เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 470 ทดสอบความสามารถเฉพาะทาง

บทที่ 470 ทดสอบความสามารถเฉพาะทาง

บทที่ 470 ทดสอบความสามารถเฉพาะทาง


บทที่ 470 ทดสอบความสามารถเฉพาะทาง

เจียงเหม่ยเอ๋อส่งเสียงหึ ออกมาด้วยสำเนียงอีสานแบบจัดเต็ม

“หัวหน้าหลี่คะ ทำไมพี่ถึงมั่นใจขนาดนั้นล่ะคะ?”

หลี่โหยวนานมองเธอเรียบๆ “ผมจะทดสอบคุณเป็นคนสุดท้ายครับ”

เจียงเหม่ยเอ๋อ: “เอ่อ...”

จากนั้น หลี่โหยวนานหันไปมองเล่าเฉินแล้วพูดว่า

“อาจารย์เฉินเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารใช่ไหมครับ?”

เล่าเฉินตอบอย่างภูมิใจ “ทำมาสิบกว่าปีแล้วครับ”

“นั่นนับว่าประสบการณ์โชกโชนจริงๆ ครับ”

“ชมเกินไปแล้วครับ”

“อาจารย์เฉินมีใบอนุญาตพนักงานวิทยุสมัครเล่นระดับ C ไหมครับ?”

“เอ๊ะ? เอ่อ... อันนั้นไม่มีครับ” สีหน้าเล่าเฉินเปลี่ยนเป็นกระอักกระอ่วนทันที

เขาย่อมเป็นมืออาชีพ

อุปกรณ์สื่อสารทั้งหมดของทีมสำรวจ ต่อให้เขาไม่เก่งถึงขั้นซ่อมมันได้ทุกชิ้น แต่ถ้าเกิดขัดข้อง เขาสามารถระบุสาเหตุได้อย่างรวดเร็ว

ในทีมสำรวจไม่ได้มีคนที่มีใบอนุญาตทุกคน แต่จะมีคนที่รับผิดชอบการใช้งานวิทยุและการสื่อสารฉุกเฉินโดยเฉพาะ

และเล่าเฉินก็คือคนนั้น

เขามีใบอนุญาตเหมือนกัน แต่เป็นระดับ B

แต่อย่ามองว่า B กับ C ห่างกันแค่ระดับเดียว

เพราะระดับ B ยังคงเป็นแค่ “ผู้ใช้งาน”

แต่ระดับ C นั้น ความจริงคืออยู่ในระดับ “วิศวกร” แล้ว

ความขลังของระดับที่มีเพียง 800 กว่าคนทั่วประเทศจีนนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

มันคือผู้วางแผนระบบที่ซับซ้อน

ในแง่หนึ่ง ผู้ถือใบอนุญาตระดับ C ถือเป็นทรัพยากรทางยุทธศาสตร์ของชาติเลยทีเดียว

“ระดับ C ก็ยังไม่มีเหรอครับ?” หลี่โหยวนานพยักหน้า

“งั้นที่ชมไปเมื่อกี้ ก็นับว่าชมเกินไปจริงๆ แหละครับ”

ต้องรู้ก่อนว่า มูลค่าของระดับ C ไม่ได้หมายความแค่ว่าสามารถใช้เครื่องวิทยุที่มีกำลังส่งสูงกว่าได้เท่านั้น

แต่มันหมายถึง “ความสามารถในการควบคุมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า”

หลี่โหยวนานกระแอมไอแล้วพูดว่า

“งั้นเรามาเริ่มจากการทดสอบความสามารถเฉพาะทางด้านสื่อสารก่อนเลยครับ!”

พูดพลาง หลี่โหยวนานหันหลังเดินเข้าไปในรถ Unimog ครู่ต่อมาเขาก็หิ้วกระเป๋าเดินทางใบหนึ่งออกมาแล้วเปิดมันออกต่อหน้าทุกคน

ทุกคนต่างชะโงกหน้าเข้าไปดู พบว่าในกระเป๋ามีชิ้นส่วนอะไหล่เก่าๆ ที่กระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด

หลี่โหยวนานตบมือเรียกความสนใจแล้วยิ้มพูดว่า

“ในนี้คือชิ้นส่วนวิทยุติดรถยนต์เก่าๆ ที่ผมแวะไปหามาจากอู่ซ่อมรถในเมืองเมื่อวานครับ”

ทุกคนต่างมองหลี่โหยวนานด้วยความสงสัย ไม่เข้าใจว่าเขาจะทำอะไร

เล่าเฉินยิ่งขมวดคิ้วมุ่นหนักกว่าเดิม

หลี่โหยวนานยิ้มบางๆ

“ในป่า โดยเฉพาะในเขตไร้มนุษย์ที่ไม่มีสัญญาณ ความเสี่ยงทุกรูปแบบสามารถเกิดขึ้นได้เสมอครับ”

“ต่อให้มีโทรศัพท์ดาวเทียม ก็ยังมีโอกาสขาดการติดต่อได้”

“อุปกรณ์สื่อสารทั่วไปยิ่งพึ่งพาไม่ได้ 100%”

“แล้วในสภาพแวดล้อมแบบนั้น เราจะติดต่อกับโลกภายนอกได้ยังไง? คำตอบคือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าครับ”

“คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง”

“และการจะเปลี่ยนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าให้กลายเป็นสื่อกลางการสื่อสารของเรา ขอแค่มีวิทยุติดรถยนต์ก็เพียงพอแล้วครับ”

“ดังนั้น เนื้อหาการทดสอบด้านสื่อสารคือ สมมติว่าในสภาวะที่สูญเสียอุปกรณ์สื่อสารทั้งหมด ให้ใช้ชิ้นส่วนวิทยุติดรถยนต์ประกอบเป็นเครื่องส่งวิทยุที่สามารถติดต่อกับภายนอกได้ และต้องติดต่อกับช่องสัญญาณฉุกเฉินให้สำเร็จครับ”

เมื่อได้ยินดังนั้น เล่าเฉินถึงกับยืนอึ้งตะลึงงัน

หลี่โหยวนานเริ่มทำตามกฎการทดสอบที่เขาตั้งไว้ เขายิ้มแล้วพูดว่า

“ต่อไปผมจะทำให้ทุกคนดูครับ”

เขากางโต๊ะพับตัวเล็กออกมา จากนั้นเลือกชิ้นส่วนออกมากลองหนึ่งวางบนโต๊ะ แล้วหันไปมองทุกคน

ทุกคนต่างถูกดึงดูดสายตาเข้าไป รู้สึกว่าหลี่โหยวนานกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง จึงเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ

“เอ่อ... รบกวนทุกคนช่วยขยับเข้ามาใกล้ๆ บังลมให้หน่อยครับ”

“....”

เล่าเฉินขยับเข้าไปด้วย สีหน้าดูซับซ้อนมาก

ภาพที่เห็นคือหลี่โหยวนานเริ่มลงมืออย่างคล่องแคล่ว

มัลติมิเตอร์จิ้มลงบนโมดูลจ่ายไฟ วัดค่าเพียงสองจุดเขาก็ตัดสินได้ทันทีว่าตัวเก็บประจุกรองกระแสเสื่อมสภาพ เขาพลิกมือถอดคาปาซิเตอร์สเปกเดียวกันจากแผงวงจรซากอิเล็กทรอนิกส์อีกชิ้นมาเปลี่ยน ในระหว่างที่รอหัวแร้งร้อน เขาก็ใช้คีมปอกสายไฟเตรียมไว้เสร็จสรรพ

จุดบัดกรีไม่มีตะกั่วส่วนเกิน จิ้มเพียงนิดก็ติดแน่น พริบตาเดียวเขาก็ซ่อมโมดูลจ่ายไฟเสร็จ จากนั้นจิ้มไปที่ขาอินพุตของชิปขยายเสียง เมื่อได้ยินเสียงดังเปรี๊ยะจากลำโพง เขาก็รู้ทันทีว่าวงจรขยายเสียงปกติ ตลอดกระบวนการเขาไม่มีการวัดซ้ำซ้อน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสัมผัสและประสบการณ์ล้วนๆ

การกระทำเหล่านี้ดูเป็นมืออาชีพเกินไปจนคนทั่วไปดูไม่รู้เรื่อง เจียงเหม่ยเอ๋อที่เมื่อกี้ยังบ่นอยู่ถึงกับตาลาย เธอถามเล่าเฉินข้างๆ ว่า

“พี่เฉิน พี่ทำแบบนี้ได้ไหมคะ?”

เล่าเฉินไม่ตอบเธอ

เจียงเหม่ยเอ๋อหันไปถามหลิวสี่เล่อต่อ “น้องสี่เล่อ ดูรู้เรื่องไหมคะ?”

หลิวสี่เล่อตอบ “ไม่ต้องรู้เรื่องหรอกค่ะ แค่รู้สึกว่าเขาเทพก็พอแล้ว”

ในตอนนี้ สิ่งที่หลี่โหยวนานทำ มีเพียงวิศวกรสื่อสารตัวจริงเท่านั้นที่รู้ถึงระดับฝีมือ

เขาไม่ต้องดูแผนผังขาชิป ก็สามารถหาตำแหน่งสัญญาณของโมดูลวิทยุได้แม่นยำ กรรไกรตัดสายส่วนเกินทิ้งอย่างเด็ดขาด นำขาของชิปส่งสัญญาณแบบง่ายมาวางทับจุดบัดกรีเดิมของเครื่อง หัวแร้งจิ้มแล้วยกขึ้นอย่างรวดเร็ว สายไฟถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ จุดต่อที่เปลือยอยู่ถูกสวมด้วยท่อหดแล้วใช้ไฟแช็ครนจนแน่นสนิท ทุกอย่างทำต่อเนื่องไม่มีติดขัด

ไม่นานนัก เขาก็ล็อคแผงวงจรที่ดัดแปลงเสร็จแล้วเข้ากับโครงเครื่องเดิมอย่างแน่นหนา

ปุ่มหมุนถูกกดเข้าที่ จังหวะการหมุนมีความหน่วงที่พอดี เชื่อมต่อกับตัวต้านทานปรับค่าได้อย่างแม่นยำ

“เสร็จ... แล้วเหรอครับ?”

หลี่โหยวนานพยักหน้าเบาๆ แต่พูดต่อว่า

“ถึงจะใช้งานได้แล้ว แต่การจะใช้เจ้านี่ติดต่อกับช่องสัญญาณฉุกเฉินให้สำเร็จ ยังต้องอาศัยเทคนิคอีกนิดหน่อยครับ”

เล่าเฉินกลอกตามองบน อาศัยเทคนิคแค่นิดเดียวงั้นเหรอ?

เจ้าเครื่องที่ประกอบขึ้นมาจากวิทยุติดรถยนต์แบบแก้ขัดคันนี้ไม่ใช่เครื่องวิทยุสื่อสารมืออาชีพ ดังนั้นจึงต้องอาศัยทักษะการใช้งานในระดับสูงมาก

หลายคนมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้งานวิทยุสื่อสาร คิดว่ายิ่งระดับใบอนุญาตสูงขึ้น เครื่องที่ใช้ก็น่าจะยิ่งง่ายขึ้น

ความเข้าใจแบบนั้นถูกแค่ครึ่งเดียว

ความจริงแล้ว ใบอนุญาตระดับสูงคือการการันตีในฝีมือ

พนักงานวิทยุระดับท็อป คือคนที่สามารถใช้เครื่องที่ห่วยที่สุดติดต่อสื่อสารให้เทพที่สุดได้

เล่าเฉินเองก็รู้เรื่องนี้ดี

หัวใจสำคัญของการสื่อสารทางวิทยุคือ “คน” ไม่ใช่ “อุปกรณ์”

พนักงานวิทยุระดับท็อปไม่เพียงแค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าโมดูลไหนใช้ได้หรือเสียตรงไหน และสามารถดัดแปลงแก้ปัญหาด้วยวัสดุรอบตัว เช่น การถอดอะไหล่จากซากมาเติมวงจร ให้เครื่องที่ขาดแคลนหรือเกือบจะเป็นขยะกลับมามีชีวิตใหม่ได้

ในด้านการใช้งาน ยิ่งสามารถตัดสินสภาวะคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้อย่างแม่นยำ เข้าใจกฎการแพร่กระจายของคลื่นฟ้า คลื่นดิน และการสะท้อนของชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ เลือกย่านความถี่ที่ดีที่สุด และใช้สภาพแวดล้อมเพื่อทลายขีดจำกัดของกำลังส่งและระยะทางของอุปกรณ์ห่วยๆ ได้

เขาสามารถรับส่งข้อมูลสำคัญที่แม่นยำท่ามกลางเสียงรบกวนเต็มหน้าจอ และยังสามารถปรับจูนสัญญาณด้วยมือเพื่อให้สัญญาณที่อ่อนมากถูกระบุได้อย่างชัดเจน

คนพวกนี้แหละคือคนที่กุมความลับของอารยธรรมสมัยใหม่ที่แท้จริง!

เล่าเฉินแม้จะใช้เครื่องวิทยุเป็น แต่ฝีมือยังห่างไกลจากระดับนั้นมากนัก

ความจริงเขาสงสัยว่า ต่อให้เป็นคนที่มีระดับ C ทั่วไป ก็ยังยากที่จะทำแบบนี้ได้

และวินาทีนั้นเขาก็ระลึกได้ว่า ชายหนุ่มตรงหน้าเขาคนนี้คือ “ตัวพ่อ” ที่กุมกฎเกณฑ์ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างแท้จริง

เรื่องหลังจากนี้ สำหรับเขามันไม่ใช่การทดสอบอะไรอีกต่อไปแล้ว

จะทดสอบหาพระแสงอะไรล่ะ ให้เขาทำตามหลี่โหยวนานเนี่ยนะ?

เล่าเฉินรู้ดีว่า ต่อให้เขาจะถูไถประกอบเครื่องวิทยุขึ้นมาได้เครื่องหนึ่ง แต่ด้วยระดับฝีมือของเขา มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะใช้เครื่องนี้ติดต่อกับโลกภายนอกได้สำเร็จ

แต่หลี่โหยวนานเริ่มลงมือใช้งานแล้ว

ในเวลาไม่นาน หลี่โหยวนานก็สามารถเชื่อมต่อกับศูนย์ฉุกเฉินได้สำเร็จ

จากนั้น ภาพที่ทำให้เล่าเฉินเลือดลมสูบฉีดก็เกิดขึ้น

พนักงานวิทยุ หรือที่เรียกกันว่า “แฮม” จะมีรูปแบบการสื่อสารที่เป็นสากลทั่วโลก

หลี่โหยวนานพูดว่า

“BC6AX: ศูนย์ฉุกเฉินตะวันตก Z-01, ศูนย์ฉุกเฉินตะวันตก Z-01, ที่นี่ BC6AX, เรียกศูนย์ฉุกเฉินตะวันตก Z-01, Over.”

ศูนย์ฉุกเฉินตะวันตก Z-01: “BC6AX, BC6AX, ที่นี่ศูนย์ฉุกเฉินตะวันตก Z-01 รับสัญญาณคุณได้แล้ว สัญญาณของคุณระดับ 59, Over.”

หลี่โหยวนาน: “ศูนย์ฉุกเฉินตะวันตก Z-01, BC6AX รับทราบ สัญญาณของผมระดับ 59 ขณะนี้กำลังใช้เครื่องวิทยุประกอบเองกลางแจ้งเพื่อทดสอบประสิทธิภาพการสื่อสาร จึงขอความร่วมมือจากสถานีของคุณเพื่อทดสอบ, Over.”

ศูนย์ฉุกเฉินตะวันตก Z-01: “BC6AX, ศูนย์ฉุกเฉินตะวันตก Z-01 ตกลงร่วมทดสอบ โปรดดำเนินการตามขั้นตอน สถานีของเราจะรอรับฟังตลอดการทดสอบ, Over.”

จากนั้น หลี่โหยวนานก็ทำการสื่อสารกับศูนย์ Z-01 อย่างชำนาญ

การสื่อสารไม่ได้ดำเนินไปนานนัก เพราะย่านความถี่นี้คือสายช่วยชีวิต จึงไม่ควรถูกใช้ทดสอบนานเกินไป

หลังจากจบการสื่อสารอย่างรวดเร็ว หลี่โหยวนานก็ปิดอุปกรณ์ และเขาก็ได้ยินน้ำเสียงของเล่าเฉินที่เปลี่ยนไป 180 องศาทันที

“เอ่อ... หัวหน้าหลี่ครับ BC6AX คือสัญญาณเรียกขานของคุณเหรอครับ?”

“ครับ ใช่ครับ”

“โอ้พระเจ้า...”

“อ้อ การสาธิตของผมเสร็จแล้วครับ”

เล่าเฉินรีบพูดขึ้นทันที “หัวหน้าหลี่ครับ ผมยอมแล้ว ผมยอมพี่แบบหมดหัวใจเลย ไม่ต้องทดสอบอะไรแล้วครับ ต่อไปพี่สั่งให้ผมทำอะไรผมก็จะทำตามนั้นเลย!”

เมื่อเห็นเล่าเฉินที่ตอนแรกต่อต้านที่สุดกลับลำกะทันหัน สีหน้าของคนอื่นๆ จึงดูซับซ้อนขึ้นมาทันที

เห็นได้ชัดว่า สิ่งนี้ทำให้ขวัญกำลังใจของฝ่ายค้านแตกกระเจิงไปเรียบร้อย

หลิวสี่เล่อมองภาพนี้ด้วยความขำ

เธอรู้ดีว่า ความสามารถที่หลี่โหยวนานแสดงออกมาในตอนนี้ เพียงพอแล้วที่จะสร้างบารมีให้กับเขา

ต่อให้เขาไม่ทดสอบคนอื่นต่อ เชื่อว่าก็คงไม่มีใครกล้าคัดค้านเขาอีกแล้ว

อย่างไรก็ตาม หลี่โหยวนานไม่ได้รีบร้อนจบการทดสอบ เขาหันไปมองกลุ่มคนขับรถและช่างเครื่อง

“รถยนต์คือเครื่องมือหลักที่เราต้องพึ่งพาในเขตไร้มนุษย์ ส่วนคนขับและช่างเครื่องคือเจ้าหน้าที่เทคนิคที่สำคัญที่สุดของเครื่องมือชิ้นนี้ครับ”

“ต่อไป เรามาทดสอบความสามารถเฉพาะทางที่เกี่ยวกับรถยนต์กันเถอะครับ!”

จบบทที่ บทที่ 470 ทดสอบความสามารถเฉพาะทาง

คัดลอกลิงก์แล้ว