- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 311 หน้าหนาไร้ยางอาย
ตอนที่ 311 หน้าหนาไร้ยางอาย
ตอนที่ 311 หน้าหนาไร้ยางอาย
เด็กหนุ่มอิ๋งฉีได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเบาๆ ออกมาหนึ่งเสียง
"พวกเรามาช้าไปจริงๆ นั่นแหละ"
ในขณะเดียวกัน เหยียนเหยาก็สะบัดแส้ยาวในมือ นางถามด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ว่า
"พวกเจ้าทำอะไรลงไปกันแน่? ถึงได้ทำให้ซากมังกรในชั้นที่สองของแดนจิ้นซวีแทบจะลุกฮือขึ้นมาอาละวาดกันหมดแบบนี้ แล้วคนอื่นๆ นอกจากกลุ่มของพวกเจ้า หายไปไหนกันหมด!?"
กงซุนอวิ้นได้ยินคำถามของเหยียนเหยา จึงอธิบายไปประโยคหนึ่ง
"คนส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บ พวกเขาจึงล่วงหน้าไปก่อนแล้ว"
ร่มกระดาษสีฟ้าอ่อนลอยออกจากมือของเนี่ยสวิน ในชั่วพริบตา มันก็แผ่แสงแห่งความศักดิ์สิทธิ์ออกมา ทำให้ซากมังกรเหล่านั้นเกิดความลังเลในจังหวะที่กำลังจะพุ่งเข้ามาโจมตี
เนี่ยสวินกล่าวขึ้น
"ช้าไม่ได้แล้ว พวกเราต้องรีบออกไปจากที่นี่"
"ฟังเนี่ยสวิน"
เหยียนเหยาได้ยินดังนั้นก็รีบเอ่ยสนับสนุนทันที
สมาชิกกลุ่มเฟิงเสินหลายคนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อมีกลุ่มทิศใต้อยู่ด้วย พวกเขาย่อมไม่ฝืนทน และต่างเห็นด้วยกับข้อเสนอให้ถอนตัวนี้
เนี่ยสวิน อิ๋งฉี และฝูซาน ทั้งสามคนร่วมมือกันคุ้มกันทุกคนให้ถอยหนี
ในขณะเดียวกัน
กลุ่มทิศตะวันตกที่เคลื่อนตัวออกไปเร็วที่สุด ก็สัมผัสได้ว่าซากมังกรที่อยู่ไกลออกไปทางด้านหลังกำลังตื่นขึ้น
อินซือเยี่ยนรู้สึกตกตะลึงในใจ จนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
"ศิษย์น้องเสิ่น เจ้ารู้ได้อย่างไร?"
"นั่นสิ เสิ่นเยียน เจ้าเก่งเกินไปแล้ว!"
จูเก๋อโย่วหลินรีบเอ่ยสมทบ
เจียงเสวียนเยว่กล่าวเสริม
"ฮึ! เยียนเยียนเก่งกาจอยู่แล้ว"
ส่วนคนของกลุ่มเซียวเหยาที่เดิมทีในใจเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง แต่เมื่อสัมผัสได้ว่าซากมังกร ตื่นขึ้นความไม่พอใจเหล่านั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความโล่งอกในทันที
พวกเขาเองก็อดไม่ได้ที่จะหูผึ่ง อยากรู้ว่าเสิ่นเยียนรู้ได้อย่างไรว่าซากมังกรจะ ตื่นขึ้น
เซี่ยโหวเหว่ยจ้องมองเสิ่นเยียนด้วยแววตาซับซ้อน
เสิ่นเยียนตอบสั้นๆ
"สัญชาตญาณ"
ทุกคน "......" เจ้าตอบขอไปทีเกินไปหน่อยไหม?
นี่เป็นแค่สัญชาตญาณจริงๆ หรือ?
เสิ่นเยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ซากมังกรพวกนี้กำลังลุกลามเข้ามาเหมือนโรคระบาด อีกไม่นาน ซากมังกรที่อยู่รอบตัวเราก็จะตื่นขึ้นมาอาละวาด ด้วยเช่นกัน ดังนั้นพวกเราไม่มีเวลาให้หยุดพักมากนัก ต้องทุ่มสุดตัวฝ่าไปให้ถึงชั้นที่สามของแดนจิ้นซวีรวดเดียว!"
เฉียวรูอีกล่าวสนับสนุน
"ศิษย์น้องเสิ่นพูดถูก พวกเรารีบไปกันเถอะ!"
คราวนี้ กลุ่มเซียวเหยาไม่ได้ส่งเสียงคัดค้านใดๆ
ทั้งสามกลุ่มพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดหย่อน เพียงแต่ความเร็วในการ ตื่น ของซากมังกรนั้นรวดเร็วกว่าที่พวกเขาจินตนาการไว้มาก! มิหนำซ้ำซากมังกรที่ ตื่น แล้วเหล่านั้นยังไล่ตามมา หมายจะสกัดกั้นพวกเขาเอาไว้!
"ทำยังไงดี?! ด้านหลังมีซากมังกรไล่ตามมาเยอะมาก!"
ต้วนจื้อหมิงไม่อาจรักษาความเยือกเย็นได้อีกต่อไป เขาร้องตะโกนด้วยความตื่นตระหนกลนลาน
"พวกกงซุนอวิ้นและโหยวฮั่วจิงยังรอดอยู่ไหม?"
"ถ้ารู้แต่แรกว่าความยากของ แผนการห้าสำนัก จะเป็นระดับนรกแตกขนาดนี้ พวกเราคงไม่เข้าร่วมหรอก!"
เดิมทีพวกต้วนจื้อหมิงคิดว่า แผนการห้าสำนัก คือการที่ห้าสำนักมาร่วมจัดงานเฉลิมฉลองหรือการแข่งขันสักอย่าง
ใครจะไปรู้ว่า แผนการห้าสำนัก นี้ มันคือฉบับอัปเกรดของภารกิจลับสามระดับ!
ลมหายใจของเซี่ยโหวเหว่ยเริ่มปั่นป่วนอย่างรุนแรง เพราะแรงกดดันจากซากมังกรจำนวนมากถาโถมเข้ามาอย่างกะทันหัน ทำให้เขารู้สึกหนังศีรษะชาวาบ ราวกับว่าวินาทีถัดไปจะต้องจบชีวิตลงที่นี่
ก่อนหน้านี้ตอนที่เพิ่งมาถึงชั้นที่สองของแดนจิ้นซวี ซากมังกรพวกนี้เป็นเหมือนเพียงของประดับตกแต่ง
แต่บัดนี้
กลับกลายเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่หลวงที่สุดในแดนจิ้นซวี
ทันใดนั้น มีซากมังกรตัวหนึ่งไล่ตามมาทัน มันบินโฉบอยู่กลางอากาศ ก่อนจะก้มตัวลงพ่นเปลวเพลิงทมิฬใส่พวกเสิ่นเยียนที่อยู่ด้านล่าง
ตูม!
พวกเสิ่นเยียนรวบรวมพลังเพื่อต้านทานการกัดกร่อนของเปลวเพลิงทมิฬ
"อ๊ากกก..."
สมาชิกคนหนึ่งในกลุ่มเซียวเหยาถูกเปลวเพลิงทมิฬลุกไหม้พันร่าง เผาผลาญเลือดเนื้อของเขา เขากลิ้งไปมาบนพื้นด้วยสีหน้าเจ็บปวดทรมาน พยายามจะดับไฟนั้น!
"ลูกพี่ ช่วยข้าด้วย!"
เซี่ยโหวเหว่ยแบ่งมือข้างหนึ่งออกมา ซัดฝ่ามือลมปราณใส่ร่างที่กำลังลุกไหม้ของลูกน้อง
เสียง วูบ ดังขึ้น เปลวเพลิงทมิฬถูกดับลง
แต่ในจังหวะนั้นเอง ซากมังกรอีกตัวก็อ้อมมาจากทางด้านหลังฝั่งซ้าย
"ศิษย์พี่เฉียว ระวัง!"
เจียงเสวียนเยว่ร้องเตือนเสียงหลง
หลังจากเฉียวรูอีตั้งสติได้ หัวใจในอกก็เต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกหวาดผวาแล่นพล่านจนหนังศีรษะชา แต่นางยังคงกำดาบใหญ่ในมือแน่น เผชิญหน้ากับซากมังกรยักษ์ที่พุ่งเข้ามา
ตูม!
พละกำลังอันมหาศาลของซากมังกรกระแทกเฉียวรูอีจนกระเด็นล้มลงกับพื้น นางกระอักเลือดออกมาคำโต นิ้วทั้งห้าแทบจะกำด้ามดาบไม่อยู่
สมาชิกกลุ่มอู๋เซี่ยงรีบเข้ามาช่วยหนุนเสริมเฉียวรูอีทันที
เหลียนเสวี่ยเฟิงประคองเฉียวรูอีขึ้นมา
"เป็นอย่างไรบ้าง?"
เหลียนเสวี่ยเฟิงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง พลางหยิบโอสถเม็ดหนึ่งออกมาป้อนที่ริมฝีปากของนาง
เฉียวรูอีอ้าปากกลืนโอสถลงไป แล้วเลียริมฝีปากที่เปื้อนเลือด นางยกมือมือกุมหน้าอกด้วยใบหน้าซีดเผือด
"ยังไหว!"
กล่าวจบ เฉียวรูอีก็กระชับด้ามดาบแน่นอีกครั้ง และกระโจนกลับเข้าสู่การต่อสู้
ส่วนคนของกลุ่มเซียวเหยา เมื่อเห็นว่าพวกเขาถูกซากมังกรยักษ์สองสามตัวล้อมเอาไว้แล้ว ในใจก็ตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก พวกเขาข่มความหวาดกลัว กวัดแกว่งอาวุธต้านทานการโจมตีของซากมังกร
กลุ่มเซียวเหยามีสมาชิกเก้าคน แต่ละคนล้วนมีอาวุธวิเศษคุ้มกายไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะเซี่ยโหวเหว่ย!
ของวิเศษบนตัวเซี่ยโหวเหว่ยนั้นมีมากมายนับไม่ถ้วน!
ลำพังบนตัวเขาก็สวมเสื้อเกราะป้องกันถึงสามชั้น แต่ละชั้นสามารถต้านทานการโจมตีของผู้แกร่งกล้าระดับเทียนขั้นสิบได้หนึ่งครั้ง เครื่องประดับที่เขาพกติดตัวยิ่งเป็นอาวุธป้องกันระดับสูง
เซี่ยโหวเหว่ยเห็นว่าด้านหลังมีซากมังกรไล่ตามมามากขึ้นเรื่อยๆ รูม่านตาก็หดเกร็ง เขาเลื่อนสายตาไปมองกลุ่มอู๋เซี่ยงและกลุ่มกลุ่มอสูร ก่อนจะตัดสินใจอะไรบางอย่างลงไป
"อินซือเยี่ยน เสิ่นเยียน พวกเจ้ารั้งพวกมันไว้ก่อน พวกเราจะไปรอข้างหน้า!"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ คนของกลุ่มอู๋เซี่ยงและกลุ่มกลุ่มอสูรแทบจะโกรธจนหัวเราะออกมา
อินซือเยี่ยนซัดยันต์โจมตีออกไปหลายแผ่น ก่อนจะกล่าวด้วยสีหน้าขรึมลง
"เซี่ยโหวเหว่ย พวกเราเป็นพันธมิตรกลุ่มเดียวกันนะ!"
แต่เซี่ยโหวเหว่ยไม่สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย กลับเรียกคนของกลุ่มเซียวเหยาให้รีบหนีไปข้างหน้า
ต้วนจื้อหมิงตะโกนสั่งเสียก่อนจะหนีไป
"พวกเจ้าต้องรั้งพวกมันไว้ให้ได้นะ!"
มู่เหวินโกรธจนแทบระเบิด
"ช่างไร้ยางอายสิ้นดี!"
จูเก๋อโย่วหลินอยากจะด่าตามไปสักสองสามประโยค แต่สถานการณ์วิกฤตจนไม่เปิดโอกาสให้เขาเสียสมาธิ เขาใช้สองมือควบคุมเส้นด้ายวิญญาณพร้อมกัน พยายามจะพันธนาการซากมังกรที่อยู่ตรงหน้า
เผยอู๋ซูเคลื่อนไหวร่างกาย กระโดดขึ้นกลางอากาศ แล้วฟาดกระบี่ลงไปที่ส่วนหัวของซากมังกร
ตูม
กระแสอากาศในพื้นที่โดยรอบสั่นสะเทือน
หัวของซากมังกรเกิดรอยร้าวเล็กๆ ที่แทบมองไม่เห็น
ซากมังกรเงยหน้าขึ้น นัยน์ตาสีแดงฉานอันน่าสยดสยองคู่นั้นเปล่งแสงลึกลับ ก่อนจะพ่นเปลวเพลิงอันร้อนแรงออกมา ในชั่วพริบตาราวกับเพลิงผลาญฟ้า พุ่งเข้าใส่เผยอู๋ซูอย่างไม่อาจต้านทาน
เผยอู๋ซูยกกระบี่ขึ้นต้านรับ!
ทันใดนั้น กระบี่เดียวก็ผ่าเปลวเพลิงทมิฬแยกออกจากกัน
เสิ่นเยียนกล่าวเสียงเครียด
"ซากมังกรตามมาเยอะขึ้นเรื่อยๆ ด้วยกำลังของพวกเราตอนนี้รับมือพวกมันจำนวนมากขนาดนี้ไม่ไหวแน่ เราต้องรีบไป! ห้ามหยุดเด็ดขาด ลุยไปข้างหน้า!"
"ตกลง!"
ทุกคนไม่มีใครคัดค้าน
เพราะพวกเขารู้ดีว่า ยิ่งยื้อเวลานานเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น
เพราะพลังปราณในร่างของพวกเขามีวันหมด หากพลังปราณหมดลงเมื่อใด พวกเขาก็จะกลายเป็นเหมือนลูกแกะรอการเชือด ให้ผู้อื่นสังหารได้ตามใจชอบ
กลุ่มกลุ่มอสูรและกลุ่มอู๋เซี่ยงต้านทานการโจมตีไปพลาง พุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงสุดไปพลาง
ทว่า การเคลื่อนย้ายครั้งนี้ไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น
ทันใดนั้น
เหลียนเสวี่ยเฟิงแห่งกลุ่มอู๋เซี่ยงถูกกรงเล็บของซากมังกรตบจนกระเด็น ในขณะที่ซากมังกรอีกตัวหนึ่งก็ทำท่าตะปบกัดเข้าใส่เหลียนเสวี่ยเฟิง
"เสวี่ยเฟิง!"
คนในกลุ่มอู๋เซี่ยงตกใจแทบสิ้นสติ
"อ๊ากกก..."
แม้เหลียนเสวี่ยเฟิงจะพยายามต้านทานสุดกำลัง แต่ก็ยังถูกซากมังกรตัวนั้นกัดเข้าที่ครึ่งร่าง เลือดสดๆ ไหลซึมออกมาในชั่วพริบตา
สมาชิกกลุ่มอู๋เซี่ยงเบิกตาโพลงด้วยความตื่นตระหนก อินซือเยี่ยนพุ่งตัวเข้าไปโดยไม่ห่วงอันตราย ใช้กระบี่แทงเข้าไปในร่องปากของซากมังกรตัวนั้นอย่างแรง หมายจะงัดปากของมันให้เปิดออก แต่ทว่าแรงของเขายังไม่เพียงพอ!
ในขณะนั้นเอง เสิ่นเยียนและเผยอู๋ซูก็ปรากฏตัวขึ้น
พวกเขาแทงกระบี่เข้าไปในร่องปากของมันพร้อมกัน
ทั้งสามคนสบตากัน ก่อนจะใช้พลังกระบี่งัดปากซากมังกรพร้อมกัน เสียง ตูม ดังสนั่น
"ฉือเยว่!"
เสิ่นเยียนตะโกนเรียก
วินาทีถัดมา เถาวัลย์เส้นหนึ่งก็พุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว พันรอบตัวเหลียนเสวี่ยเฟิงแล้วดึงกลับมา!