- หน้าแรก
- ทะลุมิติสะสมรัก ฉบับวายร้ายตัวแม่
- ตอนที่ 30: ของขวัญวันเกิดสามีสุดที่รักและภารกิจฝากเลี้ยงลูก(และแมว)สุดป่วน
ตอนที่ 30: ของขวัญวันเกิดสามีสุดที่รักและภารกิจฝากเลี้ยงลูก(และแมว)สุดป่วน
ตอนที่ 30: ของขวัญวันเกิดสามีสุดที่รักและภารกิจฝากเลี้ยงลูก(และแมว)สุดป่วน
วันที่ยี่สิบมิถุนายนเป็นวันเกิดของฟู่สือจิ่ง
ทว่าน่าเสียดายที่วันนี้เขามีคิวถ่ายทำฉากสำคัญพอดี จึงคาดว่าคงจะกลับถึงบ้านได้ก็ในช่วงค่ำ
หลังจากที่สืออวี่จัดการธุระที่บริษัทเสร็จในช่วงเช้า เธอก็เริ่มนั่งครุ่นคิดว่าจะเลือกของขวัญอะไรให้ฟู่สือจิ่งดี
เธอมองไปยังเจ้าไมนอร์ที่กำลังหลับปุ๋ย ก่อนจะก้าวเข้าไปตบตัวมันเบาๆ เพื่อปลุกให้ตื่น
"เหมียว!"
ไมนอร์ที่กำลังฝันหวานสะดุ้งตกใจจนกระโดดลงไปกองกับพื้น
เมื่อเห็นว่าเป็นสืออวี่ มันก็เริ่มผ่อนคลายลงอีกครั้ง
"โฮสต์ครับ มีอะไรหรือเปล่า?"
"วันนี้วันเกิดฟู่สือจิ่ง นายคิดว่าควรให้อะไรเป็นของขวัญดี?"
สืออวี่ยืนกอดอก พิงหลังเข้ากับโซฟาด้วยท่าทางเกียจคร้าน
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ไมนอร์ก็โพล่งออกมาโดยไม่ต้องคิด
"ให้เงินเขาไปเลยสามสิบล้านครับ!"
......
"สามสิบล้านแห่งความสุข สามสิบล้านแห่งความโชคดี และสามสิบล้านแห่งสุขภาพที่แข็งแรง!"
ได้ยินดังนั้น คิ้วของสืออวี่ก็กระตุกยิบๆ เธอแทบจะอดใจไม่ไหวจนอยากจะจับมันโยนออกไปข้างนอกเสียให้รู้แล้วรู้รอด
เจ้าไมนอร์ที่เพิ่งรู้ตัวว่าพูดจาไร้สาระส่งยิ้มแห้งๆ ก่อนจะรีบแก้ตัว
"เดี๋ยวผมเช็กให้ครับโฮสต์ รอสักครู่เดียว"
ไม่นานนัก ไมนอร์ก็นำข้อมูลที่ค้นหาได้มาบอกแก่สืออวี่
"โฮสต์ครับ จากผลการวิจัยของผม ของขวัญที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับสามีก็คือ นาฬิกา เครื่องโกนหนวด น้ำหอม เข็มขัด เค้ก และอะไรประมาณนี้ครับ"
น้ำหอมงั้นเหรอ?
หากไมนอร์ไม่ได้พูดด้วยสีหน้าจริงจังขนาดนี้ เธอคงสงสัยไปแล้วว่ามันจงใจใส่ตัวเลือกนี้เพิ่มเข้ามาเองหรือเปล่า
สืออวี่ใช้ความคิด เธอจำได้ว่าฟู่สือจิ่งดูเหมือนจะไม่มีนิสัยชอบประพรมน้ำหอมสักเท่าไหร่
จะมีก็แต่บางครั้งที่ต้องไปร่วมงานอีเวนต์ต่างๆ ซึ่งทางทีมงานจัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น
สืออวี่ไล่ดูรายการของขวัญเหล่านั้น และในที่สุดเธอก็ตัดสินใจว่าตัวเลือกแรกดูจะเข้าท่าที่สุด
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เธอก็เหลือบไปมองฟู่อันเย่ที่กำลังนอนหัวเราะเอิ๊กอ๊ากให้กับของเล่นที่แขวนอยู่บนเปล
บางครั้ง การมีลูกก็ทำให้ชีวิตไม่ค่อยสะดวกสบายเท่าไหร่นัก
หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็จัดการห่อตัวลูกน้อย เตรียมข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น แล้วเรียกแท็กซี่ออกไปข้างนอกทันที
อ้อ แน่นอนว่าต้องหนีบเจ้าไมนอร์ที่เป็นภาระติดสอยห้อยตามไปด้วย
เมื่อสืออวี่ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เธอก็มาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าตึกสตาร์ไลท์เอนเตอร์เทนเมนต์เรียบร้อยแล้ว
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดสายหาเฮ่อเฉิน
ไม่ถึงสิบวินาที ปลายสายก็กดรับ
"ฮัลโลสืออวี่ ลมอะไรหอบเธอให้โทรหาฉันได้เนี่ย?"
เสียงโวยวายตามสไตล์ของเฮ่อเฉินดังลอดออกมา สืออวี่ระบายยิ้มบางๆ ที่มุมปาก
"ฉันได้ยินสือจิ่งบอกว่า นายอยากจะเล่นกับอันเย่น่ะ"
ได้ยินเช่นนั้น เฮ่อเฉินก็หัวเราะร่าและยอมรับออกมาอย่างหน้าชื่นตาบาน
"ใช่ๆๆ หรือว่าบ่ายนี้ให้ฉันไปหาเธอดีไหม? ประจวบเหมาะกับวันนี้วันเกิดสือจิ่งพอดี ฉันเองก็เตรียมของขวัญวันเกิดไว้ให้เขาเหมือนกัน"
"ไม่ต้องมาหาฉันหรอก ตอนนี้ฉันอยู่ข้างล่างบริษัทนายนี่แหละ"
ทันทีที่เธอพูดจบ ก็ได้ยินเสียงอุทานด้วยความตกใจของเฮ่อเฉินดังมาตามสาย
"อะไรนะ!?"
แต่เขาปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว
"จริงเหรอ!? รอฉันก่อนนะ ฉันจะรีบลงไปเดี๋ยวนี้แหละ!"
พูดจบเขาก็รีบวางสายและวิ่งลงมาจากตึกอย่างใจจดใจจ่อ
สืออวี่มองโทรศัพท์ที่ถูกตัดสายไป เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแล้วยิ้มขำเงียบๆ ก่อนจะเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า
"โฮสต์ครับ คุณจะจับผมโยนเข้าไปในห้องทำงานเขาด้วยหรือเปล่า?"
ไมนอร์ที่ถูกบังคับให้อยู่ในกระเป๋าใส่สัตว์เลี้ยงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงน่าเวทนา
สืออวี่หัวเราะหึๆ ในลำคอด้วยท่าทีที่มีเลศนัย
"แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ?"
......
ไมนอร์นิ่งเงียบไปทันควัน รู้สึกเหมือนหัวใจถูกกระหน่ำโจมตีจนเจ็บปวดรวดร้าว
เห้อ... ชีวิตแมวมันไม่ได้เลือกเองได้จริงๆ สินะ
ในขณะที่ไมนอร์กำลังแอบเศร้าสร้อย เฮ่อเฉินก็วิ่งลงมาถึงชั้นล่างของบริษัทพอดี
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ และพบตัวสืออวี่ในทันที
"สืออวี่!"
เฮ่อเฉินก้าวยาวๆ เข้ามาหา และเมื่อเขาเห็นฟู่อันเย่ในอ้อมแขนของสืออวี่ รอยยิ้มบนใบหน้าก็กว้างขึ้นกว่าเดิม เขาแทบจะอยากจะเข้าไปอุ้มเด็กน้อยในทันที
สายตาของเขาเหลือบไปเห็นกระเป๋าใส่แมว จึงเลิกคิ้วถาม
"ทำไมเอาแมวมาด้วยล่ะ?"
เจ้าแมวไมนอร์: ...
"มันต้องมาด้วยน่ะค่ะ"
สืออวี่ยิ้ม แล้วส่งตัวฟู่อันเย่ในอ้อมแขนให้เฮ่อเฉิน
"ขึ้นไปข้างบนก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะบอกวิธีป้อนนมลูกให้นะ"
เฮ่อเฉินประคองฟู่อันเย่ที่ตัวเบาหวิวไว้อย่างระมัดระวัง จากนั้นก็พยักหน้าและนำทางเธอเข้าไปในตึกบริษัท
หลังจากที่ทั้งสองคนก้าวเข้าลิฟต์ไป พนักงานต้อนรับทั้งสองคนก็เปลี่ยนจากรอยยิ้มเป็นการทำหน้าตาช็อกสุดขีดทันที
"นี่ เธอเห็นนั่นไหม!?"
"เห็นสิ!"
ทั้งสองสบตากันอย่างมีความหมายโดยไม่ต้องพูดอะไรออกมา
ประธานเฮ่อนอกจากจะแต่งงานแล้ว ยังมีลูกแล้วด้วย!
เมื่อมาถึงห้องทำงานของเฮ่อเฉิน สืออวี่ก็เริ่มอธิบายขั้นตอนการป้อนนมว่าต้องป้อนทุกกี่ชั่วโมง และต้องให้ปริมาณเท่าไหร่ในแต่ละครั้ง...
"เดี๋ยวๆๆ เดี๋ยวก่อน!"
เฮ่อเฉินทำหน้ามึนตึ้บ เขามองสืออวี่ด้วยสายตาที่ซับซ้อนและถามหยั่งเชิงออกไป
"หมายความว่ายังไง? นี่เธอจะทิ้งลูกไว้แล้วไปธุระต่อเหรอ?"
"ไม่งั้นนายคิดว่าฉันหอบอันเย่มาที่นี่ทำไมล่ะ?"
สืออวี่พูดพลางมองเขาด้วยความขบขัน
......
ได้ยินดังนั้น สีหน้าของเฮ่อเฉินก็เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อและแฝงไปด้วยความกังวล
เขาโบกมือพัลวัน "ไม่เอาหรอก ฉันจะไปดูแลอันเย่คนเดียวไหวได้ยังไง?"
คาดไม่ถึงว่าพอเขาพูดจบ สืออวี่ก็ชี้ไปที่เจ้าไมนอร์ที่กระโดดขึ้นไปนั่งบนโซฟาแล้ว
"ก็นี่ไง ยังมีอีกคนอยู่ที่นี่"
......
เฮ่อเฉินมองดูไมนอร์ที่ขึ้นไปขดตัวหลับบนโซฟาแล้วแทบจะหลุดขำออกมาด้วยความระอา
ก่อนที่เขาจะได้ท้วงอะไร สืออวี่ก็พูดแทรกขึ้นมาอีกครั้ง
"ไม่ต้องห่วงหรอก มันฉลาดกว่าคนส่วนใหญ่เสียอีก ถ้านายไม่เชื่อ ลองสั่งให้มันตีลังกากลับหลังให้ดูสิ"
......
เฮ่อเฉินไม่อยากจะต่อปากต่อคำด้วยแล้ว แต่พอได้ยินสืออวี่พูดแบบนั้น ความอยากรู้อยากเห็นก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
แมวตัวนี้มันจะฉลาดขนาดนั้นจริงเหรอ?
"มันชื่ออะไรนะ?"
"ไมนอร์ค่ะ"
จากนั้น เฮ่อเฉินก็กระแอมไอเล็กน้อยก่อนจะจ้องมองไปที่ไมนอร์แล้วลองสั่งดู
"ไมนอร์ ตีลังกากลับหลังให้ดูหน่อยสิ"
ไมนอร์ที่นอนอยู่บนโซฟาได้ยินดังนั้นก็หรี่ปรือตามองเขาอย่างเฉื่อยชา ในจังหวะที่มันกำลังจะทำเมินใส่ ก็ดันไปสบเข้ากับสายตาของสืออวี่พอดี
......
ไมนอร์ถอนหายใจในใจอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะลุกขึ้นและโชว์ท่าตีลังกากลับหลังให้เฮ่อเฉินดูหนึ่งรอบ
"เช้ดเข้!"
เฮ่อเฉินถึงกับช็อก
เขาไม่คาดคิดเลยจริงๆ ว่าแมวตัวนี้จะมีความสามารถขนาดนี้ มันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อสุดๆ
"ไมนอร์ กระโดดอีกรอบสิ"
ไมนอร์ทำหน้าเซ็งกะตายแต่ก็ยอมตีลังกาโชว์อีกรอบ
เฮ่อเฉินเริ่มสนุกและสั่งให้มันทำอีกหลายต่อหลายครั้ง
สืออวี่ยนั่งอยู่บนโซฟา มองดูภาพเหตุการณ์นี้ด้วยความสนใจ
ส่วนตัวต้นเรื่องอย่างเจ้าไมนอร์นั้น แทบจะหลั่งน้ำตาออกมาเป็นสายเลือด
ผ่านไปพักใหญ่ เมื่อสืออวี่เห็นว่าได้เวลาสมควรแล้ว เธอก็ลุกขึ้นและบอกกับเฮ่อเฉินที่กำลังเล่นสนุกอยู่ว่า
"เฮ่อเฉิน ฉันฝากดูแลลูกด้วยนะ นายไม่ต้องทำอะไรมากหรอก แค่ป้อนนมให้ตรงเวลาก็พอ"
"เดี๋ยวสิ แล้วสรุปเธอจะไปไหนกันแน่เนี่ย?"
เฮ่อเฉินวางฟู่อันเย่ลงบนโซฟา โดยใช้มือข้างหนึ่งกันไว้เพื่อความปลอดภัย ก่อนจะหันมาถามสืออวี่
"อันดับแรกฉันจะไปซื้อของก่อน จากนั้นก็จะไปหาสือจิ่งเพื่อทำเซอร์ไพรส์เขาหน่อย"
เมื่อได้ยินแบบนั้น เฮ่อเฉินก็พยักหน้าเข้าใจในทันที
จากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งเบอร์โทรศัพท์ชุดหนึ่งให้สืออวี่
"นี่เบอร์ผู้ช่วยของสือจิ่งนะ เธอติดต่อเขาโดยตรงได้เลย"
"โอเค ขอบคุณมากนะ"
พูดจบ สืออวี่ก็หยิบกระเป๋าและเดินออกจากห้องทำงานไป
หลังจากสืออวี่จากไป เฮ่อเฉินก็ก้มลงมองฟู่อันเย่ที่กำลังอารมณ์ดี
เขาฉีกยิ้มกว้างและพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนนุ่มว่า
"อันเย่น้อย ยิ้มให้พ่อทูนหัวอีกสักทีสิลูก!"