เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 15 : ความคืบหน้าของการรื้อถอน

ตอนที่ 15 : ความคืบหน้าของการรื้อถอน

ตอนที่ 15 : ความคืบหน้าของการรื้อถอน


เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับกระพริบตา

ในวันที่ 25 มิถุนายน ผลการสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้รับการประกาศ ซึ่งทำให้ครอบครัวจำนวนมากต่างตื่นเต้นและกังวลใจกันทันที

ผลลัพธ์ของเจียงฉินเหมือนกับในชีวิตก่อนทุกประการด้วยคะแนน 653 และสามารถเข้ามหาวิทยาลัย 985 ได้อย่างไม่ต้องลุ้น แต่เขาต้องแสดงทำเป็นว่าตื่นเต้นให้พ่อกับแม่เห็น นี่ถือเป็นการทดสอบทักษะการแสดงของเขาสุดๆ

แต่คุณเจียงและคุณหยวนนั้นตื่นเต้นมาก

653 โอ้วววว!

คะแนนนี้สูงกว่าตอนที่เจียงฉินทำการสอบจำลองถึงยี่สิบคะแนน!

คุณหยวนโหย่วฉินถึงกับเดินทางไปที่ภูเขาไป๋หยุนทันที และไปยังวัดไป๋หยุนเพื่อถวายเครื่องหอมพร้อมทั้งแก้บนตามที่เคยขอไว้

ส่วนสหายเจียงเจิ้งหงมีความสุขจนแทบคลั่ง นั่งก็ไม่ได้ยืนก็ไม่ติด เอาแต่กำหมัดแล้วโบกไปมา ในที่สุดเขาก็ลากเจียงฉินไปชั้นล่างและวิ่งไปรอบๆ ชุมชนถึงสามรอบ

เจียงฉินสามารถเข้าใจความรู้สึกของพ่อกับแม่ได้เป็นอย่างดี เพราะในความคิดของคนวัยเดียวกันนี้ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยถือเป็นจุดเริ่มต้นสู่หนทางแห่งความสำเร็จ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต เป็นโอกาสเดียวที่จะเปลี่ยนโชคชะตา ทั้งยังเป็นบันไดสู่ความรุ่งโรจน์และความมั่งคั่ง

แต่พวกเขาคงไม่สามารถจินตนาการได้ว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โลกใบนี้จะเต็มไปด้วยนักศึกษาปริญญาเอกและปริญญาโทเดินกันให้ควั่กเหมือนสุนัข

ในวันที่สามหลังจากประกาศผลสอบเข้ามหาวิทยาลัย เรื่องโครงการรื้อถอนก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง

ในตอนเช้าของวันที่ 28 มิถุนายน สำนักงานเขตของย่านฝานหัว หรงเฉิง ชุมชนซิ่งฝู และชุมชนหงหยุน ได้ทยอยโทรหาเจียงฉินกันทีละแห่ง พวกเขาอธิบายสั้นๆ เกี่ยวกับโครงการรื้อถอน และเชิญเขาเข้าไปเจรจาต่อรองกับทีมรื้อถอนที่จัดตั้งขึ้นเป็นพิเศษ

แม้ว่าเอกสารการรื้อถอนอย่างเป็นทางการจะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่โดยพื้นฐานแล้วการรื้อถอนนั้นเป็นเรื่องที่ได้รับการยืนยันค่อนข้างแน่ชัด

เพื่อเป็นการประหยัดเวลา ถนนทุกสายที่ได้รับผลกระทบจากโครงการปรับปรุงย่านเมืองเก่าจึงได้เริ่มเตรียมการล่วงหน้า

นี่ไม่ใช่เรื่องที่ควรนำไปป่าวประกาศให้โลกรู้

ในความเป็นจริง นอกจากเจ้าของบ้านที่ถูกรื้อถอนก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย ซึ่งช่วยให้เจียงฉิน นักเรียนมัธยมปลายสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาได้มากมาย

ในอีกไม่กี่วันต่อมา เจียงฉินยังคงเดินทางกลับไปกลับมาที่สำนักงานเขตต่างๆ ฟังพวกเขาอ่านประกาศจากหน่วยงานระดับสูง และฟังเงื่อนไขการชดเชยซ้ำแช้วซ้ำเล่า

แม้ว่าสิ่งที่กล่าวถึงในแต่ละที่นั้นจะซ้ำกัน แต่ยิ่งได้ฟังก็ยิ่งรู้สึกว่ามันช่างเพลิดเพลินเสียจริง

หลังจากออกหนังสือแจ้งรื้อถอนอย่างเป็นทางการแล้ว งานรื้อถอนจะเข้าสู่ขั้นตอนการเจรจา

ขั้นตอนนี้จะกินเวลานานที่สุด เนื่องจากมีคนโลภมากมาย โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในอาคารโทรมๆ มานานหลายปี ชีวิตพวกเขาไม่เคยสุขสบายอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าเป็นไปได้พวกเขาก็อยากจะต่อรองให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

แต่เจียงฉินเป็นคนที่รู้วิธีทำสิ่งต่างๆ ให้กลายเป็นเรื่องง่าย

เขาบอกตัวเลขที่ต้องการกับทางสำนักงานเขตไปตรงๆ โดยอิงตามอัตราสูงสุดที่เขาคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ แล้วบอกว่าถ้าตกลงก็ค่อยโทรหาเขาอีกที

จริงๆ แล้วมีเหตุผลสำคัญว่าทำไมเขาถึงทำเหมือนไม่ใส่ใจ นั่นคือ เมื่องานรื้อถอนเข้าสู่ขั้นตอนที่สอง คนที่เซ็นสัญญาก่อนก็จะได้สิทธิ์เลือกบ้านใหม่ก่อนใคร การได้เลือกทำเลดีๆ มันคุ้มค่ากว่าการมานั่งเสียเวลาเพื่อต่อรองขอเงินเพิ่มอีกสามหมื่นห้าหมื่นตั้งเยอะ

หลังจากเคี่ยวจนสุดทำเลดีๆ ก็ถูกยึดไปหมดแล้ว จะทำยังไงถ้าเหลือแต่ของที่คนอื่นไม่ต้องการ?

งั้นก็โทษที คุณคงต้องลุ้นเอาเอง

แต่ในเมื่อมีการเซ็นสัญญากันแล้ว คิดว่าจะยังมีใครรอรับใช้บรรพบุรุษของคุณต่อหรือไง?

นอกจากนี้ เขามีเหตุผลเร่งด่วนอีกหนึ่งประการ

เขาต้องการคืนเงิน

แม้ว่าเงินที่ใช้ซื้อบ้านจะถูกยืมมาจากเฟิงหนานซู แต่เงินก้อนนั้นเป็นของพ่อเธอและจนถึงตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นซึ่งก็หมายความว่าพ่อของเธอยังไม่ทราบ แต่ถ้ายิ่งยืดออกไปนานเท่าไหร่ความเสี่ยงก็ยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น เจียงฉินไม่รู้ว่าพ่อของเฟิงหนานซูเป็นคนแบบไหน เขาก็เลยไม่เต็มใจที่จะเสี่ยงกับเรื่องนี้

ถ้าได้รับเงินชดเชยเร็วและจ่ายคืนส่วนที่ยืมมาได้เร็วๆ มันก็จะเหมือนกับว่าเหตุการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลย

หลังจากเสร็จสิ้นการดำเนินการเบื้องต้นเกี่ยวกับการรื้อถอนแล้ว เจียงฉินก็มีเวลาว่างหนึ่งวัน เขานอนอยู่ที่บ้านและตอบกลับข้อความ QQ ต่างๆ

กัวจื่อหังบอกว่าเขาได้ 472 คะแนน ส่วนเฟิงหนานซูบอกว่าเธอได้ 671 คะแนน

ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ที่กัวจื่อหังได้คะแนนเท่านี้ เนื่องจากเจ้าเหรียญสุนัขตัวนี้อยู่ในระดับต่ำสุด มันจึงยากที่จะได้เพิ่ม แต่ในฐานะที่เฟิงหนานซูเป็นเทพธิดาแห่งการเรียนและนักเรียนชั้นนำของรุ่น มันค่อนข้างน่าแปลกที่เธอทำคะแนนได้ไม่ถึงเจ็ดร้อย

แน่นอนว่าครูประจำชั้นห้องหนึ่งก็ไม่พอใจกับคะแนนและรู้สึกว่าต้องมีการตรวจคะแนนผิดพลาดแน่ๆ เขาจึงเข้าไปในเมืองตั้งแต่วันประกาศผลเพื่อตรวจสอบกระดาษคำตอบด้วยตัวเอง

ผลการตรวจสอบออกมาตรงกับที่ประกาศทุกอย่าง มันคือ 671 คะแนน ทว่าปัญหานั้นอยู่ในข้อสอบเรียงความภาษาจีน เฟิงหนานซูได้แค่ 12 คะแนนจากคะแนนเต็ม 60 คะแนน

แล้วหัวข้อของเรียงความในปีนี้คืออะไร?

เจียงฉินเพิ่งกลับมาเกิดใหม่และแทบจะลืมความทรงจำนี้ไปนานแล้ว ดังนั้นเขาจึงเข้าไปตรวจสอบมันในอินเทอร์เน็ต ผลสุดท้ายก็คือหัวเราะจนตัวงอเลยทีเดียว

เกี่ยวกับมิตรภาพจริงดิ?

เธอไม่มีเพื่อนด้วยซ้ำ คุณขอให้เธอเขียนเกี่ยวกับมิตรภาพงั้นเหรอ?

นี่มันก็เหมือนกับการขอให้หนูมาเขียนบทความเกี่ยวกับความรู้สึกหลังจากเล่นกับแมวเลยไม่ใช่หรือไง?

ไม่เสียเปล่า 12 คะแนนที่ได้มาถือว่าไม่เสียเปล่าเลยจริงๆ คงได้มาเพราะกระดาษคำตอบดูสะอาดเรียบร้อยนั่นแหละ

“ห้ามหัวเราะ”

บนชั้นสองของห้องสมุดเมืองจี้โจว นั่งอยู่ในตำแหน่งที่คุ้นเคย เฟิงหนานซูรู้สึกเหมือนหมดหวังกับชีวิตไปแล้ว: “ฉันลองคิดอย่างละเอียดแล้ว อันที่จริงเรื่องนี้เป็นความผิดของนาย”

เจียงฉินมีเครื่องหมายคำถามบนใบหน้า: “ก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยเรายังไม่รู้จักกัน เรื่องที่เธอเสียคะแนนมันเกี่ยวอะไรกับฉัน?”

“แต่ถ้าฉันรู้จักนายเร็วกว่านี้ ฉันก็คงจะเขียนมันได้”

“ในเมื่อเธอพูดแบบนั้น สมมติว่าถ้าตอนนี้เธอกำลังสอบเข้ามหาวิทยาลัยอยู่ เธอจะเขียนเรียงความเรื่องนี้ว่ายังไง”

เฟิงหนานซูเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม: “ฉันได้รู้จักเพื่อนคนหนึ่งในห้องสมุด เขาเป็นคนจนน่าสงสาร ชอบมองหน้าอก…”

“สต๊อป!”

เจียงฉินขัดจังหวะการเขียนเรียงความสดๆ ของเธออย่างกะทันหัน: “ภาพลักษณ์ของฉันในใจเธอเป็นแบบนี้เหรอ?”

“ไม่ใช่…เหรอ?” เฟิงหนานซูกระพริบตาด้วยความสับสน

“ถ้าเขียนแบบนี้จริงๆ สิบสองคะแนนสุดท้ายเธอคงจะไม่ได้มันด้วยซ้ำ”

เฟิงหนานซูก้มศีรษะลงและกลับสู่สภาวะสิ้นหวังอีกครั้ง: “หรือว่าฉันจะมีเพื่อนที่เอาออกไปอวดคนอื่นไม่ได้?”

ใบหน้าของเจียงฉินกระตุก: “ยังไงก็ตาม การสอบมันจบลงแล้ว ไม่มีประโยชน์ที่จะคิดถึงเรื่องนี้อีก”

“ฟังดูสมเหตุสมผลดี…”

“ทำไมคุณหนูจากตระกูลร่ำรวยอย่างเธอถึงต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยล่ะ? ไปเรียนต่างประเทศไม่ดีกว่าเหรอ?”

เฟิงหนานซูเงยหน้าขึ้น ขนตาเรียวยาวและโค้งงอนของเธอสั่นเล็กน้อย: “เด็กสาวขี้อายที่ไม่รู้วิธีเข้าสังคมจะเสียชีวิตหากเธอถูกส่งไปต่างประเทศ”

“...”

เอาเข้าจริงเจียงฉินไม่ได้คาดคิดถึงเรื่องนี้เลยและมองว่าเธอเป็นลูกคุณหนูทั่วไป แต่ถ้าลองคิดเกี่ยวกับมันจากมุมมองของเฟิงหนานซู การไปเรียนต่อต่างประเทศดูเป็นเรื่องยากมากเลยทีเดียว

ต่างประเทศชอบโฆษณาอวดอ้างเรื่องเสรีภาพและประชาธิปไตยอยู่ตลอดเวลา แต่สังคมกลับวุ่นวายอลหม่านไปหมด นอกจากนี้ในอเมริกายังมีการยิงกันอย่างเสรีทุกวัน คนทั้งประเทศมีแค่ 370 ล้านคน แต่ปืนจดทะเบียนกลับมีตั้ง 390 ล้านกระบอก เฉลี่ยแล้วครอบครัวสามคนมีปืนถึงสี่กระบอก นี่วางแผนจะมีลูกคนที่สองกันหรือไง?

การโยนเด็กสาวซื่อบื้อโดยธรรมชาติและหวาดกลัวสังคมอย่างเฟิงหนานซูเข้าไปในสภาพแวดล้อมแบบนั้นก็เหมือนกับการโยนลูกแกะเข้าไปในฝูงหมาป่า

“ไม่ต้องคิดมากหรอก อันที่จริงมหาวิทยาลัยในจีนก็ค่อนข้างดี เธอวางแผนจะเข้ามหาวิทยาลัยไหนล่ะ?”

“แล้วนายล่ะจะเข้าที่ไหน?”

เธอถามกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย แพขนตาของเธอถูกแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาย้อมให้เป็นสีทอง

(จบตอน)

จบบทที่ ตอนที่ 15 : ความคืบหน้าของการรื้อถอน

คัดลอกลิงก์แล้ว