เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 291 การปรากฏตัวของอู๋ซู

ตอนที่ 291 การปรากฏตัวของอู๋ซู

ตอนที่ 291 การปรากฏตัวของอู๋ซู


ในขณะที่โหยวฮั่วจิงกำลังจะลงมือจัดการกับฟู่ยงโจวอีกครั้ง

“โหยวฮั่วจิง พอได้แล้ว!”

สือจ้านมิอาจปกปิดความโกรธเกรี้ยว บนใบหน้าฉายแววอัปยศอดสูเล็กน้อย

“พวกเรากลุ่มก้ายซื่อขออภัยต่อเจ้า”

“ก็ดีนี่”

มุมปากของโหยวฮั่วจิงยกยิ้มอย่างชั่วร้าย ท่าทางดูเสเพลไม่ยี่หระต่อสิ่งใด

สมาชิกกลุ่มก้ายซื่อต่างมีสีหน้าอดกลั้น จำต้องเอ่ยคำขอโทษต่อโหยวฮั่วจิง

“ขอโทษ”

โหยวฮั่วจิงได้ยินดังนั้นจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงแฝงแววเยาะเย้ย

“สือจ้าน ผ่านไปตั้งนานป่านนี้แล้ว ระดับการบำเพ็ญเพียรของเจ้ายังอยู่ที่ระดับพลังเทียนขั้นสาม หรือว่าเป็นเพราะเจ้าไม่พยายาม? หรือว่าเจ้าจะเป็นอย่างที่ข่าวลือเขาว่ากัน คือธาตุไฟเข้าแทรกในระหว่างฝึกวิชา จนถูกพลังตีกลับ ทำให้ระดับการบำเพ็ญเพียรถดถอยลง?”

สือจ้านเงียบกริบไม่เอ่ยคำใด

“หนึ่งในสามสาวงามอย่างฝูซาน ระดับการบำเพ็ญเพียรของนางไปถึงระดับพลังเทียนขั้นสี่แล้ว นางกดข่มเจ้าอยู่หนึ่งขั้น เจ้าไม่รู้สึกด้อยค่าบ้างหรือ? เกือบลืมไปเลย นางเคยเป็นคู่หมั้นของเจ้านี่นา ฮ่าๆๆ...”

โหยวฮั่วจิงหัวเราะลั่น เยาะเย้ยอย่างเปิดเผย

สือจ้านกำหมัดแน่น เส้นเลือดที่ลำคอปูดโปนขึ้นมาจางๆ สมาชิกกลุ่มก้ายซื่อคนอื่นๆ ก็มีสีหน้าโกรธแค้นเช่นกัน

เขาหันไปสั่งสมาชิกกลุ่มก้ายซื่อ

“ไป!”

“ขอรับ”

กลุ่มคนของกลุ่มก้ายซื่อก้าวเท้าเดินจากไป ทว่าทิศทางที่พวกเขาเดินไปนั้น ตรงมายังทิศที่พวกเสิ่นเยียนยืนอยู่พอดี

สือจ้านและพรรคพวกต่างมองเห็นการมีอยู่ของกลุ่มอสูร ไฟโทสะในใจของพวกเขาลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง แววตาเผยจิตสังหารออกมา

เพราะสหายคนหนึ่งของพวกเขา ตายด้วยน้ำมือของจูเก่อโย่วหลิน

“ข้าจะฆ่าเจ้า!”

ฟู่ยงโจวเรียกอาวุธออกมาในพริบตา แล้วพุ่งตรงไปยังทิศทางของจูเก่อโย่วหลินอย่างรวดเร็ว

ทว่ามีคนหนึ่งที่เร็วกว่า

คือสือจ้าน!

สือจ้านเข้าไปขัดขวางการโจมตีของฟู่ยงโจว คิ้วขมวดลงเล็กน้อย

“อย่าก่อเรื่อง”

ฟู่ยงโจวแย้ง

“แต่ว่า...”

ซือคงรุ่ยหลิงรีบก้าวเข้ามา ดึงแขนของฟู่ยงโจวไว้ แล้วกล่าวเสียงขรึม

“ฟู่ยงโจว อย่าสร้างปัญหาให้พี่จ้านเลย”

คำพูดของฟู่ยงโจวจุกอยู่ที่ลำคอ เขาคอตกอย่างหมดอาลัยตายอยาก แล้วเก็บอาวุธกลับไป

“พี่จ้าน ข้าขอโทษ”

สือจ้านยื่นมือไปตบไหล่ฟู่ยงโจวเบาๆ จากนั้นหันไปมองกลุ่มคนของกลุ่มอสูร แววตาลึกล้ำยากคาดเดา เขาไม่มีวันละทิ้งความแค้นของสหายแน่ แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่ดีที่สุด

เพราะผู้อำนวยการของสำนักศึกษาแดนประจิมก็อยู่ที่เมืองจงยู่ หากจูเก่อโย่วหลินตาย เรื่องราวอาจลุกลามใหญ่โตได้

ตอนนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือแผนการห้าสำนัก

เสิ่นเยียนกวาดสายตาเรียบเฉยผ่านกลุ่มของสือจ้าน ก่อนจะเอ่ยบอกพวกเวินอวี้ฉู

“ไปกันเถอะ”

สองกลุ่มเดินสวนกันไป

โหยวฮั่วจิงซึ่งอยู่ไม่ไกลเก็บภาพความเคลื่อนไหวระหว่างพวกเขาไว้ในสายตาทั้งหมด นัยน์ตาฉายแววสนใจขึ้นมาวูบหนึ่ง

ดูเหมือนกลุ่มอสูรแห่งสำนักศึกษาแดนประจิมกับกลุ่มก้ายซื่อจะมีความแค้นต่อกัน

สายตาของโหยวฮั่วจิงจับจ้องไปที่กลุ่มของเสิ่นเยียน พลางหรี่ตาลงเล็กน้อย ความจริงแล้วก่อนหน้านี้เขาไม่ได้สนใจกลุ่มอสูรกลุ่มนี้เลย

หนึ่งเป็นเพราะพวกเขาเป็นกลุ่มจากสำนักศึกษาแดนประจิม ผู้อำนวยการหมิงจือมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้อำนวยการเสวียนอวิ๋น ดังนั้นเขาจึงไม่คิดจะจงใจเล่นงานกลุ่มอสูร และสองเป็นเพราะการแสดงออกของพวกเขาดูสันโดษและไม่แยแสโลกเกินไป สงบนิ่งจนไร้ระลอกคลื่น ทำให้รู้สึกน่าเบื่ออยู่บ้าง

แต่ดูจากตอนนี้ เขาคงละเลยการมีอยู่ของกลุ่มอสูรมากเกินไปหน่อย

ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งกลุ่มอสูร

เวินอวี้ฉูกดเสียงต่ำ เอ่ยยิ้มๆ

“ดูเหมือนจะมีหมาป่าบ้าคลั่งตัวหนึ่งจ้องมองพวกเราอยู่นะ”

เสิ่นเยียนสีหน้าเคร่งขรึมลงเล็กน้อย

“ก่อนหน้านี้ดูไม่ออกเลยว่าโหยวฮั่วจิงจะเหิมเกริมและอวดดีได้ขนาดนี้ เวินอวี้ฉู เขามีสถานะอะไร?”

เวินอวี้ฉูค่อยๆ อธิบาย

“เขาเป็นศิษย์สายตรงของผู้อำนวยการหมิงจือ และยังเป็นนายน้อยตระกูลอันดับหนึ่งแห่งแดนอุดร ภูมิหลังและขุมกำลังหนุนหลังแข็งแกร่งมาก โหยวฮั่วจิงก็เปรียบเสมือนเผยซู่ อดีตนายน้อยนิกายเทียนฟางแห่งแดนประจิมผิงเจ๋อของเรา”

เมื่อได้ยินชื่อเผยซู่เสิ่นเยียนก็รู้สึกใจลอยไปชั่วขณะ

นับตั้งแต่เผยซู่จากไป ก็เกือบสองเดือนแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะเป็นอย่างไรบ้าง?

เสิ่นเยียนเอ่ยเสียงเบา

“ตอนนี้พยายามเลี่ยงพวกโหยวฮั่วจิงไปก่อน อย่าไปมีเรื่องปะทะกับพวกเขา”

เมื่อได้ยินดังนั้น พวกเวินอวี้ฉูก็ไม่มีใครคัดค้าน

พวกเขาเดินเที่ยวในเมืองจงยู่มาครึ่งค่อนวัน ต่างก็ได้ซื้อของติดไม้ติดมือกันมาบ้างไม่มากก็น้อย

ยามตะวันตกดิน ขณะที่พวกเขากำลังจะกลับโรงเตี๊ยมมู่ยุน กลับพบกลุ่มคนกำลังไล่ล่าสังหารชายชุดดำสวมหน้ากากคนหนึ่งอยู่ระหว่างทางกลับ

“ไสหัวไป!”

“รีบจับมันเร็วเข้า!”

“ผู้อาวุโสอันกำลังจะมาแล้ว ต้องสกัดมันไว้ให้ได้! อย่าให้มันหนีไปได้!”

“ปิดล้อมพื้นที่นี้เดี๋ยวนี้!”

เสิ่นเยียนและพรรคพวกมองไปแต่ไกล เห็นเพียงร่างของชายชุดดำเคลื่อนไหวบนหลังคาอย่างรวดเร็ว เร็วเสียจนแทบจะจับภาพตามไม่ทัน และในจังหวะที่คนกลุ่มนั้นกำลังจะรุมล้อมเขา ร่างของเขาก็พลันหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย

และในวินาทีถัดมา

เลือดสดๆ ก็สาดกระเซ็นออกจากร่างของคนกลุ่มนั้น!

เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงม หลายคนกลิ้งตกลงมาจากหลังคา

ปัง! ปัง! ปัง!

ร่างของชายชุดดำปรากฏขึ้นอีกครั้ง ทว่าวูบวาบเลือนรางยากจะแยกแยะ ในมือของเขากุมกระบี่ยาวเล่มหนึ่ง ภายใต้คมกระบี่ของเขา การป้องกันของศัตรูเปราะบางราวกับกระดาษ ถูกฉีกกระชากออกอย่างง่ายดาย

“อ๊ากกก...”

อวี๋ฉางอิงหรี่ตาลงทันที สายตาจับจ้องไปที่กระบี่ยาวในมือของชายชุดดำผู้นั้น แม้จะอยู่ห่างออกไปพอสมควร แต่นางก็จำมันได้

นางหันขวับไปมองเสิ่นเยียนทันที

นี่คือกระบี่ยาวที่นางเป็นคนหลอมขึ้นมา และเป็นกระบี่ที่เสิ่นเยียนมาขอให้นางทำเพื่อซื้อให้เผยอู๋ซูโดยเฉพาะ

เจ้าของกระบี่เล่มนี้ ก็คือ

เผยอู๋ซู!

เสิ่นเยียนเองก็จำได้เช่นกัน แววตาลึกล้ำยากหยั่งถึง นางสังเกตเห็นสายตาของอวี๋ฉางอิง จึงพยักหน้าให้เล็กน้อยอย่างแนบเนียน

อวี๋ฉางอิงเข้าใจได้ในทันที

เวลานั้นเอง ผู้คนที่สัญจรไปมาจำสถานะของกลุ่มคนเหล่านั้นได้

“นี่มันคนของสมาพันธ์รวมศูนย์กุยหยวนนี่! พวกเขากำลังไล่ล่าบุรุษลึกลับที่คอยเล่นงานสมาพันธ์รวมศูนย์กุยหยวนมาโดยตลอด! ได้ยินว่าบุรุษลึกลับผู้นี้ฆ่าคนของสมาพันธ์รวมศูนย์กุยหยวนไปกว่าร้อยคนแล้ว”

“บุรุษลึกลับผู้นี้คือใครกันแน่? ทำไมถึงต้องจ้องเล่นงานสมาพันธ์รวมศูนย์กุยหยวนตลอดเวลา?”

“เหอะ ต้องไม่ใช่คนดีแน่ๆ!”

ทันใดนั้นเอง

พื้นที่บริเวณนี้ก็ถูกปกคลุมด้วยแรงกดดันของผู้แข็งแกร่ง ปรากฏร่างชายชราชุดขาวผู้หนึ่งกลางอากาศ ชายชราผู้นั้นคือผู้อาวุโสอันแห่งสมาพันธ์รวมศูนย์กุยหยวน ระดับพลังเทียนขั้นเจ็ดระดับสูงสุด!

ผู้อาวุโสอันหรี่ตาลงจนเป็นเส้นตรง ในมือพลันปรากฏกระบี่ยาวขึ้น

“เจ้าหนู วันนี้แหละคือวันตายของเจ้า! คิดจะหนีงั้นรึ? ไม่มีทาง!”

ผู้อาวุโสอันใช้วิชาไม้ตายออกมาทันที แสงกระบี่สว่างเจิดจ้าดุจดวงจันทร์วันเพ็ญ แสบตาจนต้องเบือนหน้าหนี การโจมตีนี้ส่งผลกระทบไปทั่วบริเวณ บีบให้ผู้คนจำนวนมากต้องถอยร่นออกไป

คมดาบนั้นฟาดฟันลงมาอย่างรุนแรง

เสิ่นเยียนสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย

ส่วนอวี๋ฉางอิงรีบพุ่งตัวออกไปหมายจะช่วยเผยอู๋ซูรับการโจมตี แต่กลับถูกเสิ่นเยียนและเวินอวี้ฉูรั้งตัวไว้พร้อมกัน

“อย่ามุทะลุ!”

เวินอวี้ฉูเอ่ยเสียงเข้ม

ตูม

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว

หลังคาที่ชายชุดดำยืนอยู่เมื่อครู่พังทลายลงจนหมดสิ้น

เมื่อแสงสว่างจางหายไป ทุกคนต่างต้องตกตะลึง

“เป็นไปได้ยังไง...”

ชายชุดดำสวมหน้ากากผู้นั้น ในมือทั้งสองข้างต่างกุมกระบี่ยาวเอาไว้ มือซ้ายถือกระบี่ยาวสีดำ มือขวาถือกระบี่ยาวสีเขียว กระบี่ทั้งสองเล่มแผ่รังสีอำมหิตอันเยือกเย็นออกมา สามารถต้านรับการโจมตีของผู้อาวุโสอันไว้ได้

หน้ากากของชายชุดดำเกิดเสียง แกรก แล้วปริแตกเป็นรอยร้าว

ทันใดนั้น ร่างของเขาก็หายวับไปอีกครั้ง

ผู้อาวุโสอันจำชายชุดดำได้แล้วอย่างชัดเจน แววตาของเขาฉายแววอำมหิต พลางเอ่ยเสียงต่ำ

“เป็นเจ้าจริงๆ ด้วย! คิดว่าเจ้าจะหนีพ้นงั้นรึ?”

“ทุกคน ล้อมพื้นที่นี้ไว้เดี๋ยวนี้!”

ที่แท้ก็เป็นเศษเดนของนิกายเทียนฟางที่กลับมาแก้แค้นจริงๆ มาก็ดีแล้ว! เช่นนี้สมาพันธ์รวมศูนย์กุยหยวนของพวกเขาจะได้ไม่ต้องเสียกำลังคนไปค้นหาในอีกสี่ดินแดนที่เหลือ!

สมาพันธ์รวมศูนย์กุยหยวนส่งคนออกมาเกือบพันคน ทำการปิดล้อมพื้นที่บริเวณนี้ไว้จนหมดสิ้น

จบบทที่ ตอนที่ 291 การปรากฏตัวของอู๋ซู

คัดลอกลิงก์แล้ว