เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6 อาณาจักรแก่นทองคำ

ตอนที่ 6 อาณาจักรแก่นทองคำ

ตอนที่ 6 อาณาจักรแก่นทองคำ


กล่องของขวัญเปิด

แสงสีทองลอยขึ้นและเข้าคิ้วของซูสือ

มันราวกับกระแสอบอุ่นฉีดเข้าตัวเขา หล่อเลี้ยงเส้นปราณและลบล้างความไม่บริสุทธิ์ เปลี่ยนรากกระดูกเขาให้กลมกลืนอย่างสมบูรณ์แบบ

พลังวิญญาณไหลเข้าตัวเขา ชำระล้างจุดตันเถียน

แม้กระทั่งหน้าอกก็ยังฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว ปราณและเลือดที่อ่อนแอกลายเป็นพลุ่งพล่าน ตัวของเขาเต็มไปด้วยพลัง

“สุดยอด!”

ซูสือพ่นลมหายใจยาว

เขาเหยียดแขน ขยับกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดเสียงดัง

เปิดหน้าต่างระบบ!!

[เจ้าของ : ซูสือ]

[สถานะ : ปราณและเลือดเต็มที่]

[พรสวรรค์ : ระดับศักดิ์สิทธิ์ขั้นสมบูรณ์]

[ฐานบ่มเพาะ : อาณาจักรแก่นทองคำ(ขั้นต้น)]

[เคล็ดบ่มเพาะ : เคล็ดลมหายใจแห่งขุมนรก(บรรลุอย่างมาก) เคล็ดบ่มเพาะเทพขุมนรก(บรรลุเล็กน้อย)]

[ค่าโครงเรื่อง : สิบแต้ม]

“รอเดี๋ยว อาณาจักรแก่นทองคำขั้นต้น?”

ซูสือหน้าเปลี่ยนสี รีบมองไปในตันเถียนของเขา

เขาเห็นแก่นทองคำลอยอยู่ใจกลางตันเถียนเขา ราวกับมันคือดวงอาทิตย์เจิดจ้า

ปราณถูกบีบอัดโดยแกนทองคำเรื่อยๆ คุณภาพมันแกร่งกว่าเดิมไม่รู้กี่ตัว

ทะลวงผ่านจริงๆ!

เขามึนงงไปชั่วขณะ

นี่คืออาณาจักรแก่นทองคำ!

ดั่งคำที่พูดว่า’ก่อตั้งรากฐานมีอยู่เพื่อตรัสรู้แก่ดวงวิญญาณ ส่วนแก่นทองคำมีอยู่เพื่อแปรเปลี่ยนกระดูก”

ถ้าก่อตั้งรากฐานคือขั้นเริ่มต้นของการบ่มเพาะ งั้นอาณาจักรแก่นทองคำก็คือการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงของกระดูก

แต่การจะบ่มเพาะปราณให้กลายเป็นแกนเช่นนี้ยากแค่ไหน?

ตลอดประวัติศาสตร์ มีน้อยคนที่จะเข้าสู่อาณาจักรแก่นทองคำได้ด้วยวัยยี่สิบ

ซูสือคือก่อตั้งรากฐานขั้นปลายและดูเหมือนจะอยู่ห่างจากอาณาจักรแก่นทองคำแค่ก้าวเดียว แต่เขารู้ในใจว่าหากปราศจากโอกาส มันต้องใช้เวลาอย่างน้อยสิบปี

แต่ตอนนี้ เขาหลอมแก่นทองคำได้แล้ว!

ผลของพรสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ ควบคู่กับการชำระล้างไขกระดูกและแก่นแท้ช่างน่ากลัว

“วิเศษ!”

มีเหลือแต้มอีกสิบ ซูสือจึงเปิดกล่องสุ่มอีกกล่อง ถือคติที่ว่าตีเหล็กต้องตีตอนที่มันยังร้อน

[เคล็ดวิชา : ฝ่ามือหกประสานแปดพิสดาร]

คิ้วของซูสือเลิกคิ้ว “เคล็ดวิชา?!”

เคล็ดวิชาแบ่งเป็นสี่ระดับ“สวรรค์ โลก ลี้ลับและทองคำ”

เคล็ดวิชาส่วนใหญ่ที่หมุนเวียนในโลกคือระดับทอง ส่วนระดับโลกถือว่าหายากมาก และถ้าเข้าใจระดับลี้ลับ มันจะกลายเป็นผู้นำนิกายชั้นหนึ่งได้

สำหรับวิชาระดับสวรรค์ที่ทรงพลังสุด ส่วนใหญ่ถูกครอบครองโดยนิกายใหญ่และราชวงศ์

มีแค่สมาชิกหลักถึงมีสิทธิ์เรียนรู้

ซูสือ ในฐานะขุนพลมาร ผู้รับผิดชอบเรื่องของแดนตะวันตกเฉียงใต้ก็ยังได้เรียนวิชาแค่ระดับกึ่งลี้ลับ

นั่นคือที่นิกายมอบให้เขา

ซูสืออดใจรอไม่ไหวที่จะกลืนแสงสีทองและเขาก็เข้าใจมันอย่างสมบูรณ์แบบภายในไม่กี่อึดใจ

พลังปราณไหลในตัวเขาและบรรจบบนมือขวา ดอกบัวเขียวเบ่งบานในฝ่ามือ ล้อมเขาด้วยกลิ่นอายแห่งการทำลายล้าง

ก่อนเขาจะได้โจมตี เขารู้สึกถึงพลังทำลายล้างน่ากลัวของมัน!

และมันก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นตามระดับบ่มเพาะของเขา!

“ฝ่ามือหกประสานแปดพิสดารเป็นของข้า”

ซูสือยิ้มยกมุมปาก

แม้เขาจะไม่สุ่มได้รางวัลพิเศษ คุณภาพของชิ้นนี้ก็ดี

“พรสวรรค์บวกกับเคล็ดวิชา ตอนนี้สถานการณ์พลิกกลับแล้ว!”

“แต่…”

“แล้วทางฝั่งจ้านชิงเฉิงละ?”

“ถ้านางรู้ว่าข้าโกหกนาง นางจะต้องกระทืบข้าจนตายแน่..”

รอยยิ้มซูสือหุบและเขาก็นวดขมับ

..

ห้องข้างๆ

จ้านชิงเฉิงนั่งตัวแข็งบนเตียง ดวงตานางเหม่อลอย

“มันจบแล้ว”

พอเจอกับการสารภาพรักของซูสือ นางตอบรับความรู้สึกเขาไป!

ตอนนี้นางเพิ่งสงบลงและตระหนักว่าตัวเองทำบ้าอะไรลงไป

นางคือผู้นำศิษย์ฝ่ายธรรมะ และอีกฝ่ายคือสมาชิกนิกายมาร ถ้าเรื่องนี้หลุดไป มันจะเกิดความวุ่นวาย

ไม่ต้องพูดถึงว่าศาลาเทียนจีย่อมไม่มีทางทนมันได้

“ข้าหุนหันพลันแล่นไป ข้าไปตอบรับการสารภาพรักของซูสือได้ไง?”

“แม้ความรู้สึกของเขาจะจริงใจ..แต่เขาก็คือสมาชิกของนิกายมาร!”

“แต่พอเห็นสภาพเขาวันนี้แล้ว ถ้าข้าปฏิเสธ เขาจะต้องเลือกฆ่าตัวตายแน่?”

จ้านชิงเฉิงไม่รู้เรื่องของผู้ชายและผู้หญิง

ความจริงที่อีกฝ่ายสารภาพตรงๆ จนถึงจุดที่ยอมถวายชีวิตเพื่อนางทำให้นางตกใจมาก

“นี่คือความรัก?”

พอนึกถึงสายตาหนักแน่นแต่อบอุ่นของเขา หัวใจนางก็เต้นแรง หัวนางดูเหมือนจะฝังฝนหมอน ปราศจากคราบของผู้นำศิษย์

ก้อก ก้อก ก้อก!

ตอนนี้ มีเสียงเคาะประตู

จ้านชิงเฉิงรีบนั่งตัวตรง ใบหน้านางกลับเป็นเย็นชา

“เข้ามา”

เสี่ยวชิงผลักประตูเข้ามา ถือกองเอกสารในมือ”คุณหนู ข้อมูลที่ท่านขออยู่นี่แล้ว’

จ้านชิงเฉิงพยักหน้า“อืม วางลงเลย”

เสี่ยวชิงวางบนโต๊ะ ก้มหัวและถอยไป

ขณะที่นางจะไปถึงประตู นางก็ได้ยินจ้านชิงเฉิงพูด“อย่าบอกให้ใครรู้ว่าซูสืออยู่ที่นี่ละ”

“แล้วสำนักละเจ้าคะ?”

“อย่าบอกใคร รวมถึงสำนัก”

“เจ้าค่ะ…”

เสี่ยวชิงลังเลไปชั่วขณะและพูด“คุรหนู ท่านดูเหมือนจะค่อนข้างสนใจในตัวซูสือ?”

จ้านชิงเฉิงมักรังเกียจความชั่วและไม่เคยแสดงความเมตตาตอนจัดการกับพวกที่หมกมุ่นในเต๋ามาร

ตอนนี้ไม่เพียงนางจะช่วยซูสือ นางยังปล่อยให้เขาอยู่ในตำหนักยา

“ข้ามีแผนของข้า แค่ทำตามที่ข้าบอก ไม่ต้องถาม”

เสียงของจ้านชิงเฉิงราบเรียบ แต่ปลายหูนางเริ่มแดง

“เจ้าค่ะ”

เสี่ยวชิงไม่กล้าถามเพิ่ม

ตอนนางออกไป จ้านชิงเฉิงนั่งเงียบๆสักพักก่อนเดินไปที่โต๊ะและหยิบกองกระดาษขึ้น

นางพลิกหน้าแรก ตัวอักษรหน้าแน่นเข้าสู่สายตานาง

[ซูสือ อายุ20 บุตรชายคนแรกของตระกูลซูแห่งเมืองหนานลี่..]

จบบทที่ ตอนที่ 6 อาณาจักรแก่นทองคำ

คัดลอกลิงก์แล้ว