เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 248 ย้อนกลับทางเดิม

ตอนที่ 248 ย้อนกลับทางเดิม

ตอนที่ 248 ย้อนกลับทางเดิม


"รีบมาดูเร็ว! พวกเจ้าดูสิว่านี่ใช่หินเทียนจีหรือไม่?"

เพ่ยอู๋ซูใช้กระบี่ผ่าหินหงหนีก้อนหนึ่งแยกออก พบว่าด้านในมีแร่ธาตุรูปทรงดาวหกแฉกซ่อนอยู่

ตรงกลางของแร่ก้อนนี้เป็นสีเทาขาว ส่วนบริเวณมุมแหลมทั้งหลายกลับเป็นสีฟ้าคราม

อวี๋ฉางอิงพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วสูงสุด ทันทีที่นางเห็นแร่ก้อนนั้น แววตาของนางก็ฉายแววตื่นเต้นยินดี เอ่ยกับเพ่ยอู๋ซูว่า

"ใช่หินเทียนจี!"

"พวกเราทำภารกิจนี้สำเร็จแล้ว"

เพ่ยอู๋ซูกล่าว

อวี๋ฉางอิงค่อยๆ ขุดหินเทียนจีออกมาอย่างระมัดระวัง ประคองมันขึ้นมาพินิจดูอยู่ครู่ใหญ่ เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังบริสุทธิ์ที่แฝงอยู่ในหินเทียนจี ในใจก็นึกชอบมันมากขึ้นไปอีก

เพียงแต่ หินเทียนจีก้อนนี้จะต้องนำไปส่งมอบให้สถาบันแดนประจิมเพื่อแลกคะแนน

ในใจของนาง หินเทียนจีมีค่ามากกว่าคะแนนเหล่านั้นมากนัก

หากนางมาทำภารกิจเพียงลำพัง ต่อให้ไม่ได้คะแนน นางก็จะเลือกหินเทียนจี แต่ทว่าภารกิจครั้งนี้เป็นภารกิจกลุ่ม...

สีหน้าของอวี๋ฉางอิงฉายแววเสียดายอย่างปิดไม่มิด ทันใดนั้นเอง เสียงของเสิ่นเยียนก็ดังขึ้น

"ฉางอิง ตรงนี้มีหินเทียนจีอีกก้อนหนึ่ง"

อวี๋ฉางอิงได้ยินดังนั้น ก็รีบหันขวับไปมองทันที เห็นเพียงเสิ่นเยียนถือหินเทียนจีอยู่ในมืออีกก้อน และดูเหมือนคุณภาพจะดีกว่าด้วย

นางรีบสาวเท้าเข้าไปหาเสิ่นเยียน จ้องมองหินเทียนจีในมือเสิ่นเยียนตาเป็นประกาย

"ชอบหรือ?"

เสิ่นเยียนเงยหน้ามองนาง

อวี๋ฉางอิงพยักหน้ารัวๆ พอเห็นหินเทียนจี นางก็ลืมเรื่องราวหลายอย่างไปจนหมดสิ้น ในหัวจินตนาการภาพการนำหินเทียนจีไปหลอมสร้างเป็นศาสตราวุธเทพเรียบร้อยแล้ว

เสิ่นเยียนเห็นดังนั้น จึงยื่นมือไปหยิบหินเทียนจีคุณภาพรองในมือนางมา แล้ววางหินเทียนจีคุณภาพดีกว่าของตนลงในมืออวี๋ฉางอิงแทน จากนั้นกล่าวกับนางว่า

"ถ้าชอบ ก็ยกให้เจ้า"

อวี๋ฉางอิงได้สติกลับมาทันควัน นางก้มมองหินเทียนจีในมือสลับกับมองหน้าเสิ่นเยียนอย่างไม่อยากจะเชื่อ

"เจ้าจะให้ข้าจริงๆ หรือ?"

เสิ่นเยียนพยักหน้ายิ้มๆ

"มีหินเทียนจีแค่ก้อนเดียวก็ส่งภารกิจได้แล้ว"

"แต่ว่า..."

อวี๋ฉางอิงลังเล

"นี่เป็นหินเทียนจีที่เจ้าหาเจอเองนะ เจ้าเก็บไว้เองก็ได้ มูลค่าของมันไม่ธรรมดาเลย! หรือเจ้าจะขายต่อให้ข้าก็ได้!"

เสิ่นเยียนส่ายหน้าพลางกล่าว

"พวกเราเป็นกลุ่มเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องคิดเล็กคิดน้อย"

อวี๋ฉางอิงได้ยินเช่นนั้น ในใจเกิดความรู้สึกหลากหลายบอกไม่ถูก นางอดไม่ได้ที่จะโผเข้ากอดเสิ่นเยียน

"ขอบคุณนะ"

เสิ่นเยียนพลันค้นพบว่า ตัวนางเองไม่ได้รู้สึกต่อต้านการสัมผัสจากผู้อื่นมากขนาดนั้นแล้ว

หลังจากได้หินเทียนจีมา พวกเขาก็ไม่ได้หยุดมือ แต่ช่วยกันทุบหินหงหนีที่เหลือจนหมด เซียวเจ๋อชวนเองก็ค้นพบหินเทียนจีก้อนสุดท้าย

เซียวเจ๋อชวนลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะหันไปเรียกอวี๋ฉางอิง แล้วโยนหินเทียนจีในมือให้นาง

อวี๋ฉางอิงรับหินเทียนจีเอาไว้

เซียวเจ๋อชวน

"ถ้าเจ้าชอบก็เก็บไว้เถอะ"

อวี๋ฉางอิงก้มมองหินเทียนจีในมือ แล้วฟังคำพูดของเซียวเจ๋อชวน ในใจเปี่ยมล้นไปด้วยความปิติและตื่นเต้น เพราะวันนี้วันเดียวนางได้หินเทียนจีมาครองถึงสองก้อน

ในขณะเดียวกัน ในใจก็เกิดความรู้สึกซาบซึ้งบางอย่างขึ้นมา

"ขอบคุณนะ"

อวี๋ฉางอิงกล่าวกับเซียวเจ๋อชวน

เซียวเจ๋อชวนได้ยินดังนั้น ก็เพียงแค่หลุบตาลงเล็กน้อย ไม่ได้กล่าวอะไรตอบ

สมาชิกกลุ่มซิวหลัวเดินมารวมตัวกัน

เวินอวี้ชูเอ่ยถาม

"ในเมื่อภารกิจสำเร็จแล้ว เราจะเลือกเดินทางต่อ หรือจะย้อนกลับทางเดิม?"

เสิ่นเยียนตอบ

"ย้อนกลับทางเดิมเถอะ พวกเราต้องประหยัดเวลา ลองดูว่าจะสามารถทำภารกิจอื่นให้สำเร็จไปด้วยเลยได้หรือไม่"

"ข้าเห็นด้วย"

เจียงเสียนเยว่แสดงจุดยืนเป็นคนแรก นางชำเลืองมองจูเก่อโย่วหลินที่ยังคงนอนสลบไสลอยู่บนพื้น

"ตอนนี้พวกเราสูญเสียพลังปราณไปมาก บวกกับจูเก่อโย่วหลินยังบาดเจ็บสาหัส หากจะบุกเข้าไปในส่วนลึกของเฉาเซิ่งเทียนต่อก็ไม่ต่างอะไรกับเอาตัวเองไปวางบนคมมีด"

เพ่ยอู๋ซูและคนอื่นๆ หันไปมองจูเก่อโย่วหลิน

คนที่บาดเจ็บหนักที่สุดในที่นี้ก็คือเขา มิหนำซ้ำ เขายังถูกลดระดับพลังลงมาหนึ่งขั้นย่อยเพราะการต่อสู้กับกลุ่มก้ายซื่ออีกด้วย

"ตกลง งั้นก็กลับ"

เมื่อตกลงกันได้ สายตาของเพ่ยอู๋ซูและคนอื่นๆ ก็ไปตกอยู่ที่ร่างของเซียวเจ๋อชวน

เซียวเจ๋อชวน

"..."

เขาจำนนต่อโชคชะตา ก้มตัวลงแบกจูเก่อโย่วหลินขึ้นหลัง

ลูกสมุนคนหนึ่งกำลังแบกลูกสมุนอีกคนหนึ่ง

กลุ่มซิวหลัวเดินทางย้อนกลับทางเดิม

เพียงแต่การเดินทางขากลับนี้ ไม่ได้ราบรื่นไร้อุปสรรค พวกเขาจำเป็นต้องกินยาแก้พิษซ้ำอีกครั้ง เพราะฤทธิ์ของยาแก้พิษมีระยะเวลาจำกัด

กว่าพวกเขาจะออกมาจากเฉาเซิ่งเทียนได้ ฟ้าก็มืดเสียแล้ว

พวกเขาได้พบกับชิงอู

ชิงอูแสดงอาการตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด เพราะเขาคิดไม่ถึงว่ากลุ่มซิวหลัวจะออกมาได้ในเวลาสั้นเพียงนี้

"โย่วหลินเขาเป็นอะไรไป?"

ชิงอูเห็นจูเก่อโย่วหลินหมดสติ หัวใจก็บีบรัดด้วยความกังวล

อวี๋ฉางอิงเล่าเรื่องที่จูเก่อโย่วหลินปะทะกับกลุ่มก้ายซื่อให้ชิงอูฟัง แต่ปิดบังเรื่องที่จูเก่อโย่วหลินเป็นชนเผ่ากลืนทองเอาไว้

ชิงอูฟังจบ ก็รู้สึกผิดจับใจ

เขากัดริมฝีปาก

"ขอโทษนะ ถ้าไม่ใช่เพราะข้า โย่วหลินกับพวกเจ้าก็คงไม่ต้องมาเจอเรื่องยุ่งยากแบบนี้..."

เวินอวี้ชูยิ้มบางๆ

"ไม่เป็นไร พวกเราต่างก็เป็นสหายกัน"

ชิงอูยังคงรู้สึกผิดอยู่ภายในใจ

แต่แล้วชิงอูก็นึกถึงอีกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ เขามีสีหน้าเคร่งเครียดพลางกล่าวกับทุกคนว่า

"พวกเจ้า... จะไม่ไปแดนกลางได้หรือไม่?"

เสิ่นเยียนหันไปสบตากับสมาชิกในกลุ่ม

"ทำไมหรือ?"

ชิงอูไม่อาจบอกเล่าภาพนิมิตที่ตนเห็นให้พวกเขารู้ได้ ทำได้เพียงตักเตือนว่า

"เพราะพวกเจ้า... พวกเจ้าจะมีอันตราย มันอันตรายมากจริงๆ"

สมาชิกกลุ่มซิวหลัวเงียบไปครู่หนึ่ง

"แดนกลาง... อย่างไรพวกเราก็ต้องไป"

เสิ่นเยียนกล่าว ไม่ใช่เพียงเพราะต้องการสิทธิ์เข้าร่วมแผนการห้าสถาบันเท่านั้น แต่ยังมีเหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่ง คือพวกเขาต้องพบอธิการบดีของสถาบันแดนกลางให้ได้ภายในสิบปี และให้เขาไปพบฉวนหยางชิวที่พระราชวังทองคำในสระสุริยันจันทรา

"แต่ว่า..."

ชิงอูมีสีหน้ากังวล

เสิ่นเยียนกล่าวกับเขาว่า

"ชิงอู เรื่องในอนาคตพักไว้ก่อนเถิด ตอนนี้พวกเราตัดสินใจจะมุ่งหน้าไปเอามุกวิญญาณคืนชีพที่แดนลับชิงซางในแดนบูรพา จะออกเดินทางเดี๋ยวนี้เลย หากมีเวลาเหลือ พวกเราจะตรงไปแดนเหนือต่อ แล้วค่อยกลับมายังแดนประจิม ภารกิจที่พวกเราทำค่อนข้างอันตราย ดังนั้น เจ้าอยากจะไปกับพวกเรา หรือจะกลับแดนประจิมเอง? ฉางอิงยังมีเรือเหาะอยู่อีกลำ สามารถให้เจ้ายืมได้"

ชิงอูได้ยินดังนั้น ก็ลังเลอยู่ไม่กี่วินาที

"ข้าขอตามพวกเจ้าไปด้วย"

เพราะเขาดูเหมือนจะไม่มีที่ไปแล้ว และเขาก็อยากจะฝึกฝนให้แข็งแกร่งขึ้นไปพร้อมกับกลุ่มซิวหลัว

"ตกลง"

เสิ่นเยียนพยักหน้า

นางหันไปเรียก

"ฉางอิง"

อวี๋ฉางอิงเรียกเรือเหาะออกมาทันที จากนั้นคณะเดินทางทั้งหมดก็ขึ้นไปบนเรือเหาะ

เรือเหาะแล่นไปกลางเวหา ความมืดมิดของยามราตรีกำลังคืบคลาน สายลมที่พัดผ่านแฝงความหนาวเย็น

เสิ่นเยียนแหงนมองดวงจันทร์เสี้ยวบนท้องฟ้า ในหัวพลันปรากฏภาพร่างของเฟิงสิงเหยา แววตาของนางหม่นแสงลงเล็กน้อย... เฟิงสิงเหยา ท่านอย่าตายนะ

ช่วงเวลาต่อจากนั้น พวกเขาทั้งรีบเร่งเดินทางและปฏิบัติภารกิจอย่างรวดเร็ว ท้าทายขีดจำกัดของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า ความเข้าขากันของพวกเขาทั้งแปดคนบวกกับชิงอู ก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ

จากแดนลับชิงซางในแดนบูรพาเพื่อชิงมุกวิญญาณคืนชีพ ไปจนถึงการช่วยเหลือกลุ่มว่านหลี่และผู้อาวุโสที่เกาะเฟิงหวาในแดนเหนือ และต่อไปยังธารน้ำแข็งแดนเหนือเพื่อเก็บบัวน้ำแข็งพันปี

ภารกิจทั้งสามอย่างนี้ ใช้เวลาไปเกือบสามเดือน

กว่าพวกเขาจะกลับมาถึงแดนประจิมเขตผิงเจ๋อ

ก็เป็นวันที่ 2 ตุลาคม แล้ว

และวันที่สถาบันแดนประจิมจะเริ่มการคัดเลือกอย่างเป็นทางการ คือวันที่ 18 ตุลาคม

เท่ากับว่า พวกเขายังมีเวลาอีกครึ่งเดือนในการกลับไปยังสถาบันแดนประจิม

แต่พวกเขาตัดสินใจว่า จะทำภารกิจสุดท้ายให้เสร็จสิ้นก่อน นั่นคือ 'ไปเอาภูตอัคคีพันปีที่ภูเขาเทพวิกขีในแดนประจิม' แล้วค่อยกลับสถาบัน

ในไม่ช้า เวลาก็ล่วงเลยมาถึงวันที่ 17 ตุลาคม

ซึ่งก็คือ... วันก่อนวันคัดเลือกกลุ่มของสถาบันแดนประจิมอย่างเป็นทางการ

จบบทที่ ตอนที่ 248 ย้อนกลับทางเดิม

คัดลอกลิงก์แล้ว