เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 31 -- ตอนเย็น

ตอนที่ 31 -- ตอนเย็น

ตอนที่ 31 -- ตอนเย็น


แปลโดย Mikky

Edit โดย check2534

 

ตอนที่ 31 -- ตอนเย็น

 

เซฟ ไอน์สไตน์

 

เลเวล 29

 

[เวทย์แดง] ค่าเวทย์มนต์ 29 ขีดจำกัดเวทย์มนต์ 62

 

[เวทย์น้ำเงิน] ค่าเวทย์มนต์ 21 ขีดจำกัดเวทย์มนต์ 87

 

[เวทย์เขียว] ค่าเวทย์มนต์ 20 ขีดจำกัดเวทย์มนต์ 99

 

[เวทย์ท้องฟ้า] ค่าเวทย์มนต์ 21 ขีดจำกัดเวทย์มนต์ 89

 

[เวทย์วิญญาณ] ค่าเวทย์มนต์ 20 ขีดจำกัดเวทย์มนต์ 97

 

พลังเวทย์ 934/956

 

มันก็ผ่านมาพักหนึ่งแล้วตั้งแต่ผมใช้สเกาท์สโคปกับตัวเอง

 

ผมใช้เวทย์แดงค่อนข้างบ่อยนิดหน่อย เพราะงั้นมันจึงจบลงด้วยการที่มันมีเลเวลสูงสุด อีกอย่างมันเป็นเวทย์ที่ผมใช้มากที่สุดในอดีต เพราะงั้นมันจึงเป็นเวทย์ที่ค่อนข้างใช้ง่ายจนผมมักเผลอใช้ออกไปโดยไม่รู้ตัว

 

หากคิดที่จะทำให้เวทย์มีความสมดุลแล้วล่ะก็ ผมก็ควรจะใช้เวทย์สายอื่นด้วยใช่ไหมล่ะ?

 

ดังนั้น ตอนนี้ผมกับโคล้ดและมิลลี่จึงอยู่ที่ป่าโคโบลด์เพื่อเก็บค่าประสบการณ์

 

โคล้ดเป็นแนวหน้า ส่วนมิลลี่อยู่แนวหลัง

 

โคล้ดจะทำหน้าที่ล่อพวกโคโบลด์ ขณะที่มิลลี่จะยิงเวทย์ที่เหมาะกับคุณสมบัติของโคโบลด์ตัวนั้นเพื่อจัดการ

 

แม้ว่านี่จะไม่ใช่วิธีที่เก็บค่าประสบการณ์ได้ดีที่สุด แต่มันก็เป็นสิ่งจำเป็น นั่นเพราะผมต้องสอนหลักการพื้นฐานในการต่อสู้เป็นปาร์ตี้เข้าไปในหัวของทั้งสองคน

 

โคล้ดมักจะล้ำหน้าเข้าไปกำจัดศัตรูมากเกินไป จนมิลลี่ก็ทำตาม เธอเข้าไปสู้โดยไม่คิดแล้วยืนร่ายเวทย์ออกไปมั่วซั่ว

 

“มิลลี่ซัง! คุณเข้ามาใกล้เกินไปแล้วฮะ!”

 

“โคล้ด ถ้าชั้นอยู่ข้างหลังก็ยิงยากสิ”

 

ไม่ไหวไม่ไหว ผมถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน

 

ต่อให้ผมบอกกับพวกเธอไป ก็คงจะไม่เข้าใจอยู่ดี

 

ดังนั้นผมจึงทำได้เพียงปล่อยให้พวกเธอได้เรียนรู้ด้วยร่างกายของตัวเอง

 

ถัดไปจากสองคนนั้นเล็กน้อย ได้มีโคโบลด์ตัวหนึ่งที่พยายามจะเข้าไปโจมตี ได้เข้ามาในระยะสายตาของผมพอดี

 

ผมร่ายไทม์สแควร์ทันที ในตอนที่เวลาถูกหยุดอยู่นั้น ผมก็ร่างเรดแครชกับแบล็คสตอร์มออกไป

 

เมื่อเวลากลับมาเดินอีกครั้ง พายุเพลิงก็ได้พัดผ่านไปทางนั้นแล้วกลืนกินโคโบลด์ตัวนั้นไป เพียงทีเดียวมันก็ถูกเผาจนไหม้เกรียม

 

อย่างที่คาด การผสานเวทย์สีแดงกับเวทย์ท้องฟ้า เป็นเวทย์ที่ใช้ง่ายจริงๆ

 

“ผมว่าจะเรียกมันว่า ไพโรสตอร์ม (Pyro Storm - พายุเพลิง)”

 

แม้ว่าผมจะทดลองอยู่มากพอสมควร แต่ก็มีหลายครั้งที่การผสานเวทย์ล้มเหลว

 

ตัวอย่างเช่น ในตอนที่ผมร่ายเรดบอลกับแบล็คแครชออกไปผสานกัน มันก็สลายออกไปโดยไม่ทำงาน

 

หากเวทย์มนต์ที่ใช้ผสานไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผลเลย

 

อีกอย่างยังมีเรื่องของความเข้ากันได้อยู่ด้วย ในตอนที่ผมร่ายบลูบอลกับเรดบอลผสานกัน มันก็ระเบิดออกทันทีจนฝากรอยไหม้ไว้ที่ผมด้วย

 

ไม่มีใครรู้ว่าการผสานเวทย์จะเป็นอย่างไรจนกว่าจะได้ลงมือทำจริงๆ ดังนั้นมันจะดีกว่าหากได้ทดลองก่อนจะทำไปใช้ในการต่อสู้จริงๆ

 

ขณะที่ทั้งสองคนกำลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์การต่อสู้อยู่ ผมก็ทดลองการผสานเวทย์ไปเรื่อยๆ

 

“เซฟคุง!”

 

เมื่อได้ยินเสียงเรียกของโคล้ด ผมก็หันไปมอง แล้วเห็นว่าโคล้ดกำลังต่อสู้อยู่กับกลุ่มโคโบลด์อย่างยากลำบาก

 

มิลลี่เองที่กำลังถูกโคโบลด์สองตัวรุมอยู่ ก็พยายามหลบการโจมตีของมันสุดชีวิต

 

“มิลลี่ ใช้เรดวอล!”

 

“ถึงนายจะ….บอกแบบนั้น….ก็เถอะ…..!”

 

ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สามารถร่ายเวทย์ขณะที่กำลังหลบอย่างเอาเป็นเอาตายได้

 

ไม่ใช่แค่นั้น โคโบลด์อีกตัวได้ปรากฎตัวขึ้นแล้วเข้าไปร่วมกลุ่มที่โจมตีโคล้ด

 

ช่วยไม่ได้แฮะ

 

ผมใช้ยาฟื้นฟูพลังเวทย์สองเม็ด แล้วยิงเวทย์ผสานไปทางโคล้ด

 

“ไพโรสตอร์ม!”

 

เพลิงนรกได้โหมกระหน่ำขึ้นกลางวงศัตรู แล้วโคโบลด์เหล่านั้นก็ถูกกำจัดจนหมด

 

โคโบลด์ที่ยังเหลืออยู่….มีอีกห้าตัวเรอะ

 

โคล้ดน่าจะจัดการจำนวนนี้ได้ไม่ยาก

 

พูดได้ว่า โคล้ดน่ะมีทักษะเพียงพอที่จะทำงานนี้ได้

 

ส่วนทางมิลลี่ก็….

 

“ขอบคุณมากเลยฮะ เซฟคุง”

 

ช่างเป็นรอยยิ้มที่มีเสน่ห์จริงๆ

 

แม้จะเทียบกับรอยยิ้มของผมไม่ได้ก็เถอะ

 

“ช่วยทางนี้ด้วยซี่!”

 

“มิลลี่ เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้เอาเอง”

 

“เอางั้นหรอ!?”

 

การโจมตีของโคโบลด์ไม่ได้พิเศษอะไร แม้ว่ามันจะเข้ามาพร้อมกันสองตัว แต่ผมก็ต้องการให้หล่อนจัดการพวกมันด้วยตัวเอง

 

ในตอนที่มิลลี่เริ่มตั้งสมาธิเพื่อใช้เวทย์ โคโบลด์ตัวหนึ่งก็เริ่มโจมตีเพื่อขัดขวางไม่ให้เธอร่ายเวทย์สำเร็จ

 

กลุ่มโคโบลด์สองตัวโจมตีได้อย่างเข้าขา

 

จนทำให้มิลลี่เริ่มหายใจหอบถี่ ดูเหมือนว่าเธจะถึงขีดจำกัดของตัวเองซะแล้ว

 

เฮ้อ ให้ตายสิ หลังจากนี้คงต้องดูเธอมากเป็นพิเศษซะแล้ว

 

“แบล็ควอล”

 

บาเรียสายลมได้ปรากฎขึ้นกั้นระหว่างมิลลี่กับพวกโคโบลด์ โคโบลด์ที่เข้ามาชนกับกำแพงก็ถูกส่งลอยออกไป

 

“โอ้♪ ขอบคุณนะเซฟ!”

 

“ตอนนี้ก็จัดการสองตัวนี่ด้วยตัวเองล่ะกัน”

 

ตอนนี้เธอสร้างระยะห่างจากโคโบลด์ได้แล้ว จึงได้ใช้บลูเกลเข้าโจมตีจนกำจัดมันไปได้

 

...แม่นี่….ไม่ใช่ว่ารูปแบบการต่อสู้ของเธอมันออกจะหยาบไปหน่อยหรอ….

 

ฮ่าา อืม ช่างเถอะ ตราบใดที่เธอสามารถกำจัดศัตรูได้ จะทำยังไงก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ

 

“หุหุ เซฟเซนเซย์นี่ใจดีจังน้า”

 

“อืมม ไม่ว่ายังไงผมก็ยังอยากให้เธอจัดการกับระดับนี้ให้ได้ด้วยตัวเองน่ะนะ”

 

“ความสามารถในการตั้งสมาธิของมิลลี่ซังยังไม่ค่อยมั่นคงเท่าไหร่ ทันทีที่เธอรีบร้อนก็จะเสียสมาธิทันที”

 

“เธอเข้าใจปัญหาได้ค่อนข้างดีเลยนี่นา”

 

อืม….ทั้งหมดที่เธอเคยทำมาจนถึงตอนนี้ ก็มีแต่การยิงไวท์บอลใส่พวกซอมบี้เท่านั้น

 

ว่ากันตามตรง นี่อาจเป็นครั้งแรกที่หล่อนได้เป็นกองหน้าออกล่าก็ได้

 

ผมล่ะสงสัยจริงๆว่า การปกป้องเธอแบบนี้จะเป็นการใจดีกับเธอเกินไปหรือเปล่า

 

“ดูเหมือนว่ามิลลี่จะรอจนเหนื่อยแล้ว งั้นเรารีบไปก่อนต่อเถอะ”

 

“หุหุ ใช่แล้ว”

 

พวกเราควรจะทำแบบนี้ต่อไปซักพัก จนกว่ามิลลี่จะคุ้นสินะ

 

ผมเข้าฌาณขณะที่เดินไปกับทั้งสองคน

 

หลังจากนั้น พวกเราก็ออกล่ากันอีกประมาณหนึ่งชั่วโมง

 

“ต้องขอโทษด้วยจริงๆ แต่ผมต้องรีบกลับแล้ว….”

 

“เอ๋~? ไม่ใช่ว่านี่ยังไม่มืดหรอกหรอ”

 

“มิลลี่ อย่าพูดอะไรที่เห็นแก่ตัวสิ อีกอย่าง ดูที่ท้องฟ้าสิ มันเริ่มมืดแล้ว ผมว่าถึงเวลาที่พวกเราควรจะแยกย้ายกันกลับได้แล้ว”

 

โคล้ดมีธุระต่อจากนี้งั้นหรอ? ดูเหมือนว่าโคล้ดจะอยู่ล่าตอนดึกไม่ได้

 

แม้ว่าสภาพในตอนนี้จะยังไม่เป็นที่น่าพอใจซะเท่าไหร่ แต่ผมก็คาดไว้ว่ามันน่าจะดีขึ้น ในเมื่อพวกเรามีคนเพิ่มมากขึ้นนี่นา

 

ขณะที่กำลังปลอบมิลลี่ที่ยังไม่ค่อยยินยอมเท่าไหร่ พวกเราก็กำลังจะถึงทางออกจากป่าโคโบลด์ แต่จู่ๆ เรดโคโบลด์ก็ปรากฎตัวออกมา

 

นี่มันโคโบลด์ลีดเดอร์

 

ผมรีบใช้สเกาท์สโคปใส่โคโบลด์ลีดเดอร์ทันที

 

โคโบลด์ลีดเดอร์

 

เลเวล 42

 

พลังเวทย์ 24412/24412

 

ดูเหมือนว่าเจ้าตัวนี้เองก็เป็นบอสระดับกลาง แบบเดียวกับคิงนิปเปอร์ที่ถ้ำชายหาด

 

ในตอนที่มันสังเกตุเห็นพวกเรา มันก็คำรามเรียกเหล่าโคโบลด์ออกมา

 

“อุหวาา….ตรงหน้าทางออกเลยเนี่ยนะ….”

 

“ไม่ต้องห่วง เราแค่ต้องรีบจัดการมันให้เร็วก็พอ”

 

ว่าแต่พวกเราสามคนจะสามารถจัดการมันได้ง่ายๆหรือเปล่า

 

มิลลี่ร่ายบลูเกลใส่กลุ่มโคโบลด์ทันที แล้วพวกมันก็ถูกกำจัดไปอย่างรวดเร็ว พวกที่เหลืออีกไม่กี่ตัวก็ถูกกรีนสเฟียร์ของผมบดขยี้

 

โคโบลด์ลีดเดอร์ที่เหลืออยู่เพียงตัวเดียวก็หันมาทางผมแล้วเหวี่ยงดาบลงมา แต่โคล้ดที่ยืนอยู่ด้านหน้าผมรีบยกโล่ขึ้นรับการโจมตี

 

“วิญญาณแห่งผืนปฐพีผู้ยิ่งใหญ่ จงกลายเป็นเกราะกำบังคอยปกป้อง”

 

“เซฟโปรเทคชั่น!”

 

หลังจากที่ผมร่ายเซฟโปรเทคชั่นให้โคล้ดแล้ว หล่อนก็มองมาทางผมเป็นเชิงขอบคุณ

 

ตอนนี้ได้เวลาที่ผมจะเริ่มโจมตีแล้วเหมือนกัน ผมคิดว่าโคโบลด์ลีดเดอร์น่าจะมีคุณสมบัติของสีแดง

 

ดังนั้นการใช้เรดซีโร่จึงไม่น่าจะให้ผลเท่าไหร่

 

ถ้าเป็นแบบนั้น การใช้ไพโรแครชที่เคยใช้สู้กับคิงนิปเปอร์น่าจะเหมาะกว่า

 

เมื่อโคโบลด์ลีดเดอร์เข้ามาใกล้ผม ผมก็พยายามร่ายไทม์สแควร์ แต่ด้าบยาวของมันกลับฟาดลงมาขัดจังหวะผม

 

“ชิ….”

 

ไพโรแครชเป็นเวทย์ที่มีระยะร่ายสั้น เพราะงั้นหากไม่เข้าไปใกล้ก็คงจะยิงไม่โดน

 

ช่วยไม่ได้แฮะ ผมคงต้องใช้เวทย์อื่นแทน

 

ผมร่ายไทม์สแควร์ แล้วร่ายเรดช็อต (Red Shot - กระสุนแดง) กับแบล็คช็อต

 

กระสุนเวทย์มนต์ที่เกิดจากเพลิงกับพายุหมุน ได้พุ่งออกจากฝ่ามือของผม เข้าไปโจมตีโคโบลด์ลีดเดอร์จนหยุดเคลื่อนไหว

 

“คิย๊าาาก!!”

 

ตอนนั้นเองที่โคล้ดโจมตีมัน แม้ว่าเธอจะหวดดาบลงไปด้วยแรงทั้งหมดที่มี แต่ผมก็ไม่คิดว่ามันจะได้ผลเท่าไหร่

 

นั่นเป็นเพราะดาบสั้นของโคล้ดยังไม่ได้รับการเอนชานต์

 

แม้ผมจะเคยพูดว่าไพโรช็อตใช้พลังเวทย์น้อย แต่พลังโจมตีของมันก็ต่ำเช่นกัน

 

ผมย่อตัวลงแล้วร่ายไพโรแครช…!

 

ในตอนที่พายุหมุนได้กลืนกินโคโบลด์ลีดเดอร์เข้าไป

 

มิลลี่เองก็ใช้โอกาสนี้ยิงบลูเกลออกมา

 

ดูเหมือนว่าเราจะมีคนบ้าอยู่หนึ่งหน่อแฮะ

 

ถึงจะพูดแบบนั้น แต่บลูเกลของมิลลี่ก็อยู่ในระดับสูงมาก

 

ต่อให้มันจะไม่ใช่คุณสมบัติที่มอนสเตอร์แพ้ทาง แต่มันก็ค่อนข้างได้ผลทีเดียว

 

มิลลี่มีเวทย์ที่สามารถใช้ได้อยู่ไม่มาก ดังนั้นจึงไม่รู้เวทย์มนต์ที่เป็นประโยชน์ในกรณีนี้

 

ดังนั้นมันจึงเปล่าประโยชน์ที่จะตัดสิน

 

ช่างเถอะ พวกเราพึ่งจะตัดมันเป็นชิ้นๆเมื่อกี้

 

ผมยิงไพโรช็อตใส่โคโบลด์ลีดเดอร์ที่ยังอยู่ในพายุหมุน

 

…..

 

ผมเข้าฌาณขณะที่ร่ายไพโรช็อตสลับกับบลูเกลใส่โคโบลด์ลีดเดอร์อย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็สามารถจัดการมันลงได้

 

ขณะที่พวกผมกำลังอยู่ระหว่างการต่อสู้กับโคโบลด์ลีดเดอร์ หากถูกโคโบลด์ตัวอื่นรบกวนถือเป็นเรื่องที่เป็นปัญหาพอสมควร แต่ว่าโคล้ดก็สามารถจัดการพวกมันลงได้ทุกครั้ง

 

ดูเหมือนว่าพวกเราจะสามารถฝากแผ่นหลังไว้ที่โคล้ดได้

 

แต่กว่าจะจัดการจนจบมันก็มืดไปเรียบร้อยแล้ว

 

“อุหวาา~ พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว….ถ้าผมไม่รีบกลับล่ะก็…”

 

“จริงด้วย ต้องขอโทษจริงๆนะโคล้...ด?”

 

ใบหน้าของโคล้ดซีดลงราวกับไก่ต้ม

 

อีกทั้งมือของหล่อนก็สั่นเทาพร้อมกับมีเหงื่อผุดออกมา

 

“โคล้ด? เป็นอะไรไปหรอ?”

 

เสียงที่ฟังดูไร้กังวลของมิลลี่กับใบหน้าซีดเผือกของโคล้ดเป็นอะไรที่ไม่เข้ากันอย่างแรง

 

==========

 

อุทิศให้คุณพ่อยุทธนา ศิริพัฒนานันทกูร

 

==========

 

ติดตามข่าวสารและตอนใหม่ๆได้ก่อนใครที่ https://www.facebook.com/RachanTranslations/

จบบทที่ ตอนที่ 31 -- ตอนเย็น

คัดลอกลิงก์แล้ว