- หน้าแรก
- เส้นทางอมตะยุคใหม่ วิชาวชิระแปดกระบวน
- บทที่ 14 มือเปล่าจับโจร ไทเก็กแสดงอานุภาพ!
บทที่ 14 มือเปล่าจับโจร ไทเก็กแสดงอานุภาพ!
บทที่ 14 มือเปล่าจับโจร ไทเก็กแสดงอานุภาพ!
บทที่ 14 มือเปล่าจับโจร ไทเก็กแสดงอานุภาพ!
คนเฒ่าคนแก่ในชนบทมักเชื่อกันว่ายิ่งสร้างบ้านสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งมีบารมีมากเท่านั้น แม้แต่บ้านของหลินชิงเองก็มีความสูงถึงสามเมตร
การกระโดดลงมาจากความสูงระดับนี้ แม้ไม่ถึงตาย แต่ก็คงต้องมีแข้งขาหักกันบ้าง
ทว่าร่างของหลินชิงที่ลอยอยู่กลางอากาศกลับกางแขนออกราวกับพญาอินทรี ร่อนลงสู่พื้นดินอย่างแผ่วเบาไร้สุ้มเสียง ทันทีที่เท้าแตะพื้น เขาก็โก่งตัวกดมือลงต่ำในท่าเตรียมวิ่งร้อยเมตร ทุกท่วงท่าลื่นไหลต่อเนื่องเป็นเนื้อเดียว ก่อนจะพุ่งตัวออกไปข้างหน้าราวกับลูกธนู
"เชี่ยเอ๊ย!"
หลี่ฟู่ตะลึงงันไปสองวินาทีก่อนจะได้สติแล้วใส่เกียร์หมาโกยแน่บ
ในใจก่นด่าความซวยของตัวเอง ใครจะไปคิดว่าจะงัดเข้ามาเจอคนบ้าเข้าให้แล้ว คนสติดีที่ไหนเขากระโดดลงมาจากชั้นสามโดยไม่ลังเลแบบนี้บ้าง?
จังหวะที่ทั้งคู่ไล่กวดกัน ยายเพื่อนบ้านที่ออกมาทำธุระเบาเห็นเข้าพอดี
"มีโจร!!!"
เสียงตะโกนของหญิงชราทรงพลังดุจเสียงปี่โซนา แผดก้องฝ่าความเงียบยามค่ำคืน ปลุกไฟทุกบ้านให้สว่างพรึ่บ
หนี!
หลี่ฟู่รู้ตัวว่าสถานการณ์แย่แล้ว สองขาสับตีนผีมุ่งหน้าสู่ภูเขาด้านหลัง
ในฐานะโจรเก๋าประสบการณ์ ทักษะย่องเบา สะเดาะกุญแจ และการหลบหนีคือสามสิ่งที่ขาดไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงมั่นใจในฝีเท้าและความอึดของตัวเองเป็นที่สุด
หลี่ฟู่หันกลับมามองเป็นระยะ เมื่อเห็นว่าหลินชิงยังคงรักษาระยะห่างเท่าเดิม เขาก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เรื่องวิ่งหนีไม่มีใครตามทันข้าหรอก!
แต่หลินชิงที่ไล่ตามมาไม่ได้ตะโกนเรียกใครมาช่วยจับโจร หรือข่มขู่คาดโทษใดๆ เขาเพียงแค่วิ่งตามหลี่ฟู่ด้วยฟอร์มการวิ่งและจังหวะการหายใจที่สมบูรณ์แบบตามตำรา
คนหนึ่งหนี คนหนึ่งไล่ ต่อให้ติดปีกก็อย่าหวังว่าจะรอด
ทั้งสองวิ่งวนรอบหมู่บ้านไปมา
ลมหายใจของหลี่ฟู่เริ่มติดขัดจนต้องอ้าปากฮุบอากาศเพื่อรักษจังหวะการวิ่ง แต่พอหันกลับไปมอง เขากลับพบว่าหลินชิงยังคงตามติดในระยะครึ่งเมตรเท่าเดิม สีหน้าเรียบเฉย ลมหายใจสม่ำเสมอเหมือนตอนเพิ่งเริ่มวิ่งไม่มีผิด
ไอ้นี่มันผีหรือคนวะเนี่ย?!
วิ่งมานานขนาดนี้ไม่หอบสักแอะเลยเหรอ?
หลี่ฟู่กัดฟันแน่น กลั้นใจเร่งฝีเท้าขึ้นอีก
ตอนนี้หมู่บ้านซีเหอตุ้ยโกลาหลไปหมด ชาวบ้านต่างคว้าจอบเสียมไล่ตามมาเพื่อช่วยหลินชิงจับโจร แต่น่าเสียดายที่แรงไม่ถึง วิ่งไปได้สักพักก็ถูกทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่น
"พี่ชาย จะเอาให้ตายกันเลยรึไง!"
หนึ่งคนนำ หนึ่งคนตาม สภาพจิตใจของหลี่ฟู่ใกล้พังทลายเต็มที
"วิ่งไล่กันมาครึ่งชั่วโมงแล้ว ข้ายังไม่ได้ขโมยอะไรไปสักชิ้น จำเป็นต้องทำขนาดนี้ไหมเนี่ย!"
แต่หลินชิงไม่ตอบกลับ ซ้ำยังเร่งความเร็วขึ้นอีก
หลี่ฟู่มาถึงขีดจำกัดแล้ว น่องสั่นระริก ขาอ่อนปวกเปียกราวกับต้นผักชี
ขืนวิ่งต่อไปแบบนี้ สู้หันกลับมาวัดกันให้รู้ดำรู้แดงไปเลยดีกว่า
ไอ้เด็กนี่มันตัวประหลาดรึไง ทำไมแรงเยอะขนาดนี้!
สุนัขจนตรอกย่อมกระโดดกำแพง หลี่ฟู่ดูออกแล้วว่าหลินชิงไม่ได้กะจะจับเขาแต่แรก แต่ตั้งใจจะรีดแรงเขาให้หมดจนยอมจำนนเอง
ท้ายที่สุด เขาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
เขาหมุนตัวกลับทันควัน คว้าก้อนหินริมทางด้วยแววตาอำมหิต แล้วพุ่งเข้าใส่หลินชิง
"กูจะฆ่ามึง!"
หลี่ฟู่ง้างหินในมือพุ่งเข้าใส่
ความโกรธเลือดขึ้นหน้าทำให้เขาลืมกฎโจรทุกอย่าง เผยธาตุแท้อันชั่วร้ายออกมา
เมื่อเผชิญหน้ากับโจรคลั่งที่พุ่งเข้ามา สีหน้าของหลินชิงยังคงสงบนิ่งไร้ความตื่นตระหนก
เขายืนหยัดมั่นคง แขนยืดหยุ่น ช่วงล่างย่อต่ำ นิ่งสงบดั่งขุนเขา
ระยะห่างของทั้งสองหดสั้นลง หลี่ฟู่ทุ่มสุดแรงฟาดหินใส่ศีรษะหลินชิงอย่างบ้าคลั่ง
ทว่า... ยังไม่ทันจะถึงตัว แรงกระแทกหนักหน่วงดั่งรถศึกก็พุ่งเข้าชนจนเขาหน้าซีดเผือด ซี่โครงสะเทือนจนแทบหัก ความเจ็บปวดฉับพลันทำให้หินในมือร่วงหล่น
หลี่ฟู่ก้มมองสิ่งที่ชนเขาอย่างรวดเร็ว มันคือ 'ไหล่' อันแข็งแกร่งของหลินชิงนั่นเอง
เขาพยายามดิ้นรนแต่แขนถูกล็อคแน่นจนขยับไม่ได้ราวกับถูกคีมเหล็กหนีบ
จากนั้นหลินชิงก็ก้าวเท้าออกด้านข้าง สูดลมหายใจลึกชักนำพลังปราณเข้าสู่กระดูก สองมือล็อคไหล่โจรแล้วบิดเอวส่งแรงมหาศาล เหวี่ยงร่างคู่ต่อสู้ข้ามหลังดั่งสายน้ำที่เชี่ยวกราก
ทุกท่วงท่าลื่นไหลต่อเนื่อง เปรียบเสมือนการง้างธนูรวบรวมพลังแล้วปล่อยลูกศรออกไป!
ปึก!
ร่างของหลี่ฟู่ปลิวว่อนราวกับกระดาษ หมุนเคว้งกลางอากาศก่อนฟาดลงพื้นอย่างแรง
"อึก... แค่กๆๆ!"
หลี่ฟู่ไอโขลกอย่างรุนแรงราวกับปอดจะหลุดออกมา
เขาดิ้นพราดเหมือนปลาขาดน้ำ พยายามบิดตัวไปมาแต่ก็ลุกไม่ขึ้น ความเจ็บปวดเจียนตายแล่นพล่านไปทั่วร่าง
อวัยวะภายในปั่นป่วนราวกับถูกจับเขย่า ไม่มีส่วนไหนในร่างกายที่ไม่เจ็บปวด
และแขนข้างที่ถูกหลินชิงล็อคไว้เมื่อครู่ ก็หลุดจากข้อต่อเรียบร้อยแล้ว
การทุ่มลงพื้นราบแบบนี้ออกแบบมาเพื่อให้ร่างกายส่วนบนของคู่ต่อสู้กระแทกพื้นด้วยพื้นที่มากที่สุด
แม้จะไม่ถึงกับพิการถาวร แต่แรงสะท้อนกลับก็เพียงพอที่จะทำให้คนหมดสภาพชั่วคราวและทรมานแสนสาหัส
สัญชาตญาณเอาตัวรอดยังคงสั่งให้หลี่ฟู่ตะเกียกตะกายพยายามลุกขึ้น
แต่แล้วแรงกดหนักๆ ก็ประทับลงบนหน้าอก
หลี่ฟู่เบิกตากว้าง ในแสงสลัวเขาเห็นชายหนุ่มผู้สงบนิ่งใช้เท้าข้างหนึ่งเหยียบอกเขาไว้ แล้วค่อยๆ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแนบหู
"ฮัลโหล ตำรวจใช่ไหมครับ ผมจับโจรได้ที่..."
"ใช่ครับ หนีไม่ได้แล้ว รบกวนรีบมาหน่อยนะครับ"
หลี่ฟู่ทิ้งตัวอ่อนยวบยาบเหมือนปลาตาย นอนแผ่หราอยู่บนพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก
จบสิ้นกันที
สถิติงัดบ้านยี่สิบแปดหลังรวดต้องมาจบลงตรงนี้ ชีวิตที่เหลือคงต้องไปนอนนับญาติในคุก
"โจรโดนจับแล้ว! ทุกคนมาดูเร็ว!"
ไม่นานนัก ชาวบ้านพร้อมอาวุธครบมือก็กรูเข้ามา
เมื่อเห็นหลินชิงเหยียบอกหลี่ฟู่ไว้ ชาวบ้านต่างโห่ร้องดีใจ ห้อมล้อมหลินชิงราวกับต้อนรับวีรบุรุษผู้คว้าชัยชนะ
"จับได้จริงด้วย! พ่อหนุ่มคนนี้ไม่ธรรมดาเลย!"
"เฮ้ย! ไอ้หนูนี่เก่งจริง วิ่งไล่มาสามสิบกิโลรวดเดียวยังไม่หอบสักนิด!"
"เจ้าหนูหลิน พรุ่งนี้มากินข้าวเย็นบ้านลุงนะ เดี๋ยวลุงเชือดไก่ให้สองตัวเอาไว้บำรุงร่างกาย!"
"ผักในสวนป้าเก็บได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ อยากได้อะไรไปเก็บเอาเลย!"
"ใช่ๆ แตงโมบ้านน้าด้วย เอาไปกินให้ฉ่ำปอด"
"พ่อหนุ่มมีแฟนรึยัง ลูกสาวคนโตป้ายังโสดนะ..."
คนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ที่ลูกหลานวัยหนุ่มสาวไปทำงานต่างถิ่น สิ่งที่พวกเขากลัวที่สุดไม่ใช่แค่ข้าวของหาย แต่กลัวว่าโจรจะทำร้ายร่างกายหรือทำเรื่องเลวร้ายยิ่งกว่านั้น
ตอนนี้หลินชิงจับโจรได้แล้ว เหมือนยกภูเขาออกจากอกพวกเขาสักที
ความกระตือรือร้นของชาวบ้านทำเอาหลินชิงเริ่มเขิน เขาเกาหัวแล้วพูดว่า "ลุงป้าน้าอาครับ เรามัดตัวขโมยไว้ก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะหนีไปได้อีก"
"จริงด้วยๆ เฝ้าโจรไว้ก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันพรุ่งนี้!"
ผู้เฒ่าที่มีบารมีในหมู่บ้านตะโกนสั่งการ
ชาวบ้านจึงเพิ่งได้สติกลับมา
ยี่สิบนาทีต่อมา รถตำรวจก็มาถึง
หลังจากตรวจสอบตัวตนก็ยืนยันได้ว่าชายผู้นี้คือ 'หลี่ฟู่' โจรย่องเบาตัวฉกาจที่ตระเวนก่อเหตุทั่วตำบลหย่งหนิง
เมื่อสอบถามเหตุการณ์จากชาวบ้าน ตำรวจวัยกลางคนผู้เป็นหัวหน้าชุดจับกุมก็กวาดสายตามองไปรอบๆ
"แล้วพ่อหนุ่มที่จับคนร้ายได้อยู่ไหนล่ะ?"
ค่าหัวของหลี่ฟู่สูงถึงห้าหมื่นหยวน เขาต้องแจ้งให้หลินชิงไปยืนยันตัวตนและทำเรื่องรับเงินรางวัลที่สถานีตำรวจในวันพรุ่งนี้
ทุกคนหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
เพิ่งรู้ตัวว่าหลินชิงหายตัวไปแล้ว
"โอ๊ะ!"
ทันใดนั้น ป้าหลี่เพื่อนบ้านก็ตบหน้าผากฉาดใหญ่ "ป้าลืมไปเลย! เจ้าหนูหลินบอกว่าจะกลับไปนอนต่อ แล้วก็เดินกลับไปตั้งนานแล้ว!"
กลับไปนอนต่อ?
ชาวบ้านได้แต่นิ่งอึ้งตาค้างทำอะไรไม่ถูก