- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 261 แรงกดดันจากสัตว์อสูร
ตอนที่ 261 แรงกดดันจากสัตว์อสูร
ตอนที่ 261 แรงกดดันจากสัตว์อสูร
ค่ายกลอัญเชิญสีดำขนาดมหึมาแผ่ขยายออกจากใต้เท้าของเสิ่นเยียน เพียงชั่วพริบตาก็ระเบิดพลังแห่งสัตว์อสูรออกมา ตามมาด้วยกองทัพสัตว์อสูรจำนวนมากจนน่าตกตะลึง!
"โฮก"
พื้นที่บริเวณนี้แทบจะถูกสัตว์อสูรยึดครองจนหมดสิ้น!
ผู้คนในที่นั้น
"!!!"
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นคนสามารถอัญเชิญฝูงสัตว์อสูรออกมาได้กับตาตัวเองเช่นนี้! แรงกดดันจากสัตว์อสูรเปรียบประดุจเมฆดำทะมึนที่กดทับลงมายังเมือง ไม่อาจต้านทานได้ ให้ความรู้สึกกดดันอย่างรุนแรง
"ไป๋เจ๋อ! นั่นคือสัตว์เทวะไป๋เจ๋อ!"
มีคนอุทานออกมาด้วยความตกใจ
"คือเสิ่นเยียน..."
"เป็นนาง! นางคือผู้อัญเชิญอัจฉริยะที่สามารถอัญเชิญฝูงสัตว์อสูรได้คนนั้น!"
กลุ่มคนของกลุ่มอู๋เซี่ยงเองก็อดไม่ได้ที่จะถูกภาพเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่นี้ดึงดูดสายตา มู่เหวินซึ่งเป็นผู้อัญเชิญเช่นเดียวกันมีสีหน้ามืดมนอ่านยาก พึมพำกับตัวเองเบาๆ ว่า
"มีผู้อัญเชิญเช่นนี้อยู่จริงหรือ..."
อินซือเยี่ยนสังเกตเห็นว่าสัตว์อสูรที่เสิ่นเยียนอัญเชิญออกมา ล้วนมีความแข็งแกร่งอยู่ที่ขั้นวิญญาณระดับแปดขึ้นไปทั้งสิ้น ซ้ำยังมีสัตว์อสูรขั้นศักดิ์สิทธิ์อีกสิบตัว รวมถึงสัตว์เทวะไป๋เจ๋อที่ไม่ทราบระดับความแข็งแกร่ง และมังกรวารีสีดำที่แผ่แรงกดดันรุนแรงตัวนั้น
เพียงแค่สัตว์อสูรเหล่านี้ ก็สามารถต่อกรกับยอดฝีมือขั้นสวรรค์ได้คนหนึ่งแล้ว
เสิ่นเยียนที่สามารถอัญเชิญสัตว์อสูรออกมาได้มากมายขนาดนี้ พลังจิตย่อมแข็งแกร่งผิดธรรมดาอย่างแน่นอน
ทว่า ระยะเวลาที่สัตว์อสูรจะคงอยู่ในโลกภายนอกได้นั้น ขึ้นอยู่กับพลังวิญญาณของตัวผู้อัญเชิญโดยตรง ดังนั้น การให้สัตว์อสูรปรากฏตัวออกมาจำนวนมากขนาดนี้ พลังวิญญาณของตัวผู้อัญเชิญจะสามารถประคองไว้ได้นานเพียงใดกัน?
ในเวลานี้เอง เสิ่นเยียนใช้มือข้างหนึ่งโอบกอดฉือเยว่ที่สติสัมปชัญญะไม่ค่อยดีนัก มืออีกข้างกุมกระบี่เทพหงส์วิญญาณ นางกระโดดลอยตัวขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนร่อนลงบนหลังของสัตว์เทวะไป๋เจ๋อ
สายตาของเหล่าสัตว์อสูรต่างมองตามร่างของนาง
"ลูกพี่!"
สัตว์อสูรบางตัวอดไม่ได้ที่จะตะโกนเรียก
นัยน์ตาของเสิ่นเยียนเย็นชาดุจเคลือบด้วยชั้นน้ำค้างแข็ง เอ่ยเสียงขรึม
"ลุย!"
เหล่าสัตว์อสูรคำรามลั่น ราวกับกำลังขานรับคำพูดของนาง จากนั้น พวกมันก็พุ่งทะยานเข้าโจมตีสมาชิกกลุ่มไท่ผิงอย่างรวดเร็ว
การถูกรุมล้อมโจมตีจากสัตว์อสูรนับร้อยตัว ทำให้สีหน้าของสมาชิกกลุ่มไท่ผิงเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนก
ส่วนสมาชิกคนที่รับมือเวินอวี้ชูมาโดยตลอด ก็ถูกสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งหลายตัวตรึงไว้ ทำให้ไม่สามารถเข้าใกล้เวินอวี้ชูได้
เวินอวี้ชูยืนทรงตัวได้อย่างมั่นคง จากนั้นจึงเริ่มดีดสายพิณ
แจ๊ง แจ๊ง แจ๊ง
เสียงพิณไพเราะเสนาะหู แต่กลับทำให้คนเจ็บปวดเจียนตาย
จูเก่อโย่วหลินเคลื่อนไหวไปมาระหว่างฝูงสัตว์อสูร นิ้วมือทั้งสองข้างควบคุมเส้นด้ายวิญญาณ ลอบโจมตีสมาชิกกลุ่มไท่ผิงเป็นระยะ ทำให้พวกเขาป้องกันไม่ทันเลยทีเดียว!
เสิ่นเยียนวางฉือเยว่ลงบนหลังไป๋เจ๋อ จากนั้นหันไปมองอูอิ่ง มังกรวารีสีดำที่กำลังต่อสู้กับสมาชิกอีกคน
ร่างของนางเคลื่อนไหว เหยียบลงบนหัวของเหล่าสัตว์อสูร พุ่งเข้าใกล้อูอิ่งอย่างรวดเร็ว กระบี่ยาวในมือลุกโชนด้วยเปลวไฟ นางตวัดกระบี่ฟันใส่สมาชิกคนนั้น
ตูม
คลื่นดาบสีแดงเพลิงกลางอากาศราวกับพระจันทร์เสี้ยว ฟันเข้าใส่สมาชิกคนนั้นอย่างดุดัน
สมาชิกคนนั้นเดิมทีจดจ่ออยู่กับการรับมือมังกรวารี คาดไม่ถึงเลยว่าเสิ่นเยียนจะปรากฏตัวขึ้น เขาหลบไม่ทัน ถูกกระบี่ฟันเข้าที่หน้าอก กรีดร้องโหยหวนและถูกซัดกระเด็นลงไปกองกับพื้นทราย
มังกรวารีโฉบลงมาจากกลางอากาศ
ส่วนเสิ่นเยียนกระโดดขึ้นไปบนหลังมังกรวารี สายลมกรรโชกพัดผ่านใบหน้าอันงดงามเย็นชาของนาง กระบี่เทพหงส์วิญญาณในมือระเบิดปราณกระบี่อันเฉียบคมออกมา ฟันซ้ำลงไปที่สมาชิกที่ได้รับบาดเจ็บล้มลงอยู่ด้านล่างอย่างไม่ลังเล
ตูม
สมาชิกคนนั้นถูกฟันกระเด็นอีกครั้ง กระอักเลือดออกมาคำโตหลายคำ และตำแหน่งพื้นทรายที่เขาอยู่ถึงกับถูกผ่าจนเป็นหลุมทราย
ยังไม่ทันที่สมาชิกคนนั้นจะมีโอกาสพลิกตัวลุกขึ้นสู้ต่อ สัตว์อสูรแรดตัวหนึ่งก็พุ่งเข้ามาชนเขาอย่างแรง ปัง เสียงหนึ่งดังขึ้น ชนจนเขากระเด็นไปไกล
เขาถูกชนจนสลบเหมือดไปโดยสมบูรณ์
เวลานี้ กลุ่มไท่ผิงพ่ายแพ้ไปแล้วสามคน
หนึ่งคนถูกฉือเยว่จัดการ หนึ่งคนถูกเสิ่นเยียนจัดการ และอีกหนึ่งคนถูกอวี๋ฉางอิงจัดการ
ตอนนี้กลุ่มไท่ผิงเหลือเพียงหกคน
ส่วนกลุ่มอสูรของพวกเขา ฉือเยว่หมดความสามารถในการต่อสู้ชั่วคราว เจียงเสียนเยว่บาดเจ็บไม่น้อย หากไม่มีสัตว์อสูรที่นางอัญเชิญมาเข้าร่วมการต่อสู้ เกรงว่าเจียงเสียนเยว่คงล้มลงไปแล้ว
เจียงเสียนเยว่แม้จะมีพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่ง แต่ระดับพลังของนางอยู่ที่ขั้นปฐพีระดับที่ห้าเท่านั้น ส่วนสมาชิกที่นางต่อสู้ด้วยอยู่ขั้นปฐพีระดับที่แปด!
นางยื้อมาได้จนถึงตอนนี้ ก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว
ฝูงสัตว์อสูรที่เสิ่นเยียนอัญเชิญมาสามารถพลิกสถานการณ์ได้ในพริบตา แต่พลังวิญญาณของนางกำลังลดฮวบอย่างรวดเร็ว
ระดับพลังปัจจุบันของนางอยู่ที่ขั้นปฐพีระดับที่สี่
แม้พลังวิญญาณจะหนาแน่นกว่าก่อนหน้านี้
แต่ก็ยังห่างไกลจากคำว่าพอ
เสียงคำรามของสัตว์อสูร เสียงพิณปลิดวิญญาณ และเสียงการต่อสู้ ดังขึ้นไม่หยุดหย่อน
และในขณะนั้น เกิ่งเกาจวิ้นที่กำลังต่อสู้กับเผยอู๋ซู พอเห็นสัตว์อสูรหลายร้อยตัวปรากฏขึ้น ก็ตกตะลึงจนเผลอใจลอย ถูกเผยอู๋ซูฉวยโอกาส แทงกระบี่เข้าที่ไหล่
เกิ่งเกาจวิ้นเจ็บปวด สีหน้าซีดเผือด เขารีบยกขวานยักษ์ขึ้นฟันเข้าใส่ทิศทางของเผยอู๋ซูอย่างดุเดือด แต่ถูกกระบี่ของเผยอู๋ซูรับไว้ได้
เกิ่งเกาจวิ้นกัดฟันกรอด
"พวกเจ้าถึงกับซ่อนไพ่ตายเช่นนี้เอาไว้!"
"กลุ่มไท่ผิงของพวกเราจะไม่มีวันแพ้! โควตาของแผนการห้าสถาบันจะต้องเป็นของพวกเราเท่านั้น!"
พอพูดถึงตรงนี้ ทั่วร่างของเกิ่งเกาจวิ้นก็ระเบิดแสงสว่างสายหนึ่งออกมา เข้มข้นรุนแรงจนเผยอู๋ซูอดไม่ได้ต้องหลับตาลง
"เกิ่งเกาจวิ้นกำลังจะเลื่อนระดับ!"
ผู้คนที่ดูอยู่สังเกตเห็นทันที
"เลื่อนระดับ?! เช่นนั้นเขามิใช่ว่าจะเลื่อนเป็นขั้นสวรรค์ระดับที่สองแล้วหรือ?"
กฎเกณฑ์ฟ้าดินที่ปกคลุมร่างของเกิ่งเกาจวิ้น บีบให้เผยอู๋ซูต้องถอยร่น ทำให้เขาไม่สามารถทำร้ายเกิ่งเกาจวิ้นที่กำลังเลื่อนระดับในตอนนี้ได้
แววตาของเผยอู๋ซูมืดลงเล็กน้อย ที่แท้เกิ่งเกาจวิ้นกดระดับพลังของตนเองมาโดยตลอด ไม่ยอมทะลวงด่าน ก็เพื่อรอช่วงเวลานี้นี่เอง!
ส่วนสมาชิกที่เหลือของกลุ่มไท่ผิง เมื่อเห็นหัวหน้ากลุ่มของตนกำลังจะทะลวงระดับ ความอัดอั้นที่กดทับอยู่ในใจก็มลายหายไปในพริบตา เวลานี้จิตวิญญาณการต่อสู้ของพวกเขาพุ่งสูงขึ้น ต่อสู้อย่างถวายหัว
"จัดการพวกมัน!"
พวกเขาฮึกเหิมเปี่ยมล้น พลังการต่อสู้พุ่งทะยาน เหวี่ยงอาวุธเข้าใส่ราวกับคนบ้าคลั่ง ไล่ฆ่าฟัน
เสิ่นเยียนเห็นสถานการณ์เช่นนั้น ก็รีบเรียกคืนสัตว์อสูรที่มีระดับพลังต่ำกลับไปทันที เพื่อป้องกันไม่ให้พวกมันกลายเป็นตัวล่อเป้า
เหลือไว้เพียงสัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์ขึ้นไปเท่านั้น
"ไป!"
เสิ่นเยียนสั่งอูอิ่ง
อูอิ่งไม่เต็มใจจะฟังคำสั่งของเสิ่นเยียน แต่รู้ว่าในเวลาเช่นนี้ จำเป็นต้องช่วยเสิ่นเยียน มิฉะนั้น เสิ่นเยียนคงจะสับหัวมันจริงๆ
คนผู้นี้โหดเหี้ยมจริงๆ
อูอิ่งพาเสิ่นเยียนมายังข้างกายเจียงเสียนเยว่ทันที
เสิ่นเยียนกระโดดลงมา รับร่างของเจียงเสียนเยว่ที่ถูกซัดกระเด็นไว้ได้ทันท่วงที
ใบหน้าของเจียงเสียนเยว่ซีดขาว ริมฝีปากเปื้อนเลือด เมื่อนางเห็นเสิ่นเยียน คิ้วที่ขมวดมุ่นก็คลายออกทันที นางอยากจะเรียกเยียนเยียน แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก กลิ่นคาวหวานก็ตีตื้นขึ้นมาที่ลำคอ
"พรวด"
นางกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง
"ไม่ต้องพูด"
เสิ่นเยียนหลุบตามองนางพลางกล่าว จากนั้นรวบรวมพลังวิญญาณส่งนางขึ้นไปบนหลังอูอิ่ง ให้อูอิ่งพาเจียงเสียนเยว่ไปส่งทางฝั่งไป๋เจ๋อ
อูอิ่งไม่พอใจอย่างยิ่ง
"ขยะอะไรก็โยนมาให้เปิ่นจุน"
พอพูดจบ ก็เห็นสายตาเย็นเยียบเข้ากระดูกของเสิ่นเยียนมองมา
อูอิ่งตัวสั่นสะท้าน รีบพาเจียงเสียนเยว่ที่บาดเจ็บสาหัสไปทางไป๋เจ๋อทันที
ทันใดนั้น กระบี่เล่มหนึ่งก็แทงเข้ามาที่เสิ่นเยียน ถูกเสิ่นเยียนยกกระบี่ขึ้นต้านรับไว้ได้ทัน
เคร้ง!
คมดาบปะทะกัน!
เสิ่นเยียนถูกแรงกดดันจากระดับพลังที่สูงกว่าบีบให้ต้องถอยหลังติดต่อกัน แขนชาหนึบ รู้สึกเจ็บปวดราวกับฉีกขาดลางๆ