เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 155 : เข้าใจเมิ่งเต๋อ จนกลายเป็นเมิ่งเต๋อ  (ฟรี)

บทที่ 155 : เข้าใจเมิ่งเต๋อ จนกลายเป็นเมิ่งเต๋อ  (ฟรี)

บทที่ 155 : เข้าใจเมิ่งเต๋อ จนกลายเป็นเมิ่งเต๋อ  (ฟรี)


บทที่ 155 : เข้าใจเมิ่งเต๋อ จนกลายเป็นเมิ่งเต๋อ

(เมิ่งเต๋อ เป็นชื่อรองของโจโฉ ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องความเจ้าชู้และชอบภรรยาของคนอื่น การพูดแบบนี้จึงมีความหมายแฝง)

หา?

หลินผิงตกใจไปเลย

ก็แหม... เธอนิสัยขี้อายอยู่แล้ว เรื่องที่กล้าบ้าบิ่นขนาดนี้มันเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้จริงๆ

แต่พอครุ่นคิดอย่างละเอียดแล้ว คำพูดของหลินเซินมันก็ไม่ได้ผิดอะไรเลยนะ

ในเมื่อตัวเองตัดสินใจจะแก้แค้นเสิ่นหมิงชวนแล้ว ก็ควรจะละทิ้งตัวเองที่อ่อนแอในอดีตไปเสีย ทำให้เรื่องมันรุนแรงกว่าเดิมถึงจะถูก!

ให้ความหวังเขา แล้วก็ทำลายความหวังนั้นต่อหน้าเขา

นี่แหละคือการแก้แค้นที่ดีที่สุดสำหรับเขา!

หลินผิงเม้มริมฝีปากแน่น ภายใต้แสงไฟที่อ่อนโยนของร้านอาหาร พอมองเห็นใบหน้าที่แดงระเรื่อของเธอได้ลางๆ

แต่ไม่นานนัก สาวใหญ่แสนสวยคนนี้ก็ตัดสินใจได้

มุมปากของหลินเซินยกขึ้นเล็กน้อย แต่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น เขาก็ไปปิดไฟในห้องทั้งหมด

เหลือเพียงแค่แสงจันทร์ที่เย็นเยียบสาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้อง ปกคลุมเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดด้วยม่านบางๆ สีเงิน

ในจำนวนนั้นก็รวมถึงใบหน้าที่สวยงามและมีเสน่ห์ของหลินผิงด้วย ดูสวยงามและอ่อนโยนเป็นพิเศษ

สองสามวันนี้หลินผิงนอกจากจะฝึกฝนภาคปฏิบัติแล้ว ยังเรียนรู้ความรู้ทางทฤษฎีมากมายอีกด้วย

ตัวอย่างเช่น ผู้ชายเป็นสิ่งมีชีวิตที่มองด้วยสายตา

เมื่อเทียบกับประสบการณ์ที่แท้จริงแล้ว พวกเขากลับให้ความสำคัญกับการแสดงออกของคุณมากกว่าเสียอีก

ดังนั้นเวลาที่ต้องทำเรื่องแบบนี้ ก็ต้องเพิ่มรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในการกระทำและสีหน้าเข้าไปด้วย

แสดงให้เห็นถึงเสน่ห์ของตัวเองออกมา

ดังนั้นหลินผิงถึงได้เหลือบตามองอย่างเย้ายวนชวนฝัน เงยใบหน้าที่แดงระเรื่อเล็กน้อยขึ้น สีหน้าหลงใหล

สามทุ่มครึ่ง

เสิ่นหมิงชวนที่กำลังนอนหลับอุตุอยู่ ร่างกายก็พลันสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างแรงแล้วก็ตื่นขึ้นมาทันที รู้สึกเหมือนตัวเองตกลงมาจากที่สูง

หลับไปแล้วเหรอ?

เสิ่นหมิงชวนมองไปรอบๆ อย่างงัวเงีย ท่ามกลางความมืดมิด เขาก็พบว่าตัวเองนอนฟุบอยู่บนโต๊ะอาหาร

ส่วนข้างๆ ก็ยังมีเงาร่างคนหนึ่งนั่งอยู่

พอเห็นแล้วเสิ่นหมิงชวนก็ตกใจจนตัวสั่นไปทั้งตัว ฤทธิ์เหล้าที่เคยทำให้มึนงงในหัวก็พลันสร่างขึ้นมาเกินครึ่ง

เขาขยี้ตา มองดูอย่างละเอียดและพยายามจะจำแนกดูว่าเป็นใครที่อยู่ข้างๆ แล้วก็ทำหน้าตกใจ

“เจ้านายหลิน?” “คุณตื่นแล้วเหรอครับ?”

หลินเซินหันหน้ามายิ้มบางๆ นี่ทำให้เสิ่นหมิงชวนจู่ๆ ก็รู้สึกอับอายเป็นพิเศษ

“ขอโทษครับเจ้านายหลิน! ผมเผลอหลับไปไม่รู้ตัว อาผิงล่ะครับ?” “เธอไปกล่อมแอนแอนนอนแล้วครับ”

หลินเซินพยักเพยิดไปทางห้องด้านใน นี่ทำให้ในใจเสิ่นหมิงชวนดีใจเป็นอย่างมาก

อาผิงยอมที่จะอยู่ที่บ้านฉันแล้วเหรอ?

ดีมากเลย!

ถึงแม้จะอยู่ในห้องของแอนแอน แต่นี่ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่า ความรู้สึกขุ่นเคืองในใจเธอกำลังค่อยๆ เลือนหายไปแล้ว

ขอแค่อาผิงยอมกลับมาที่บ้านหลังนี้ ตัวเองก็มีโอกาส 100% ที่จะกลับมาคืนดีกับเธอ!

"อิอิ”

เสิ่นหมิงชวนอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ ก่อนจะรีบเข้าไปตีสนิทกับหลินเซินต่อ

“เจ้านายหลินครับ ดึกขนาดนี้แล้วหรือว่าคุณจะพักที่บ้านผมเลยดีไหมครับ? ผมไปนอนที่โซฟา คุณนอนบนเตียงใหญ่ในห้องนอนใหญ่เลยครับ”

“ได้สิครับ”

หลินเซินหรี่ตามองพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย

เสิ่นหมิงชวนเดินโซซัดโซเซลุกขึ้นยืน กำลังจะไปเปิดไฟ ทันใดนั้นก็โดนหลินเซินห้ามไว้

“คุณไปนอนเถอะครับ”

“ครับ งั้นเจ้านายหลินคุณก็พักผ่อนเร็วๆ นะครับ”

ถึงแม้จะงงๆ อยู่บ้างว่าทำไมหลินเซินถึงได้อยากจะอยู่ในที่ที่มืดขนาดนี้ แต่ตอนนี้เสิ่นหมิงชวนมีเพียงความคิดเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ นอน!

ง่วงมาก!

ความเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจทำให้ฝีเท้าของเสิ่นหมิงชวนดูจะโซซัดโซเซ พอมาถึงข้างโซฟาแล้วก็ “ตุบ” ล้มตัวลงนอนทันที

ไม่นานนัก เสียงกรนที่ดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

หลินเซินสังเกตอยู่ครู่หนึ่ง พอเห็นว่าเสิ่นหมิงชวนน่าจะไม่ตื่นขึ้นมาง่ายๆ แล้วถึงจะถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างโล่งอก

เขาก้มหน้าลงมองไปใต้โต๊ะ พอสายตาปรับเข้ากับความมืดได้แล้ว ก็พอจะมองเห็นสาวใหญ่แสนสวยที่คุกเข่าอยู่บนพื้นเย็นๆ ได้ลางๆ

“ออกมาเถอะครับ เขาไปนอนแล้ว”

หลินเซินลูบหัวหลินผิงอย่างอ่อนโยน นี่ทำให้เธอเม้มริมฝีปากแน่น

ถึงแม้คำขอของหลินเซินจะทำให้เธอรู้สึกอับอายอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ แต่ก็ช่วยไม่ได้ นี่คือทางที่เธอเลือกเอง

ในฐานะที่เป็นคนรัก หน้าที่เดียวก็คือการตอบสนองความต้องการของอีกฝ่าย ถึงแม้จะยอมรับได้ยากหน่อยก็ตาม

แต่โชคดีที่หลินเซินยังคงรักษาศักดิ์ศรีให้เธออยู่ ทำให้เธอในวันธรรมดาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีเกียรติและมั่งมี แถมยังมอบสภาพแวดล้อมในการเติบโตที่มั่นคงให้กับแอนแอนอีกด้วย

ตัวเองยังมีอะไรที่จะไม่พอใจอีกล่ะ?

หลินผิงมุดออกมาจากใต้โต๊ะ พอหลังจากลุกขึ้นยืนแล้วก็จัดกระโปรงรัดรูปที่ยุ่งเหยิงอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะมองไปยังโซฟาด้วยความเป็นห่วง

การที่เสิ่นหมิงชวนตื่นขึ้นมากะทันหันเมื่อครู่เกือบจะทำให้เธอตกใจตายเลยนะ!

แต่โชคดีที่หลินผิงรู้จักอดีตสามีคนนี้ของตัวเองดีอยู่แล้ว

เขาเวลาดื่มเหล้าแล้วหลับไป โดยทั่วไปแล้วก็จะตื่นขึ้นมากลางคันครั้งหนึ่ง จากนั้นก็จะหลับสนิทไปจนถึงเช้า

“ไปกันเถอะครับ ไปห้องนอนใหญ่ ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณหน่อย”

หลินเซินก้าวเข้าไปใกล้ๆ โอบรอบเอวที่โค้งเว้าเย้ายวนของหลินผิง

แต่ร่างอรชรของเธอกลับสั่นไหวเล็กน้อย สีหน้าที่ร้อนรนเต็มไปด้วยความสับสนลังเล

หลินเซินเห็นแล้วก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“ทำไมเหรอครับ? ยังไม่เตรียมใจเหรอ?” หลินผิงเม้มริมฝีปาก ก่อนจะพึมพำเบาๆ

“เอ่อ... ฉันไปห้องน้ำบ้วนปากก่อนนะคะ” “ได้ครับ ผมจะรอ”

หลินเซินยิ้มบางๆ เดินเข้าไปในห้องนอนใหญ่ก่อนเป็นคนแรก

การจัดวางโดยรวมดูเรียบง่าย การตกแต่งก็ดูอบอุ่น

แต่เนื่องจากสองสามปีมานี้เสิ่นหมิงชวนอยู่คนเดียว ก็เลยทำให้สภาพแวดล้อมดูจะรกรุงรังเล็กน้อย

ผ้าห่มบนเตียงคู่ขดตัวอยู่ตรงมุมเตียง ข้างหมอนก็มีสายชาร์จต่างๆ กองอยู่เต็มไปหมด บนโต๊ะข้างเตียงก็เป็นที่เขี่ยบุหรี่ที่เต็มไปด้วยก้นบุหรี่

นี่ทำให้หลินเซินที่เกลียดกลิ่นบุหรี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย จู่ๆ ก็ไม่อยากจะนอนในห้องนอนใหญ่นี้เสียแล้ว

แต่โชคดีที่มีเซอร์ไพรส์

บนผนังที่หัวเตียงติดแน่นอยู่มีรูปถ่ายแต่งงานที่ประณีตงดงามแขวนอยู่ ชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ของ “เวอร์ชันสาว” หลินผิงสวยงามเป็นพิเศษ

เครื่องสำอางประณีต ใบหน้าได้รูป รูปร่างน่าทึ่ง

โดยรวมแล้วให้ความรู้สึกที่พอจะเทียบกับฉินเยว่นานกับเจียงหว่านได้อยู่บ้างนะ แต่ในบรรดาคนทั่วไปแล้วก็ถือว่าสวยมากเลยทีเดียว

สงสัยตอนสาวๆ คงจะมีผู้ชายมาตามจีบเยอะแยะเลยสินะ

ในรูปถ่ายแต่งงาน หลินผิงนั่งอยู่ข้างๆ เสิ่นหมิงชวนที่ยืนอยู่ สีหน้าไม่มีความทุกข์ระทมที่สลักอยู่ระหว่างคิ้วในตอนนี้เลย มีเพียงแค่ความคาดหวังในชีวิตแต่งงานใหม่กับความสุขที่เข้มข้นเท่านั้น

น่าเสียดายที่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว

หลินเซินเปิดหน้าต่างระบายอากาศ นั่งลงบนขอบเตียงหยิบมือถือขึ้นมา ก็สังเกตเห็นโดยบังเอิญว่าในแอปเสี่ยหงซูมีคอมเมนต์มากถึงหลายสิบข้อความเลยทีเดียว

แถมยอดไลค์ยังทะลุหนึ่งร้อยไปแล้ว

หลินเซินประหลาดใจเล็กน้อย รู้สึกเหมือนต่อไปนี้ไม่ต้องจ่ายเงินซื้อทราฟฟิกเองแล้วล่ะมั้ง

เพียงแค่ทำภารกิจให้ต้าหลานซูอัปเกรด เขาก็จะกลายเป็น “ราชาแห่งทราฟฟิก” ในอนาคต!

แต่สิ่งที่ตามมาก็คือ ปัญหาใหม่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าหลินเซิน

นั่นก็คือต่อไปนี้เขาจะออกกล้องเองได้หรือเปล่า

ก็แหม... เดี๋ยวนี้คนดังเรื่องเยอะ ยิ่งมีชื่อเสียงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งจะโดนสาธารณชนจับตามองมากเท่านั้นแหละ แค่พลาดนิดเดียวก็อาจจะเสียชื่อเสียงได้เลยนะ

แบดบอยอย่างตัวเอง ถ้าดังขึ้นมาล่ะก็ เกรงว่าถึงตอนนั้นคงจะต้องโดนทั้งเน็ตตามล่าแน่ๆ?

หลินเซินยิ้มๆ ตัดสินใจว่าต่อไปนี้จะไม่โผล่หน้าไปในเน็ตอีกแล้ว แต่จะเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่นในการหาทราฟฟิกแทน

นั่นก็คือการใช้ชื่อ “หน่วนจว่าวอัว แคท คาเฟ่” !

แบบนี้ก็ทั้งสามารถดึงดูดความสนใจให้กับร้านของตัวเองได้ แล้วก็ยังสามารถทำภารกิจของส่ายหยางได้อีกด้วย นี่มันยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวชัดๆ!)

หลินเซินเปิดแอปเสี่ยหงซูขึ้นมา เป็นอย่างที่เขาคาดการณ์ไว้จริงๆ นั่นแหละ ข้างล่างโพสต์มีแต่คำเยาะเย้ยถากถางกับคำด่าล้วนๆ

[ให้แกขอพรแกก็กล้าคิดเนอะ!]

[ก็แสดงว่าแกขี้เหร่อ่ะดิ! เดาสุ่มเลยว่าเป็นลุงแก่หัวล้านพุงพลุ้ยอายุสี่ห้าสิบกำลังฝันกลางวันอยู่ล่ะสิ คิดว่าผู้หญิงสมัยนี้จะเห็นแก่เงินกันหมดหรือไง?] [แกบอกว่าแกรวย หลักฐานล่ะ? ใครมันจะโม้ไม่เป็นกัน! ถ้ารายได้เดือนละหลายหมื่น เงินเก็บเจ็ดหลักแบบนั้นยังไม่เรียกว่ารวยหรอกนะ แฟนเก่าฉันมีแบบนี้เยอะแยะไป] [ไอ้คนแบบแกยังจะอยากหาแฟนที่ทั้งสวยทั้งหุ่นดีอีกเหรอ? ไม่ส่องกระจกดูตัวเองบ้างเลย คาดว่าเขาคงจะไม่ชายตามองแกด้วยซ้ำ ไอ้ผู้ชายกระจอก!]

“รู้สึกว่าชาวเน็ตยุคนี้พลังโจมตีสูงจริงๆ นะ”

หลินเซินยิ้มๆ ไม่ได้โกรธอะไร ตรงกันข้ามกลับเลื่อนดูคอมเมนต์ที่โดนถล่มเหมือนกับกำลังหาเรื่องสนุกทำ

เป็นไปตามคาด โพสต์ที่คึกคักและเต็มไปด้วยข้อถกเถียงขนาดนี้ทำภารกิจของต้าหลานซูสำเร็จแล้ว

【ภารกิจอัปเกรด: โปรดโพสต์บันทึกที่มีข้อโถกเถียงในแอปเสี่ยหงซู (สำเร็จแล้ว) 】

【ต้าหลานซู W.1-Iv.2】

【ผลลัพธ์การแฮก: การได้รับทราฟฟิกออนไลน์จะเพิ่มขึ้นโดยธรรมชาติ 20%-30%】

【รางวัล: หนังสือประสบการณ์ระดับต้น M1]

【ภารกิจอัปเกรด: โปรดใช้หลักฐานโต้แย้งข้อความเชิงลบที่มุ่งเป้ามาที่คุณ และได้รับผู้ติดตาม 100 คน】

หนังสือประสบการณ์เหรอ?

หลินเซินลองกดเปิดดูแล้วก็เบิกตากว้างทันที

【โปรดเลือกทักษะหนึ่งอย่างที่คุณเรียนรู้จากแอปส่ายหยางเพื่อเพิ่มค่าประสบการณ์ +100】

【ตัวเลือกที่มีให้: ความเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษระดับ B2 (0/100) , ความเข้าใจในทฤษฎีความน่าจะเป็นและสถิติศาสตร์ (0/200) 】 

ดีขนาดนี้เลยเหรอ!?

ในใจหลินเซินเต็มไปด้วยความประหลาดใจและความตื่นเต้น

เขาคิดว่ารางวัลของต้าหลานซูอาจจะเหมือนกับส่ายหยาง คือเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรู้

แต่ไม่คาดคิดว่า แอปฯ ฉบับแฮกทั้งสองตัวนี้จะเข้ากันได้ดีขนาดนี้!

ตัวหนึ่งรับผิดชอบในการให้ความรู้เป็นรางวัล อีกตัวหนึ่งรับผิดชอบในการเพิ่มค่าประสบการณ์ให้กับความรู้

ส่งเสริมซึ่งกันและกันเลยนะ!

หลินเซินไม่ได้คิดอะไรมาก กดเพิ่มค่าประสบการณ์ให้กับความเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษระดับ B2 ทันที

ก็แหม... มีแค่อันนี้เท่านั้นแหละที่สามารถอัปเกรดได้สำเร็จในครั้งเดียว

【ยินดีด้วย: ความเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษระดับ B2—ความเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษระดับ C1 (0/300, สามารถใช้งานและเข้าใจข้อความที่ซับซ้อนและยาวได้อย่างคล่องแคล่ว, การแสดงออกลื่นไหลเป็นธรรมชาติ, สามารถสนทนาเชิงลึกในสาขาวิชาชีพได้, การเขียนมีตรรกะที่รัดกุม, คำศัพท์หลากหลาย) 】

“รู้สึกเหมือนน่าจะเก็บหนังสือประสบการณ์ไว้ก่อนนะ” หลินเซินใช้ไปแล้วก็รู้สึกเสียดายขึ้นมาหน่อยๆ

ก็แหม... ภาษาอังกฤษระดับ B2 สำหรับเขามันก็เพียงพอแล้ว

เขาก็ไม่ได้คิดจะไปศึกษาต่อในสาขาวิทยาศาสตร์ ไม่จำเป็นต้องเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษระดับวิชาชีพ C1 ขนาดนั้นสักหน่อย

แต่ก็ใช้ไปแล้ว จะทำยังไงได้ล่ะ?

หลินเซินถอนหายใจเบาๆ จากนั้นก็เปิดแอปเสี่ยหงซู ใช้หลักฐานที่เป็นความจริงโต้กลับคอมเมนต์เด่นๆ สองสามอันที่มุ่งเป้ามาที่ตัวเอง เพื่อที่จะทำภารกิจของต้าหลานซูให้สำเร็จ

ว่าฉันไม่มีเงินเหรอ?

ฉันก็แคปรูปยอดเงินในบัญชีแปดล้านหยวนโพสต์ลงคอมเมนต์เลยสิ

ถึงแม้ว่าในโลกออนไลน์มันอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงมันก็ถือว่าโอเคมากแล้วนะ

ว่าฉันขี้เหร่เหรอ?

ฉันไม่จำเป็นต้องโพสต์รูปเต็มหน้า แค่ใส่หน้ากากอนามัย แล้วถ่ายรูปหุ่นก็พอแล้ว

ส่วนเรื่องหน้าตาจะเป็นยังไง ก็แล้วแต่จะคิดไป ฉันไม่จำเป็นต้องเถียง

มุมปากของหลินเซินยกขึ้นเล็กน้อย รู้สึกว่าหลังจากโต้ตอบกับพวกนักเลงคีย์บอร์ดกลุ่มนี้แล้ว อารมณ์ก็พลันปลอดโปร่งขึ้นมามากเลยทีเดียว

ทันใดนั้น หลินผิงก็แอบผลักประตูห้องนอนใหญ่เข้ามา

บนใบหน้าที่แดงระเรื่อของเธอยังคงมีหยดน้ำติดอยู่เล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าอยู่ในห้องน้ำทำศึกทางความคิดมาเป็นเวลานานแล้ว

แต่สุดท้าย เธอก็ยังคงเลือกที่จะยอมรับความจริง

ในเมื่อเลือกที่จะเป็นคนรักแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมาทำตัวอิดออดอีกต่อไปแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้นตัวเองก็ต้องการด้วยไม่ใช่เหรอ?

ประสบการณ์การเป็นโสดในช่วงสองสามปีมานี้ ทำให้สาวใหญ่คนสวยวัยสามสิบต้นๆ คนนี้ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส

เป็นวัยที่ต้องการผู้ชายมากที่สุด แต่กลับต้องมาทนอยู่กับความเหงาและความอ้างว้าง

ถึงแม้หลินผิงจะไม่เคยยอมรับว่าตัวเองต้องการที่จะเป็นคนรักของหลินเซินเพราะความต้องการทางสรีรวิทยา

แต่ปฏิกิริยาของร่างกายกลับซื่อสัตย์มาก

เธอต้องการผู้ชาย

ต้องการผู้ชายที่หนุ่มแน่นแข็งแรงมาตอบสนองความต้องการของตัวเอง

แล้วหลินเซินก็เข้ากับเงื่อนไขนี้มากเลยทีเดียว

หน้าตาก็หล่อ หุ่นก็ดี ทั้งตัวก็อบอวลไปด้วยกลิ่นอายฮอร์โมนเพศชายที่เป็นเอกลักษณ์

ลักษณะเหล่านี้ราวกับขั้วแม่เหล็กที่ต่างกันแต่ดึงดูดกันอย่างแรง ดึงดูดหลินผิงอย่างลึกซึ้ง ทำให้เธอในที่สุดก็เลือกที่จะเดินเข้าไปในห้องนอนใหญ่ที่เคยใช้ชีวิตอยู่แห่งนี้

เพียงแต่ว่าเจ้าของบ้านผู้ชายเปลี่ยนจากผู้ชายในรูปถ่ายแต่งงานบนผนัง มาเป็นหลินเซินที่หล่อเหลากว่าอยู่ตรงหน้า

“มานั่งสิครับ”

หลินเซินตบที่นั่งข้างๆ ตัวเอง พอเห็นท่าทางที่เขินอายของหลินผิงแล้วก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้

“นี่คือเตียงที่พี่เคยนอนเมื่อก่อนนะ ทำไมรู้สึกเหมือนพี่จะไม่สบายใจกว่าผมอีกอ่ะครับ?”

“ไม่ใช่ค่ะ....”

หลินผิงเถียงอย่างอ่อนแรง ก็แหม... เสิ่นหมิงชวนก็นอนหลับอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ถ้าบอกว่าไม่ประหม่าก็คงจะโกหกแล้วล่ะ

แต่สุดท้ายเธอก็ยังคงค่อยๆ นั่งลงข้างๆ หลินเซิน แล้วก็โดนเขาโอบกอดเข้าไปในอ้อมแขนทันที

“อย่าประหม่าเลยครับ ผมขอพูดอะไรกับพี่สักสองสามเรื่องก่อน”

หลินเซินใช้มือขวาสัมผัสส่วนโค้งของเอวกับสะโพกที่เซ็กซี่ของหลินผิงไปพลาง กระซิบถามเบาๆ

“ตอนนั้นนักศึกษาพาร์ทไทม์สองสามคนที่ผมหามา พี่ก็ยังติดต่ออยู่ใช่ไหมครับ?”

“ค่ะ”

เดิมทีร่างกายของหลินผิงยังคงเกร็งอยู่บ้าง แต่ภายใต้การปลอบโยนอย่างอ่อนโยนของหลินเซินก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลง

“ช่วงนี้พวกเขาก็ยังถามอยู่เลยค่ะว่าจะมาทำงานไหม ก็แหม... ใกล้จะเปิดเทอมแล้วนี่คะ”

“เดิมทีผมวางแผนไว้ว่าจะให้พวกเขาทำงานเต็มเวลาในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า คงจะต้องให้พวกเขาทำงานพาร์ทไทม์ช่วงที่เรียนอยู่แล้วล่ะครับ” มือขวาของหลินเซินไม่ได้จำกัดอยู่แค่การลูบไล้เอวกับสะโพกของหลินผิงอีกต่อไปแล้ว แต่กลับเปลี่ยนไปสอดเข้าไปใต้รักแร้ของเธอแทน

“ถ้าตกลงก็ OK ถ้าไม่ตกลงก็เปลี่ยนคนครับ”

“ค่ะ”

หลินผิงเม้มริมฝีปากแน่นแล้วก็ตอบรับเบาๆ ดวงตาคู่สวยที่เย้ายวนค่อยๆ เลื่อนลอย

ส่วนหลินเซินก็ยังคงทำหน้าไม่เปลี่ยนสีพูดต่อไป

“เรื่องที่สอง,

เกี่ยวกับเรื่องแมว

“พอพื้นที่ของคาเฟ่แมวขยายใหญ่ขึ้นแล้ว จำนวนแมวก็ต้องเพิ่มขึ้นด้วย ถึงตอนนั้นผมจะหาคนมาซื้อแมวล็อตใหม่ คุณช่วยดูแลหน่อยแล้วกันนะ ให้พวกมันอย่าไปทะเลาะกับแมวก่อนหน้านี้ ว่าง่ายๆ น่ารักๆ

หน่อยนะ เรียนรู้ที่จะเอาใจลูกค้า ทำได้ไหมครับ?”

“ได้ค่ะ”

หลินผิงพยักหน้า ร่างอรชรก็บิดไปมาอย่างไม่สงบ เผลอเบียดเข้าหาหลินเซินใกล้ชิดมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“แต่ว่าเจ้านายหลินคะ คุณเลือกแมวดีที่สุดอย่าไปเลือกมาจากสถานสงเคราะห์แมวนะคะ แมวจรจัดส่วนใหญ่มักจะมีความป่าเถื่อนกับข้อบกพร่องทางนิสัย ไม่ค่อยจะเชื่องกับคนเท่าไหร่ค่ะ” “ผมรู้ครับ ผมมีช่องทางอยู่”

พอรู้สึกได้ว่าร่างอรชรของหลินผิงยิ่งอ่อนระทวยลงแล้ว มุมปากของหลินเซินก็ยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะใช้มือซ้ายวางไว้บนต้นขาของเธอ

ต้นขาที่อวบอิ่มนุ่มนวลเข้าคู่กับถุงน่องสีดำที่เนียนละเอียดน่าสัมผัส จับแล้วรู้สึกดีมากเลยทีเดียว

“เรื่องที่สาม การดำเนินงาน คุณปกติเล่นติ๊กต็อกไหมครับ?”

“ไม่ค่อยจะเล่นเท่าไหร่ค่ะ....”

ในอกของหลินผิงอัดแน่นไปด้วยความร้อนแรงอย่างเข้มข้น ความปรารถนาที่เก็บกดอยู่ในส่วนลึกของหัวใจมานานก็ถูกหลินเซินค่อยๆ ปลุกขึ้นมา

“คุณอยากจะให้ฉันทำยังไงเหรอคะ?”

“ถึงตอนนั้นผมจะให้แอคเคาท์ติ๊กต็อกอย่างเป็นทางการของร้านคาเฟ่แมวหน่วนจว่าวอัวให้คุณหนึ่งแอคเคาท์ การโพสต์วิดีโอไม่ต้องให้คุณทำ คุณเพียงแค่ช่วยผมรับคำด่าก็พอแล้ว” โดนด่าเหรอ?

ดวงตาคู่สวยที่พร่ามัวไปด้วยม่านน้ำตาของหลินผิงกลับมามีประกายสดใสขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะได้ยินหลินเซินอธิบาย

“ก็แหม... คาเฟ่แมวมันเป็นธุรกิจบริการ ไม่สามารถจะรับประกันความพึงพอใจของลูกค้าได้ 100% หรอกนะ พอเจอพวกที่ชอบจับผิดกับคำตำหนิและวิจารณ์ที่ไร้สมองเกินไปหน่อยแล้ว ถึงตอนนั้นก็ต้องให้คุณมาช่วยจัดการให้ผมแล้วล่ะครับ” “ไม่จำเป็นต้องไปเถียงกับพวกเขาหรอกนะ เพียงแค่ขอโทษแล้วก็บอกว่าจะทำให้ดีขึ้นในครั้งต่อไป ผมเชื่อว่าคุณเหมาะที่จะทำเรื่องนี้มากเลยนะ” หลินเซินก้มหน้าลงมองใบหน้าที่สวยงามไร้ที่ติของหลินผิงแล้วก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ ส่วนเธอก็ทำแก้มป่องอย่างน้อยใจเล็กน้อย

นี่มันไม่ใช่ว่าเอาฉันมาเป็นกระสอบทรายให้ลูกค้าระบายอารมณ์เหรอ!

แต่หลินเซินดูคนแม่นจริงๆ

หลินผิงนิสัยขี้ขลาดอ่อนโยน ปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างสุภาพเรียบร้อย ไม่กลัวเลยว่าเธอจะไปทะเลาะกับลูกค้า

แต่ก็ไม่สามารถจะปล่อยให้เธอต้องมาทนรับอารมณ์ด้านลบจากลูกค้านานเกินไปได้นะ ไม่อย่างนั้นสักวันหนึ่งก็คงจะซึมเศร้าแน่ๆ

ดังนั้นหลินเซินจึงก้มหน้าลงปลอบใจ

“ถึงตอนนั้นถ้าคุณโดนด่าก็บอกผมนะ ผมจะพาคุณไปกินดื่มเที่ยวเล่น คำพูดที่ไม่น่าฟังก็ลบๆ ไปบ้างก็ได้ แต่พยายามจะรักษาความอดทนและสุภาพไว้” “ค่ะ~”

เสียงของหลินผิงยิ่งอ่อนโยนมากขึ้นไปอีก สายตาที่เหลือบมองขึ้นมาก็เย้ายวนราวกับใยไหม

ตอนนี้เธอได้กลายเป็นสภาพที่ปรารถนาอย่างหาที่สุดไม่ได้แล้ว

“หลิน...คะ ฉัน.....”

หลินเซินเห็นแล้วก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย พอเห็นสีหน้าของหลินผิงยิ่งแดงระเรื่อมากขึ้น เขาก็ประกบริมฝีปากของเธออย่างเด็ดเดี่ยวทันที

ส่วนเธอก็ตอบรับอย่างกระตือรือร้น

ในตอนนี้หลินผิงเหมือนกับนักเดินทางที่กำลังมองหาแหล่งน้ำในทะเลทราย ได้เจอ “โอเอซิส” ที่ปรารถนามานานอย่างหลินเซินแล้ว

ไม่นานนัก กระโปรงรัดรูปท่อนบนของเธอก็หลุดออกไปแล้วก็กองอยู่ที่เอวบางๆ

นี่จึงทำให้ เธอกลายเป็นท่าทางที่เย้ายวนเป็นพิเศษ

ผิวขาวเนียนยิ่งดูจะละเอียดอ่อนในยามค่ำคืน การปิดบังของสองแขนไม่มีประโยชน์เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกลับยิ่งเพิ่มเสน่ห์ความเป็นภรรยาที่ดูจะติดเรทเข้าไปอีก

ส่วนข้างล่างก็เป็นการจับคู่ของกระโปรงรัดรูปกับเรียวขาสวยในถุงน่องสีดำ ทำให้โดยรวมดูเซ็กซี่และสวยงาม

ต้องยอมรับเลยว่า สาวใหญ่คนสวยคนนี้ก็มีดีอยู่บ้างเหมือนกันนะ

รูปร่างกับผิวพรรณก็ดูแลดีมาก บวกกับเสน่ห์ที่มาพร้อมกับอายุ

มุมปากของหลินเซินยกขึ้นเล็กน้อย นอนอยู่บนเตียง ราวกับเป็นคุณปู่ยกสองมือขึ้นกอดท้ายทอย

หลินผิงชะงักไปครู่หนึ่ง เห็นได้ชัดว่ารู้ว่าตัวเองควรจะทำอะไรแล้ว

ข้อดีของสาวใหญ่มันก็อยู่ตรงนี้นี่แหละนะ

แต่ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว เธอย่อมต้องตอบสนองทุกความต้องการของหลินเซินเป็นอันดับแรกอย่างแน่นอน

เที่ยงคืน

หลินเซินยืนอยู่ข้างเตียงแต่งตัว สีหน้าดูสดชื่นกระปรี้กระเปร่า

จากนั้นเขาก็หยิบมือถือขึ้นมาเรียกรถรับจ้าง แล้วก็พูดสั่งหลินผิงที่นอนคว่ำอยู่บนเตียงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ผมไปก่อนนะครับ อย่าลืมเอาผ้าปูที่นอนไปทิ้งในตะกร้าผ้า ทำความสะอาดของจุกจิกในห้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะในถังขยะ อย่าลืมเอาไปทิ้งด้วยนะครับ”

“ค่ะ….”

หลินผิง “อืม” เบาๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอ่อนเพลียและเหนื่อยล้า

ในตอนนี้ สมองของเธอขาวโพลนและมึนงงไปหมด หลังจากพักอยู่พักใหญ่ถึงจะค่อยๆ ได้สติกลับมา ดวงตาคู่สวยที่เลื่อนลอยค่อยๆ มีประกายสดใสขึ้นมา

พอเธอลุกขึ้นจากเตียง เงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ ก็พบว่าหลินเซินหายไปแล้ว

ท่ามกลางความมืดมิด พอจะได้กลิ่นแปลกๆ ลอยมาจางๆ นี่ทำให้หลินผิงอดที่จะหน้าแดงก่ำไม่ได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งพอก้มหน้าลงมองดูสภาพที่ดูจะยุ่งเหยิงของตัวเองแล้ว แก้มก็ยิ่งร้อนผ่าวเป็นพิเศษ

น่าอายจัง!

ถึงแม้ในใจจะรู้สึกอับอายอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ แต่สิ่งที่ตามมาก็คือความรู้สึกพึงพอใจและสบายใจอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมานานแล้ว

หลินผิงเม้มริมฝีปากแน่น ในหัวก็เอาแต่หวนรำลึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนนี้

เธอ ในที่สุดก็ก้าวข้ามขั้นนั้นไปได้แล้ว ความสัมพันธ์กับหลินเซินก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ!

ถึงแม้อนาคตจะดูจะมืดมน แต่หลินผิงก็ไม่ได้รู้สึกว่าการตัดสินใจของตัวเองมันมีปัญหาอะไร

แอนแอนต้องการสภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตที่มั่นคง ดังนั้นในฐานะที่เป็นแม่ของเธอ เธอก็ต้องลุกขึ้นมาสู้!

แล้วหลินเซินก็คือที่พึ่งที่ดีที่สุด!

ถึงแม้จะโดนคนอื่นรังเกียจและด่าทอ แต่ขอแค่แอนแอนมีความสุขก็พอแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้นตัวเองยังต้องแก้แค้นเสิ่นหมิงชวนอีกนะ!

พอคิดได้แล้ว ความวิตกกังวลและความไม่สบายใจในใจของหลินผิงก็ค่อยๆ เลือนหายไป

หลังจากลงจากเตียงแล้ว เธอก็ทำตามที่หลินเซินสั่ง อย่างแรกเลยก็คือเก็บชุดชั้นในกับกระโปรงรัดรูปที่อยู่บนพื้นขึ้นมาใส่

ถุงน่องเพราะโดนฉีกขาดไปแล้ว ก็เลยทำได้เพียงแค่ทิ้งลงในถังขยะ รอเอาไปทิ้งพร้อมกับลูกโป่งครึ่งลูกทีหลัง

ไม่อย่างนั้นถ้าโดนจับได้ก็แย่แล้ว

หลินผิงทนความปวดเมื่อยที่ขาทั้งสองข้างทำความสะอาดห้องนอนใหญ่เสร็จแล้ว เปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่แล้ว ก็เหนื่อยจนไม่อยากจะทำให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

ดังนั้นเธอจึงแอบเข้าไปในห้องด้านในที่แอนแอนนอนอยู่ นอนลงข้างๆ เธอ มองเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยน

ที่รักจ๋า ขอแค่หนูเติบโตอย่างมีความสุขก็พอแล้ว

แม่ความสามารถไม่พอ ไม่สามารถจะทำให้หนูมีชีวิตที่ดีที่เซี่ยงไฮ้ได้

แต่ไม่เป็นไรนะ แม่หาที่พึ่งได้แล้ว แถมยังเป็นพี่หลินเซินที่หนูชอบที่สุดอีกด้วย

หลังจากหลินผิงจูบหน้าผากแอนแอนฟอดหนึ่งแล้ว เธอก็ค่อยๆ หลับไป

วันที่ 28 สิงหาคม ปี 2025, วันศุกร์

อุณหภูมิ 21°C~31°C, ฟ้าแจ่มใสสลับเมฆมาก, ลมตะวันออกเฉียงใต้ระดับ 2, ความชื้น 31%

สิบโมงเช้า เสิ่นหมิงชวนก็ค่อยๆ ตื่นขึ้นมาจากโซฟา

อาการปวดหัวจากการเมาค้างทำให้ตาเขาพร่ามัวไปหมด จากนั้นก็เป็นอาการปวดท้องเป็นพักๆ กับรสชาติเปรี้ยวๆ ของเหล้าในปาก

เสิ่นหมิงชวนเอามือปิดปาก รีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำทันที กอดโถส้วมอาเจียนไม่หยุด

ครู่ต่อมาถึงจะนั่งลงบนพื้นอย่างอ่อนแรง มองไปยังตะกร้าผ้าที่อยู่ตรงหน้าอย่างเหม่อลอย ดวงตาสองข้างไร้ประกาย

ข้างในมีผ้าปูที่นอนเก่าๆ กองอยู่ ดูเหมือนจะเป็นผ้าปูที่นอนที่เพิ่งจะเปลี่ยนมาจากห้องนอนใหญ่

เสิ่นหมิงชวนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เบิกตากว้างทันที

จบบทที่ บทที่ 155 : เข้าใจเมิ่งเต๋อ จนกลายเป็นเมิ่งเต๋อ  (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว