- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 181 สหายร่วมทีม
ตอนที่ 181 สหายร่วมทีม
ตอนที่ 181 สหายร่วมทีม
ฉือเยว่พลันได้ยินเสียงของเสิ่นเยียน เปลือกตาขยับขึ้นเล็กน้อย สายตาเรียบเฉยปัดผ่านเด็กสาวตัวน้อยที่ถูกโยนลงบนพื้น
ชั่วพริบตาถัดมา เถาวัลย์หลายเส้นก็พุ่งทะลวงขึ้นมาจากพื้นดิน เข้าพันธนาการเซียวเยว่ซูเอาไว้จนแน่นหนาราวกับห่อบ๊ะจ่าง
"พวกเรา ไป!"
เสิ่นเยียนไม่อยากพัวพันกับเจ้าคนวิปริตนี่นานเกินไป นางออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด
เมื่อได้ยินดังนั้น คนอื่นๆ ต่างลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะถอยตามคำสั่ง เพราะระดับพลังของเจ้าคนวิปริตนั้นยากหยั่งถึง หากมันยังมีไพ่ตายที่ร้ายกาจกว่านี้ซ่อนอยู่ พวกเขาคงเปรียบเสมือนปลาที่เกยตื้น ถูกขังไว้ในกับดัก
"คิดจะหนีรึ?! ฝันเฟื่อง!"
เสียงตวาดเกรี้ยวกราดดังลั่น เจ้าคนวิปริตยกฝ่ามือขึ้นต้านรับการโจมตีของเงาเจียวหลงอูอิ่ง อีกมือหนึ่งรวบรวมพลังปิดผนึกทางเข้าออกของพื้นที่แห่งนี้ด้วยเขตอาคม
เผยอู๋ซูพยายามตวัดกระบี่ฟันใส่เขตอาคม แต่กลับถูกแรงสะท้อนจากเขตอาคมกระแทกกลับมา
ทำลายไม่ได้!
เวลานี้เซียวเจ๋อชวนบาดเจ็บหนัก เขารีบก้าวเท้าวิ่งตะบึงไปทางเซียวเยว่ซู แต่คิดไม่ถึงว่าเถาวัลย์ที่รัดพันร่างเซียวเยว่ซูจะพานางถอยห่างจากเขาไปอย่างรวดเร็ว
สีหน้าของเซียวเจ๋อชวนแข็งค้าง เขาหันขวับไปมองฉือเยว่ทันที
"คืนนางมาให้ข้า!"
ฉือเยว่ปรายตามองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่น และไม่ได้เอ่ยตอบสิ่งใด
เมื่อเห็นเช่นนั้น สติสัมปชัญญะของเซียวเจ๋อชวนก็แทบจะถูกเปลวเพลิงแห่งความร้อนรนและความโกรธแค้นเผาไหม้จนมอดไหม้ ดวงตาของเขาแดงก่ำขึ้นหลายส่วน มือคว้าด้ามดาบแน่น ในหัวตอนนี้มีเพียงความคิดที่จะแย่งชิงพี่หญิงของตนคืนมา!
ทว่าในจังหวะที่เซียวเจ๋อชวนกำลังจะลงมือเล่นงานฉือเยว่ มือขาวผ่องข้างหนึ่งก็คว้าข้อมือเขาไว้แน่น
"เซียวเจ๋อชวน ดูให้ชัดเจน! พวกเราต่างหากที่เป็นพันธมิตรของเจ้า! ฉือเยว่กำลังช่วยเฝ้าพี่หญิงของเจ้าอยู่ ตอนนี้เจ้ามั่นใจหรือว่าจะปกป้องนางได้? ถ้าไม่ ก็จงเก็บคมมีดที่หันใส่พวกพ้อง แล้วชักดาบหันไปทางศัตรูซะ!"
เซียวเจ๋อชวนหันขวับกลับไปมอง เห็นเพียงสายตาเย็นเยียบของเสิ่นเยียนที่จ้องเขม็งมา คล้ายเจือแววตำหนิที่เขาไม่ได้ดั่งใจ
หัวใจเขาบีบรัดอย่างรุนแรง น้ำตาไหลรินลงมาจากใบหน้าหล่อเหลาอย่างเงียบงัน
"ช่วยข้า..."
ทันใดนั้น เสียงของจูเก่อโย่วหลินก็ดังแทรกขึ้นมา
"ลูกผู้ชายร้องไห้อะไรกัน? ฆ่าไอ้เจ้าคนวิปริตนี่ให้ตายก่อน แล้วค่อยร้องก็ยังไม่สาย!"
เสิ่นเยียนสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่อดกลั้นมานานของเขา ซึ่งใกล้จะพังทลายลงเต็มที นางไม่ได้แสดงความสงสารออกมามากนัก เพียงแต่มองเขาแล้วเอ่ยเสียงเรียบ
"ฉือเยว่จะดูแลพี่หญิงของเจ้า สู้ไปพร้อมกับพวกเรา"
เซียวเจ๋อชวนหลับตาลง เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง อารมณ์อ่อนไหวที่ไม่ควรมีก็ถูกเก็บซ่อนจนมิด เหลือเพียงเจตนาฆ่าอันดำมืด
"ตกลง"
เขาเงยหน้ามองเจ้าคนวิปริตที่กำลังถูกเงาเจียวหลงอูอิ่ง จูเก่อโย่วหลิน เจียงเสียนเยว่ เผยอู๋ซู อวี๋ฉางอิง และเวินอวี้ชู รุมพัวพันอยู่
เขาหยิบโอสถเม็ดหนึ่งที่ไม่ทราบชื่อขึ้นมากลืนลงคอ
เพียงชั่วพริบตา ลมหายใจของเซียวเจ๋อชวนก็ค่อยๆ กลับมาสงบสม่ำเสมอ
แต่ขณะเดียวกัน มุมปากของเขาก็มีเลือดสดๆ ไหลซึมออกมา ในมือกระชับดาบวงพระจันทร์แน่น ดาบเล่มนี้ยาวเกือบสองเมตร ปลายดาบโค้งงอคล้ายตะขอ
ร่างแกร่งเคลื่อนไหววูบ พุ่งตัวเข้าร่วมวงต่อสู้อย่างรวดเร็ว
ทางด้านอวี๋ฉางอิงและคนอื่นๆ เมื่อเห็นเซียวเจ๋อชวนพุ่งเข้ามา ตอนแรกก็เกิดความระแวดระวัง แต่เมื่อพบว่าเซียวเจ๋อชวนถูกเสิ่นเยียนเกลี้ยกล่อมจนยอมมายืนฝั่งเดียวกับพวกเขาแล้ว จึงค่อยวางใจลงเล็กน้อย
"เซียวเจ๋อชวน เจ้าจะทรยศข้ารึ?"
เจ้าคนวิปริตรับมือกับคนหมู่มาก ใบหน้าที่ดูขี้โรคของมันพลันบิดเบี้ยวจนน่ากลัว
เซียวเจ๋อชวนเงียบงัน มีเพียงการกระทำที่ให้คำตอบแก่เจ้าคนวิปริต
ใช่ เขาจะทรยศ
เจ้าคนวิปริตเงยหน้าหัวเราะเยาะหยัน
"เซียวเจ๋อชวน บทคนทรยศนี่เจ้าถนัดนักนะ ถ้าไม่ใช่เพราะเลือดในกายเจ้าสามารถช่วยเพิ่มตบะให้ข้าได้ ข้าคงฆ่าเจ้าทิ้งไปนานแล้ว!"
แววตาของเซียวเจ๋อชวนอำมหิต น้ำเสียงราวกับสายลมที่พัดผ่านทะเลสาบน้ำแข็ง หนาวเหน็บจนกระดูกสั่นสะท้าน
"เจ้าคนวิปริต วันนี้ไม่เจ้าตาย ก็ข้าม้วย! ระหว่างเราสองคน ต้องมีคนรอดแค่คนเดียว"
เจ้าคนวิปริตแค่นเสียงเย็น
"เซียวเจ๋อชวน ให้ข้าใช้พลังบอกเจ้าดีกว่า ว่าจุดจบจะเป็นเช่นไร ผู้ชนะเท่านั้นที่เป็นคนลิขิต!"
"พวกเจ้าเถียงกันพอหรือยัง?"
เสียงของอวี๋ฉางอิงดังขึ้นด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง นางยกหอกวิญญาณศาสตราในมือขึ้น แทงใส่เจ้าคนวิปริตอย่างดุดัน
ทว่ากลับถูกเจ้าคนวิปริตฟาดฝ่ามือปัดออกไป!
ตูม!
ร่างของอวี๋ฉางอิงถูกกระแทกถอยร่นไปเป็นระยะทางหนึ่ง
จูเก่อโย่วหลินขยับสิบนิ้ว บงการตาข่ายด้ายวิญญาณเข้าโอบล้อมสังหารเจ้าคนวิปริตจากรอบทิศทาง
เจ้าคนวิปริตถูกพวกเขารุมโจมตีพร้อมกัน
แม้ระดับพลังของพวกเขาจะอยู่ที่ขั้นปฐพี แต่พลังต่อสู้โดยรวมที่ระเบิดออกมากลับสามารถต่อกรกับยอดฝีมือขั้นสวรรค์ได้!
เวินอวี้ชูดีดพิณ โจมตีเข้าใส่ทะเลแห่งจิตของเจ้าคนวิปริต ขัดขวางการเคลื่อนไหวและชะลอความเร็วในการตอบโต้ของมัน
เผยอู๋ซู เซียวเจ๋อชวน และเจียงเสียนเยว่ ทั้งสามคนรุกไล่ดั่งนักรบ บุกตะลุยอย่างบ้าบิ่น
อวี๋ฉางอิงควบคุมกลไกและหอกวิญญาณศาสตรา ต่อสู้อย่างพลิกแพลง ชี้ทางไหนตีทางนั้น
จูเก่อโย่วหลินควบคุมเส้นด้ายวิญญาณ ราวกับมือสังหาร ลอบโจมตีและลอบฆ่าอย่างไร้ร่องรอย
ส่วนฉือเยว่ในยามนี้ไม่ได้เข้าร่วมวงต่อสู้ เขายังคงยืนเฝ้าพี่หญิงของเซียวเจ๋อชวนอยู่
ด้านเสิ่นเยียน นางป้อนโอสถรักษาอาการบาดเจ็บให้เซียวเยว่ซูเม็ดหนึ่ง ก่อนจะเรียกกระบี่เทพหงส์วิญญาณออกมา เตรียมตัวจะเข้าร่วมการต่อสู้ แต่นางก็สังเกตเห็นว่าเจ้าเงาเจียวหลงอูอิ่งตัวดีกำลังอู้งาน
ทุกการโจมตีของมันล้วนเบาหวิว ไม่หนักไม่เบา
"อูอิ่ง!"
เสียงเตือนอันเย็นเยียบของเสิ่นเยียนส่งผ่านกระแสจิตเข้าไปในทะเลแห่งจิตของเงาเจียวหลง
อูอิ่งสะดุ้งเฮือก ส่งกระแสจิตแก้ตัว
"เปิ่นจุนเหนื่อยหน่อยๆ น่ะ"
เสิ่นเยียน
"เหอะ"
อูอิ่ง
"เจ้าไม่เชื่อ?"
เสิ่นเยียนน้ำเสียงราบเรียบ "อย่าบีบข้า"
อูอิ่งสัมผัสได้ถึงคำขู่ของนาง จึงจำใจต้องงัดเอาฝีมือออกมาใช้อย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก พลังของมันตอนนี้ฟื้นฟูมาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ตบะน่าจะพอๆ กับมนุษย์ขั้นสวรรค์ระดับหนึ่ง
ส่วนเจ้าคนวิปริตมีตบะอยู่ที่ขั้นสวรรค์ระดับสาม
เจียวหลงสีดำทมิฬที่เดิมทีโจมตีอย่างเอื่อยเฉื่อย จู่ๆ ก็ระเบิดกลิ่นอายแรงกดดันอันมหาศาลออกมา มันกระโจนร่างกลายเป็นเงา สร้างภาพมายาหลอกตาเจ้าคนวิปริต
เจ้าคนวิปริตตื่นตระหนก ในสายตาของมัน เจียวหลงตัวนั้นพลันแยกเงาออกเป็นนับไม่ถ้วน แผ่แรงกดดันมหาศาล พุ่งเข้าใส่มันอย่างไม่อาจต้านทาน
สีหน้าของเจ้าคนวิปริตเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันรีบยกมือขึ้น ประสานอินเป็นตราประทับสองสี
ตูม
สิ่งที่อูอิ่งใช้คือวิชาบังตา หรือจะเรียกว่าเป็นภาพมายาชนิดหนึ่งก็ได้ ในขณะนี้ร่างจริงของอูอิ่งได้อ้อมไปโผล่ที่ด้านหลังของเจ้าคนวิปริตแล้ว มันอ้าปากกว้าง หมายจะงับศีรษะของเจ้าคนวิปริตในคำเดียว
แต่ในวินาทีวิกฤตนั้นเอง เจ้าคนวิปริตมองออกว่าเป็นวิชาบังตา จึงรีบหลบหลีกหนีพ้นจากการโจมตีของอูอิ่งได้อย่างหวุดหวิด
มุมปากของเจ้าคนวิปริตมีเลือดไหลซึมออกมา เห็นได้ชัดว่าถูกผลสะท้อนจากวิชาบังตาเล่นงานเข้าให้แล้ว
"สัตว์อสูรเจียวหลง..."
เจ้าคนวิปริตจ้องมองเจียวหลงสีดำทมิฬตัวนั้นด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ เพราะมันไม่เคยพบเจียวหลงที่มีแรงกดดันมหาศาลเพียงนี้มาก่อน!
และในชั่วพริบตาที่มันกำลังตะลึงลานนั้นเอง
"เพลงกระบี่วายุ!"
แสงกระบี่สายหนึ่งพาดผ่านดุจรุ้งกินน้ำ ฟาดฟันเข้าใส่หน้าอกของเจ้าคนวิปริต มันสัมผัสได้ถึงอันตราย จึงเรียกเกราะโลหิตออกมาป้องกันการโจมตีนี้ไว้ได้ทันท่วงที
สีหน้าของเสิ่นเยียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เห็นเพียงบนร่างของเจ้าคนวิปริตปรากฏชั้นเสื้อบางๆ ขึ้นมาคล้ายเสื้อคลุมสีแดง แต่มันดูคาวเลือดและน่าสยดสยองยิ่งกว่า
"เกราะโลหิต"
เวินอวี้ชูหรี่ตาลง นิ้วมือที่ดีดสายพิณชะงักไปเล็กน้อย
"เกราะโลหิตเป็นวิชาต้องห้ามชนิดหนึ่ง สร้างขึ้นจากการหลอมรวมเลือดของทารกเก้าร้อยเก้าสิบเก้าคน มันสามารถป้องกันการโจมตีจากผู้ที่มีตบะต่ำกว่าผู้ใช้ได้ทั้งหมด ฟันแทงไม่เข้า เวทมนตร์ไม่อาจทำลาย"