- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 293 อ่านแล้วตอบไปคนละเรื่อง
ตอนที่ 293 อ่านแล้วตอบไปคนละเรื่อง
ตอนที่ 293 อ่านแล้วตอบไปคนละเรื่อง
ภายในเมืองจงยู่ ผู้คนจำนวนมากต่างได้เห็นฉากที่สมาพันธ์รวมศูนย์กุยหยวนลงมือจัดการกับชายชุดดำลึกลับ เพราะความเคลื่อนไหวที่พวกเขาก่อขึ้นนั้นใหญ่โตเกินไปจริงๆ
ผู้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่
และยังมีผู้ฝึกตนบางส่วนที่ต้องการประจบสมาพันธ์รวมศูนย์กุยหยวน ออกไปติดตามไล่ล่าชายชุดดำลึกลับผู้นั้น
“บัดซบ! ข้าเห็นชัดๆ ว่ามีเงาดำสายหนึ่งพุ่งมาทางนี้ ทำไมถึงหายไปแล้วล่ะ?”
“รีบหาเร็วเข้า!”
“พวกเจ้ารีบดูนี่ บนพื้นมีเลือด!”
“ชูว์... เขาอาจจะอยู่ข้างในนี้ก็ได้!”
เสียงคนดังแว่วมาจากนอกตรอกตันแห่งหนึ่ง
ทันใดนั้น เงาร่างหลายสายก็ค่อยๆ ย่างกรายเข้ามาในตรอกอย่างระมัดระวัง เมื่อพวกเขาเห็นรอยเลือดที่หลงเหลืออยู่บนพื้น ก็หันมาสบตากัน
คนทั้งกลุ่มรวบรวมพลังวิญญาณพร้อมกัน แล้วซัดตูมออกไปเบื้องหน้า
ปัง
เงาดำสายหนึ่งกระแทกเข้ากับกำแพง เด็กหนุ่มชุดดำที่ไม่สามารถล่องหนได้อีกต่อไปปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าคนกลุ่มนั้น หน้ากากของเขาแตกละเอียดจนหมดสิ้น เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาเหนือสามัญ มุมปากเปรอะเปื้อนคราบเลือด เหงื่อกาฬไหลพราก คิ้วขมวดมุ่นดูเหมือนกำลังเจ็บปวด ทว่าดวงตาสีนิลคู่นั้นกลับคมกริบดุจคมมีด รูปร่างของเขาสูงโปร่งและผ่ายผอม
เขาฝืนยันกายลุกขึ้นยืน ในมือถือกระบี่ภูตเขียวและกระบี่จตุรลักษณ์
โลหิตไหลรินลงมาตามนิ้วทั้งห้า ซึมซาบลงสู่กระบี่ยาวอันคมกริบ ก่อนจะหยดลงสู่พื้น เกิดเป็นเสียง ‘ติ๋ง ติ๋ง’
เด็กหนุ่มสีหน้ามืดมน นัยน์ตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร
เขาไม่เอ่ยวาจา พุ่งตัวเข้าโจมตีคนกลุ่มนั้นทันที
เพียงไม่กี่กระบวนท่าเงากระบี่ สองคนในกลุ่มก็ถูกเขาฟันตกตายภายใต้คมดาบ
เลือดสดๆ สาดกระเซ็นเปรอะใบหน้าหล่อเหลานั้น เพิ่มความงามที่ชวนให้สะท้านขวัญขึ้นอีกหลายส่วน
คนที่เหลือหน้าถอดสี หันมองหน้ากัน คิดจะล่อเด็กหนุ่มออกไปจากตรอกตัน
“รีบมาเร็ว ตรงนี้มี”
คนผู้หนึ่งตะโกนลั่น
ทว่าเสียงยังไม่ทันขาดคำ ศีรษะของคนผู้นั้นก็ร่วงหล่นลงสู่พื้น
สองคนที่เหลือเห็นดังนั้น ในใจก็ตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อเห็นเด็กหนุ่มผู้เปี่ยมอันตรายผู้นี้รุกคืบเข้ามา พวกเขาก็รีบหันหลังหนีออกไปข้างนอกทันที
ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังฝืนสังขาร หมายจะจัดการสองคนนี้ให้สิ้นซาก จู่ๆ ศีรษะของสองคนนั้นก็หลุดออกจากบ่าร่วงลงพื้น
เด็กหนุ่มชะงักงันไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นชัดว่าผู้ที่มาเยือนเป็นใคร ในใจก็พลันเกิดความรู้สึกหลากหลายทับถมกัน เขาขยับตัวตามสัญชาตญาณหมายจะล่องหนหนีไป
ทว่า มีมือหนึ่งที่ไวกว่าคว้าท่อนแขนของเขาไว้
เด็กหนุ่มหมายจะดิ้นรนขัดขืน แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมปล่อยมือ เขาหันขวับกลับไป จ้องมองด้วยสีหน้าเย็นชาและมืดมน
“ปล่อย!”
“ไม่อย่างนั้น อย่าหาว่าข้าลงมือฆ่าเจ้า!”
เขาทิ้งคำพูดอำมหิต จิตสังหารรอบกายพวยพุ่ง สายตาที่เขามองนางมีเพียงความเย็นชาและต่อต้าน
ทันใดนั้น เสิ่นเยียนก็ยกมือขึ้น บีบแก้มของเขาอย่างแรง บังคับให้เขาก้มหน้าลงมาสบตากับนาง
“ในฐานะลูกกลุ่ม เจ้ากล้าฆ่าหัวหน้ากลุ่มงั้นหรือ? เผยอู๋ซู คิดจะหนีก็หนี เคยถามข้าสักคำหรือยัง? เคยถามพวกเราหรือยัง?”
เผยอู๋ซูได้ยินดังนั้น สีหน้าก็พลันฉายแววไม่อยากจะเชื่อ มือที่กำด้ามกระบี่คลายลงเล็กน้อย แต่แล้วก็นึกอะไรขึ้นได้ แววตาของเขาแข็งกร้าวขึ้นมาอีกครั้ง เขาออกแรงสะบัดจนหลุดจากการเกาะกุมของเสิ่นเยียน
เขาเงียบกริบ ทำท่าจะหันหลังเดินจากไป
เปรี้ยง เสียงกระแทกหนักๆ ดังขึ้น เผยอู๋ซูถูกเสิ่นเยียนถีบจนล้มคว่ำไปกองกับพื้น
เผยอู๋ซูฝืนทนต่อไปไม่ไหว กระอักเลือดออกมาคำโต ร่างกายได้รับผลกระทบจากการตีกลับของโอสถจนเริ่มสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือดดุจกระดาษ เขาเงยหน้ามองเสิ่นเยียนที่มีสีหน้าเย็นชา นิ้วทั้งห้ากำแน่น
“ข้าถอนตัวจากกลุ่มอสูรแล้ว...”
ทันใดนั้น น้ำเสียงกระจ่างใสสายหนึ่งก็ดังมาจากหัวมุมของตรอก
“แซ่เหวินรู้สึกหนาวเหน็บหัวใจนัก อุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปมากมาย เพื่อหาของวิเศษชิ้นหนึ่งมาให้เจ้า แต่เจ้ากลับจะทิ้งพวกเราไปเสียอย่างนั้น”
เด็กหนุ่มสวมหน้ากากครึ่งใบหน้าก้าวเท้าเดินเข้ามา มุมปากอมยิ้มบางเบา
รูม่านตาของเผยอู๋ซูหดเกร็ง
เสียงสตรีอีกนางดังมาจากด้านบน
“น้องชายอู๋ซู เจี่ยเจียรักเจ้ามาตลอดเลยนะ… จู่ๆ เจ้าก็ดูดีขึ้นผิดหูผิดตาขนาดนี้ เจี่ยเจียชอบเหลือเกิน แต่ว่านะ เรื่องที่เจ้าทำเนี่ย มันดื้อด้านเกินไปจริงๆ ขาดการอบรมสั่งสอนนะเนี่ย~”
เห็นเพียงดรุณีรูปโฉมงดงามนั่งอยู่บนกำแพง มือข้างหนึ่งเท้าคาง มองดูเผยอู๋ซูที่ล้มอยู่บนพื้นด้วยความสนใจใคร่รู้
เสิ่นเยียนเลิกคิ้วกล่าว
“เดิมทีพวกเรากะว่าจะเชิญเจ้าไปตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็นะ เห็นแก่ที่เจ้ามีความสามารถขนาดนี้ ก็จะเก็บเจ้าไว้ชั่วคราวแล้วกัน มาเป็นลูกสมุนให้พวกเราสักหนึ่งปี แล้วก็ เห็นแก่ที่ตอนนี้เจ้าบาดเจ็บอยู่ จะไม่ลงไม้ลงมือกับเจ้าก็แล้วกัน”
“กดตัวเขาไว้! เอาอุปกรณ์มา!”
เผยอู๋ซูยังไม่ทันตั้งตัว ก็ถูกเซียวเจ๋อชวนและเจียงเสียนเยว่ที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ กดแขนและขาตรึงไว้กับพื้น
“พวกเจ้า...”
เจียงเสียนเยว่หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา เช็ดถูใบหน้าของเผยอู๋ซูอย่างแรง ราวกับจะแก้แค้น เช็ดคราบเลือดและเหงื่อไคลจนสะอาดเกลี้ยงเกลา
เวินอวี้ฉูขยับกายวูบเดียว ก็มาปรากฏตัวข้างกายเผยอู๋ซู หยิบของสิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนหนังมนุษย์สีขาวออกมา แล้วแปะลงไปบนใบหน้าของเผยอู๋ซูทันที
เผยอู๋ซูรู้สึกแสบร้อนที่ใบหน้า เขากัดฟันแน่นไม่ส่งเสียงร้อง
พวกนี้จะทำอะไร?
จะทำลายโฉมเขา เพื่อให้เขาอยู่ในกลุ่มอสูรต่อไปงั้นหรือ?
แต่ว่า การมีอยู่ของเขา สำหรับพวกนางแล้ว อย่างไรก็เป็นตัวหายนะอยู่ดี
ทันใดนั้นเอง เด็กหนุ่มผมแดงคนหนึ่งก็ลากคนผู้หนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในตรอก ร้องบอกพวกเขาด้วยความร้อนรน
“คนของสมาพันธ์รวมศูนย์กุยหยวนมุ่งหน้ามาทางนี้แล้ว! รีบหนีเร็ว!”
ได้ยินดังนั้น เผยอู๋ซูก็ตื่นตัวขึ้นทันที เขากระชับกระบี่ในมือแน่น
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะขยับตัว เขาก็ถูกเซียวเจ๋อชวนแบกขึ้นบ่าอย่างรวดเร็ว
“ถอนกำลัง!”
เสิ่นเยียนสั่งเสียงเย็น
คนทั้งกลุ่มกระโดดทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว พุ่งผ่านตรอกตัน มุ่งหน้าไปยังอีกทิศทางหนึ่ง
เผยอู๋ซูเก็บกระบี่ทั้งสองเล่มกลับไป เขาถูกเซียวเจ๋อชวนแบกอยู่ ตลอดทางสั่นสะเทือนจนเขารู้สึกอยากจะอาเจียนจริงๆ
เผยอู๋ซูขมวดคิ้ว ไอโขลกๆ สองสามที เอ่ยเสียงอ่อนแรง
“พวกเจ้าวางข้าไว้ในที่ปลอดภัยสักแห่งก็พอ ข้าไม่ใช่นักเรียนของสำนักศึกษาแดนประจิมแล้ว”
“ก็ชังสิวะ จะออก็ออก!”
จูเก่อโย่วหลินตวาดลั่น
เจียงเสียนเยว่
“อยากจะเตะเจ้าให้พิการตอนนี้เลยจริงๆ”
เวินอวี้ฉู
“เอาค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจคืนมาให้ข้าก่อน”
อวี๋ฉางอิง
“ถ้ากล้าพูดแบบนี้อีก แม่จะตอนความเป็นชายของเจ้าทิ้งซะ!”
เสิ่นเยียนและคนอื่นๆ “...”
มุมปากของเผยอู๋ซูกระตุกวูบ
เมื่อนึกถึงบางสิ่ง แววตาของเผยอู๋ซูก็หม่นหมองลง เขาจะอยู่กับพวกนี้ไม่ได้ เพราะจะทำให้คนอื่นล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริง เขาจะทำให้พวกนี้เดือดร้อนไปด้วยไม่ได้
“ขอโทษ”
“ข้าจะไม่กลับไปอยู่กลุ่มอสูร ข้ามีเรื่องของตัวเองที่ต้องทำ ฟ้าสูงทะเลกว้าง วันหน้าพวกเราต่างคนต่างเดิน”
เกิดความเงียบชั่วอึดใจ ไม่มีการตอบรับใดๆ
“ปล่อยข้าลงเถอะ”
เผยอู๋ซูตบหลังเซียวเจ๋อชวนเบาๆ
เซียวเจ๋อชวนทำราวกับไม่ได้ยินคำพูดของเผยอู๋ซู เอ่ยขึ้นลอยๆ ว่า
“ค่ำคืนนี้แสงจันทร์งดงามดีนะ”
จูเก่อโย่วหลินถอนหายใจ
“เมื่อกี้มีเป็ดตัวหนึ่งร้องก้าบๆ น่ารำคาญชะมัด อยากจะวางยามันให้เป็นใบ้จริงๆ!”
เจียงเสียนเยว่
“ดูเหมือนใกล้จะถึงโรงเตี๊ยมมู่ยุนแล้ว”
อวี๋ฉางอิง
“อ๊า~ ข้ารู้สึกเวียนหัวจัง พี่ชายอวี้ฉู ท่านอยากจะดีดพิณให้น้องสาวฟังตอนนี้ไหมเจ้าคะ? ปลอบประโลมจิตใจน้องสาวหน่อย”
เวินอวี้ฉู
“อะแฮ่ม น้องสาวฉางอิง ตอนนี้ไม่สะดวก”
เสิ่นเยียน
“ฉือเยว่ ผลไม้น้ำตาลเคลือบวันนี้อร่อยไหม?”
ฉือเยว่
“อื้ม”
ทุกคนล้วน ฟังแต่ไม่ตอบสนองอะไรกับคำพูดของเผยอู่ซูเลยราวกับไม่ได้ยิน
เผยอู๋ซู
“...”