เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 หลี่เอ้อร์ฮุ่ยวิ่งหนี

บทที่ 21 หลี่เอ้อร์ฮุ่ยวิ่งหนี

บทที่ 21 หลี่เอ้อร์ฮุ่ยวิ่งหนี


บทที่ 21 หลี่เอ้อร์ฮุ่ยวิ่งหนี

เดิมทีตงเปียวคิดจะใช้พี่น้องสี่คนข่มขวัญเกิงเฟิง แต่เกิงเฟิงกลับไม่ยอมถอย

หากต้องแลกหนึ่งชีวิตกับสี่ชีวิต มันย่อมไม่คุ้มค่า และพวกเขาก็ไม่เต็มใจทำเช่นนั้น

ทว่าทั้งเขาและหลี่เอ้อร์ฮุ่ยต่างหวาดกลัวงูใหญ่ของเกิงเฟิงจนขวัญหนีดีฝ่อ จะให้ปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปเฉยๆ หรือ? ไม่มีทาง พวกเขาไม่อาจกล้ำกลืนความอัปยศนี้ได้ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องเอาคืน

ฉินเนี่ยนไม่รู้ว่าเกิงเฟิงเพียงต้องการขู่ตงหู่ หรือตั้งใจจะแทงเขาจริงๆ นางจึงรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย

"เกิงเฟิง หากมีเหตุผล จะไปที่ไหนก็ไม่ต้องกลัว ใจเย็นลงก่อน แล้วค่อยๆ พูดจากัน

หากตระกูลตงยังดื้อดึงไม่ฟังเหตุผล ถึงตอนนั้นค่อยลงมือก็ยังไม่สาย"

ประโยคสุดท้ายนี้ฉินเนี่ยนจงใจพูดข่มขวัญพี่น้องตระกูลตง นางเข้าใจนิสัยคนดี คนที่ชอบรวมหัวกันรังแกผู้อื่น มักจะเป็นพวกขี้ขลาดตาขาวที่สุด

ดังนั้น นางจึงต้องขู่ให้กลัว

ฉินเนี่ยนหันไปมองตงเปียว "จริงอยู่ที่เมื่อเช้าข้ากับเกิงเฟิงเข้าเมือง แต่พวกเราไม่ได้พบท่านกับหลี่เอ้อร์ฮุ่ย

หลายปีมานี้เกิดภัยแล้งติดต่อกัน หญ้าบนภูเขาแห้งตายเป็นหย่อมๆ น้ำพุก็เหือดแห้ง ในสถานการณ์เช่นนี้ จะยังมีใครล่ากระต่ายป่าได้อีกหรือ?

หมู่บ้านต้าวามีเรือนกว่าเจ็ดร้อยหลัง มีพรานป่าอยู่หลายคน หากท่านไม่เชื่อ ก็ลองไปถามดูทีละบ้านสิว่า ในรอบครึ่งปีมานี้มีใครล่ากระต่ายป่าได้บ้าง?

ส่วนเรื่องงูใหญ่ยาวกว่าสองเมตร ยิ่งฟังดูน่าขบขัน ท่านผู้ใหญ่บ้านเจ้าคะ ท่านเคยเห็นงูใหญ่ขนาดนั้นไหม?"

ผู้ใหญ่บ้านเป็นคนซื่อตรง เขาจึงส่ายหน้า "ข้าไม่เห็นงูใหญ่ขนาดนั้นมาหลายปีแล้ว"

"เจ้า เจ้า เจ้า"

ตงเปียวชี้หน้าฉินเนี่ยน "เด็กสาวอย่างเจ้า กล้าพูดโกหกหน้าตาเฉยได้อย่างไร?"

"ข้าโกหกตรงไหนหรือ?"

สีหน้าของฉินเนี่ยนยังคงเรียบเฉย "ท่านบอกว่าเกิงเฟิงใช้งูใหญ่ขู่พวกท่าน ท่านต้องมีหลักฐาน

ถ้าไม่มีหลักฐาน ก็เท่ากับท่านกำลังกรรโชกทรัพย์? ท่านผู้ใหญ่บ้านคงตัดสินให้พวกท่านชนะไม่ได้ ตงเปียว ทำไมท่านไม่ไปตีกลองร้องทุกข์ที่ที่ว่าการอำเภอล่ะ?

แต่ข้าขอบอกไว้ก่อนนะ ถ้าไม่มีหลักฐาน นายอำเภอจะต้องสั่งโบยพวกท่านแน่นอน

ถึงตอนนั้น คนที่จะต้องไปนอนในคุกก็คือพวกท่านเอง"

พูดจบ นางก็มองไปที่หลี่เอ้อร์ฮุ่ยที่นอนอยู่บนบานประตู แม้จะหลับตาอยู่ แต่ก็ยังเห็นลูกตาของนางกลอกไปมาภายใต้เปลือกตา

"ท่านป้าเกิง ขอยืมเข็มหน่อยเจ้าค่ะ"

เย่เหมยจื่อไม่เข้าใจว่าฉินเนี่ยนจะเอาเข็มไปทำอะไร แต่ตั้งแต่นางช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของเกิงเจิ้นไห่ นางก็เชื่อใจฉินเนี่ยนเช่นเดียวกับแม่เฒ่าหลี่

เย่เหมยจื่อส่งเข็มให้ ฉินเนี่ยนเดินไปที่ขอบเตียงเตา แล้วจิ้มเข็มลงบนฝ่าเท้าของหลี่เอ้อร์ฮุ่ยอย่างแรง

หลี่เอ้อร์ฮุ่ยสวมถุงเท้าเก่าๆ ขาดๆ เมื่อถูกเข็มจิ้มอย่างกะทันหัน นางก็ชักเท้ากลับทันที พร้อมกับลืมตาโพลงและร้องลั่น

"โอ๊ย ตายแล้ว จิ้มเท้าข้าทำไม เจ็บจะตายอยู่แล้ว!"

ฉินเนี่ยนไม่เปิดโอกาสให้นางตั้งตัว จิ้มเข็มลงบนฝ่าเท้าอีกข้างหนึ่ง คราวนี้แรงกว่าเดิม

"โอ๊ย ตายแล้ว"

หลี่เอ้อร์ฮุ่ยชักเท้าข้างนั้นกลับเช่นกัน ลุกพรวดขึ้นนั่งบนบานประตู แล้วด่าทอฉินเนี่ยนอย่างโกรธเกรี้ยว

"นังตัวดี เจ้าจิ้มใครกัน? จะจิ้มให้ข้าตายหรือไง?"

ฉินเนี่ยนแค่นเสียงเย็นชา "ก็ท่านเดินไม่ได้ไม่ใช่หรือ? ข้าเป็นหมอ กำลังช่วยรักษาให้ท่านอยู่นี่ไง

ท่านป้าเกิง ช่วยจับเท้าทั้งสองข้างของหลี่เอ้อร์ฮุ่ยไว้หน่อย จิ้มข้างละสิบทีเดี๋ยวนางก็เดินได้แล้ว

เมื่อกี้เพิ่งจิ้มไปข้างละที ยังต้องจิ้มอีกข้างละเก้าที"

พอหลี่เอ้อร์ฮุ่ยได้ยินว่าต้องโดนจิ้มอีกข้างละเก้าที รวมเป็นสิบแปดที? ไม่จิ้มนางจนตายเลยหรือไง?

ลืมเรื่องจะไถเงินเกิงเฟิงไปเสียสนิท นางปัดมือเย่เหมยจื่อออก "ไสหัวไป! กล้าดียังไงมาแตะต้องเท้าข้า?"

พูดจบ นางก็กระโดดลงจากบานประตูแล้วทำท่าจะวิ่งหนี

ตงเฟิงคว้าตัวนางไว้พลางเตือนสติ "พี่สะใภ้สาม เกิงเฟิงมันเอางูขู่ท่านจนเดินไม่ได้นะ

เราจะปล่อยมันไปง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้"

หลี่เอ้อร์ฮุ่ยใช้มืออวบอ้วนผลักตงเฟิงออกไปอย่างแรง "ไปตายซะ! ข้าไม่อยากโดนนังตัวดีนั่นเอาเข็มจิ้มเท้า

พวกแกจะอยู่กินลมกินแล้งก็เชิญ ข้าจะกลับบ้านแล้ว"

พูดจบ นางก็วิ่งแน่บออกไป แม้จะตัวอ้วนท้วน แต่ฝีเท้ากลับว่องไวอย่างเหลือเชื่อ

เกิงเจิ้นไห่ขมวดคิ้วด้วยความโกรธ "ตงเปียว ไหนเจ้าบอกว่าเกิงเฟิงของข้าขู่หลี่เอ้อร์ฮุ่ยจนเดินไม่ได้ไง?

นางเพิ่งวิ่งปร๋อไปต่อหน้าต่อตาท่านผู้ใหญ่บ้าน เจ้าจะอธิบายเรื่องนี้ยังไง?"

เย่เหมยจื่อก็พูดเหน็บแนมขึ้นมาบ้าง "พวกเจ้าพี่น้อง วันๆ เอาแต่เดินกร่างไปทั่วหมู่บ้าน คุยโวว่าบ้านมีข้าวกินมีแป้งกิน

ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว ต่อให้บ้านพวกเจ้ามีข้าวกินมีแป้งกินจริงๆ ก็คงได้มาจากการไปไถชาวบ้านเขามานั่นแหละ"

ผู้ใหญ่บ้านชี้หน้าตงเปียว "เจ้าบอกว่าเกิงเฟิงเอางูมาขู่ แต่เจ้าไม่มีพยาน ไม่มีหลักฐาน

เจ้าบอกว่าหลี่เอ้อร์ฮุ่ยกลัวจนเดินไม่ได้ แต่นางกลับวิ่งหนีไปต่อหน้าต่อตาคนตั้งเยอะแยะ

เรื่องนี้เจ้าจะเอายังไง?"

ตงเปียวมองตงหู่แล้วพูดตะกุกตะกัก "ถ้านังฉินเนี่ยนหลานย่าหลี่ไม่เอาเข็มจิ้มเท้าเอ้อร์ฮุ่ย นางจะวิ่งได้ไหมล่ะ?"

"ถ้าไม่โดนจิ้มเท้า นางจะแกล้งเจ็บต่อใช่ไหม? เพื่อจะไถเงินคนอื่น?"

สีหน้าของผู้ใหญ่บ้านเคร่งเครียด "รีบๆ ไปซะ อย่ามาขายหน้าอยู่ที่นี่อีก แบกบานประตูของพวกเจ้าแล้วไสหัวไปได้แล้ว"

ตงเปียวและตงหู่ยกบานประตูลงจากเตียงเตา แล้วรีบพาตงเป่าและตงเฟิงออกจากบ้านไปอย่างทุลักทุเล

"ฮ่าๆๆ"

แม่เฒ่าหลี่ที่นั่งอยู่บนขอบหน้าต่างบ้านข้างๆ หัวเราะลั่น ฉินเนี่ยนไม่ได้อุ้มนางมา แต่นางอยากดูเรื่องสนุก จึงดันหน้าต่างเปิดออกแล้วขึ้นไปนั่งบนขอบหน้าต่าง

"ตงเปียว ตอนเจ้าเข้าบ้านเกิงเฟิง ข้าเห็นเมียอ้วนของเจ้าถูกหามเข้าไปบนบานประตู

ดูสบายใจเฉิบ ทำไมตอนนี้ไม่ให้หามออกมาล่ะ? วิ่งหนีทำไม?"

ตงเปียวโกรธจัด "ก็เพราะนังตัวดีหลานเจ้าไม่ใช่หรือไง?

ย่าหลี่ คราวที่แล้วขาเจ้าโดนน้ำร้อนลวก คราวหน้าข้าว่าปากเจ้านั่นแหละที่จะโดน

ในหมู่บ้านต้าวามีแต่เจ้านี่แหละที่น่ารำคาญที่สุด"

แม่เฒ่าหลี่ใช้ไม้เท้าเคาะขอบหน้าต่างเป็นจังหวะ "สี่หนูสกุลตง ทำตัวเป็นเสือกระดาษ แบกบานประตูไปมา สุดท้ายได้แค่ฝุ่นก้อนเดียว"

พูดจบ นางก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

ตงเปียวชะงัก อยากจะกระโดดข้ามกำแพงเตี้ยไปลากแม่เฒ่าหลี่ลงมาจากหน้าต่าง

แต่พอมองกลับไปเห็นเกิงเฟิงถือคราดสามซี่ตามมาข้างหลัง เขาก็ไม่กล้าวู่วาม จึงได้แต่แบกบานประตูเปล่ากลับบ้านไป

ผู้ใหญ่บ้านมีสีหน้าลำบากใจ เขาหันไปมองเกิงเจิ้นไห่แล้วอธิบาย

"พี่เจิ้นไห่ ไม่ใช่ว่าข้าจะเข้าข้างเรื่องไร้สาระของสี่พี่น้องตระกูลตงหรอกนะ พวกเขามาหาข้าที่บ้าน บอกว่าเกิงเฟิงทำร้ายหลี่เอ้อร์ฮุ่ย แล้วขอให้ข้ามาให้ความเป็นธรรม"

เกิงเจิ้นไห่ยิ้มแย้ม "พี่สวี่ ไม่ต้องพูดหรอก ข้าเข้าใจดี

นั่งลงก่อนเถอะ เราพี่น้องมาคุยกันหน่อย"

ผู้ใหญ่บ้านนั่งคุยกับเกิงเจิ้นไห่ ส่วนฉินเนี่ยนกระโดดข้ามกำแพงเตี้ยกลับบ้าน เมื่อเห็นแม่เฒ่าหลี่นั่งอยู่บนขอบหน้าต่าง นางก็ยิ้ม "ท่านย่า ท่านนี่ชอบดูเรื่องสนุกจริงๆ นะเจ้าคะ"

แม่เฒ่าหลี่ทำหน้าภูมิใจ "แน่นอนสิ"

เวลานี้คงขึ้นเขาไปทำงานไม่ทันแล้ว ฉินเนี่ยนจึงนำมันหมูที่ซื้อมาเมื่อตอนเที่ยงไปล้าง แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นบนเขียง

มันหมูสิบชั่ง นางใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วยามกว่าจะหั่นเสร็จ

หลังจากหั่นเสร็จ นางก็จุดไฟในเตา ต้มน้าครึ่งหม้อ แล้วนำมันหมูที่หั่นแล้วลงไปลวก

เมื่อตักขึ้นมาล้างด้วยน้ำสะอาดหลายครั้ง นางก็เทน้ำในหม้อทิ้ง ขัดหม้อจนสะอาด แล้วนำมันหมูที่ล้างแล้วใส่กลับลงไป เติมน้ำเล็กน้อย แล้วเริ่มเจียวด้วยไฟอ่อน

เมื่อน้ำในหม้อระเหยหมด น้ำมันหมูใสๆ ก็เริ่มไหลออกมาที่ก้นหม้อ

นางตักน้ำมันใส่ไหที่วางอยู่หลังเตาทีละช้อน กลิ่นหอมของน้ำมันหมูอบอวลไปทั่วทั้งบ้าน

หลังจากเจียวน้ำมันเสร็จ ฉินเนี่ยนก็ตักกากหมูจากก้นหม้อขึ้นมาสับบนเขียง

ยังมีผักป่าเหลือจากที่เก็บมาเมื่อวาน แม่เฒ่าหลี่ล้างทำความสะอาดไว้แล้ว

นางสับผักป่าจนละเอียดแล้วนำไปผสมกับกากหมู เย็นวันนั้น สองย่าหลานจึงได้กินซาลาเปาแป้งข้าวโพดไส้ผักป่ากากหมูแสนอร่อย

ฉินเนี่ยนทำไว้เยอะมาก แบ่งส่วนหนึ่งใส่ตะกร้าสะอาดเตรียมไว้สำหรับนำขึ้นเขาในวันพรุ่งนี้

จบบทที่ บทที่ 21 หลี่เอ้อร์ฮุ่ยวิ่งหนี

คัดลอกลิงก์แล้ว