เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 รับเงินรางวัลและการทดสอบฝีมือเล็กๆ น้อยๆ!

บทที่ 16 รับเงินรางวัลและการทดสอบฝีมือเล็กๆ น้อยๆ!

บทที่ 16 รับเงินรางวัลและการทดสอบฝีมือเล็กๆ น้อยๆ!


บทที่ 16 รับเงินรางวัลและการทดสอบฝีมือเล็กๆ น้อยๆ!

หลินชิงขอให้ชายชรามาส่งแค่หน้าสถานีรถไฟ ก่อนจะต่อรถบัสประจำทางมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวอำเภอ

ภายในรถโดยสารที่แออัด เต็มไปด้วยผู้เฒ่าผู้แก่ที่หอบหิ้วถุงเล็กถุงน้อยพะรุงพะรังเพื่อไปจ่ายตลาดในตัวเมือง

เมื่อรถแล่นผ่านสถานีแล้วสถานีเล่า ผู้คนก็ทยอยขึ้นลงกันขวักไขว่

จนกระทั่งพื้นที่ในรถแน่นขนัดจนแทบไม่มีที่ว่างให้ขยับตัว

นักเรียนหญิงกลุ่มหนึ่งคอยหันมามองหลินชิงเป็นระยะ สายตาจับจ้องใบหน้าของเขาด้วยความทึ่ง ราวกับประหลาดใจว่าทำไมผู้ชายถึงมีผิวพรรณที่เนียนละเอียดได้ขนาดนี้

หลินชิงลุกสละที่นั่งให้หญิงชราที่กำลังจะไปหาหมอในเมือง แล้วขยับไปยืนพิงบริเวณประตูหลัง

เขาย่อเข่าลงเล็กน้อย ถ่ายเทน้ำหนักเพื่อลดจุดศูนย์ถ่วง และปล่อยมือจากราวจับ

แม้การสละที่นั่งจะเป็นมารยาททางสังคม แต่เหตุผลลึกๆ อีกอย่างคือหลินชิงตระหนักได้ว่า รถบัสบุโรทั่งคันนี้ที่สั่นสะเทือนตลอดเวลาและเต็มไปด้วยผู้คนช่างเหมาะเจาะอย่างยิ่งสำหรับการฝึก 'ยืนจวง'

คนขับตีนผีบวกกับพื้นที่ที่จำกัดจำเขี่ย ทำให้การทรงตัวยากกว่าการยืนบนเก้าอี้สตูลที่บ้านหลายเท่า

หลังจากการเดินทางอันยาวนานกว่าครึ่งชั่วโมง เมื่อหลินชิงก้าวลงจากรถ ร่างกายของเขาก็ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ จุดตันเถียนร้อนผ่าวราวกับมีไฟสุม

ร่างกายที่ต้องโยกคลอนตามแรงเหวี่ยงของรถอยู่ตลอดเวลา บังคับให้ต้นขาต้องเกร็งรับน้ำหนักอย่างต่อเนื่อง ไหนจะต้องคอยรับแรงกระแทกจากผู้โดยสารคนอื่นที่เซมาชนเป็นครั้งคราว

ถึงกระนั้น สองเท้าของหลินชิงกลับมั่นคงราวกับหยั่งรากลึกบนพื้นรถ ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่นิ้วเดียว

การฝึกยืนจวงความเข้มข้นสูงตลอดครึ่งชั่วโมงนี้ มอบแต้มสถานะอิสระให้เขาเพิ่มขึ้น 0.04 แต้ม และค่าความเร็วอีก 0.02 แต้ม

นับเป็นวิธีฝึกที่มีประสิทธิภาพมาก... ถ้าไม่นับเรื่องที่ต้องทนดมกลิ่นร้อยแปดพันเก้าในรถคันนั้น

หลินชิงบ่นอุบในใจขณะเดินตามฝูงชนออกจากสถานี มุ่งหน้าไปยังสถานีตำรวจท้องที่

สถานีตำรวจประจำอำเภอตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ เดินเท้าเพียงห้านาทีก็ถึง

หลังจากแจ้งความประสงค์กับลุงยามหน้าประตู หลินชิงก็เดินเข้าไปในห้องทำงานที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่สามนาย

"คุณคือหลินชิงใช่ไหม?"

ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ตรงกลางเงยหน้ามองหลินชิง ก่อนจะลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้

"เชิญนั่งครับ ทางผู้ใหญ่บ้านแจ้งรายละเอียดมาแล้วเมื่อวาน คุณแค่กรอกข้อมูลส่วนตัว เบอร์โทรศัพท์ แล้วก็ทิ้งเลขบัญชีธนาคารไว้ก็พอ"

"ได้ครับ"

หลินชิงพยักหน้าพลางเหลือบมองป้ายชื่อบนอกเสื้อของอีกฝ่าย จึงรู้ว่าเขาคือ 'ฉินลู่' นายตำรวจที่โทรแจ้งเขาเมื่อวาน

"น้องชายหลิน เจ้าหลี่ฟู่นี่มันลื่นเป็นปลาไหลจริงๆ หมายจับส่งมาจากกรมตำรวจในเมืองได้ครึ่งปีแล้ว แต่หมู่บ้านรอบๆ เมืองหยงหนิงมันเยอะเกินไป แถมกล้องวงจรปิดก็รุ่นพระเจ้าเหา เราเลยจับตัวมันไม่ได้สักที"

ฉินลู่จิบชาเกากี้พลางอธิบาย

"ดังนั้นน้องชายหลินถือว่าช่วยกำจัดเนื้อร้ายให้เราแท้ๆ พวกเราจะได้นอนหลับเต็มตากันสักที"

ช่วงที่ผ่านมาพวกเขาหัวหมุนกับการไล่ล่าหลี่ฟู่ ต้องไปซุ่มตามหมู่บ้านจนถึงตีสามตีสี่ทุกวัน โดนยุงหามกันจนแขนลายพร้อย

"เป็นหน้าที่พลเมืองดีครับ" หลินชิงยิ้มกว้าง

"ผมส่งเรื่องไปแล้วเมื่อเช้านี้ เงินรางวัลน่าจะเข้าบัญชีภายในหนึ่งสัปดาห์"

นายตำรวจวัยกลางคนรับแบบฟอร์มคืนจากหลินชิงแล้วพยักหน้าให้

อาชญากรที่มีค่าหัวนั้นเป็นเรื่องที่กรมตำรวจในเมืองกระจายคำสั่งมายังสถานีท้องที่ ขั้นตอนการเบิกจ่ายจึงค่อนข้างจุกจิกและต้องใช้เวลาสักหน่อย

"ว่าแต่... น้องชายหลิน คุณเป็นคนฝึกยุทธด้วยเหรอ?"

ตำรวจหนุ่มอีกคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เอ่ยถามด้วยความสนใจ สายตาจับจ้องมาที่หลินชิง

เมื่อวานพวกเขาลงพื้นที่สอบถามชาวบ้าน ได้ยินคำร่ำลือว่าหลินชิงไล่กวดโจรข้ามจังหวัดเป็นร้อยกิโลเมตร แถมยังไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายทันตั้งตัว ก็ใช้นิ้วเดียวจิ้มหลี่ฟู่ที่กำลังดิ้นรนสุดชีวิตจนร่วงลงไปกองกับพื้นหมดสภาพ

พอได้ยินตำรวจหนุ่มเล่าเรื่องนี้ด้วยรอยยิ้ม มุมปากของหลินชิงก็กระตุกยิก

ชาวบ้านพวกนี้ก็ช่างสรรหาคำมาปรุงแต่งจริงๆ ฟังจากปากพวกเขา ยายแก่ข้างบ้านคงเหาะได้ไปแล้ว

"ไม่ได้เวอร์ขนาดนั้นหรอกครับ ผมก็แค่รู้วิทยายุทธ์ดั้งเดิมแบบงูๆ ปลาๆ"

หลินชิงเกาหัวแก้เขิน ตอบกลับไปอย่างถ่อมตัว

ได้ยินดังนั้น ริมฝีปากของนายตำรวจวัยกลางคนก็ขยับเล็กน้อยคล้ายอยากจะพูดอะไรบางอย่าง

"หัวหน้าของเราก็เป็นนักสู้เหมือนกันครับ แกกำลังบ่นอยากหาคู่ซ้อมมืออยู่พอดี"

ตำรวจหนุ่มหันไปมองหัวหน้าของตนด้วยแววตาตื่นเต้น

"นักส้งนักสู้อะไรกัน"

ฉินลู่โบกมือปัด ยิ้มแล้วอธิบายว่า "ผมก็แค่ฝึกเอาสนุก สมัยหนุ่มๆ เคยเรียนวิชาการต่อสู้ระยะประชิดมาบ้างไม่กี่ท่าหรอก"

"พี่ชาย แล้วพวกคนที่ฝึกวิทยายุทธ์ดั้งเดิมแบบพวกพี่เนี่ย ขึ้นชกบนสังเวียนได้ไหม?"

ตำรวจหนุ่มเริ่มสนใจมากขึ้น จ้องมองหลินชิงอย่างคาดหวัง

หลินชิงประเมินดูแล้วอีกฝ่ายน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเขา เดาว่าคงอ่านนิยายกำลังภายในมาเยอะจนหลงใหลในเรื่องราวของยอดวิชา

"ผมทำไม่ได้หรอกครับ"

หลินชิงยิ้มและส่ายหน้า ตอบกลับไปโดยไม่ต้องคิด

แน่นอนว่าเขาละเว้นประโยคครึ่งหลังไว้ในใจ... ถ้าไม่มีกติกาหยุมหยิมพวกนั้น และเซ็นใบยอมรับความตายกันก่อน ผมอาจจะลองดูสักตั้งก็ได้

"งั้นเหรอครับ"

ตำรวจหนุ่มดูผิดหวังเล็กน้อย

"พอได้แล้ว เอ็งนี่พอเข้าเรื่องพวกนี้ทีไรน้ำไหลไฟดับทุกที"

ฉินลู่ดุลูกน้องเสียงเข้ม ก่อนจะหันมามองหลินชิง

"น้องชาย สนใจลองประมือกันหน่อยไหม เอาแค่ผลักมือเบาๆ ก็พอ?"

ในฐานะคนที่หลงใหลในศิลปะการต่อสู้ เขารู้ดีว่าชื่อเสียงของวิทยายุทธ์ดั้งเดิมนับวันยิ่งเสื่อมถอย และการจะหาคนที่ฝึกฝนศาสตร์เดียวกันในท้องถิ่นนั้นยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร

เขาจึงเกิดความคิดอยากจะลองแลกเปลี่ยนวิชากับหลินชิงดูสักครั้ง

"ได้ครับ"

หลินชิงยิ้มและพยักหน้าตอบตกลงทันที

นับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่เส้นทางสายนี้ เขาก็มุ่งมั่นแต่การปั่นค่าสถานะและฝึกฝนเพียงลำพัง ไม่เคยได้ประมือกับใครจริงๆ จังๆ มาก่อน

พอได้ยินแบบนั้น เหล่าตำรวจในห้องต่างก็หูผึ่ง พวกเขารีบพากันออกไปที่ลานกว้างด้านนอก แล้วยืนล้อมวงมุงดูหลินชิงกับฉินลู่

"แลกเปลี่ยนกันขำๆ นะ ไม่ต้องจริงจังมาก"

ฉินลู่พูดด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะตั้งท่าเตรียมพร้อม

ทันใดนั้น บรรยากาศที่เป็นกันเองเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็นดุดันแหลมคมขึ้นมาทันตา

หลินชิงพยักหน้า ทิ้งไหล่ลง ย่อเข่าเล็กน้อย แล้วยกมือขึ้นประสานในท่าเตรียม

ไทเก็ก

เมื่อเห็นท่าร่างเริ่มต้นของหลินชิง ฉินลู่ก็ยิ่งเพิ่มความระมัดระวังตัว

ทั้งสองฝ่ายต่างไม่มีใครชิงลงมือก่อน ได้แต่เดินวนดูเชิงและสลับสับเปลี่ยนฟุตวอร์กเพื่อหยั่งเชิงคู่ต่อสู้

บรรดาไทยมุงต่างกลั้นหายใจ ไม่กล้าส่งเสียงดัง

พวกเขารู้ดีว่าทั้งคู่กำลังมองหาจุดอ่อน... ทันทีที่ฝ่ายใดเผยช่องโหว่ การโจมตีจะเกิดขึ้นในพริบตา

จู่ๆ ฉินลู่ก็ขยับตัว

เขาก้าวเท้าใหญ่เข้าประชิด แล้วตวัดขาเตะกวาดขึ้นสูงมุ่งตรงไปที่ใบหน้าของหลินชิงอย่างฉับพลัน

ต้องยอมรับว่าฉินลู่มีพื้นฐานที่ไม่เลวเลย ลูกเตะนี้ทั้งรวดเร็ว แม่นยำ และดุดัน ตามสไตล์วิชาการต่อสู้แบบทหาร

ถ้าโดนเข้าไปที่ศีรษะจังๆ คงได้มึนไปพักใหญ่

สีหน้าของหลินชิงยังคงเรียบเฉย ขณะที่พลังมหาศาลระเบิดขึ้นจากช่วงเอวและหน้าท้อง

หัวไหล่ส่งแรงไปสู่ต้นแขน ต้นแขนส่งต่อให้ท่อนแขน เขายกแขนขึ้นตั้งรับประดุจการสะบัดแส้ กล้ามเนื้อเกร็งตัวระเบิดพลังออกมาในเสี้ยววินาที

ท่อนขาปะทะเข้ากับท่อนแขนของหลินชิงอย่างจัง

ปัง!

เสียงปะทะทึบหนักดังสนั่น สีหน้าของหลินชิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย

ความแข็งแกร่งของกระดูกคู่ต่อสู้เหนือกว่าที่เขาคาดไว้

ทว่าขาข้างนั้นกลับถูกดีดสะท้อนกลับด้วย 'พลังสั่นสะเทือน' ที่หลินชิงส่งออกมาในชั่วพริบตา

ฉินลู่หน้าถอดสี เขากระโดดเหยงๆ ด้วยขาข้างเดียวพลางกุมขาขวาไว้แน่น ถอยกรูดไปนั่งลงกับพื้นห่างออกไปหลายเมตร

"น้องชาย ร้ายกาจมาก ผมแพ้แล้ว"

เขายิงฟันสูดปาก มือถูขาขวาไม่หยุด ดูท่าทางเจ็บปวดสุดขีด พยายามจะลุกขึ้นยืนแต่ก็ล้มเหลวอยู่หลายครั้ง

หลินชิงพยักหน้าแล้วประสานมือคารวะ "ขอบคุณที่ออมมือครับ"

จบแล้ว?

ฝูงชนที่คาดหวังจะได้เห็นการต่อสู้ดุเดือดเลือดพล่านระหว่าง 'วิทยายุทธ์ดั้งเดิม' ปะทะ 'วิชาการต่อสู้สมัยใหม่' ต่างยืนอ้าปากค้างด้วยความงุนงง

"หัวหน้า เขาแค่กันลูกเตะของหัวหน้าทีเดียวเอง จบแล้วเหรอครับ?"

ตำรวจหนุ่มตะโกนถาม หน้าตาเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

ในสายตาของคนนอก พวกเขาเห็นแค่ฉินลู่เตะออกไป แล้วหลินชิงยกแขนกันไว้ แค่นั้นเอง ถ้าเป็นในรายการชกมวยอาชีพ นี่มันก็แค่การรุกรับพื้นฐานที่สุดไม่ใช่หรือ?

บางทีความแตกต่างเดียวอาจอยู่ที่การบล็อกของหลินชิงนั้นรวดเร็วมาก... เร็วเสียจนเกิดภาพติดตาที่มองแทบไม่ทัน

ทว่า สำหรับคนที่ไม่ได้ฝึกฝน 'กั๋วซู่' (วิทยายุทธ์จีน) ย่อมไม่อาจรับรู้ได้เลยว่า ในจังหวะตั้งรับเพียงครั้งเดียวนั้น หลินชิงต้องใช้มัดกล้ามเนื้อทั่วร่างกายประสานแรงกันมากเพียงใด และพลังอำมหิตที่แฝงอยู่ในการป้องกันที่ดูธรรมดานั้น น่าสะพรึงกลัวขนาดไหน

จบบทที่ บทที่ 16 รับเงินรางวัลและการทดสอบฝีมือเล็กๆ น้อยๆ!

คัดลอกลิงก์แล้ว