- หน้าแรก
- ออลอินตลาดหุ้น พลิกฟ้าสู่เจ้าสัวหมื่นล้าน !
- บทที่ 500 จางหยางลุยตลาดระดับสาม
บทที่ 500 จางหยางลุยตลาดระดับสาม
บทที่ 500 จางหยางลุยตลาดระดับสาม
บทที่ 500 จางหยางลุยตลาดระดับสาม
ดึงมอร์แกนมาด้วย ต่อให้ตระกูลอื่นอยากแย่ง ก็ต้องคิดหนักว่าจะรับมือ "รอธส์ไชลด์ + มอร์แกน" ไหวมั้ย
"แน่ใจนะ?" นาธาเนียลถามย้ำ
"แน่นอน" จอห์น อดัมส์ พยักหน้า แล้วเปลี่ยนเรื่อง "ว่าแต่นาธาเนียล รอธส์ไชลด์จะบุกเอเชียเหรอ?"
"เอเชีย?"
นาธาเนียลชะงัก "หมายถึง A-Share..."
ยังพูดไม่จบ จอห์น อดัมส์ ขัดขึ้น ลดเสียงต่ำ "ไม่ใช่เรื่องนั้น เรื่องน้องชายนาย ซามูเอล เมเยอร์ ที่ไปหาจางหยางที่ญี่ปุ่นต่างหาก"
"น้องชายฉัน... ซามูเอล เมเยอร์..."
นาธาเนียลนิ่งคิด ขุดความทรงจำอยู่นาน กว่าจะนึกชื่อซามูเอลออก
ที่จำไม่ได้เพราะพ่อของเขา (เดวิด เรอเน) ลูกดกมาก ที่เปิดเผยก็ 19 คนแล้ว พวกไข่ทิ้งไข่ขว้าง (ลูกนอกสมรส) อีกนับไม่ถ้วน
ตระกูลใหญ่อย่างรอธส์ไชลด์ พี่น้องแทบไม่รู้จักกัน ความผูกพันแทบเป็นศูนย์
พอนึกออก นาธาเนียลก็งง "ฉันเคยได้ยินชื่อจางหยาง แต่ซามูเอลไปเกี่ยวอะไรด้วย?"
"จางหยางคือเทรดเดอร์ดาวรุ่งของจีน พรสวรรค์สูงมาก 9 เดือนฟันกำไร 6.25 ล้านเท่า" จอห์น อดัมส์ เล่าประวัติจางหยางคร่าวๆ "สายข่าวฉันบอกว่า จางหยางอ้างว่าพาพนักงานไปเที่ยว แต่พอถึงญี่ปุ่นปุ๊บ ก็ดิ่งไปหาซน มาซาโยชิ (SoftBank) ทันที"
"แถมลอยด์จะส่งคนไปสืบ ก็โดนน้องชายนาย ซามูเอล เข้ามาขวาง ฉันเลยสงสัยว่ารอธส์ไชลด์กำลังวางแผนครองตลาดเอเชีย หรือใช้จางหยางเป็นหุ่นเชิด"
จอห์น อดัมส์ พูดตรงๆ ถามกันซึ่งๆ หน้า
ตลาดอื่นในเอเชียเขาไม่สน แต่ถ้าเป็นตลาดญี่ปุ่น มอร์แกนยอมไม่ได้
ไม่ใช่แค่มอร์แกน ตระกูลอื่นในยุโรปอเมริกาก็คงไม่ยอม
ทำไมญี่ปุ่นถึงสำคัญ?
เพราะ "เงินเยน"!
เวลาฝรั่งจะทำ Leverage (กู้เงินมาลงทุน) สิ่งแรกที่นึกถึงคือเงินเยน เพราะดอกเบี้ยต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แถมค่าเงินเสถียร
ลอยด์ แบลงค์ไฟน์ นั่งเงียบ พยักหน้าเห็นด้วย
เขาไม่ใช่คนตระกูลโกลด์แมน แต่เป็น CEO เปรียบเสมือนพ่อบ้านใหญ่ของ Goldman Sachs
"ฮ่าฮ่าฮ่า!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า!"
นาธาเนียลระเบิดหัวเราะลั่น
ทุกคนหันมามอง เขาปาดน้ำตาที่เล็ดออกมา มองจอห์น อดัมส์ "ขำจนน้ำตาไหล ไม่เจอกันไม่กี่วัน สมองฝ่อไปแล้วเหรอจอห์น!"
"ถ้ารอธส์ไชลด์จะยึดญี่ปุ่นจริงๆ นายคิดว่าฉันจะมอบภารกิจสำคัญขนาดนี้ให้ไอ้ซามูเอลเหรอ? มันเก่งแต่เรื่องผู้หญิง เรื่องงาน... ฮ่าฮ่าฮ่า"
เสียงหัวเราะเย้ยหยันของนาธาเนียลทิ่มแทงใจจอห์น อดัมส์ เหมือนด่าว่า "ไอ้โง่ เรื่องแค่นี้คิดไม่ได้"
จริงอย่างที่นาธาเนียลพูด ถ้ารอธส์ไชลด์จะเอาญี่ปุ่นจริง ไม่มีทางส่งซามูเอลไป
เป็นไปไม่ได้!
ซามูเอลกับนาธาเนียลเป็นคู่แข่งแย่งมรดกกัน
ถ้าซามูเอลยึดญี่ปุ่นได้ เกิดพ่อเปลี่ยนใจให้ซามูเอลสืบทอดล่ะ?
ยังไงนาธาเนียลก็ไม่มีทางปล่อยให้ซามูเอลไปสร้างผลงานที่ญี่ปุ่น โดยเฉพาะไอ้น้องชายที่วันๆ เอาแต่เที่ยวผู้หญิงและวิจัย "ชีววิทยา" (เรื่องบนเตียง)
จอห์น อดัมส์ เหลือบมองลอยด์ แล้วหัวเราะกลบเกลื่อน "นั่นสินะ ซามูเอลไม่น่าใช่หมากที่นายวางไว้ คงบังเอิญแหละ"
"บังเอิญแน่นอน" นาธาเนียลยิ้ม "แต่เรื่องจางหยางกับซน มาซาโยชิ น่าสนใจนะ ตาเฒ่าซนทะเยอทะยานจะตาย พยายามจะยื่นมือมาทางตะวันตกหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ"
วิกฤตต้มยำกุ้งปี 97 ทุนวอลล์สตรีทถล่มเอเชียยับเยิน บริษัทมากมายต้องตัดแขนขาขายหุ้นให้วอลล์สตรีทเพื่อความอยู่รอด มีน้อยมากที่รอดมาได้ และ SoftBank คือหนึ่งในนั้น
ถ้า SoftBank จับมือจางหยาง นี่คือพลังที่ประมาทไม่ได้
"อืม ต้องจับตาดู อย่าให้พวกมันลอดช่องเข้ามาได้" จอห์น อดัมส์ พยักหน้า
ซน มาซาโยชิคุมเอเชียมานาน วอลล์สตรีททำอะไรเขาไม่ได้
สิ่งที่ทำได้คือจำกัดวง ไม่ให้เขาข้ามมาฝั่งตะวันตก รอโอกาสเชือดทีเดียว
แต่หารู้ไม่ว่า จอห์น อดัมส์, นาธาเนียล และลอยด์ ต่างมองข้าม "ซามูเอล" ไป และนั่นคือ "กุญแจผี" ที่จางหยางจะใช้ไขประตูเข้าสู่ยุโรปและอเมริกา
28 ธ.ค. วันจันทร์
จางหยางอยู่ญี่ปุ่นแค่ 3 วัน ก็บินไปกรุงโซล เกาหลีใต้ เพื่อพบกับ อี คอน-ฮี (Lee Kun-hee) ประธาน Samsung Group
"ไม่ไปวิหารโดยไร้ธุระ ผมรู้ว่าคุณมาหาผม ต้องมีจุดประสงค์แน่" อี คอน-ฮี วางถ้วยชาตรงหน้าจางหยาง สายตาเหมือนมองทะลุทุกอย่าง
จางหยางยกชาขึ้นจิบ ยิ้ม "งานประมูลใบอนุญาตคราวก่อน ผมบอกไว้ว่าจะมาเยี่ยมท่านประธานที่เกาหลี ลืมแล้วเหรอครับ?"
อี คอน-ฮี นึกขึ้นได้
ตอนงานเลิก จางหยางพูดแบบนั้นจริงๆ
"มาเพื่อรำลึกความหลัง?" อี คอน-ฮี แปลกใจ ไม่นึกว่าจางหยางจะมาจริง
"นอกจากรำลึกความหลัง ก็มีเรื่องจะหารือครับ" จางหยางสารภาพ
อี คอน-ฮี แอบยิ้มเยาะในใจ "เหอะ ว่าแล้วเชียว ไอ้เด็กนี่ไม่ได้มาดี"
"ว่ามา เรื่องอะไร?"
"ผมอยากร่วมมือกับ Samsung เปิดช่องทางเทรดหลักทรัพย์ทั่วเอเชีย" จางหยางบอกแผนคร่าวๆ
"ว่าไงนะ?" อี คอน-ฮี เสียงดังขึ้น "เปิดช่องทางเทรดทั่วเอเชีย? คุณจะทำอะไร?"
"คนเขาบอกว่าคนเกาหลีหนีไม่พ้น 3 อย่าง: ความตาย, ภาษี และ Samsung ท่านประธานไม่อยากตอกย้ำภาพจำนี้เหรอครับ?" จางหยางยิ้ม
"Samsung มีบริษัทหลักทรัพย์ของตัวเอง ฝันของคุณคงสลายแล้วล่ะ" อี คอน-ฮี รู้เรื่องจางหยางกับอี บู-จิน แต่เขาไม่เอาผลประโยชน์บริษัทมาเสี่ยงเพื่อกิ๊กของลูกสาวหรอก
โดนปฏิเสธ จางหยางไม่รีบ จิบชาช้าๆ "ถ้าจำไม่ผิด Samsung Securities เน้นบริหารความมั่งคั่งไม่ใช่ นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ผมมาคุยเรื่องนี้ต่างหาก"
ถูกต้อง Samsung Securities เน้น Private Banking
ปี 2003 Samsung Securities ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ จากโบรกเกอร์ธรรมดา เป็น Wealth Management
ก.ค. 2008 จับมือกับ Rothschild (อังกฤษ) ด้าน M&A และ ต.ค. ก็ออกระบบค่าคอมฯ แบบเลือกได้สำหรับลูกค้าไฮโซ
นี่มันโบรกเกอร์เหรอ?
เปล่า!
นี่มัน Private Investment Bank!
"หมายความว่า คุณจะมาทำส่วน Brokerage ของ Samsung Securities?" อี คอน-ฮี ถาม
จางหยาง: "Daewoo Securities กับ Korea Investment & Securities กดหัว Samsung อยู่ ท่านประธานคงอยากพลิกเกม ผมช่วยได้"
"คุณช่วยผม?"
อี คอน-ฮี อดขำไม่ได้
ตั้งแต่เป็นประธาน Samsung มีแต่คนมาขอให้เขาช่วย ไม่เคยมีใครบอกว่าจะช่วยเขา
"ใช่ครับ ผมช่วยท่าน"
จางหยางเสริม "ความสัมพันธ์ผมกับบูจิน ท่านก็รู้ คนกันเองทั้งนั้น"
"..."
อี คอน-ฮี มองจางหยางตาขวาง ไม่นึกว่าจะหน้าด้านอ้าง "คนกันเอง"
คนกันเองบ้านป้าแกสิ!
ไม่ใช่เว้ย!
อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้
"ว่าไงครับท่านประธาน ให้ผมดูแลส่วน Brokerage รับรองไม่ผิดหวัง" จางหยางรุกต่อ
อี คอน-ฮี ไม่ใช่คนหูเบา เขาจ้องจางหยาง "บอกมาก่อน คุณคุยอะไรกับซน มาซาโยชิ?"
"รู้ด้วยเหรอครับ?" จางหยางแกล้งตกใจ
"ถ้าคุณอยู่ยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง หรือแอฟริกา ผมอาจไม่รู้ แต่ญี่ปุ่นกับเกาหลีมันใกล้แค่นี้ จะไม่รู้ได้ไง" อี คอน-ฮี พูดเรียบๆ
เห็นสีหน้าจริงจัง จางหยางรู้ว่าโกหกไปก็เท่านั้น "ผมจะจับมือกับ SoftBank เขย่าวงการหลักทรัพย์ญี่ปุ่นครับ"
"แค่นั้น?"
"แค่นั้นครับ"
จ้องตากันครู่หนึ่ง อี คอน-ฮี โบกมือ "โอเค กลับไปก่อน ขอผมคิดดูก่อน"
จางหยาง: "เชิญท่านประธานพิจารณาตามสบาย ผมอยู่เกาหลีอีก 2 วัน..."
"อืม"
อี คอน-ฮี โบกมือไล่
จางหยางเดินออกจากห้อง
ปิดประตู เสียงอู้อี้ๆ ดังขึ้น "แหมๆ นี่จางหยางไม่ใช่เหรอ? มาหาท่านพ่อจริงๆ ด้วย?"
"ผมรักษาคำพูดเสมอ"
จางหยางตอบนิ่งๆ
อี บู-จิน โผล่มา เขาไม่แปลกใจ เจ้าหญิงแห่ง Samsung ต้องรู้ทันทีที่เขาเหยียบเกาหลี
"เยี่ยมท่านพ่อเสร็จ ก็ไปห้องทำงานฉันสิ ไปคุยเรื่องอื่นกัน?" อี บู-จิน ขยับเข้ามา ลูบหน้าท้องจางหยาง สื่อความหมายชัดเจน
"ไปคุยเรื่องอะไร?" จางหยางแกล้งโง่
"คุณก็รู้?"
อี บู-จิน หยิกซิกแพคจางหยาง "แน่นดีจัง น่ากิน"
"ไม่ได้ คราวก่อนบอกจะให้ยืม 200 ล้านดอลลาร์ ยังไม่เห็นโอนมาเลย" จางหยางปฏิเสธเสียงแข็ง แม้อี บู-จิน จะสวยหยาดเยิ้ม แต่เขาไม่ใช่ผู้ชายใจง่าย
"ก็ได้ใบอนุญาตไปแล้ว จะเอาเงินไปทำไมอีก?" อี บู-จิน งง
ความลับต้องเป็นความลับ จางหยางไม่บอกความจริง แต่แซว "คุณจะสอนงานผมเหรอ? ลูกผู้ชายเราต้องการแค่ 'ท่าที' สรุปจะให้ยืมมั้ย?"
อี บู-จิน มองจางหยางเหมือนเห็นผี "คุณขาดทุนในตลาดแรกกับตลาดรอง เลยจะมาถอนทุนคืนใน 'ตลาดระดับสาม' เหรอ? ถ้าแบบนั้น... ไม่เกรงใจละนะ"