิดจะทำอะไร รีบปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ บอกไว้ก่อนว่าพ่อข้าเป็นเจ้าเมือง เขาจะฆ่าพวกเจ้าแน่”

แต่ก็ยังไม่มีใครสนใจคำพูดของนาง เจ้าเมืองตัวเล็กๆ ของแผ่นดินเก้าแคว้น ไม่มีค่ามากไปกว่ามดปลวกในสายตานักล่าปล้นสะดมแห่งดวงดาว

ซือเจ๋อลากหญิงสาวเข้าไปในพงหญ้า ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือ เสียงกรีดร้อง และเสียงสะอื้นดังขึ้น

เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง

สุดท้ายเสียงกรีดร้องแหลมดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่หญิงสาวจะถูกดูดซับความทรงจำจนกลายเป็นศพ

ทั้งสองได้รับความทรงจำจากมนุษย์พื้นเมืองของแผ่นดินเก้าแคว้น และได้เห็นเงาร่างมหึมาของมหาราชันย์จอมมาร รวมถึงเศษเสี้ยวแห่งจิตของเซียน

แม้แต่นักล่าปล้นสะดมแห่งดวงดาวที่เคยผ่านความเป็นความตายมาอย่างโชกโชน ก็อดรู้สึกหวาดกลัวไม่ได้

เซียนสวรรค์และมหาราชันย์จอมมารแข็งแกร่งเกินไปจริงๆ หนานขุยและซือเจ๋อเพิ่งเข้าสู่ระดับ "เสริมวิญญาณ" เท่านั้น

พวกเขายังห่างไกลจากระดับ "เซียน" มากนัก

ระหว่างนั้นยังมีระดับ "ตัดวิถี" และ "ขึ้นสู่เซียน" คั่นอยู่

แต่ถึงอย่างนั้น ระดับเสริมวิญญาณก็ยังสูงส่งเกินกว่าที่แผ่นดินเก้าแคว้นที่มีเพียงระดับ "เซียน" จะต่อต้านได้

เมื่อคิดจะปล้นชิงทรัพยากรของแผ่นดินเก้าแคว้น หนานขุยก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขากล่าวกับซือเจ๋อว่า

“ไปกันเถอะ เราจะกลับไปเตรียมตัว จากนั้นจะลงมายังแผ่นดินเก้าแคว้นอย่างเป็นทางการ ยึดครองทุกสิ่งที่นี่ เราอาจต้องประจำอยู่ที่นี่สักระยะหนึ่ง กว่าจะกวาดล้างทรัพยากรจนหมดแล้วค่อยจากไป”

“เฮเฮ ดีเลย หญิงสาวของแผ่นดินเก้าแคว้นดูดีไม่น้อย เสียอย่างเดียวร่างกายพวกนางอ่อนแอเกินไป รับความรุนแรงไม่ไหว” ซือเจ๋อหัวเราะอย่างลามก

ทั้งสองเดินออกจากแผ่นดินเก้าแคว้น กลับขึ้นไปยังเรือลำมหึมาในอากาศ

จากนั้นออกคำสั่งให้เรือรบเคลื่อนเข้าใกล้แผ่นดินเก้าแคว้นต่อไป

หมายเหตุตากผู้แปล  เรียนท่านผู้อ่านทุกคนเมื่อเรื่องดำเนินมาถึงตอนนี้เนื้อเรื่องเริ่มออกแนวไปนอกโลกนิดนึงผู้แปลกำลังพยายามปรับปรุงไปด้วยหากมีข้อผิดพลาดขอกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 381 การดูดซับความทรงจำ

คัดลอกลิงก์แล้ว