- หน้าแรก
- วันพีซ ราชาแห่งเกาะเค้ก
- ตอนที่ 81 : ข่าวแพร่สะพัด
ตอนที่ 81 : ข่าวแพร่สะพัด
ตอนที่ 81 : ข่าวแพร่สะพัด
ตอนที่ 81 : ข่าวแพร่สะพัด
เมื่อได้ยินคำเตือนของรัสเซล ดวงตาของโมเรียก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
ใช่แล้ว ทำไมเขาถึงนึกไม่ออกนะ?
"คิชิชิชิ~ ขอบใจที่เตือน ชาโดว์ส แอสการ์ด!"
โมเรียส่งเสียงคำรามกึกก้อง เงาจำนวนนับไม่ถ้วนรวมตัวกันใต้เท้าของเขา และร่างกายของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
ซอมบี้บนธริลเลอร์ บาร์ค กลายเป็นกองเนื้อเน่าและซากศพเกลื่อนกลาด เพราะโมเรียดึงเอาเงาของพวกมันไป
เห็นภาพนี้ รัสเซลก็พูดไม่ออก
เรื่องที่โมเรียไม่ฝึกฝนร่างกายก็เรื่องหนึ่ง แต่การพัฒนาผลปีศาจของเขาก็ย่ำแย่พอกัน
เขาจำได้ว่าในอนิเมะ กว่าโมเรียจะนึกได้ว่าใช้เงาเสริมพลังตัวเองได้ ก็ต้องรอจนเห็นลูฟี่ร่างไนท์เมอร์ ก่อน
ตอนนี้ไม่มีลูฟี่ รัสเซลเลยต้องมาเตือนสติด้วยตัวเอง
หลังจากดูดซับเงาจำนวนมหาศาล โมเรียก็แข็งแกร่งจนน่ากลัว
ด้วยร่างที่ใหญ่โตราวกับยักษ์ เขาสามารถเปลี่ยนภูมิประเทศได้ง่ายๆ ด้วยทุกการเคลื่อนไหว ในที่สุดเขาก็แสดงให้เห็นถึงความน่าเกรงขามสมกับเป็นเจ็ดเทพโจรสลัดบ้างแล้ว
ทว่า เพราะดูดซับเงามากเกินไป จิตใจของโมเรียจึงควบคุมพลังที่พุ่งพล่านไม่ได้ และเกิดอาการคลุ้มคลั่ง
"อ๊ากกกก!"
โมเรียคำรามและปล่อยหมัด ทำให้แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น ทำเอาเพโรน่าตกใจกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ
"รัสเซล หนีเร็ว! ท่านโมเรียคลุ้มคลั่งแล้ว! ถ้านายไม่หนีตอนนี้ นายตายแน่!"
รัสเซลหันไปมองเพโรน่าอย่างเอือมระอา "ถามจริง เจ๊อยู่ฝั่งไหนกันแน่?"
ตอนเริ่มสู้ เพโรน่าทำหน้าที่เป็นเชียร์ลีดเดอร์ คอยเชียร์โมเรียไม่หยุด
พอลัสเซลจับโมเรียกดลงกับพื้นแล้วรัวหมัดใส่ เธอก็บอกให้รัสเซลเบามือหน่อย ห้ามฆ่าโมเรีย ไม่งั้นเธอจะไม่คุยด้วยอีกตลอดชีวิต
เพโรน่า : ... เพโรน่าทำปากยื่น "เชอะ! งั้นฉันไม่พูดแล้วก็ได้!"
"ฉันจะฆ่าแก!!!"
เห็นโมเรียพุ่งเข้ามา เพโรน่าก็อดไม่ได้ที่จะตะโกน "ระวัง!"
แสงสีแดงวาบในดวงตารัสเซล เขาเงื้อหมัดที่เคลือบฮาคิราชันย์ขึ้น
รับไปซะ หมัดเหล็ก!
ตู้ม!!!
โมเรียร่างยักษ์ถูกซัดปลิวไปกระแทกพื้นอย่างแรง เงาจำนวนมากรั่วไหลออกจากปาก ร่างกายเริ่มหดเล็กลง
"แค่ก แค่ก แค่ก..."
เมื่อได้สติ โมเรียตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น มองรัสเซลด้วยสายตาเคียดแค้น
"ยอมรับรึยัง โมเรีย?"
"หึ ถ้าฉันปลุกชีพ 'ออร์ส จอมมาร' ได้ แกไม่มีทางสู้ฉันได้แน่!"
รัสเซลหัวเราะเบาๆ "ได้ อย่าหาว่าฉันไม่ให้โอกาส"
"ไปปลุกชีพออร์สมาเดี๋ยวนี้ แล้วเรามาสู้กันอีกรอบ"
"ถ้าแกชนะ ฉันจะยอมทำตามใจแกทุกอย่าง"
"แต่ถ้าแกแพ้ เพโรน่าต้องไปกับฉัน"
ม่านตาของโมเรียหดเกร็ง เขาคำรามลั่น "ไม่! ฝันไปเถอะ!"
"เพโรน่าเป็นลูกน้องของฉัน! ถ้าฉันยังไม่ตาย อย่าหวังว่าจะพรากเธอไปได้!"
เพโรน่าเป็นเด็กกำพร้าที่เขาเก็บมาเลี้ยงจากเวสต์บลู เขาเลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็ก ทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่
แม้เพโรน่าจะไม่เคยเรียกเขาว่าพ่อ แต่เขาก็รักเธอเหมือนลูกในไส้มานานแล้ว
ในฐานะพ่อ เขาไม่มีวันยกลูกสาวให้คนอย่างรัสเซลเด็ดขาด
"ไหนแกมั่นใจในตัวออร์สนักหนาไม่ใช่เหรอ? หรือว่ากลัวแพ้?"
โมเรียใจเย็นลงแล้ว และส่ายหน้าอย่างเด็ดขาด "ไม่ ฉันจะไม่เอาลูกน้องมาเป็นเดิมพัน"
พูดจบ โมเรียก็ลุกขึ้นยืน จ้องเขม็งไปที่รัสเซล
"ไปซะ ฉันจะถือว่าแกไม่เคยมาที่นี่ หรือไม่ก็ฆ่าฉัน แล้วแกค่อยพาเพโรน่าไป"
ทันทีที่พูดจบ เพโรน่าก็มายืนกางแขนขวางหน้าโมเรียไว้
"ไม่! ห้ามฆ่าท่านโมเรียนะ ไม่งั้นฉัน... ฉันจะไม่มีวันยกโทษให้นาย! และฉันจะไม่มีวันไปกับนายเด็ดขาด!"
หลังจากเงียบไปครู่ใหญ่ รัสเซลก็หัวเราะออกมาอย่างโล่งอก
บางทีโมเรียอาจจะเป็นโจรสลัดที่ล้มเหลว แต่เขาเป็นกัปตันที่น่านับถือจริงๆ
ภายนอกบอกว่าไม่สนใจพวกพ้อง แต่ลึกๆ แล้วเขาห่วงใยพวกพ้องมาก เขาเป็นคนรักพวกพ้องตัวจริง
เพื่อช่วยอับซาโลม โมเรียกล้าบุกเดี่ยวไปที่เกาะฮาจิโนะสุทั้งที่รู้ว่าเป็นฐานทัพของสี่จักรพรรดิหนวดดำ
จะมีกัปตันสักกี่คนในโลกที่มีความรับผิดชอบและใจถึงกว่าเขา?
ดูอย่างโคบี้สิ หลังจากที่การ์ปเสี่ยงชีวิตไปช่วย สิ่งแรกที่เขาคิดไม่ใช่ว่าจะช่วยอาจารย์ยังไง แต่กลับคิดว่าจะหยุดความฝันของลูฟี่ยังไง
บอกได้คำเดียวว่า ความเป็นคนมันต่างกันเกินไป
รัสเซลชำเลืองมองเพโรน่าแล้วถอนหายใจในใจ
เพโรน่าน่ารักจริงๆ ถึงไม่ได้เป็นคนรัก แต่เก็บไว้เป็นมาสคอตก็คงดี... ช่างเถอะ ฝืนใจกันไปก็ไม่มีความสุข รัสเซลไม่จำเป็นต้องแก้กระหายด้วยวิธีนั้น
"ไม่รู้ว่าเราจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่ แต่ตราบใดที่เรายังอยู่ในทะเลผืนนี้ สักวันเราต้องได้เจอกันอีกแน่"
"ลาก่อน เพโรน่า"
รัสเซลชักดาบชูซุย ฟันเปิดประตูมิติ โบกมือลาเพโรน่า แล้วก้าวเข้าไปในรอยแยก
"ละ... ลาก่อน ไอ้คนบ้า" เพโรน่ามองจุดที่รัสเซลหายไปอย่างใจหาย กัดเล็บตัวเอง ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
"ติ๊ง! ค่าความประทับใจของเพโรน่าต่อโฮสต์ถึงระดับใหม่ กำลังสุ่มรางวัล... ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับรางวัลระดับ S ต้องการเปิดรับเลยหรือไม่?"
... "เพโรน่า..."
เห็นสีหน้าของเพโรน่า โมเรียก็ตระหนักได้ทันทีว่าเพโรน่าโตเป็นสาวแล้ว
โดยไม่รู้ตัว เพโรน่าเปลี่ยนจากเด็กกะโปโลในวันวานกลายเป็นหญิงสาวผู้งดงาม
แม้เขาจะไม่อยากยอมรับ แต่รัสเซลก็เป็นผู้ชายประเภทที่ผู้หญิงชอบจริงๆ แถมยังแข็งแกร่งจนน่ากลัว
เพโรน่าอยู่แต่ในธริลเลอร์ บาร์ค มาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยได้เจอกับผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกันที่โดดเด่นขนาดนี้ ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะหวั่นไหว
หรือว่าเขาอยากให้เพโรน่าต้องจมปลักอยู่กับคนขี้แพ้อย่างเขาไปตลอดชีวิตจริงๆ?
คำพูดของรัสเซลยังคงดังก้องอยู่ในหัวโมเรีย
มองดูอับซาโลมและฮอกแบ็คที่หมดสติอยู่บนพื้น และซอมบี้ที่กลายเป็นกองเนื้อเน่าเพราะเสียเงา... ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาทำบ้าอะไรอยู่?
เขาจะแก้แค้นไคโดได้ด้วยสภาพแบบนี้จริงๆ เหรอ?
หลังจากคิดอยู่นาน โมเรียก็ก้มมองเพโรน่า "เพโรน่า บอกความจริงมา เธอเคยคิดอยากจะออกไปจากธริลเลอร์ บาร์ค บ้างไหม?"
"ห๊ะ? ท่านโมเรีย ท่านจะไล่หนูเหรอ? หนูไม่ไปนะ!"
โมเรียยิ้มอย่างพึงพอใจและลูบหัวเพโรน่า "เด็กดี ฉันไม่ไล่เธอหรอก..."
แต่ในใจ โมเรียได้ตัดสินใจบางอย่างแล้ว...
เช้าวันรุ่งขึ้น หนังสือพิมพ์ฉบับพิเศษจาก 'เวิลด์ อีโคโนมิค นิวส์' ก็ถูกส่งไปทั่วโลก
"ความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ครั้งแรกของบัสเตอร์คอล! พลเรือโทโอนิกูโมะเสียชีวิตในหน้าที่! พลเรือเอกอาโอคิยิถูกตัดขา! รัสเซล 'ลูกเขยสุดแกร่งแห่งท็อตโตะแลนด์' หนีรอดไปได้!"
ภาพประกอบข่าวเป็นรูปรัสเซลถือดาบยาวที่ลุกโชนด้วยเปลวไฟสีคราม เผชิญหน้ากับพลเรือเอกอาโอคิยิ
เนื้อข่าวรายงานละเอียดว่ารัสเซลบุกเดี่ยวเอนิเอส ล็อบบี้ ฆ่าเจ้าหน้าที่ CP9 เผาพลเรือโทโอนิกูโมะจนตาย สร้างบาดแผลสาหัสให้พลเรือเอกอาโอคิยิจนเสียขาไปข้างหนึ่ง และสุดท้ายก็หนีรอดไปได้อย่างลอยนวล
ใต้พาดหัวข่าวมีบทวิจารณ์ระบุว่า "ตำนานกองทัพเรือผู้ไร้พ่ายถูกทำลายลงแล้ว! สัตว์ประหลาดแห่งยุคใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้น!"
หนังสือพิมพ์ฉบับนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนมหาศาลไปทั่วโลกทันที