- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 308 ใจตรงกัน
ตอนที่ 308 ใจตรงกัน
ตอนที่ 308 ใจตรงกัน
เวินอวี้ชูหัวเราะเบาๆ
"ตรงกับใจข้าพอดี"
หยูฉางอิงส่งกระแสเสียง
"น้องหญิงเยียนเยียน พวกเรานี่ใจตรงกันจริงๆ เลยนะเจ้าคะ~"
คนสวะอย่างเซี่ยโหวเหว่ย ดันมาถูกใจเยียนเยียน ช่างเป็นคราวซวยของเยียนเยียนจริงๆ
คนอื่นๆ ต่างไม่มีข้อโต้แย้ง เพราะพวกเขาก็มีความคิดเช่นเดียวกัน ในเมืองแดนกลาง กลุ่มเซียวเหยามีชื่อเสียงเรื่องความอาฆาตมาดร้าย ใครทำอะไรให้เจ็บแค้นต้องเอาคืน ดังนั้น ชิงลงมือก่อนย่อมได้เปรียบ ไม่มีอะไรเสียหาย
เดิมทีกลุ่มเซียวเหยาก็ไม่พอใจกลุ่มอสูรอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้ยิ่งเกลียดชังกลุ่มอสูรเข้ากระดูกดำ พวกเขาแอบตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่า ไม่กำจัดพวกมันในแดนจิ้นซวี ก็ต้องส่งคนไปล้อมสังหารหลังจากออกจากแดนจิ้นซวีให้ได้
ทุกคนต่างมีแผนการในใจ
กลุ่มทิศตะวันออกและกลุ่มทิศเหนือเคลื่อนพลไปพร้อมกัน ส่วนกลุ่มทิศตะวันตกตามหลังอยู่เล็กน้อย
ขณะที่กลุ่มทิศใต้ยังคงพักผ่อนอยู่
ระดับความอันตรายในชั้นที่หนึ่งของแดนจิ้นซวีนับว่าน้อยที่สุด
บนผืนดินรกร้างว่างเปล่าอันกว้างใหญ่นี้ ขับเน้นให้ร่างของเหล่าอัจฉริยะดูเล็กลงไปถนัดตา ในทิศทางที่พวกเขามุ่งหน้าไป ปรากฏม่านพลังขนาดมหึมาที่แตกร้าวเป็นลายแมงมุม รอยแยกถูกกัดเซาะด้วยไอทมิฬ ลมกรรโชกแรงพัดกระหน่ำ ทำให้ม่านพลังขนาดมหึมาสั่นไหว เกิดเสียง วิ้งๆ ดังก้อง นี่ก็คือม่านฟ้าชั้นที่หนึ่งของแดนจิ้นซวี!
ทั้งสามกลุ่มเร่งรุดเดินทาง
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ทั้งสามกลุ่มยังไปไม่ถึงม่านฟ้าชั้นที่หนึ่งของแดนจิ้นซวี แต่ก็สามารถมองเห็นม่านฟ้าชั้นที่หนึ่งได้แต่ไกล
พวกเขาต่างแสดงสีหน้าตกตะลึง
"ม่านฟ้าถูกไอทมิฬกัดเซาะจนเป็นสภาพนี้แล้วหรือ! ครั้งก่อนที่พวกเรามาซ่อมแซม มันมีรอยแยกเล็กๆ เพียงสิบกว่ารอยเท่านั้น แต่ตอนนี้กลับมีรอยแยกนับไม่ถ้วน! แบบนี้จะซ่อมแซมอย่างไรไหว?"
กงซุนอวิ้นเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ม่านฟ้าชั้นที่หนึ่งถูกปนเปื้อนถึงระดับนี้แล้ว..."
เหตุจลาจลครั้งนี้ รุนแรงและน่ากลัวยิ่งนัก
นางนึกถึงคำพูดของท่านอาจารย์ใหญ่สวี่เจ๋อ ที่บอกว่าต้องเร่งซ่อมแซมม่านฟ้าชั้นที่สามของแดนจิ้นซวีก่อน
เพราะ มลพิษ ในชั้นที่สามของแดนจิ้นซวีรุนแรงที่สุด หากไม่สามารถยับยั้งได้ ไอทมิฬที่ระเบิดออกมาจะสามารถทำลายม่านฟ้าชั้นที่หนึ่งและชั้นที่สองได้โดยตรง
ดังนั้น ต่อให้ตอนนี้ซ่อมแซมม่านฟ้าชั้นที่หนึ่งจนเสร็จสิ้น หากไอทมิฬจากส่วนลึกระเบิดออกมา ม่านฟ้าชั้นที่หนึ่งก็ต้านทานไม่อยู่
มีเพียงม่านฟ้าชั้นที่สามเท่านั้น ที่จะสามารถกักขังไอทมิฬจากส่วนลึกสุดได้!
กงซุนอวิ้นเร่งเสียงให้ดังขึ้น เอ่ยว่า
"ทุกท่าน"
"ตอนนี้พวกเราไม่สามารถพะวงกับม่านฟ้าชั้นที่หนึ่งได้ ต้องมุ่งหน้าเข้าสู่ส่วนลึกสุดโดยตรง! จะต้องรักษาและซ่อมแซมม่านฟ้าชั้นที่สามให้ได้ มิเช่นนั้น ไอทมิฬในแดนจิ้นซวีจะแพร่กระจายไปทั่วทวีปกุยหยวน ถึงเวลานั้นผู้คนในทวีปกุยหยวนทั้งหมดจะต้องเดือดร้อนอย่างหนัก"
ทุกคนได้ฟัง ต่างมีสีหน้าจริงจัง
"ลุย!"
เหล่าอัจฉริยะหนุ่มสาวพุ่งทะยานไปข้างหน้า ใบหน้าแน่วแน่ แววตามุ่งมั่น
พวกเขาแกว่งอาวุธฟาดฟันเงาแค้นที่พุ่งเข้ามาโจมตี ร่างกายเคลื่อนไหวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
ม่านฟ้ามีไว้เพื่อต้านทานการกัดเซาะของไอทมิฬ ดังนั้น พวกเขาสามารถผ่านม่านฟ้าไปได้โดยไร้อุปสรรค เว้นแต่
ใครบางคนถูกไอทมิฬครอบงำ กัดกินสติสัมปชัญญะจนกลายเป็นสัตว์ประหลาด ก็จะไม่สามารถผ่านม่านฟ้าไปได้อีก
สัตว์ประหลาด เช่นนี้ ไม่ถูกเพื่อนร่วมกลุ่มสังหาร ก็ต้องถูกทิ้งไว้ในแดนจิ้นซวี
ในชั้นที่หนึ่งของแดนจิ้นซวี ไม่มี สัตว์ประหลาด เช่นนั้นอยู่ แต่ในชั้นที่สองของแดนจิ้นซวี มีอยู่มากมาย! และ สัตว์ประหลาด เหล่านี้เคยเป็นนักเรียนอัจฉริยะของสำนักศึกษาต่างๆ ตั้งแต่เมื่อพันปีก่อนจนถึงปัจจุบัน พวกเขา ก็ยังคงดำรงอยู่
อินซือเยี่ยนถ่ายทอดข้อมูลเหล่านี้ให้กลุ่มอสูรได้รับรู้
หลังจากฟังจบ เสิ่นเยียนและพวกพ้องต่างตกอยู่ในความเงียบ
เฉียวรูอีขมวดคิ้วเอ่ยว่า
"กลุ่มส่วนใหญ่ล้วนจบชีวิตลงในชั้นที่สองของแดนจิ้นซวี ด้านในไม่เพียงมี สัตว์ประหลาด ยังมีวิญญาณอาฆาต และ... เศษเสี้ยววิญญาณมังกรที่หลับใหล ไม่รู้ว่าเศษเสี้ยววิญญาณมังกรเหล่านี้จะตื่นขึ้นมาเพราะเหตุจลาจลครั้งนี้หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น สถานการณ์ของพวกเราคงอันตรายเกินไปแล้ว!"
ขณะนั้นเอง เสิ่นเยียนก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
กลุ่มเป่ยโต่ว ที่เสิ่นไหวสังกัดอยู่ เกือบจะถูกกวาดล้างทั้งกลุ่มขณะปฏิบัติภารกิจลับที่สอง และเสิ่นไหวก็ได้หายสาบสูญไป
เสิ่นเยียนหันไปมองอินซือเยี่ยน
"หากสติของคนคนหนึ่งถูกไอทมิฬกัดกินจนกลายเป็นสัตว์ประหลาด เขาคนนั้นถือว่าตายหรือยัง?"
อินซือเยี่ยนชะงักเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยสีหน้าจริงจัง
"...ตาย"
เมื่อได้ยินคำตอบนี้ เสิ่นเยียนก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง
นั่นหมายความว่า เสิ่นไหวไม่ได้ถูกไอทมิฬกัดกินจนกลายเป็นสัตว์ประหลาดที่ไม่ใช่คนไม่ใช่ผี
แต่
เหตุใดเขาถึงหายตัวไปในแดนจิ้นซวี?
และทำไมหยกพกของเขาถึงไปอยู่ที่ อิ๋งจุน ผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักศึกษาแดนกลางได้?
เรื่องราวทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นปริศนา
เสิ่นเยียนถามต่อ
"ผู้ฝึกตนที่อายุเกินสามสิบปี ไม่สามารถเข้ามาในแดนจิ้นซวีได้จริงๆ หรือ?"
นางสงสัยว่าอิ๋งจุนอาจเป็นคนลักพาตัวเสิ่นไหวไป
"เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน" อินซือเยี่ยนส่ายหน้า
"ศิษย์น้องเสิ่น เหตุใดเจ้าจึงถามเช่นนี้?"
"ข้ากำลังคิดว่า หากผู้ฝึกตนที่อายุเกินสามสิบปีเข้ามาได้ ก็คงระงับเหตุจลาจลและซ่อมแซมม่านฟ้าได้เร็วขึ้นแล้ว"
เสิ่นเยียนเอ่ยช้าๆ นางหลุบตาลง ในใจยิ่งสงสัยมากขึ้น
หรือว่าอายุของเฟิงสิงเหยาจะยังไม่เกินสามสิบปี?
นางเคยอ่านเจอในตำราว่า ปีศาจจิ้งจอกต้องอายุแปดร้อยปีถึงจะบรรลุนิติภาวะ
หรือว่าข้อมูลที่บันทึกในตำราจะผิดพลาด?
หรือเป็นเพราะเฟิงสิงเหยาเป็นปีศาจ จึงสามารถเข้ามาในแดนจิ้นซวีได้อย่างไร้ข้อกังขา?
อินซือเยี่ยนเอ่ยว่า
"ศิษย์น้องเสิ่น ถึงแม้พวกเขาจะไม่อยู่ แต่พวกเราก็ต้องทุ่มเทสุดความสามารถเพื่อซ่อมแซมม่านฟ้าให้ได้"
เสิ่นเยียน:
"อืม"
เวลานั้น จูเก๋อโย่วหลินเอ่ยถามขึ้น
"ม่านฟ้าอยู่ข้างหน้าอีกร้อยเมตร พวกเราจะพุ่งเข้าไปตรงๆ เลยหรือ?"
"ถูกต้อง"
เฉียวรูอีตอบ
มู่เหวินเตือนสติ
"พวกเจ้าเตรียมใจไว้ให้ดี!"
ได้ยินดังนั้น สีหน้าของเสิ่นเยียนและพรรคพวกก็เปลี่ยนเป็นระแวดระวัง
ยิ่งเข้าใกล้ พวกเขายิ่งรู้สึกกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นผลมาจากไอทมิฬ
กลุ่มทิศตะวันออกและกลุ่มทิศเหนือเคลื่อนที่เร็วกว่าพวกเขา และได้บุกฝ่าเข้าไปในม่านฟ้าก่อนแล้ว
เนื่องจากมีม่านฟ้ากั้นขวาง พวกเขาจึงมองไม่ชัดว่าข้างในมีอะไรบ้าง แต่กลับได้กลิ่นอายอันตรายลอยออกมา
พวกเขาร่างกายเกร็งเขม็ง
ส่วนกลุ่มเซียวเหยาที่เดิมทีพุ่งนำหน้า จู่ๆ ก็ชะลอฝีเท้าลง มาเดินเคียงข้างกลุ่มอู๋เซี่ยงและกลุ่มอสูร
อินซือเยี่ยนและคนอื่นๆ ปรายตามองคนของกลุ่มเซียวเหยาแวบหนึ่ง
ใกล้แล้ว!
ม่านฟ้าอยู่ตรงหน้า!
พวกเขาทะลวงเข้าไปในม่านฟ้าทันทีโดยไร้สิ่งกีดขวาง เข้าสู่ภายในโดยตรง
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาชวนให้ตื่นตะลึง
ท้องฟ้าหม่นหมองราวก้อนตะกั่ว อึมครึมและกดดัน บรรยากาศอบอวลไปด้วยไอทมิฬประหลาดที่ลอยวนเวียนราวกับม่านหมอกบางๆ แผ่ซ่านกลิ่นอายชวนหายใจไม่ออก
บนพื้นดิน กิ่งไม้ที่แห้งเหี่ยวและผุพังต่างสั่นไหวไปตามแรงลม ส่งเสียงครวญครางสากระคายหู
เงาแค้นมีจำนวนมากมายมหาศาล พุ่งผ่านอากาศทิ้งร่องรอยเป็นทางยาว
และสิ่งที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าคือ เบื้องหน้ามีซากโครงกระดูกมังกรล้มระเนระนาดอยู่มากมาย อย่างน้อยก็หลายสิบโครง ตั้งตระหง่านราวกับภูเขาลูกย่อมๆ
สิ่งที่เรียกว่าเศษเสี้ยววิญญาณมังกร สิงสถิตอยู่ในโครงกระดูกมังกรเหล่านั้น มองเห็นแสงแห่งจิตวิญญาณวูบวาบเลือนราง
ทันใดนั้นเอง
"ระวัง!"
เงาสีดำสายหนึ่งพุ่งเข้าโจมตีกลุ่มทิศเหนืออย่างกะทันหัน
โหยวฮั่วจิงสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว เขาตวัดกระบี่ฟันสวนกลับทันที ตูม เสียงระเบิดดังสนั่น เงาสีดำนั้นถูกฟันร่วงลงกระแทกพื้น!
เมื่อเพ่งมองดูดีๆ จึงเห็นโฉมหน้าแท้จริงของเงาดำนั้น รูปร่างดูเหมือนจะยังคงเค้าโครงของมนุษย์อยู่บ้าง แต่ดวงตากลวงโบ๋ เนื้อหนังทั่วร่างกลายเป็นสีดำสนิท แผ่ไอทมิฬออกมาจางๆ ใบหน้าตอบซูบ ร่างกายขยายใหญ่โตราวกับยักษ์ขนาดเล็ก
อินซือเยี่ยนมีสีหน้าเคร่งขรึม "นี่แหละคือผู้ที่ถูกไอทมิฬกัดกิน จนกลายเป็นสัตว์ประหลาด"