เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 28 : คนโง่ที่ซื้อซิมเบียน

ตอนที่ 28 : คนโง่ที่ซื้อซิมเบียน

ตอนที่ 28 : คนโง่ที่ซื้อซิมเบียน


คืนแรกที่เข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัย ทั่วทั้งวิทยายาเขตเต็มไปด้วยผู้คน ทุกคนกำลังสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับความรู้สึกตื่นตาที่ได้รับจากสภาพแวดล้อมใหม่ๆ

เจียงฉินเดินกลับไปที่หอพักชายตามเส้นทางเดิม ระหว่างทางก็คิดอยู่ตลอดว่าหากต้องการเริ่มต้นในมหาวิทยาลัย อะไรคือสิ่งที่ทำจะกำไรได้มากที่สุด?

อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านชานม

นี่น่าจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ของนักศึกษาที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ เพราะใช้เงินลงทุนเริ่มแรกไม่เยอะ ผลกำไรมั่นคงน่าพอใจ ทั้งยังสบายใจและไม่ยุ่งยาก

แต่ข้อเสียก็ชัดเจนมากเช่นกัน พูดง่ายๆ คือไม่มีโอกาสในการเติบโต แถมยังมีเพดานต่ำมาก

เจียงฉินเดินทอดน่องไปหยุดที่ทางเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตของมหาวิทยาลัย สายตาของเขาถูกดึงดูดไปยังโปสเตอร์ที่ติดไว้หน้าประตูซูเปอร์มาร์เก็ต

“ฟอรัมสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัย ฟอรัมเฉพาะทางที่นักศึกษาทุกคนเลือกใช้”

เจียงฉินเดินไปดึงโปสเตอร์ทั้งแผ่นออกจากผนัง ถือมันไว้ในมือแล้วมองดูมันสักพักด้วยสีหน้าครุ่นคิด

ติ๊ดติ๊ดติ๊ด—

ในขณะนี้เองเสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้น เจียงฉินหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วเห็นพิกเซลรูปแพนกวินตัวน้อยกระโดดไปมาอยู่ตรงแถบสัญญาณ

“พ่อบุญธรรม ฉันมีคำถามจะถาม จะขอข้อมูลติดต่อของคนอื่นได้ยังไง?”

“นายพบเป้าหมายตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยวันแรกเลยเหรอ? ไม่เลว แค่ขอไปตรงๆ ก็พอ ถึงจะโดนปฏิเสธก็ไม่มีอะไรเสียหายสักหน่อย”

“มีวิธีที่เราจะขอข้อมูลติดต่อโดยไม่ต้องถามตรงๆ บ้างไหม?”

เมื่อเห็นคำถามของกัวจื่อหัง มุมปากของเจียงฉินก็ถึงกับกระตุก คิดในใจว่าพี่น้องคนนี้ไร้ประโยชน์จริงๆ ปากเขาซื้อด้วยเงินดาวน์หรือไงถึงได้ไม่กล้าที่จะใช้มัน

แต่เพราะเห็นแก่ฐานะพ่อบุญธรรม เจียงฉินจึงอดทนอดกลั้นและตัดสินใจถามเกี่ยวกับสถานการณ์ก่อน

“รุ่นพี่หรือน้องใหม่? หากเธอเป็นรุ่นพี่ก็ไม่จำเป็นต้องคิดเกี่ยวกับมันเลย เธอคงมีประสบการณ์มาทุกอย่างแล้ว กลอุบายเล็กๆ น้อยๆ ของนายใช้กับเธอไม่ได้หรอก หากเธอเป็นน้องใหม่ นายลองแกล้งยืมมือถือแล้วแอบโทรหาตัวเองได้”

“แล้ว…ถ้าเป็นป้าขายผลไม้หน้าทางเข้ามหาวิทยาลัยล่ะ?”

“??????”

“ป้าคนนั้นมีเสียงเหมือนเด็กเลย ฉันใจเต้นตลอดตอนที่ได้ยินเธอพูด”

จิตใจของเจียงฉินสับสนอยู่ครู่หนึ่ง และทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเหมือนว่าความสงสัยของเขาได้รับการไขกระจ่างแล้ว

ดูเหมือนกัวจื่อหังจะยังไม่เคยมีความรักมาก่อน ตอนที่เขาอยู่มัธยมปลายเขาไม่เคยแสดงความสนใจผู้หญิงคนไหนเป็นพิเศษเลย แม้แต่ฉู่ซือฉีเขาก็ไม่สนใจที่จะเหลียวมอง เจียงฉินยังคิดว่าวัยแรกรุ่นของเขาคงมาช้ากว่าคนอื่น แต่กลับกลายเป็นว่าเจ้าเหรียญสุนัขตัวนี้ชอบของที่สุกงอมแล้ว!

ตอนอยู่มัธยมปลายถูกคุมเข้มมากก็เลยไม่กล้าพูดอะไร พอตอนนี้ได้อยู่มหาวิทยาลัยแล้วไอ้หมอนี่มันก็เลยเริ่มที่จะปล่อยเนื้อปล่อยตัวใช่ไหม?

แต่ว่าคุณป้าที่เสียงใสเหมือนเด็กนี่ก็ค่อนข้างน่าสนใจจริงๆ

เจียงฉินส่งข้อความไปว่าไสหัวไป จากนั้นก็เดินกลับไปที่หอพัก

ทันทีที่เขาเข้าไปในอาคารหอพักก็ได้เสียงฝีเท้าดังขึ้นที่ชั้นบน นักศึกษาหกถึงเจ็ดคนรีบวิ่งลงมาจากชั้นสอง เหตุการณ์นี้ถึงขั้นวุ่นวายอยู่พักหนึ่ง

เจียงฉินเดินขึ้นไปชั้นบนขณะเฝ้าดู เมื่อเขามาถึงประตูเขาก็พบว่าเฉากวงอวี่ โจวเชา และเหรินจื้อเฉียงก็กำลังยืนดูเรื่องสนุกอยู่ตรงหน้าประตูเช่นกัน

“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”

โจวเชาลดเสียงลง: “น้องใหม่คณะการค้าระหว่างประเทศทะเลาะกับพวกรุ่นพี่ ฉันได้ยินมาว่าเป็นเพราะชายที่ชื่อหลี่ต้าจ้วงไปพูดจาหยายคายและก็ยั่วโมโหพวกรุ่นพี่ แถวยังด่าพวกเขาว่าน่าเกลียดด้วย”

คิ้วของเจียงฉินเลิกขึ้นหลังจากได้ยินสิ่งที่เขาพูด: “ในคณะการค้าระหว่างประเทศมีคนชื่อหลี่ต้าจ้วงจริงๆ เหรอ?”

“เกิดอะไรขึ้น คนรู้จักของนายเหรอ?”

“เปล่า ไม่มีอะไร แล้วตอนนี้สถานการณ์การต่อสู้เป็นยังไงบ้าง?”

เหรินจื้อเฉียงที่ยืนอยู่ข้างๆ ตาโตด้วยความตื่นเต้นทันที: “นายรู้ไหมว่าทำไมชายคนนี้ถึงถูกเรียกว่าต้าจ้วง คนเราเป็นดั่งชื่อตัวจริงๆ แขนของเขาหนากว่าขาฉันซะอีก รุ่นพี่พวกนั้นโคตรซวย ตอนเดินไปนี่แต่ละคนอย่างกับแปลงร่างได้ พอขากลับแทบจะกลิ้งหนีไม่ทัน”

“เป็นถึงขั้นนักศึกษามหาวิทยาลัยแล้วยังจะตีกันอีก เด็กน้อยจริงๆ หาสาระไม่ได้เลย” เฉากวงอวี่ทำหน้าเหยียดหยัน จากนั้นหยิบโทรศัพท์มือถือจอเต็มออกมาจากกระเป๋าแล้วกดสองที

สายตาของโจวเชาและเหรินจื้อเฉียงถูกดึงดูดในฉับพลัน: “บัดซบ เหล่าเฉา นี่มันโทรศัพท์อะไรเนี่ย ทำไมหน้าจอถึงใหญ่ขนาดนี้?”

“โนเกีย 5230 รุ่นใหม่ยังไม่เปิดตัวในจีน พ่อฉันได้มันมาจากช่องทางพิเศษน่ะ ประมาณสามพันกว่าหยวนได้มั้ง ก็ถือว่าโอเคนะ แต่จับแล้วรู้สึกไม่ชินเท่าแบล็คเบอร์รี่เครื่องเก่าของฉันเท่าไหร่ อีกอย่างความเร็วในการตอบสนองมันก็ช้ากว่านิดหน่อย เอาไว้เป็นเครื่องสำรองได้” เฉากวงอวี่กล่าวอย่างภาคภูมิใจราวกับเคยใช้โทรศัพท์มือถือยี่ห้อดังมาแล้วหลายรุ่น

“สามพันกว่าหยวน? ฉันจ่ายค่าเทอมได้เลย ให้ตายเถอะ นายให้เราดูหน่อยได้ไหม”

เฉากวงอวี่ยื่นโทรศัพท์ให้เหรินจื้อเฉียงด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับว่าเขาไม่ค่อยสนใจ แต่สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะพูดเบาๆ ออกไปว่าช้าๆ หน่อย อย่าทำตก

เหรินจื้อเฉียงและโจวเชารู้สึกเหมือนพวกเขาพบสมบัติ ทั้งคู่เล่นกับมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบจะทำปากกาสไตลัสตรงฝาหลังหัก เฉากวงอวี่ที่เห็นสิ่งนี้เจ็บปวดจนกัดฟันกรอด แต่ก็อายที่จะพูดมากกว่านี้ ดังนั้นเขาจึงรีบหันความสนใจไปที่เจียงฉินแทน

เจียงฉินไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ต่อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ของเฉากวงอวี่เลย เขายังคงให้ความสนใจกับสถานการณ์ของคณะการค้าระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด

เฉากวงอวี่รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เขารู้สึกว่าอยู่ที่นี่ตนไม่เคยได้แสร้งทำเป็นเจ๋งเลย

“เหล่าเจียง นายไม่สนใจหน่อยเหรอ โทรศัพท์ของฉันมีปุ่มกดจริงๆ แค่แปดปุ่มเองนะ นายรู้จักระบบปฏิบัติการซิมเบียนไหม สมาร์ทโฟนสมัยนี้โคตรเจ๋งเลย ฉันจำว่านายใช้โนเกีย 7610 รุ่นปี 2005 อยู่ใช่ไหม? เครื่องเก่าแบบนั้นเทียบกับ 5230 ไม่ได้เลยสักนิด”

เจียงฉินมองย้อนกลับไปที่เขาพลางคิดในใจว่าซื้อซิมเบียนตอนปี 2008 เนี่ยนะ นี่มันซวยโคตรๆ เลยไม่ใช่เหรอ: “ไม่สนใจ ฉันเคยใช้เครื่องที่มีปุ่มกดแค่สามปุ่มมาแล้ว นั่นต่างหากถึงจะเรียกว่าสมาร์ทโฟน”

“มีปุ่มกดแค่สามปุ่ม? พูดไปเรื่อย!”

เจียงฉินไม่สนใจเขา ผลักประตูเข้าไปในห้องพัก จากนั้นหยิบโปสเตอร์ที่เพิ่งฉีกออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แผ่มันออกแล้ววางไว้ที่โต๊ะ เสร็จแล้วก็ดึงกระเป๋าเดินทางออกมาจากใต้โต๊ะ นำเวิร์กสเตชัน Lenovo รุ่น ThinkPad W500 ออกมา

นี่คือโน้ตบุ๊กสำหรับทำงานที่เปิดตัวในปี 2008 โดยมีซีพียูแบบดูอัลคอร์และแรม 4GB ราคาอยู่ที่ 12,600

เจียงฉินซื้อมันหลังจากได้รับเงินค่ารื้อถอน ท้ายที่สุดหลังจากเริ่มต้นธุรกิจคุณก็จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จะให้วิ่งไปที่ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ตลอดก็คงไม่ดี

เมื่อเห็นฉากนี้เหรินจื้อเฉียงและโจวเชาก็คืนโทรศัพท์ให้เฉากวงอวี่ทันทีและรีบเข้าไปล้อมเจียงฉินไว้

ไม่ว่าจะเป็นปุ่มกดแค่แปดปุ่มหรือระบบปฏิบัติการซิมเบียน สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่น่าดึงดูดใจอีกต่อไป

“บัดซบ โน้ตบุ๊ก?”

“เหล่าเจียง มันเล่น CF ได้ไหม?”

เจียงฉินเสียบเมาส์แล้วกดปุ่มเปิดปิด: “นายหมายถึงครอสไฟร์เหรอ? ไม่รู้สิ ฉันยังไม่เคยลองเลย”

โจวเชาถูมือด้วยความอิจฉา: “ซื้อโน้ตบุ๊กมาแต่ไม่เล่นเกม เสียดายของชะมัด”

“นี่มันเวิร์กสเตชัน ไม่ใช่โน้ตบุ๊กไว้เล่นเกม มีความเป็นไปได้สูงที่มันจะเล่นเกมไม่ได้”

เหรินจื้อเฉียงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้น: “งั้นดูหนังก็ได้ นายเคยดูเรื่องเซียนกระบี่พิชิตมารหรือยัง? ที่หูเกอแสดงนำน่ะ ฉันยังไม่ได้ดูตอนจบเลย!”

เจียงฉินหยิบแอร์การ์ดออกมาแล้วใส่ซิมการ์ดโทรศัพท์เข้าไป: “นายรู้เรื่องแพ็คเกจอินเทอร์เน็ตของมือถือไหม? ที่ราคาห้าหยวนสามสิบเมกะไบต์น่ะ นายคิดว่าดูซีรีย์ตอนหนึ่งมันใช้เน็ตเท่าไหร่?”

“เอ่อ.. เรื่องนี้ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน”

“อย่างน้อยก็ห้าร้อยเมกะไบต์ เมื่อเอามาคำนวณแล้ว การดูซีรีย์ตอนหนึ่งต้องใช้เงินมากกว่าหนึ่งร้อยหยวน”

เมื่อพูดถึงปัญหานี้เจียงฉินก็รู้สึกแย่นิดหน่อย

แม้ว่าอัตราการใช้งานโน้ตบุ๊คในปี 2008 จะยังไม่สูงมากนัก แต่ในหอพักแต่ละห้องก็มีอย่างน้อยหนึ่งหรือสองเครื่อง

ทว่าในมหาวิทยาลัยหลินชวนดันมีกฎบ้าๆ อยู่ข้อหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้นักศึกษาหมกมุ่นอยู่กับสิ่งเร้าต่างๆ จนสูญเสียความคิดสร้างสรรค์ นักศึกษาทุกคนยกเว้นภาควิชาสาขาคอมพิวเตอร์จึงไม่ได้รับอนุญาตให้ต่อสายแลนอินเทอร์เน็ตเข้ามาในหอพัก

ตอนนี้เขาจึงทำได้เพียงเสียบซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือเพื่อใช้งานอินเทอร์เน็ต และยังต้องติดตั้งแอปพลิเคชันสำหรับตรวจสอบปริมาณการใช้ช้อมูลอีกด้วย ทันใดนั้นกลิ่นอายโบราณก็ตีแสกหน้าเขาเข้าจังๆ

“ถ้าเล่นเกมหรือดูหนังไม่ได้แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร?”

เฉากวงอวี่รู้สึกอิจฉาเล็กน้อย เขาวางแผนว่าจะโทรบอกพ่อให้ซื้อคอมพิวเตอร์ให้ และมันต้องเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่มีเสป็คสูงด้วย เขาจะไม่ยอมโดนเจียงฉินข่มอยู่ฝ่ายเดียวเด็ดขาด!

(จบตอน)

จบบทที่ ตอนที่ 28 : คนโง่ที่ซื้อซิมเบียน

คัดลอกลิงก์แล้ว