- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 168 ข้าอยากกอดเจ้า
ตอนที่ 168 ข้าอยากกอดเจ้า
ตอนที่ 168 ข้าอยากกอดเจ้า
ขนตาของเสิ่นเยียนสั่นระริก เมื่อตระหนักได้ถึงบางสิ่ง เหงื่อเย็นก็ผุดพรายทั่วร่าง
เมื่อครู่นางไม่ได้คิดเรื่องทำข้อแลกเปลี่ยนกับเขาเลย... นางคิดจะช่วยเขาด้วยใจจริงงั้นหรือ?
"เป็นอะไรไป? เหตุใดสีหน้าถึงย่ำแย่เพียงนี้?"
เฟิงสิงเหยาโน้มตัวเข้ามาใกล้นาง เก็บรายละเอียดสีหน้าตื่นตระหนกของนางไว้ในสายตาทั้งหมด น้ำเสียงแฝงความห่วงใยที่ยากจะสังเกตเห็น
นางหลบสายตาเขา ปรับอารมณ์ให้กลับมาเยือกเย็นดังเดิม
"แค่คิดถึงเรื่องไม่ดีขึ้นมาได้"
"เรื่องไม่ดี?"
"อืม"
เสิ่นเยียนหลุบตาลง นางตระหนักว่าตนเองได้ลดกำแพงระวังภัยที่มีต่อเฟิงสิงเหยาลงแล้ว ดังนั้นในใจจึงเกิดความตื่นตระหนกอยู่บ้าง
นางเงยหน้ามองเขา
"ข้าใช้เลือดแลกเงื่อนไขจากเจ้าหนึ่งข้อ แต่เงื่อนไขข้อนี้ ข้ายังคิดไม่ออก รอคิดออกเมื่อไหร่ ค่อยบอกเจ้า"
แววตาของเฟิงสิงเหยาคาดเดาอารมณ์ไม่ได้ เขายิ้มบางๆ ใบหน้าหล่อเหลาดุจปีศาจนั้นยิ่งดูงดงามไร้ผู้ใดเปรียบ ดึงดูดสายตาผู้คน
"เช่นนั้นเจ้าคงต้องรีบคิดหน่อยแล้ว เพราะข้า... ใกล้จะไปแล้ว"
ได้ยินเขาเอ่ยปากเรื่องที่จะจากไป หัวใจของเสิ่นเยียนราวกับถูกเข็มทิ่มแทง
นางกล่าวเสียงเรียบ
"อืม ข้าเข้าใจแล้ว"
ทันใดนั้น นางรู้สึกได้ว่านิ้วมือเย็นเฉียบของเขาค่อยๆ บีบข้อมือนางแน่นขึ้น ดูเหมือนเขาจะโกรธนิดหน่อยแล้ว
เสิ่นเยียนเงยหน้าสบสายตาที่อ่านยากคู่นั้น เขาจ้องมองนางไม่กะพริบ นางมองเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในดวงตาของเขา
"เสิ่นเยียน..."
"ปล่อยเลือดเถอะ"
เขาพูดประโยคนี้จบ คล้ายแฝงความลังเลใจที่ซ่อนเร้นบางอย่าง ก่อนจะปล่อยมือจากข้อมือของนาง
เสิ่นเยียนหลุบตาลง ขานรับเสียงเบา
จากนั้น นางใช้มีดสั้นเพลิงชาดกรีดฝ่ามือตัวเอง ความเจ็บปวดแล่นริ้วเข้ามา นางหยดเลือดลงในขวดหยก
ยังไม่ทันถึงครึ่งขวดเล็ก เฟิงสิงเหยาก็สะบัดมือวูบหนึ่ง ห้ามเลือดที่ปากแผลของเสิ่นเยียนอย่างง่ายดาย น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย
“พอแล้ว”
เสิ่นเยียนเงยหน้ามองเฟิงสิงเหยา บัดนี้เส้นผมสีดำของเฟิงสิงเหยาได้แปรเปลี่ยนเป็นสีเงินทีละเส้นๆ ดูงดงามเย้ายวนเป็นพิเศษ ทั้งยังเพิ่มความรู้สึกเย็นชาห่างเหินอีกหลายส่วน ทำให้คนไม่กล้าเข้าใกล้โดยง่าย
เขาดื่มเลือดของนางลงไป พลังที่พลุ่งพล่านในกายได้รับการบรรเทา แต่ไม่ได้ถูกกดข่มลงในทันที
ขนตาของเขามีเกล็ดน้ำแข็งเกาะพราว
เฟิงสิงเหยามองนางด้วยแววตาลึกล้ำ ทันใดนั้นก็ยื่นมือดึงนางเข้ามาในอ้อมกอด รวบเอวบางกอดไว้แน่น
เสิ่นเยียนเซถลาเข้าสู่อ้อมกอดที่ทั้งเย็นและแข็งแกร่ง นางพยายามดิ้นรนตามสัญชาตญาณ แต่กลับถูกเขากอดแน่นขึ้นกว่าเดิม น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและแผ่วเบา
"ข้า... หนาวนิดหน่อย"
เสิ่นเยียนได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป ร่างกายของนางแนบชิดกับเขา สัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกราวกับก้อนน้ำแข็งที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
พวกเขาอยู่ใกล้กันเกินไปแล้ว
นางไม่คุ้นชินกับความใกล้ชิดเช่นนี้ จึงเอ่ยว่า
"ข้ามีไฟ"
"เจ้าอยากจะย่างข้าหรือ?"
ชายหนุ่มหัวเราะเสียงทุ้ม ลมหายใจเย็นเยียบเป่ารดต้นคอเรียวระหงที่ไวต่อความรู้สึกของเสิ่นเยียน กระตุ้นให้นางขนลุกซู่
เสิ่นเยียนตัวสั่นเล็กน้อย นางโต้กลับ
"ไฟของข้าย่างเจ้าไม่ได้หรอก"
"ความหมายของเจ้าคือ ไฟไร้ประโยชน์?"
"มีประโยชน์ อย่างน้อยก็มีประโยชน์กว่าอุณหภูมิร่างกายของข้า"
"แต่ข้าชอบความรู้สึกตอนกอดเจ้ามากกว่า นุ่มนิ่มและอบอุ่น"
"เฟิง! สิง! เหยา!"
เสิ่นเยียนกัดฟันกรอด มือขวาเรียกมีดสั้นเพลิงชาดออกมาอย่างรวดเร็ว พลิกข้อมือ แทงสวนไปที่เอวของเขาอย่างไม่ลังเล!
แต่ในชั่วขณะที่ปลายมีดกำลังจะแทงลงไป มือขวาของนางก็ถูกเฟิงสิงเหยาจับล็อกเอาไว้ พลังอันมหาศาลทำให้นางขยับเขยื้อนไม่ได้อีก
เฟิงสิงเหยาหลุดขำ น้ำเสียงเจือแววตามใจอยู่หลายส่วน
"คราวก่อนแทงอกข้า คราวนี้คิดจะแทงเอวข้า เสิ่นเยียน เจ้าใจร้ายไปหน่อยนะ แต่ว่า... วันข้างหน้าหากเจอคนคิดจะลวนลามเจ้าเหมือนอย่างข้า ก็ควรลงมือเช่นนี้แหละ"
เขากดเสียงต่ำลง กล่าวต่อว่า
"ข้าไม่ถือสา หากเจ้าจะฆ่าพวกคนเจ้าชู้เหล่านั้นทิ้งให้หมด"
น้ำเสียงแฝงไอเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก
"เรื่องของข้า ไม่ต้องให้เจ้ามายุ่ง ปล่อยข้า"
เสิ่นเยียนเงยหน้าจ้องเฟิงสิงเหยาตาเขม็ง
เฟิงสิงเหยาเห็นท่าทางเย็นชาถือดีของนาง หัวใจพลันสั่นไหวเบาๆ ความรู้สึกคันยุบยิบแผ่ซ่านออกมาจากรอยแยกในใจลึกๆ ก่อให้เกิดความรุ่มร้อนที่ยากจะเอ่ย ริมฝีปากของเขาแห้งผากเล็กน้อย
แบบนี้ก็ดี
เขารู้ว่าเสิ่นเยียนเป็นคนระมัดระวังตัว มีกำแพงในใจสูงลิ่ว เพราะเหตุนี้ คนอื่นจึงยากจะเข้าใกล้นาง
หากในอนาคต หลังจากเขาจัดการเรื่องยุ่งยากเหล่านั้นเสร็จสิ้น แล้วยังได้พบนางอีก...
เฟิงสิงเหยายกยิ้มมุมปาก
"ข้าไม่กอดเจ้าแล้ว"
เขาปล่อยเสิ่นเยียน เสิ่นเยียนรีบถอยหลังไปหลายก้าว นางเก็บมีดสั้นด้วยสีหน้าเย็นชา แววตาราวกับเคลือบด้วยเกล็ดน้ำแข็งจ้องมองเฟิงสิงเหยา เอ่ยเสียงเย็น
"ในเมื่อเจ้าดื่มเลือดแล้ว ก็พักผ่อนให้ดีเถอะ"
"เจ้ากำลังเป็นห่วงข้าหรือ?"
"คิดมากไปแล้ว"
เสิ่นเยียนพูดจบ ก็ทำท่าจะออกจากมิติพลังพิเศษ แต่กลับเห็นจิ่วจวนแอบอยู่ตรงมุมห้อง กะพริบตากลมโตด้วยความอยากรู้อยากเห็น สายตากวาดมองพวกเขาทั้งสองไปมา สีหน้าท่าทางแบบนั้น ราวกับจับได้ว่ามีเรื่องชู้สาวเกิดขึ้น
เสิ่นเยียนไม่ได้มองข้ามสีหน้าเล็กๆ น้อยๆ ของเขา นางไม่ได้เก็บมาใส่ใจ แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะนึกถึงอุณหภูมิยามถูกเขาโอบกอดไว้ในอ้อมแขน
"จิ่วจวน ไม่มีอะไรแล้ว"
นางเอ่ยเสียงเรียบประโยคหนึ่ง แล้วรีบออกจากมิติพลังพิเศษทันที
จิ่วจวนเห็นเจ้านายของตนจากไปแล้ว ก็กะพริบตาปริบๆ หันไปมองชายหนุ่มที่เอนกายพิงตั่งนุ่มอยู่ แล้วถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ ว่า
"ท่าน... ท่านชอบเจ้านายหรือเปล่า?"
"เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ?"
แววตาของเฟิงสิงเหยาเข้มขึ้น ยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
"ข้าคิดว่าใช่ การกอด ก็หมายถึงชอบไม่ใช่หรือ?"
"งั้น เจ้าคิดว่าเจ้านายของเจ้าชอบเปิ่นซั่ว (ตัวข้า) หรือไม่?"
สีหน้าของจิ่วจวนชะงักไป ตอนแรกเขาส่ายหน้า จากนั้นก็พยักหน้า
"หมายความว่าอย่างไร?"
จิ่วจวนยื่นปากเล็กๆ ออกมา ตกอยู่ในห้วงความคิด ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาถึงมองเฟิงสิงเหยาอย่างจริงจังแล้วตอบว่า
"เจ้านายไม่แทงท่านให้ตาย ก็น่าจะชอบท่านกระมัง?"
เฟิงสิงเหยา
"..."
...
หลังจากเสิ่นเยียนออกจากมิติพลังพิเศษ นางก็ลอบโคจรพลังวิญญาณเพื่อขับไล่ไอเย็นที่ติดมาจากตัวเฟิงสิงเหยา ปรับอุณหภูมิร่างกายให้กลับมาเป็นปกติ
ตอนนั้นเอง ประตูห้องของนางก็ถูกเคาะ
ก๊อก ก๊อก
เสิ่นเยียนเดินไปเปิดประตู สิ่งที่ปรากฏในสายตาคือเสี่ยวเอ้อร์ของโรงเตี๊ยม
เสี่ยวเอ้อร์ยิ้มแย้มพลางยื่นซองจดหมายให้เสิ่นเยียน
"คุณหนู จดหมายของท่านขอรับ"
"คนที่ให้เจ้ามาส่งจดหมายคือใคร?"
เสิ่นเยียนตื่นตัวทันที หลุบตามองซองจดหมายที่ไม่มีชื่อผู้ส่ง
เสี่ยวเอ้อร์ส่ายหน้า
"ผู้น้อยก็ไม่รู้จักคนผู้นั้นขอรับ"
เสิ่นเยียนคาดเดาบางอย่างได้ลางๆ นางขานรับคำหนึ่ง แล้วรับจดหมายจากเสี่ยวเอ้อร์มา นางแกะจดหมายออกด้วยความระมัดระวัง
ดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากซอง คลี่ออกดู สิ่งที่เห็นคือข้อความบรรทัดหนึ่ง
จูเก่อโย่วหลินเดินเข้าสู่เกมแล้ว
ตัวอักษรสั้นๆ ไม่กี่ตัว กลับทำให้แววตาของเสิ่นเยียนเปลี่ยนไป
เสิ่นเยียนรีบพุ่งไปยังห้องพักของจูเก่อโย่วหลินทันที นางยกมือทุบประตูอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง ปัง ปัง ปัง
"จูเก่อโย่วหลิน!"
เสี่ยวเอ้อร์ส่งจดหมายเห็นดังนั้น จึงรีบเดินเข้ามาอธิบาย
"คุณหนู แขกที่พักห้องนี้ออกไปตั้งแต่กลางดึกแล้วขอรับ จนป่านนี้ยังไม่กลับมาเลย"
เสิ่นเยียนได้ยินดังนั้น ก็งัดประตูห้องของจูเก่อโย่วหลินเข้าไปทันที บนโต๊ะมีกระดาษแผ่นเล็กๆ วางทับด้วยกาน้ำชา
นางดึงกระดาษแผ่นนั้นออกมา
ข้อความเขียนว่า ข้าไปสำรวจถ้ำดอกไม้แล้ว! — จูเก่อโย่วหลิน
คิ้วของเสิ่นเยียนขมวดแน่น ใบหน้าขาวผ่องงดงามเจือแววโกรธเกรี้ยวจางๆ
เวลานั้นเอง อวี๋ฉางอิงและคนอื่นๆ ที่พักอยู่ห้องข้างๆ ก็ถูกเสียงดังดึงดูดความสนใจให้เดินออกมา
เจียงเสียนเยว่ถามด้วยความสงสัย
"เยียนเยียน เกิดอะไรขึ้น?"
เสิ่นเยียนสูดหายใจเข้าลึก หันไปมองพวกเขา พยายามปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด
"จูเก่อโย่วหลินไปถ้ำดอกไม้เพียงลำพัง"