เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5 : นายมีสิทธิ์อะไรมาเลิกจีบฉัน?

ตอนที่ 5 : นายมีสิทธิ์อะไรมาเลิกจีบฉัน?

ตอนที่ 5 : นายมีสิทธิ์อะไรมาเลิกจีบฉัน?


“เรามาทำธุรกิจ!”

กัวจื่อหังเป็นคนประเภทที่สามารถยิ้มแย้มแจ่มใสได้กับทุกคน ถ้าเขาดูดีกว่านี้หน่อย เขาคงถูกมองว่าเป็นผู้ชายที่อบอุ่นอย่างแน่นอน

ดังนั้นเมื่อหวังฮุ่ยหรูถามว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่ กัวจื่อหังจึงบอกพวกเธอทุกอย่างตามตรงเกี่ยวกับการขายข้าวกล่องในวันนี้ คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจราวกับว่ามันเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจมาก

อันที่จริงกัวจื่อหังไม่ผิดที่จะพูดแบบนี้

รู้ไหมว่านักเรียนมัธยมปลายในยุคนี้ยังค่อนข้างขี้อาย พวกเขาจะกังวลเป็นเวลานานเมื่อถูกคนแปลกหน้าถามทาง ไม่ต้องพูดถึงการออกไปหาเงินเลย

แน่นอนว่ายังมีนักเรียนมัธยมปลายจำนวนหนึ่งที่อยากสัมผัสประสบการณ์ชีวิตและมีแนวคิดการหาเงินอยู่ในใจ

แต่สิ่งที่พวกเขาทำได้ เต็มที่ก็คือการทำงานพาร์มไทม์และแจกใบปลิว

แต่เจียงฉินสามารถทำเงินได้หลายร้อยหยวนโดยใช้กลอุบายมือเปล่าจับหมาป่าขาว[1] ซื้อมาและขายไปเหมือนคนกลางเพื่อทำกำไรจากส่วนต่างของราคา ใครบ้างจะไม่สับสนหลังจากได้ยินสิ่งนี้

พ่อของหวังฮุ่ยหรูเป็นครูโรงเรียนประถม และเงินเดือนของเขาอยู่ที่เพียงสามพันหยวนต่อเดือน หลังจากหักประกันห้าฉบับรวมถึงกองทุนที่อยู่อาศัยหนึ่งกองทุน เงินเดือนโดยเฉลี่ยจะน้อยกว่าหนึ่งร้อยหยวนต่อวัน

แม้ว่าจำนวนเงินที่ได้รับจะไม่สามารถวัดได้โดยค่าเฉลี่ย แต่ความสามารถของเจียงฉินในการทำเงินสองร้อยเจ็ดสิบหยวนต่อวันนั้นสร้างความตกตะลึงอย่างมากต่อโลกทัศน์ของพวกเขา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอได้ยินกัวจื่อหังอธิบายอย่างชัดเจนถึงวิธีการที่เจียงฉินโยนบุหรี่ให้กับผู้ดูแลร้าน และใช้ที่อยู่เพียงแห่งเดียวในการทำเงินอีกสองร้อยหยวน ภาพลักษณ์ของเจียงฉินในใจหวังฮุ่ยหรูก็ดูสูงส่งขึ้นมากทันที

“เจียงฉิน ทำไมจู่ๆ นายถึงเริ่มเรียนรู้เรื่องธุรกิจล่ะ?”

“หาเงินไปแต่งภรรยา” เจียงฉินสร้างมุขตลกแบบสุ่มๆ

หวังฮุ่ยหรูรู้สึกขบขันกับคำพูดของเขาจนหัวเราะออกมา: “เริ่มหาเงินตั้งแต่ตอนนี้เลยเหรอ แล้วนายอยากแต่งกับภรรยาระดับไหน?”

เจียงฉินยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย: “มันขึ้นอยู่กับว่าเธออยากแต่งกี่คน ยิ่งเธอแต่งงานมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งต้องการเงินมากเท่านั้น”

“นายอยากแต่งภรรยาหลายคนงั้นเหรอ? บ้าไปแล้ว!”

จากนั้นหวังฮุ่ยหรูก็พูดคุยกับกัวจื่อหังเกี่ยวกับการสมัครเข้ามหาวิทยาลัย น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความปรารถนาที่จะใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย

ในทางกลับกัน เจียงฉินยังคงเป็นผู้สังเกตการณ์ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มและไม่ได้พูดอะไรอีก

เขาเคยมีประสบการณ์ในมหาวิทยาลัยมาแล้วครั้งหนึ่ง ดังนั้นเขาจึงไม่ได้โหยหามันมากนัก และเขาไม่ได้อยากจะเข้าไปขัดจังหวะสักเท่าไหร่

แม้ว่าจินตนาการเกี่ยวกับชีวิตในมหาวิทยาลัยของกัวจื่อหังและหวังฮุ่ยหรูจะผิดเพี้ยนไปอย่างสิ้นเชิง แต่เขาก็ไม่ได้โพล่งออกไปแก้ไขสิ่งเหล่านั้นเหมือนกับที่พี่เหล่าต่งทำ[2]

ชีวิตจะมีความหมายก็ต่อเมื่อคุณได้สัมผัสมันด้วยตัวเองเท่านั้น ไม่มีใครมีคุณสมบัติไปทำลายความคาดหวังของคนอื่นอย่างชอบธรรมได้ แม้ว่าคุณจะรู้มากจริงๆ แต่คุณก็ยังต้องพิจารณาว่าคนอื่นอยากรู้เหมือนคุณหรือเปล่า

ในระหว่างกระบวนการนี้ ฉู่ซือฉีมองไปที่เจียงฉินด้วยสายตาอันเย็นชาและสีหน้าที่หดหู่

นับตั้งแต่วินาทีที่เธอปฏิเสธคำสารภาพรักของเจียงฉิน เธอก็รู้สึกราวกับว่าเจียงฉินเปลี่ยนไป

เขาไม่ได้มองหาเธอใน QQ อีกต่อไป ไม่ส่งอรุณสวัสดิ์และราตรีสวัสดิ์อีกต่อไป ไม่แอบฝากข้อความไว้ในคิวโซนของตัวเองอีกต่อไป รูปโปรไฟล์ของเขาเปลี่ยนไป และสถานะของเขาก็เปลี่ยนไปด้วย

ราวกับว่าพวกเขากลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน

สิ่งเลวร้ายที่สุดก็คือเมื่อวานนี้ เมื่อเธอตั้งใจเข้าไปดูคิวโซนของเขา เธอกลับถูกบังคับให้เด้งออกทันที พอเข้าไปดูอีกครั้งเธอก็พบว่าคิวโซนของเขาถูกล็อคไปแล้ว

สิ่งนี้ทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดมาก และยิ่งเธอคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งรู้สึกเสียใจมากขึ้นเท่านั้น เธอจึงแสร้งทำเป็นส่งข้อความไปหาเขาอย่างไม่สนใจ ถามเขาว่าทำไมถึงล็อคคิวโซน และก็ล็อคกับทุกคนหรือว่าแค่เธอคนเดียว

ด้วยเหตุนี้ จนถึงตอนนี้เจียงฉินยังไม่ได้ตอบกลับเธอเลยแม้แต่นิด

แต่นายมีสิทธิ์อะไร?

เป็นนายเองที่ชอบฉัน ไม่ใช่ฉันที่ชอบนาย ทำไมจู่ๆ นายถึงหยุดส่งข้อความถึงฉัน ทำไมนายถึงไม่ให้ฉันเข้าไปในคิวโซน!

ฉันไม่ได้พูดตรงๆ สักหน่อยว่าเกลียดนาย และก็ไม่ได้บอกให้นายเลิกตามจีบฉัน ทำไมนายถึงตัดสินใจยอมแพ้เอาเองแบบนี้!

เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ฉู่ซือฉีก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงช่วงบ่ายตอนที่เธอขึ้นรถบัสกลับบ้าน เธอพบกับเจียงฉินที่ริมถนนและคิดว่าเขามาที่นี่เพื่อขอโทษ

ตอนนั้นเธอคิดเรื่องนี้อยู่ ถ้าเจียงฉินมีทัศนคติที่ดีและยอมรับว่าเขาปากแข็ง เธออาจจะให้โอกาสเขา

แต่กลับไม่คาดคิด เขาเพียงพยักหน้าเล็กน้อยแล้วหายลับไปบนจักรยานของเขา

เด็กผู้หญิงในช่วงวัยรุ่นมีจิตใจที่ละเอียดอ่อนและความภาคภูมิใจในตัวเองสูงมาก เมื่อได้รับการปฏิบัติเช่นนี้จากคนที่เคยตามจีบตัวเองอย่างหนัก ไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกคับข้องใจ

ดังนั้นฉู่ซือฉีจึงอารมณ์เสียเมื่อเธอกลับถึงบ้านและสาบานว่าจะไม่พูดอะไรกับเจียงฉินอีกเป็นอันขาด!

ไม่ว่าเจียงฉินจะขอโทษหรือขอร้องมากแค่ไหน เธอก็จะไม่มีทางใจอ่อนอย่างแน่นอน

แต่จนถึงตอนนี้ เมื่อเธอได้พบกับเจียงฉินบนถนนอีกครั้ง ฉู่ซือฉีกลับอดไม่ได้ที่จะเริ่มคิดเกี่ยวกับมันอีกรอบ

เธอแอบคิดในใจว่าตราบใดที่เจียงฉินเป็นฝ่ายเริ่มทักทายและยอมรับอย่างถ่อมตัวว่าเขาผิด เธอก็สามารถตอบโต้เขาด้วยท่าทางเย็นชาได้เช่นกัน

แต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิดก็คือเจียงฉินยืนอยู่ตรงนั้นอย่างสงบตั้งแต่ต้นจนจบ นอกจากการพูดคุยกับหวังฮุ่ยหรูสักสองสามคำ เขาไม่แม้แต่จะมองเธอด้วยซ้ำ

ยิ่งฉู่ซือฉีคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งโกรธมากขึ้นเท่านั้น หน้าอกที่อวบอิ่มของเธอขยับขึ้นๆ ลงๆ เธอจับไปที่แขนของหวังฮุ่ยหรูและเริ่มออกแรงโดยไม่รู้ตัว

หวังฮุ่ยหรูที่รู้สึกเจ็บกลับมามีสติอีกครั้ง เหลือบมองเพื่อนสนิทของเธอ จากนั้นมองไปที่เจียงฉิน และทันใดนั้นก็นึกถึงปัญหาซับซ้อนระหว่างทั้งสองในวันสอบเข้ามหาวิทยาลัย

ไม่น่าแปลกใจที่สองคนนี้ไม่ได้คุยกัน

เจียงฉินคงรู้สึกต้อยต่ำจนไม่กล้าพูดกับเทพธิดาที่ปฏิเสธเขาใช่ไหม?

อันที่จริงหวังฮุ่ยหรูมีความประทับใจที่ดีต่อเจียงฉิน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากได้ยินคำชมของกัวจื่อหังที่มีต่อเจียงฉิน เธอรู้สึกว่าเจียงฉินมีวุฒิภาวะที่เด็กผู้ชายคนอื่นไม่มี

ดังนั้นเธอจึงวางแผนที่จะช่วยเจียงฉิน จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามันสามารถนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ดีได้?

“เจียงฉิน!”

“หืม?”

ดวงตาของหวังฮุ่ยหรูเป็นประกายด้วยไหวพริบ: “นายเพิ่งบอกว่ากำลังหาเงินเพื่อแต่งภรรยา หรือว่านายกำลังสื่อถึงซือฉีของเรา?”

ใบหน้าของเจียงฉินซีดลง เปลือกตาขวาของเขาเริ่มกระตุกอย่างหนัก: “พี่สาว ได้โปรดไว้ชีวิตฉันเถอะ”

“ไม่ใช่เหรอ?”

“วัดเล็ก ไม่มีบุญวาสนาที่จะรับ”

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ฉู่ซือฉีก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอกัดฟันสีเงินของเธอเข้าด้วยกัน ในดวงตาปรากฏหมอกรื้นขึ้นมา: “เจียงฉิน นายต้องการจะสื่ออะไรกันแน่”

เจียงฉินโบกมือ: “ไม่มีอะไร ฉันขอตัวก่อน พวกเธอไปเที่ยวกันต่อเถอะ”

“นายไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไป นายไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปจนกว่าฉันจะบอกให้นายไป!”

เจียงฉินโบกมือราวกับว่าเขาไม่ได้ยิน ไปที่ริมถนนและขึ้นขี่จักรยาน จากนั้นก็กลืนไปกับฝูงชนบนถนนโดยไม่หันกลับมามอง

หลังจากกลับมาเกิดใหม่ เขาไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรมากมายกับคนที่ในอนาคตไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอีก ดังนั้นเขาจึงไม่อยากจะพูดอะไรเลย

อย่าลืมความตั้งใจเดิมและจดจำภารกิจของตัวเองไว้ คิดว่าฉันกำลังล้อเล่นอยู่หรือไง?

ฉู่ซือฉียืนอยู่ที่เดิม มองไปทางด้านหลังเขาพร้อมกับความรู้สึกเสียใจอย่างหนัก น้ำตาแห่งความอัดอั้นไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้

เธอไม่เหมือนนางเอกในนิยายไร้สาระพวกนั้นที่จู่ๆ ก็รู้สึกตัวว่าชอบเจียงฉินแล้วจึงรู้สึกเสียใจ

เธอแค่รู้สึกราวกับว่าเธอถูกเจียงฉินดูถูก ราวกับว่าเธอเป็นสิ่งที่น่าขยะแขยงที่เขาต้องการหลีกเลี่ยงให้ได้

เมื่อเห็นเพื่อนสนิทของเธอยืนสะอื้นและพูดอะไรไม่ออก หวังฮุ่ยหรูที่อยู่ข้างๆ ก็ตื่นตระหนกทันที

เพื่อนสนิทของฉันปฏิเสธคำสารภาพรักของเจียงฉินไม่ใช่เหรอ?

ทำไมตอนนี้เจียงฉินถึงเป็นฝ่ายจากไป แล้วเพื่อนสนิทของฉันก็ร้องไห้? นี่ถ่ายรายการอะไรอยู่หรือเปล่า?

(จบตอน)

[1] ใช้มือเปล่าจับหมาป่าขาว หมายถึง แสวงหาประโยชน์โดยตัวเองไม่ต้องลงทุน ตรงกับสำนวนไทยว่าจับเสือมือเปล่า

[2] 老懂哥 พี่เหล่าต่ง เป็นคำสแลงที่ใช้เรียกคนที่ “รู้เยอะ” “เก่ง” “เชี่ยวชาญ” ในด้านใดด้านหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่คนทั่วไปอาจไม่ค่อยรู้ หรือเป็นเรื่องที่เฉพาะเจาะจง

จบบทที่ ตอนที่ 5 : นายมีสิทธิ์อะไรมาเลิกจีบฉัน?

คัดลอกลิงก์แล้ว