เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 20 : ปลดล็อกวัตถุดิบใหม่ แปลงผักกลายเป็นทุ่งเซียน

ตอนที่ 20 : ปลดล็อกวัตถุดิบใหม่ แปลงผักกลายเป็นทุ่งเซียน

ตอนที่ 20 : ปลดล็อกวัตถุดิบใหม่ แปลงผักกลายเป็นทุ่งเซียน


ตอนที่ 20 : ปลดล็อกวัตถุดิบใหม่ แปลงผักกลายเป็นทุ่งเซียน

แม้ปากจะพูดจาดูแคลน แต่ร่างกายของเธอก็ซื่อสัตย์พอที่จะแอบชำเลืองมองอีกสองสามที

ซูเฉินดึงแครอทหัวหนึ่งขึ้นมาจากดิน

น้ำหนักในมือตึงเปรี๊ยะ เนื้อสัมผัสเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

"เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่เพิ่งค้นพบน่ะ ทำให้ผักอร่อยขึ้นเยอะเลย"

เขาอธิบายสั้นๆ

"อร่อยขึ้น?"

จินลี่จับคีย์เวิร์ดได้ทันที

ดวงตาของเธอเป็นประกายวิบวับ น้ำลายแทบจะหกออกมา

"หนูอยากลองด้วย! หนูอยากลองด้วย!"

เธอชูมือเล็กๆ ขึ้นมา ใบหน้าเขียนคำว่า 'ให้หนูโชว์ฝีมือเถอะ' ไว้อย่างชัดเจน

เฟิ่งอิ๋งก็ก้าวเข้ามาเช่นกัน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้ข้ามองปราดเดียวก็บรรลุแล้ว"

ความสามารถในการเรียนรู้ของเทพเจ้า มันก็เรียบง่ายและไม่ซับซ้อนแบบนี้แหละ

ซูเฉินมอง 'เทพเจ้าแห่งการทำลายล้าง' สองหน่อที่กระตือรือร้นสุดขีด แล้วลางสังหรณ์อัปมงคลก็ผุดขึ้นในใจ

เขาอยากจะห้าม แต่ก็สายไปเสียแล้ว

จินลี่ล็อกเป้าหมายถัดไปเรียบร้อย : แครอทอีกหัวที่ดูอวบอ้วนไม่แพ้กัน

เธอเลียนแบบซูเฉิน นั่งยองๆ แล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

"ฟู่ววว"

ลมหายใจมังกรที่แฝงด้วยประกายไฟสีทอง พ่นใส่ใบแครอทอย่างแม่นยำ

ตรรกะของเธอนั้นเรียบง่าย : ซูเฉินใช้พลังวิญญาณ งั้นเธอจะใช้ลมหายใจมังกรที่เกรดสูงกว่า

พลังที่ยิ่งใหญ่ย่อมนำมาซึ่งปาฏิหาริย์ ใช่ไหมล่ะ?

ทว่า ปาฏิหาริย์ไม่ได้เกิดขึ้น แต่โศกนาฏกรรมต่างหากที่บังเกิด

วินาทีที่ยอดใบแครอทสีเขียวมรกตสัมผัสกับลมหายใจมังกร มันก็ไหม้เกรียมและม้วนงอด้วยความเร็วที่มองเห็นได้

กลิ่นไหม้ของมันเทศเผา... เอ้ย แครอทเผา ลอยคลุ้งไปทั่ว

จินลี่รีบหยุดทันที แล้วใช้มือเล็กๆ พัดควันโขมง

เธอค่อยๆ ดึงแครอทออกมา

ครึ่งบนของแครอทกลายเป็นถ่านโดยสมบูรณ์ ดำเมี่ยมและมีควันสีฟ้าลอยกรุ่น

จากความกรอบสดชื่น กลายเป็นถ่านนรกภายในวินาทีเดียว

ถือแท่งถ่านสีดำในมือ จินลี่ตะลึงงัน

เธอเงยหน้ามองซูเฉิน สีหน้าไร้เดียงสาแต่ก็รู้สึกผิด

"เอ่อ... แครอทมันเริ่มก่อนนะ!"

"มัน... มันทนร้อนไม่ไหวเอง... มันเปราะบางเกินไป..."

ซูเฉินกุมขมับ รู้สึกเหมือนความดันจะทะลุปรอท

"ฉันให้เธอปรับปรุงมัน ไม่ได้ให้เธอฌาปนกิจมันแล้วส่งไปสู่สุคติ!"

"นั่นลมหายใจมังกรหรือบริการรถด่วนไปเมรุเผาศพหา?"

เห็นความล้มเหลวของจินลี่ มุมปากเย็นชาของเฟิ่งอิ๋งยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่แทบมองไม่เห็น

สีหน้าของเธอเหมือนจะบอกว่า : ถ้ากาก ก็ไปฝึกมาใหม่ซะ

เธอเดินอย่างสง่างามไปที่แครอทหัวที่สาม

"ดูให้ดี การใช้พลังอยู่ที่การควบคุมที่แม่นยำ ไม่ใช่ใช้แรงควาย"

เธอเปิดคลาสสอนจินลี่สดๆ ร้อนๆ เต็มไปด้วยความเหนือกว่าของเทพธิดา

เธอยื่นนิ้วที่ขาวดุจหยกออกมา ที่ปลายนิ้วมีเปลวไฟเทพฟีนิกซ์สีทองลุกโชน

คราวนี้ เรียนรู้จากความผิดพลาดของจินลี่ เธอบีบอัดเปลวไฟจนถึงขีดสุด

เปลวไฟเล็กเท่าเมล็ดข้าว ดูเชื่องช้า ไร้พิษสง และเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งชีวิต

เธอค่อยๆ กดเปลวไฟเล็กจิ๋วนั้นลงที่โคนแครอท

"ข้าจะหล่อเลี้ยงมันด้วยไฟเทพ ช่วยให้มันสลัดคราบปุถุชนและถือกำเนิดใหม่"

น้ำเสียงของเธอทรงพลังอำนาจ ราวกับกำลังสร้างโลก

ทว่า วินาทีถัดมา...

แครอทที่สัมผัสโดนไฟเทพ ก็เหมือนลูกโป่งที่ถูกเจาะ

แทนที่จะเปล่งแสง มันกลับเหี่ยวเฉาและแห้งกรอบด้วยความเร็วที่น่าตกใจ

รากที่เคยอวบอ้วนกลายเป็นเหี่ยวย่นอย่างรวดเร็ว และสีส้มสดใสก็ซีดจางกลายเป็นสีเหลืองดินหมองคล้ำ

ภายในเวลาแค่สองวินาที แครอทฉ่ำน้ำก็กลายเป็นแครอทตากแห้งที่ดูเหมือนมีอายุแปดร้อยปี

ราวกับว่าแก่นแท้ชีวิตทั้งหมดของมันถูกสูบออกไปจนหมดเกลี้ยงด้วยเปลวไฟเทพกลุ่มเล็กๆ นั้น

บรรยากาศกลายเป็นกระอักกระอ่วนอย่างยิ่งในชั่วพริบตา

เฟิ่งอิ๋งเองก็ตะลึง

เธอมองนิ้วตัวเอง แล้วมองแครอทตากแห้งที่ 'ถูกสูบวิญญาณ' และสีหน้ามึนงงก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงของเธออีกครั้ง

เธอหดนิ้วกลับ หันหลังให้ และแก้ตัวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบสุดขีด

"รากฐานของสิ่งนี้ไม่มั่นคง คุณธรรมไม่คู่ควรกับตำแหน่ง ทนรับการสร้างสรรค์ของข้าไม่ได้"

ซูเฉินมองฉากตรงหน้า

คนหนึ่งรับผิดชอบการเผาศพอย่างแม่นยำ

อีกคนรับผิดชอบสูบให้แห้งเพื่อเตรียมงานศพ

เจริญพร อาตมาขอบอกเลยว่า เจริญพร

พวกเธอสองคนนี่มัน 'มังกรซ่อนกายและหงส์ดรุณ' ของฉันจริงๆ (หมายถึงคนโง่เขลา)คนหนึ่งเล่นกับไฟ อีกคนเล่นจนตาย

"หยุด! ทุกคนหยุด! เลิกทำเดี๋ยวนี้!"

ซูเฉินรู้สึกว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้ แปลงผักทั้งแปลงคงถูกพวกเธอสองคน 'ส่งวิญญาณ' ไปสู่ปรโลกกันหมด

"ถอยไปดูฉันทำ"

เขาเดินไปที่แครอทหัวที่สี่ และยื่นนิ้วออกไปอีกครั้ง

จินลี่และเฟิ่งอิ๋งรีบชะโงกหน้าเข้ามาทันที คนหนึ่งตาโต อีกคนชำเลืองมองด้วยหางตา ต่างก็อยากรู้ว่ามันผิดพลาดตรงไหนกันแน่

ซูเฉินระดมพลังวิญญาณอีกครั้งและค่อยๆ อัดฉีดเข้าไป

แสงสีส้มอ่อนนวลตาเปล่งออกมาอีกครั้ง และแครอทก็อวบอิ่มชุ่มชื้นขึ้นด้วยความเร็วที่มองเห็นได้

กระบวนการทั้งหมดอ่อนโยนและเป็นธรรมชาติ เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งชีวิต

จินลี่อ้าปากค้าง มองนิ้วซูเฉินสลับกับนิ้วตัวเอง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ

"ทำไมนายทำได้อะ?"

เฟิ่งอิ๋งก็ขมวดคิ้วสวยได้รูปของเธอ

เธอเองก็ไม่เข้าใจ ไฟเทพของเธอบรรจุต้นกำเนิดแห่งชีวิต แล้วทำไมผลลัพธ์ถึงตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง?

ซูเฉินดึงแครอทที่สมบูรณ์แบบออกมา เดาะในมือเล่น

"มีความเป็นไปได้ไหมฉันแค่สมมตินะ..."

เขามองเทพธิดาทั้งสองแล้วยิ้มอย่างใจดี

"เลเวลพลังของพวกเธอสูงเกินไป สำหรับผักธรรมดาพวกนี้ 'สัมผัสอันอ่อนโยน' ของพวกเธอ ก็ไม่ต่างอะไรกับการโดนทัณฑ์สวรรค์ผ่าใส่หรอก"

"เหมือนให้ยักษ์มาช่วยแต่งตัวให้ทารกนั่นแหละ ออกแรงนิดเดียว ทารกก็กลับบ้านเก่าแล้ว"

จินลี่และเฟิ่งอิ๋งตกอยู่ในห้วงความคิด

ฟังดู... ก็มีเหตุผลแฮะ

หน่วยเล็กที่สุดของเทพเจ้า กับหน่วยเล็กที่สุดของมนุษย์ อาจจะมี 'การแบ่งแยกระบบสืบพันธุ์' กันจริงๆ ก็ได้

มองดูแครอทในมือซูเฉินที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย เปลวไฟแห่ง 'ความชื่นชม' ก็ลุกโชนในดวงตาของทั้งคู่พร้อมกัน

ที่แท้ บอสใหญ่น่ากลัวขนาดนี้เชียว!

แค่ปลูกผักยังต้องใช้เทคนิคขั้นสูงขนาดนี้!

"ซูเฉิน ซูเฉิน งั้นทำอีกสิ! ทำให้พวกนี้อร่อยขึ้นให้หมดเลย!"

จินลี่ชี้ไปทั่วทั้งแปลงผัก เริ่มจินตนาการแล้วว่าคืนนี้จะได้กินของอร่อยเหาะแบบไหน

ซูเฉินมองแปลงผักที่เพิ่งเคลียร์ไปไม่นาน

ปริมาณงานดูจะหนักหนาสาหัสเอาการ

แต่เพื่อมื้อเย็นคืนนี้ และความสุขในการกินระยะยาวในอนาคต...

จินลี่และเฟิ่งอิ๋งระเบิดความกระตือรือร้นในการใช้แรงงานออกมาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

มหกรรม 'ชิงจ้าวแห่งแปลงผัก' จึงเริ่มต้นขึ้น

เพื่อให้ได้กินผักที่อร่อยกว่าเดิม พวกเธอตัดสินใจลงมือเพาะปลูกแปลงนี้ด้วยตัวเอง

ในแบบฉบับของพวกเธอเอง

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา แปลงผักของซูเฉินก็ได้ต้อนรับ 'ชาวสวน' ผู้ทรงเกียรติที่สุดในประวัติศาสตร์ถึงสองคน

ตั้งแต่วันนี้ KPI ของแปลงผักก็เริ่มพุ่งทะยานอย่างเป็นทางการ

ทุกวันก่อนฟ้าสาง จินลี่จะเป็นคนแรกที่กระเด้งตัวออกจากเตียง

เธอไม่ได้ไปฝึกวิชาหรือไปก่อเรื่อง แต่แอบวิ่งไปที่แปลงผัก

เธอกระแอมไอ และเริ่ม 'การชลประทานด้วยลิ้นมังกร' ให้กับผักที่เพิ่งตื่นนอน

"โย่! โย่! ฟังคำข้านะ เจ้าผักในไร่!"

"ถ้าวันนี้ไม่โต พรุ่งนี้เจอกันในหม้ออัดแรงดัน!"

"มะเขือเทศทางซ้าย วาดมังกรไปกับข้า! แตงกวาทางขวา โยกไปพร้อมกัน!"

เธอเต้นแร้งเต้นกาพร้อมร่ายแร็ปลิ้นมังกรที่แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่เข้าใจ

กลิ่นอายมังกรอันทรงพลังแผ่ออกมาพร้อมเสียงของเธอ ปกคลุมทั่วทั้งสวน

ภายใต้การ 'ให้กำลังใจ' ของกลิ่นอายมังกร ใบของผักเหล่านั้นสั่นระริก

ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด พวกมันทำได้เพียงเติบโตอย่างสุดชีวิต หยั่งรากลึกขึ้น และออกผลให้ใหญ่ขึ้น

นี่ไม่ใช่การชลประทาน แต่มันคือการกลั่นแกล้งทางจิตใจบวกกับการขู่เข็ญให้โตชัดๆ

ส่วนเฟิ่งอิ๋ง ดูแคลนวิธีการ 'หยาบคาย' ของจินลี่

เธอเลือกที่จะเสด็จลงมายังแปลงผักเมื่อแสงแรกของดวงอาทิตย์ยามเช้าปรากฏขึ้น

วิธีการของเทพธิดาเน้นความสง่างามและมีสไตล์

เธอยื่นมือดุจหยกออกมา และหยาดน้ำค้างยามเช้าใสกระจ่างนับไม่ถ้วนก็รวมตัวกันจากทุกทิศทาง ลอยอยู่บนฝ่ามือของเธอ

เธออัดฉีดต้นกำเนิดชีวิตจากไฟเทพฟีนิกซ์ลงไปในหยาดน้ำค้างเหล่านี้เพียงเล็กน้อย

ทันใดนั้น น้ำค้างทุกหยดก็เริ่มเปล่งแสงสีชมพูระเรื่อและเปี่ยมล้นด้วยพลังวิญญาณ

นี่คือตำนาน 'น้ำค้างหวานฟีนิกซ์'

แค่หยดเดียวก็มีค่าเทียบเท่าเซรั่มบำรุงผิวชั้นเลิศทั้งขวด

ด้วยการสะบัดมือเรียวงาม หยาดน้ำค้างที่บรรจุพลังชีวิตเหล่านี้ก็ถูกประพรมลงบนใบไม้ทุกใบอย่างทั่วถึง

เธอจัด 'อาบน้ำยามเช้า' สุดหรูให้กับผักธรรมดาเหล่านี้

ทั่วทั้งแปลงผักถูกปกคลุมด้วยหมอกมงคล

บรรดาผักต่างเพลิดเพลินกับบริการสปาระดับท็อปนี้ ใบคลี่ออก สีเขียวเข้มขึ้นเรื่อยๆ และเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา

ทุกเช้าที่ซูเฉินตื่นขึ้นมา นี่คือฉากมหัศจรรย์ที่เขาได้เห็น

แปลงผักทางซ้าย ภายใต้ 'แส้ทางจิตวิญญาณ' ของแร็ปลิ้นมังกร เต็มไปด้วยความงามแห่งพละกำลัง

แปลงผักทางขวา ภายใต้ 'การบำรุงรักษาอันหรูหรา' ของน้ำค้างหวานฟีนิกซ์ เต็มไปด้วยรัศมีอันศักดิ์สิทธิ์

แปลงผักของเขาถูกแบ่งแยกโดยบังคับให้เป็น 'เขตทดลอง' สองเขตที่มีสไตล์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ภายใต้การแข่งขันภายในอันบ้าคลั่งของสองเทพเซียน แปลงผักเล็กๆ นี้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน

ในเวลาไม่กี่วัน ผักและผลไม้ที่นี่ก็โตเร็วอย่างบ้าคลั่ง

มะเขือเทศที่ออกมาแต่ละลูกเหมือนโคมไฟดวงเล็กๆ เปล่งแสงสีแดง

มันฝรั่งที่ขุดขึ้นมาจากดินกลมดิบ ลูกแล้วลูกเล่า ผิวเจือสีทองจางๆ

แม้แต่พริกไม่กี่ต้นที่ปลูกไว้มุมแปลง ก็กลายเป็นสีแดงเพลิงดุจหยก ส่งกลิ่นอายวิญญาณฉุนกึกที่ทำให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่า

อาหารที่ซูเฉินทำจากวัตถุดิบเหล่านี้ รสชาติดีขึ้นหลายระดับ

ทุกคำที่กินเข้าไป คือการระเบิดของพลังวิญญาณและความสดใหม่ที่บริสุทธิ์ที่สุด

จินลี่กินจนปากมันแผล็บ กลิ้งไปมาบนเก้าอี้ด้วยความสุข

แม้เฟิ่งอิ๋งจะยังคงรักษาความสง่างาม แต่ความเร็วในการขยับตะเกียบของเธอก็เร็วกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อเป็นเรื่องกิน สัญชาตญาณทางสายเลือดของพวกเธอถูกฝังอยู่ใน DNA

ในขณะที่ซูเฉินคิดว่าแปลงผักของเขาจะรักษาสไตล์ 'ครึ่งป่าเถื่อน ครึ่งหรูหรา' แบบนี้ไปตลอดกาล...

เสียงของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง

【ติ๊ง! ตรวจพบความเข้มข้นของพลังวิญญาณในแปลงผักถึงเกณฑ์วิกฤต】

【ภายใต้พรสองประการจาก 'การชลประทานด้วยลิ้นมังกร' และ 'น้ำค้างหวานฟีนิกซ์' คุณภาพของแปลงผักได้รับการอัปเกรดระดับมหากาพย์】

【ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์! แปลงผักธรรมดาได้รับการอัปเกรดเป็น 'สวนผักมนตราวิญญาณ' สำเร็จ】

【'สวนผักมนตราวิญญาณ' ปลดล็อกสิทธิ์ในการปลูกพืชวิญญาณพิเศษ สามารถแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ที่เกี่ยวข้องได้ในร้านค้าระบบ】

ซูเฉินมองดูสวนที่เขียวชอุ่มจนแทบจะ 'มีพลังวิญญาณรั่วไหลออกมา' ตรงหน้า

เขาตกอยู่ในห้วงความคิด

จบกัน กลับตัวไม่ได้แล้วจริงๆ

ชีวิต 'ปลาเค็ม' ของฉัน สุดท้ายก็ต้องสังเวยให้กับแปลงผักบ้านี่จนได้

จบบทที่ ตอนที่ 20 : ปลดล็อกวัตถุดิบใหม่ แปลงผักกลายเป็นทุ่งเซียน

คัดลอกลิงก์แล้ว