เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 485 เสียงในโทรศัพท์

บทที่ 485 เสียงในโทรศัพท์

บทที่ 485 เสียงในโทรศัพท์


บทที่ 485 เสียงในโทรศัพท์

กลางดึก

หลังจากปลอบโยนอารมณ์ของพี่สาวเสร็จ กู้หว่านฉิงก็ไปล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำ

พร้อมกับถือโอกาสแชร์เรื่องราวในชีวิตประจำวันของวันนี้ให้หลินเซินฟังผ่านมือถือ

[กู้หว่านฉิง: พี่หลินเซินคะ ดูเหมือนพี่สาวหนูจะรู้เรื่องของพวกเราแล้วล่ะค่ะ หนูหลอกพี่เขาไม่สำเร็จ หนูขอโทษนะคิววีคิว]

[หลินเซิน: ไม่เป็นไรครับ ยังไงวันหนึ่งเขาก็ต้องรู้อยู่ดี]

หลินเซินตอบกลับเร็วมาก ทำให้กู้หว่านฉิงอดไม่ได้ที่จะแอบดีใจ

[กู้หว่านฉิง: รับทราบค่า~ พี่หลินเซินคะ ดึกขนาดนี้แล้วพี่นังไม่นอนเหรอคะ?]

[หลินเซิน: กำลังคิดถึงคุณอยู่น่ะสิครับ]

คิดถึงฉัน?

พอเห็นข้อความที่หลินเซินส่งมา กู้หว่านฉิงก็ใจเต้นแรง ในใจเต็มไปด้วยความสุขและความหวานล้ำ กระทั่งมุมปากยังยิ้มกว้างออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

ฮิๆ!

พี่หลินเซินกลับบ้านเกิดไปแล้วก็ยังไม่ลืมที่จะคิดถึงฉันนะเนี่ย

[กู้หว่านฉิง: หนูก็คิดถึงพี่หลินเซินมากเหมือนกันค่ะ!]

[หลินเซิน: แล้วพ่อแม่คุณรู้เรื่องของพวกเราหรือยังครับ?]

[กู้หว่านฉิง: พวกท่านยังไม่รู้ค่ะ หนูยังไม่กล้าบอกพวกท่านเลย]

ก็นะ ทั้งหนูและพี่สาวต่างก็เคยชอบผู้ชายคนเดียวกัน ต่อให้พ่อแม่จะเปิดกว้างแค่ไหนก็คงยากจะยอมรับความจริงนี้ได้ใช่ไหมล่ะ?

ดังนั้น กู้หว่านฉิงจึงรู้สึกว่าพ่อแม่ของเธออาจจะไม่เห็นด้วยกับความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับหลินเซิน ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เธอรู้สึกหดหู่มาก

แม้ว่าเรื่องความรักจะเป็นเรื่องของคนสองคน แต่ถ้าครอบครัวไม่สนับสนุน การคบกันมันก็จะลำบากมาก

ทว่ากู้หว่านฉิงไม่รู้จริงๆ ว่าจะบอกพ่อแม่ยังไงดี

แน่นอนว่าหลินเซินเข้าใจความลำบากใจของเธอดี เขาจึงตอบกลับมาว่า

[หลินเซิน: บอกไปตามปกติครับ ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเอง พ่อแม่คุณไม่น่าจะมีความไม่พอใจในความสัมพันธ์ของพวกเราหรอกครับ]

เอ๋?

คำพูดที่เต็มไปด้วยความมั่นคงของหลินเซินทำให้หัวใจของกู้หว่านฉิงสั่นไหวด้วยความอบอุ่น

โบราณว่าไว้ ความรู้สึกมั่นคงของผู้หญิงไม่ได้มาจากเงินทองหรือฐานะเท่านั้น แต่ยังมาจากความสามารถในการแก้ปัญหาด้วย

และอย่างหลังนี่แหละ คือการแสดงออกถึงเสน่ห์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผู้ชาย

เมื่อเขาสามารถแก้ปัญหาทุกอย่างที่คุณเจอได้อย่างเยือกเย็น คุณก็จะยิ่งหลงใหลและรักเขามากขึ้น

และกู้หว่านฉิงในตอนนี้ก็กำลังอยู่ในสภาวะนั้น

เมื่อเผชิญกับความไม่เข้าใจที่อาจเกิดขึ้นจากพ่อแม่ หลินเซินก็ปลอบโยนเธอด้วยประโยคเดียว

แน่นอนว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นเชื่อถือได้จริงๆ

ตอนที่กู้หว่านฉิงพาพ่อแม่มาที่ตู้โหมว หลินเซินลงทุนต้อนรับพวกท่านอย่างยิ่งใหญ่ก็เพื่อรอคอยวินาทีนี้

เพื่อไม่ให้พวกท่านมาขัดขวางความสัมพันธ์ระหว่างเขากับกู้หว่านฉิงนั่นเอง

แม้จะยังไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะออกมาดีหรือไม่ แต่อย่างน้อยหลินเซินก็พยายามอย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว

[หลินเซิน: แล้วพี่สาวคุณไม่ได้ทำอะไรคุณใช่ไหมครับ?]

[กู้หว่านฉิง: เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรเลย]

กู้หว่านฉิงพิมพ์เสร็จส่งไปแล้ว จู่ๆ เธอก็ตกอยู่ในความลังเลบางอย่าง

เธออยากบอกหลินเซินเรื่องอาการของพี่สาวมาก แต่ก็กลัวว่าเขาจะตะขิดตะขวงใจในเรื่องนี้

ก็นะ ฐานะอดีตแฟนมันช่างน่ากระอักกระอ่วนใจเหลือเกิน แถมพี่สาวยังทำร้ายหลินเซินไว้ลึกซึ้งขนาดนั้นด้วย

สิ่งนี้ทำให้กู้หว่านฉิงที่เป็นคนกลางลำบากใจมาก

ฝ่ายหนึ่งคือพี่สาวแท้ๆ ที่ดีกับเธอมาตั้งแต่เล็ก อีกฝ่ายก็คือผู้ชายที่เธอรักที่สุด

ไม่ว่าจะเลือกใคร ก็ล้วนแต่ยากลำบากทั้งสิ้น

การจะรักษาสมดุลความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายก็นับว่ายากพอๆ กับการปีนขึ้นสวรรค์

ดังนั้น กู้หว่านฉิงจึงรู้สึกว่าจำเป็นต้องเปิดอกคุยกับหลินเซินเรื่องพี่สาวของเธอ

เธอจึงรวบรวมความกล้าถามไปว่า

[กู้หว่านฉิง: พี่หลินเซินคะ โทรคุยได้ไหมคะ? หนูอยากคุยกับพี่หน่อยค่ะ]

โทรคุยเหรอ?

ณ โรงแรมอินเตอร์เนชั่นแนล ภายในห้องพักวีไอพีชั้นบนสุด

เวลาสี่ทุ่ม หลินเซินที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จกำลังนั่งพิงหมอนคุยกับกู้หว่านฉิงอยู่บนเตียง

เมื่อเธอส่งคำขอคุยสายมา หลินเซินก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองห้องน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกล

ตอนนี้ฉินเยว่หนานกำลังอาบน้ำอยู่ข้างในนั้น

ถ้าโทรคุยกับฉิงฉิงตอนนี้ จะถูกพี่หนานจับได้ไหมนะ?

ถ้าโดนจับได้ จะไม่ซวยเอาเหรอ?

แต่หลินเซินรู้สึกว่ากู้หว่านฉิงปกติเป็นคนรู้ความและว่าง่าย ดึกขนาดนี้แล้วเธอคงไม่เสนอให้โทรคุยสุ่มสี่สุ่มห้าแน่

การที่เธอเสนอมา แสดงว่าเธอต้องมีเรื่องสำคัญจะพูดแน่นอน

หลินเซินจึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเป็นฝ่ายโทรหากู้หว่านฉิงก่อน

~ ฉันเคยผ่านลมหนาวที่เธอเคยผ่าน ~

ทันทีที่เสียงเรียกเข้าดังขึ้น กู้หว่านฉิงก็สะดุ้งโหยง เธอรีบกดรับสายทันทีแล้วพูดด้วยน้ำเสียงหวานใสปนกระซิบเบาๆ

"ฮัลโหล? พี่หลินเซินคะ หนูรบกวนเวลาพักผ่อนของพี่หรือเปล่าคะ? พรุ่งนี้พี่ต้องไปร่วมงานแต่งงานแต่เช้ามืดใช่ไหมคะ?"

"ไม่เป็นไรครับ" หลินเซินหัวเราะเบาๆ

"ช่วงนี้ผมพักผ่อนเต็มที่ พรุ่งนี้ตื่นไหวแน่นอนครับ"

"งั้นก็ดีค่ะ"

กู้หว่านฉิงลอบถอนหายใจยาว ก่อนจะเข้าเรื่องสำคัญ

"คือว่า... พี่สาวหนูเลิกกับแฟนแล้วค่ะ"

"..."

เมื่อได้ยินข่าวนี้ หลินเซินไม่ได้รู้สึกประหลาดใจอะไรมากมายนัก

ก็นะ เขาคบกับกู้หว่านถิงมาตั้งหลายปี นิสัยใจคอของเธอเขาย่อมมองออกจนหมดเปลือกแล้ว

เฉิงเย่ว์แม้จะมีเงิน แต่ไม่ว่าจะเป็นนิสัย รูปร่าง หรือหน้าตา ก็ล้วนไม่ใช่สไตล์ที่กู้หว่านถิงจะชอบได้นาน

การเลิกรากันจึงเป็นเรื่องที่ช้าหรือเร็วเท่านั้น

ทว่าหลินเซินไม่คิดเลยจริงๆ ว่าเธอจะเลิกเร็วขนาดนี้

นี่ยังไม่ถึงหนึ่งเดือนเลยไม่ใช่เหรอ?

หลินเซินเลิกคิ้วขึ้น ความรู้สึกที่มีต่อเรื่องการเลิกราของกู้หว่านถิงนั้น เป็นความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นในฐานะคนวงนอกมากกว่าความสนใจในตัวเธอ

เขามองข้ามเรื่องนี้ไปนานแล้ว เขาจึงยิ้มออกมาอย่างเรียบเฉย

"พี่สาวคุณเป็นคนขอเลิกเหรอครับ?"

"..."

กู้หว่านฉิงเม้มริมฝีปาก เธอไม่รู้ว่าเรื่องบางเรื่องควรพูดดีไหม จนตกอยู่ในสภาวะอึกอักอธิบายไม่ถูก

หลินเซินสัมผัสได้ผ่านโทรศัพท์ เขาจึงยิ้มและปลอบโยนเสียงนุ่มว่า

"อยากพูดอะไรก็พูดเถอะครับ ไม่เป็นไร ผมมองข้ามเรื่องนี้ไปนานแล้วล่ะ"

"พี่สาวหนูบอกว่าเธอไม่ได้รักเฉิงเย่ว์แล้วค่ะ เธอยังรักพี่อยู่"

กู้หว่านฉิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดประโยคนี้ออกมา หัวใจเธอเต้นรัวแรงเพราะกลัวหลินเซินจะโกรธจนฟาดงวงฟาดงา

ทว่าน้ำเสียงของเขายังคงเรียบเฉย กระทั่งดูเหมือนจะคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้น

"ผมเดาไว้แล้วล่ะครับ"

พูดตามตรง หลินเซินรู้สึกดีใจนิดหน่อย หรือจะเรียกว่าสะใจก็ได้

ไม่มีอะไรจะน่าดีใจไปกว่าการเห็นแฟนเก่ามานั่งเสียใจทีหลังหรอก จริงไหม?

ยอมให้เธอทิ้งผมไปตั้งแต่แรกเองนี่นา?

ตอนนี้มาเสียใจทีหลังแล้วล่ะสิ?

หลินเซินแอบรู้สึกดีอยู่ในใจ แน่นอนว่าหลังจากผ่านเรื่องราวมามากมาย เขาก็กลายเป็นคนที่มีวุฒิภาวะและสุขุมมากขึ้น

เรื่องที่กู้หว่านถิงยังรักเขาอยู่นั้นเป็นเรื่องที่เขาคาดการณ์ไว้แล้ว จะว่าไป ด้วยรูปลักษณ์และฐานะของเขาในตอนนี้ ก็น่าจะมีโอกาสน้อยมากที่ผู้หญิงจะเกลียดเขาลง

แต่คุณจะมารักผมตอนนี้แล้วจะมีประโยชน์อะไรล่ะ?

ผมไม่มีทางกลับไปคืนดีกับคุณหรอก

เรื่องนี้อย่าได้แม้แต่จะคิด!

หลินเซินส่งเสียงหึในลำคอ ก่อนจะบอกความในใจให้กู้หว่านฉิงรู้ตรงๆ

"ทว่าผมไม่มีทางกลับไปคืนดีกับพี่สาวคุณแน่นอนครับ ตอนนี้เราสามารถเป็นคนผ่านทาง เป็นคนแปลกหน้าต่อกันได้ ผมอาจจะไม่เกลียดเธอแล้ว แต่ไม่มีทางที่จะเริ่มต้นทำความรู้จักกันใหม่แน่นอนครับ"

"หนูทราบค่ะ"

คำรับรองของหลินเซินทำให้กู้หว่านฉิงลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก เธอจึงรีบอธิบายต่อทันที

"พี่หลินเซินคะ หนูไม่ได้มีความหมายจะให้พี่กลับไปคืนดีกับพี่สาวหนูนะคะ อย่าเข้าใจผิดนะคะ"

"ผมทราบครับ"

หลินเซินย่อมรู้ดีว่ากู้หว่านฉิงไม่ได้มีความหมายเช่นนั้น สาเหตุที่เธอเล่าเรื่องนี้ก็น่าจะแค่ต้องการระบายสิ่งที่อั้นอยู่ในใจออกมาเท่านั้นเอง

ก็นะ การที่ตัวเองชอบแฟนเก่าที่พี่สาวยังอาลัยอาวรณ์อยู่เนี่ย เรื่องแบบนี้ใครเจอก็คงปวดหัวกันทั้งนั้น

หลินเซินเข้าใจกู้หว่านฉิงดี แต่เส้นแบ่งความถูกต้องนั้นไม่มีทางพังทลายลงได้เด็ดขาด

เขาจึงกล่าวเสียงนุ่มว่า

"คุณสามารถเอาคำพูดที่ผมเพิ่งพูดไปบอกเธอได้นะครับ ให้เธอเลิกยึดติดกับอดีตเสียที และพยายามก้าวไปข้างหน้าเถอะครับ"

"ค่ะ"

กู้หว่านฉิงเม้มริมฝีปาก สุดท้ายเธอก็ถอนหายใจยาวพลางกล่าวว่า

"อีกอย่าง พี่สาวหนูเป็นโรคซึมเศร้าด้วยค่ะ"

โรคซึมเศร้า?

หลินเซินเลิกคิ้วขึ้น สีหน้าแสดงความประหลาดใจออกมาเล็กน้อย

กู้หว่านถิงเนี่ยนะจะเป็นโรคซึมเศร้า?

เธอไม่ทำให้คนอื่นซึมเศร้าก็บุญแล้ว แต่เธอกลับเป็นเสียเองงั้นเหรอ?

"แถมยังเป็นขั้นรุนแรงด้วยค่ะ ต้องกินยาถึงจะทุเลาอาการได้"

ในเมื่อบอกหลินเซินไปแล้ว กู้หว่านฉิงจึงต้องเล่าสถานการณ์ทุกอย่างให้ชัดเจน

"เมื่อกี้ตอนอาการเธอกำเริบน่ะน่ากลัวมากเลยค่ะ ร่างกายเธอสั่นเทาไปหมด แถมยังเหมือนจะหายใจไม่ออกด้วย..."

กู้หว่านฉิงพูดเรื่องนี้ด้วยความรู้สึกที่สับสนมาก

เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังใช้ศีลธรรมมาบีบบังคับหลินเซินอยู่ลึกๆ

แม้ว่าเธอจะไม่ได้มีความหมายเช่นนั้น แต่การมาบอกเรื่องกู้หว่านถิงเป็นโรคซึมเศร้าในตอนนี้ มันก็เหมือนเป็นการไปโทษหลินเซินที่ทิ้งเธอไปในจิตใต้สำนึกนั่นแหละ!

ทว่าความจริงแล้ว กู้หว่านฉิงไม่ได้มีความคิดแบบนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว

เธอแค่กลัวมาก กลัวว่าพี่สาวจะเป็นอะไรไป ในใจเลยไม่มีที่พึ่ง

และเรื่องนี้ก็ไม่มีทางไปปรึกษากับพ่อแม่ได้ คนเดียวที่เธอนึกถึงก็คือหลินเซินเท่านั้น

ดังนั้น กู้หว่านฉิงกำลังขอความช่วยเหลือจากหลินเซิน ไม่ได้ต้องการให้เขาทำอะไรที่ฝืนใจหรือผิดต่อจุดยืนของตัวเอง

"พี่หลินเซินคะ หนูควรทำยังไงดีคะ?"

น้ำเสียงของกู้หว่านฉิงเริ่มมีเสียงสะอื้นปนอยู่

"หนูไม่อยากเห็นพี่สาวเป็นแบบนั้นเลยค่ะ"

"เรื่องนี้ผมก็ไม่มีวิธีจัดการที่ดีนักหรอกครับ" หลินเซินถอนหายใจยาว

ตอนนี้ถึงคราวที่เขารู้สึกลำบากใจที่สุดแล้ว

เขาไม่อยากจะเข้าไปพัวพันกับกู้หว่านถิงมากเกินไป แต่เพราะกู้หว่านฉิง เขาจึงไม่สามารถทำตัวเย็นชากับอดีตแฟนคนนี้เกินไปได้

ก็นะ ทั้งคู่เป็นพี่น้องท้องเดียวกันนี่นา!

แน่นอนว่าหลินเซินไม่เสียใจเลยที่ได้คบหากับกู้หว่านฉิง เพราะเธอนั้นสวยมากจริงๆ สวยจนเขาสามารถมองข้ามการมีตัวตนของกู้หว่านถิงไปได้

ยิ่งไปกว่านั้นเขามีความสามารถที่จะจัดการเรื่องพวกนี้ได้

"ถ้างั้นคุณก็ช่วยปลอบใจเธอไปก่อนแล้วกันครับ"

หลินเซินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วให้คำแนะนำที่เจาะจงแก่กู้หว่านฉิง

"หลักๆ คือต้องคอยดูแลอารมณ์ครับ พาเธอออกจากจุดที่มืดมน วิธีที่ดีที่สุดคือให้เธอมีงานอดิเรกใหม่ที่สามารถใช้เวลาว่างกับมันได้มากๆ"

"อย่างเช่นการเล่นเกม หรือการดูซีรีส์ เป็นต้นครับ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเธอ"

"และแน่นอนว่าต้องทานยาตามที่หมอสั่งด้วยนะครับ เพราะโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรงไม่ใช่แค่ความเจ็บป่วยทางจิตใจทั่วไป แต่มันเป็นสภาวะที่ไม่สามารถรักษาให้หายเองได้อีกต่อไปแล้ว จำเป็นต้องอาศัยการรักษาจากภายนอกช่วย..."

หลินเซินกำลังอธิบายอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงไดร์เป่าผมดังขึ้นมา ทำให้กู้หว่านฉิงชะงักไปครู่หนึ่ง

เสียงไดร์เป่าผม?

กู้หว่านฉิงไม่ได้สงสัยอะไรในทันที เพราะหลินเซินบอกเธอว่าตอนนี้เขาพักอยู่ที่บ้านของตัวเอง

คนในครอบครัวอาบน้ำเสร็จแล้วใช้ไดร์เป่าผม มันก็เป็นเรื่องปกติใช่ไหมล่ะ?

เดิมทีกู้หว่านฉิงคิดแบบนั้น แต่หลังจากนั้นในขณะที่หลินเซินกำลังพูดอยู่ จู่ๆ เสียงของเขาก็เงียบหายไป

เพราะหลินเซินพบว่า ฉินเยว่หนานเดินออกมาจากห้องน้ำแล้ว

เธอใช้หมวกคลุมผมแห้งพันผมไว้ เผยให้เห็นลำคอระหงขาวเนียน กระดูกไหปลาร้าที่งดงาม และหัวไหล่ที่กลมมน

เรือนร่างที่งดงามภายใต้เสื้อคลุมอาบน้ำ เน้นให้เห็นเส้นโค้งเว้าของเอวและสะโพกที่เซ็กซี่สมบูรณ์แบบ

เรียวขาที่สวยงามไร้ที่ติโผล่พ้นชายเสื้อคลุมออกมา ชวนให้ลุ่มหลง

ต้องยอมรับเลยว่า แม้จะได้เห็นมาหลายครั้งแล้ว แต่ทุกครั้งที่พี่หนานออกมาจากห้องน้ำก็มักจะทำให้หลินเซินประหลาดใจได้เสมอ และทำให้ใจเขาสั่นไหว

ทว่าความประหลาดใจครั้งนี้มันไม่ได้เรียบง่ายขนาดนั้น

เพราะตอนนี้หลินเซินกำลังคุยกับกู้หว่านฉิงอยู่ และเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดเสียด้วย

กระทั่งอยากจะรีบวางสายกะทันหันก็ยังทำไม่ได้

ฉินเยว่หนานเดินมาช้าๆ ที่ข้างเตียง เมื่อเห็นหลินเซินกำลังโทรศัพท์อยู่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก

ต่อให้จะเป็นคู่รักกัน แต่ก็ควรให้พื้นที่ส่วนตัวแก่กันและกันอย่างเพียงพอ

ยิ่งไปกว่านั้นหลินเซินมีเพื่อนเยอะ การโทรศัพท์คุยกันย่อมเป็นเรื่องปกติธรรมดา

ทว่าสิ่งที่เขาพูดกลับทำให้ฉินเยว่หนานสงสัยเล็กน้อย

ล้วนเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิธีรักษาโรคซึมเศร้า หรือว่าเพื่อนของหลินเซินจะป่วย?

ฉินเยว่หนานไม่ได้ติดใจอะไรมากนัก จากนั้นเธอก็ขึ้นมานั่งบนเตียงและทับลงบนหน้าท้องของหลินเซินโดยตรง สายตาที่ท้าทายนั้นแฝงไปด้วยอารมณ์ที่ลุ่มลึก

เห็นได้ชัดว่าเธอต้องการแล้ว

ทว่าหลินเซินกลับทำสัญญาณให้เธอเงียบเสียงลง สิ่งนี้ทำให้ในใจของฉินเยว่หนานรู้สึกไม่สบอารมณ์นิดหน่อย

แน่นอนว่าเธอเป็นคนรู้ความ เธอรู้ว่าหลินเซินน่าจะกำลังยุ่งอยู่กับเรื่องสำคัญ

ในขณะที่ฉินเยว่หนานกำลังจะลุกออกจากตัวหลินเซินเพื่อไปทาครีมบำรุงผิว จู่ๆ เธอก็ได้ยินคำเรียกที่แสนอ่อนไหวจากปลายสายโทรศัพท์

"หนูทราบแล้วค่ะ พี่หลินเซิน"

พี่หลินเซิน?

อีกฝ่ายเป็นเด็กผู้หญิงงั้นเหรอ?

ฉินเยว่หนานเลิกคิ้วขึ้น หัวใจที่เคยเรียบเฉยพลันเต้นแรงขึ้นมาด้วยความรู้สึกบางอย่าง

เธอจำได้รางๆ ว่าหลินเซินไม่มีน้องสาว มีเพียงพี่สาวลูกพี่ลูกน้องหนึ่งคน พี่ชายลูกพี่ลูกน้องสองสามคน และพี่ชายแท้ๆ อีกสองสามคน

อย่าบอกนะว่า...

ฉินเยว่หนานที่เฉลียวฉลาดดูเหมือนจะรับรู้อะไรบางอย่างได้ ในใจเธอไม่ได้โกรธ แต่กลับรู้สึกหึงหวงและตัดพ้ออยู่นิดๆ

แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมากกว่านั้นคือ เธอเกิดความรู้สึกอยากจะแกล้งคนขึ้นมาในใจ

แอบคุยกับผู้หญิงในขณะที่ฉันไปอาบน้ำงั้นเหรอ?

มุมปากของฉินเยว่หนานยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ จากนั้นเธอก็ไม่คิดจะไปบำรุงผิวแล้ว เธอคลานกลับขึ้นมาบนเตียงอีกครั้ง แล้วนั่งทับลงบนหน้าท้องของหลินเซินอีกรอบ พร้อมกับช่วยเขาแก้ปมเสื้อคลุมอาบน้ำออก

หลินเซินเห็นดังนั้นก็ถึงกับอึ้งไปเลย เขาจึงรีบเอามือปิดโทรศัพท์แล้วกระซิบเบาๆ

"พี่หนานครับ ผมกำลังคุยโทรศัพท์อยู่นะ"

ฉินเยว่หนานไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่กลับส่งสายตาที่มีความหมายลึกซึ้งให้หลินเซิน จากนั้นเธอก็หมอบตัวลงไปทันที

ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ เธอคงจะไม่ทำตัวรุกหนักขนาดนี้ ก็นะ แม้เธอจะยอมช่วยเขาบ้างเพราะความรักที่มีให้

ทว่าส่วนใหญ่แล้วเธอก็ยังเป็นคนที่มีนิสัยรักสะอาดอยู่พอสมควร

ต่อให้หลินเซินจะเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เธอก็ยังก้าวข้ามกำแพงในใจนั้นได้ยาก

แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว

ในเมื่อคุณคุยกับผู้หญิงคนอื่น ก็อย่ามาโทษว่าปากของฉันจะไม่ปรานีแล้วกันนะ!

ฉินเยว่หนานหรี่ตาลง แฝงไปด้วยเสน่ห์ที่ชวนหลงใหล

ส่วนหลินเซินเองก็ตกใจในความกล้าหาญของเธอจริงๆ

ก็นะ สาวมาดนิ่งคนนี้ไม่เคยรุกหนัก หรือกระตือรือร้นขนาดนี้มาก่อนเลย

อย่าบอกนะว่าเธอชอบแกล้งผมตอนที่ผมกำลังโทรศัพท์อยู่?

นี่ไม่ใช่รสนิยมที่พวกรุ่นพี่สาวชอบทำกันหรอกเหรอ?

หลินเซินไม่เข้าใจเลยจริงๆ เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมเสียงของตัวเอง ทว่ามันช่วยไม่ได้เลย การศึกษาภาคปฏิบัติของฉินเยว่หนานนั้นช่างไร้ที่ติเหลือเกิน

ราวกับว่าเธอได้รวบรวมความรู้ทั้งหมดที่เคยเรียนรู้มาใช้ในคราวเดียวเลยทีเดียว

ก็นะ คนเราน่ะเวลาจะแกล้งคนมักจะฉลาดที่สุดและกระตือรือร้นที่สุดเสมอ

"อืม~"

หลินเซินเผลอครางออกมาเบาๆ ทำให้กู้หว่านฉิงชะงักไปเล็กน้อย

"พี่หลินเซินคะ พี่กำลังทำอะไรอยู่เหรอคะ?"

จบบทที่ บทที่ 485 เสียงในโทรศัพท์

คัดลอกลิงก์แล้ว