เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 42 กับดักสาวงามของอวิ๋็นฉีหลัว

ตอนที่ 42 กับดักสาวงามของอวิ๋็นฉีหลัว

ตอนที่ 42 กับดักสาวงามของอวิ๋็นฉีหลัว


ซูสือจ้องอวิ๋นฉีหลัวอย่างว่างเปล่า

จักรพรรดินีมารผู้เลือดเย็นเผยด้านของเด็กสาว?

เขาต้องยอมรับว่านางสวยมากจริงๆ

ผมดำกับผิวเนียนนุ่ม คิ้วโก่งเหมือนภูเขา ดวงตาเหมือนเมฆบางที่ปกคลุมดวงจันทร์

ชุดธรรมดาที่นางสวมไม่อาจปกปิดหุ่นประดุจนางแบบ และข้อมือขาวกับคอที่นางมักเผยก็ขาวเนียนเสียยิ่งกว่าหิมะ

นางดูเหมือนคนที่หลุดจากภาพวาด

แม้ซูสือจะเห็นสาวงามมามาก เขาก็ยังทึ่งกับความงามของนาง

"ตอนแรก เพื่อปกป้องเจ้า ข้าได้แต่ปล่อยเจ้าไปภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ในฐานะแม่ทัพ"

"ตอนนี้เจ้ายังมีพรสวรรค์โดดเด่นเช่นนี้ ข้าจะถอนอุปสรรคทั้งหมดและให้เจ้าเป็นศิษย์สืบทอด'

อวิ๋นฉีหลัวมองเขา"ในร้อยก้าว ข้าจะเดินให้ 99 ก้าว แล้วทำไมเจ้าถึงยังไม่เต็มใจก้าวสุดท้ายอีก?"

ซูสือกลืนน้ำลาย

ทำไมมันถึงฟังเหมือนการสารภาพรัก?

"อย่าลืม ตัวเจ้าพูดเองว่าเจ้าจะปกป้องข้าตั้งแต่ต้น"

"นั่นก็แค่คำพูดของเด็ก.."

"แต่ข้ายึดถือมันอย่างจริงจัง"

อวิ๋นฉีหลัวมุ่ยปาก ดูเหมือนจะไม่พอใจ

หัวใจของซูสือเต้นเร็วขึ้น

วันนี้จักรพรรดินีมารเป็นอะไร?

โดยปราศจากท่าทางกดขี่ตามปกติ นางเหมือนเด็กสาวอกหัก!

ใจเย็น!

ผู้หญิงตรงหน้าข้าคือจักรพรรดินีมารขุมนรกผู้โหดเหี้ยม

ซูสือลอบหยิกตัวเอง

อวิ๋นฉีหลัวลุกและเดินมาหาเขา ชุดของนางเต็มไปด้วยกลิ่นหอม

"ตราบเท่าที่เจ้าเต็มใจกลายเป็นศิษย์สืบทอด เจ้าจะยืนเหนือทุกคนและมีทรัพยากรบ่มเพาะไร้สิ้นสุด"

"ถ้าทุกอย่างไปด้วยดี ทั้งสำนักยักษ์มารขุมนรกจะเป็นของเจ้าในอนาคต"

"ความมั่งคั่ง ฐานะ ผู้หญิง ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่เจ้าไม่อาจได้รับ"

เสียงของนางดูเหมือนจะเต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน

พอมองสาวงามบรรลือโลกใกล้ๆ ซูสือก็พูดอย่างเขินอาย"รวมถึงฝ่าบาทด้วยหรือ?"

"หะ?"

อวิ๋นฉีหลัวเงียบไป"เจ้าพูดว่าไงนะ?"

ดวงตาของซูสือล้ำลึก"ในเมื่อทั้งสำนักจะเป็นของข้า มันก็ย่อมรวมถึงฝ่าบาทด้วยใช่ไหม?"

หัวใจของอวิ๋นฉีหลัวเต้นกระหน่ำ!

สีแดงเริ่มแต่งแต้มแก้มนาง เหมือนดวงอาทิตย์ตกยามพลบค่ำในท้องฟ้า

นางไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าพูดอะไรแบบนี้

แต่น่าแปลก ในใจนางกลับไม่มีความโกรธ มันกลับเป็นความตื่นตระหนกและเขินอาย

"เจ้า เจ้าต้องการข้า?"

"ทุกคนล้วนชมชอบสาวงาม และมันก็เป็นปกติสำหรับผู้น้อยที่จะชื่นชอบฝ่าบาทผู้มีความงามประดุจเทพธิดา"

ปากของซูสือแห้ง ความคิดเขาสับสนวุ่นวาย และเขาก็พูดออกไปโดยไม่ยั้งคิด

หน้าอกของอวิ๋นฉีหลัวพองขึ้นยุบลงอย่างแรง ดวงตานางเต็มไปด้วยแสง"เจ้าจะจ่ายไหวหรือ?ความปรารถนาในตัวข้าอาจต้องจ่ายด้วยชีวิตเจ้าเลยนะ"

"ถ้าข้าสมควรตายภายใต้ดอกโบตั๋น เป็นผีข้าก็จะยังชื่นชมมันได้"(ถ้าตายใต้กระโปรง เป็นผีก็ยังแอบมองได้)

ซูสือเงยหน้าขึ้นและพูด"ผู้น้อยเต็มใจตายเพื่อฝ่าบาท"

อวิ๋นฉีหลัวกัดริมฝีปาก ดูเหมือนจะมีน้ำเอ่อล้นในดวงตานาง

ทั้งสองเข้าใกล้กันขึ้น

ซูสือสามารถได้กลิ่นหอมของตัวนาง เห็นภาพสะท้อนของตัวเขาในดวงตาของนางและยังรู้สึกถึงลมหายใจที่เร็วขึ้นของนาง

บางสิ่งไม่ถูกต้อง!

เขาพบว่าตัวเขาอยู่ในสถานการณ์ที่ผิดไปมาก!

สามัญสำนึกบอกเขาว่าเขาควรหยุด แต่ตัวเขาหลุดการควบคุม และทั้งหมดที่เห็นก็คือใบหน้าละเอียดอ่อนประดุจดอกไม้

จากนั้น เสียงของข้ารับใช้ก็ดังด้านนอกประตู

"ฝ่าบาท มื้อเย็นพร้อมแล้วขอรับ"

บรรยากาศนี้พลันแหลกสลาย ทั้งสองกระโดดแยกออกจากกันเหมือนโดนไฟช็อต

ซูสือพูดตะกุกตะกัก"ผู้น้อย...ผู้น้อยทำเกินเลยไป หวังว่าฝ่าบาทจะให้อภัย"

ใบหน้างามของอวิ๋นฉีหลัวแดงก่ำขณะที่นางแสร้งทำเป็นสงบ"เอาล่ะ ไปโถงอาหารก่อนเถอะ ข้าจะตามไปทีหลัง"

"ขอรับ'

ซูสือรีบหนีออกไป

พอมองแผ่นหลังเงอะงะของเขา อวิ๋นฉีหลัวก็เอามือปิดแก้มร้อนๆของนาง

"ข้าต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ!'

พวกนางเกือบจะ....

พอคิดถึงความใกล้ชิดนั่น นางก็แทบอดใจไม่ไหวที่จะหารูในพื้นเพื่อซ่อนตัว!

"นี่มันวิชาอะไรกัน!"

นางหยิบตำราโบราณที่เขียนว่า'วิชาเสน่ห์สาวงาม'ขึ้นมา

เซินไป่หู่บอกว่าซูสือชอบความงาม นางจึงวางแผนลองด้วยตัวเองและเพื่อยืนยันผล นางพบตำรานี้ในคลังตำราของนาง

วิชานี้มีความสามารถบังคับจิตใจ ทำให้คนหยุดคิด ปัดเป่าสามัญสำนึก และกระตุ้นสัญชาตญาณในส่วนลึกสุด

แต่นางไม่คิดว่าแม้แต่นางก็ยังได้รับผล!

นางตั้งใจจะหว่านเสน่ห์ใส่ซูสือ แต่นางไม่อยากเอาตัวเองไปเกี่ยว!

"ซูสือเจ้าชู้จริงๆ เขากล้าดียังไงมาพูดจาหวานใส่ข้า!"

"แต่ ทำไมข้าถึง.."

"มันต้องเพราะเขาแน่ ข้าไม่ใช่ผู้หญิงชั้นต่ำพวกนั้น!"

อวิ๋นฉีหลัวกระทืบเท้าด้วยความอายและโกรธ

สุดท้ายนางก็สรุปว่า"ทั้งหมดเป็นความผิดของเซินไป่หู่!"

"ใครก็ได้เข้ามา!"

ข้ารับใช้ด้านนอกโถงเดินเข้ามา"ผู้น้อยอยู่นี่ขอรับ"

อวิ๋นฉีหลัวกัดฟัน"บอกนักบุญตะวันตกให้ไปแนวหน้าเพื่อกำราบศัตรูเดี๋ยวนี้ และบอกเขาว่าห้ามกลับมาหากข้าไม่สั่ง!"

"ขอรับ"

ข้ารับใช้ถอยไป

สีแดงบนหน้าของอวิ๋นฉีหลัวยังไม่หายไป

นางอยากขว้างมันทิ้ง แต่ดวงตาซื่อตรงของซูสือก็พลันปรากฏในหัวนาง

นางลังเลชั่วขณะและวางตำราโบราณลงเงียบๆ

"วิชานี้ชั่วร้ายเกินไป มันไม่ดีที่จะกระจายออกไป มันดีกว่าที่ข้าจะเก็บไว้เอง"

...

ในห้องอาหาร

ซูสือนั่งหน้ามึน

เขามองโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหาร และไม่สามารถระงับความกระหายของตัวเองได้

"ในชีวิต ภาพมายาทุกชนิดจะทดสอบเราตลอดเวลา และบางครั้งความคิดเดียวก็สามารถทำให้ผู้คนตกลงสู่หุบเหวแห่งปรารถนาได้"

พอคิดถึงฉากก่อนหน้า เขาก็ขมขื่นมาก

"ข้าพยายามจะจูบจักรพรรดินีมารเนี่ยนะ?'

"นั่นเท่ากับรนหาที่ตายชัดๆ!"

"ข้าต้องหาทางหนีไปจากที่นี่ ไม่งั้นทุกอย่างจะจบตอนนางมาที่นี่"

แต่มันสายไป อวิ๋นฉีหลัวเดินเข้ามาแล้ว

ท่วงท่านางกลับเป็นเย็นชา ดวงตาของนางไม่อาจเห็นอารมณ์ใดได้

นางนั่งลงเงียบๆ

บรรยากาศเงียบสงัด

ซูสือกลืนน้ำลายและพูดอย่างยากลำบาก"ฝ่าบาท เรื่องที่เกิดขึ้น..."

"หุบปาก!"

อวิ๋นฉีหลัวจ้องเขา"กินอาหารของเจ้าไปซะ!"

"..."

จบบทที่ ตอนที่ 42 กับดักสาวงามของอวิ๋็นฉีหลัว

คัดลอกลิงก์แล้ว